ธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ "เฟด" ตัดสินใจคงนโยบายอัตราดอกเบี้ยต่ำที่ร้อยละ 0 - 0.25 ต่อไป อ้างเป็นผลดีต่อการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ...
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 16 มี.ค.ว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ "เฟด" ตัดสินใจคงนโยบายอัตราดอกเบี้ยแบบ "ต่ำเตี้ยติดดิน" ที่ร้อยละ 0 - 0.25 ต่อไป โดยอ้างเหตุผลต้องการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ที่เพิ่งฟื้นตัวจากภาวะถดถอยได้ไม่นาน และป้องกันไม่ให้ความผันผวนของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ในตลาดโลก เช่น น้ำมัน ทำความเสียหายให้กับเศรษฐกิจสหรัฐฯซึ่งได้ชื่อว่ามีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก
รายงานข่าวระบุว่า คณะกรรมการเอฟโอเอ็มซีของเฟด (Federal Reserve's Open Market Committee) มีมติเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยที่ร้อยละ 0 - 0.25 ต่อไปอีกระยะหนึ่ง โดยแหล่งข่าวรายหนึ่งในธนาคารกลางสหรัฐฯออกมาเปิดเผยว่า ที่ประชุมเล็งเห็นถึงความสำคัญของการคงนโยบายดอกเบี้ยต่ำต่อไปเพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายในภาคครัวเรือน และการขยายการลงทุนของภาคอุตสาหกรรมซึ่งจะนำไปสู่การจ้างงานที่เพิ่มขึ้นในอนาคต
นอกจากนั้น บรรดาผู้บริหารของธนาคารกลางสหรัฐฯยังเห็นตรงกันว่า นโยบายอัตราดอกเบี้ยต่ำของสหรัฐฯจะช่วยป้องกันเศรษฐกิจของประเทศที่เพิ่งฟื้นตัวจากภาวะถดถอยได้ ขณะเดียวกันก็จะช่วยลดทอนผลกระทบทางเศรษฐกิจจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ในตลาดโลกที่กำลังผันผวนอย่างรุนแรง
ด้านซัล กัวเทียรี นักวิเคราะห์จากบีเอ็มโอ แคปิตอลส์ มาร์เก็ตส์ ระบุว่า การตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยต่ำต่อไปของเฟดยังเป็นการสะท้อนให้เห็นว่า รัฐบาลสหรัฐฯในยุคของประธานาธิบดีบารัค โอบามา มีความเชื่อมั่นอย่างแรงกล้าต่อศักยภาพของผู้บริโภคภายในประเทศของตน ในการเป็นตัวจักรสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ.




















