บริษัทน้ำมันสัญชาติอเมริกันขุดพบบ่อน้ำมันและแหล่งก๊าซธรรมชาติขนาดใหญ่บริเวณนอกชายฝั่งของอิสราเอล คาดส่งผลให้อิสราเอลหลุดพ้นจากความเป็นชาติที่ต้องพึ่งพาพลังงานจากประเทศอื่น...
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 10 ก.ย. ว่า "โนเบิล เอนเนอร์จี" บริษัทด้านพลังงานจากมลรัฐเทกซัสของสหรัฐฯ ออกมาแถลงว่าได้ขุดพบบ่อน้ำมันและแหล่งก๊าซธรรมชาติขนาดใหญ่นอกชายฝั่งของอิสราเอล คาดว่าจะเริ่มการขุดเจาะอย่างเป็นทางการได้ภายในเดือน ต.ค.นี้
นายชาร์ลส์ ดี. เดวิดสัน ประธานและซีอีโอของโนเบิล เอนเนอร์จีออกมาแถลงที่สำนักงานใหญ่ของบริษัทที่นอร์ธโบโร ทาวเวอร์ในเมืองฮุสตันโดยระบุว่า ทางบริษัทสำรวจพบบ่อน้ำมันดิบที่มีปริมาณน้ำมันราว 4,300 ล้านบาร์เรล และยังพบแหล่งก๊าซธรรมชาติที่มีปริมาณราว 16 ล้านล้านคิวบิกฟุต ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงกันในเขตน่านน้ำ นอกชายฝั่งทางตอนเหนือของอิสราเอล
ด้าน นักวิเคราะห์ต่างประเทศ ให้ความเห็นว่า การพบบ่อน้ำมันดิบและแหล่งก๊าซธรรมชาติขนาดใหญ่ครั้งนี้ ถือเป็นข่าวที่น่ายินดีอย่างยิ่งสำหรับอิสราเอลเพราะหมายถึงการที่อิสราเอล จะกลายเป็นชาติที่สามารถพึ่งพาตนเอง ในด้านพลังงานไปได้อีกนานหลายทศวรรษ หลังจากที่ต้องพึ่งพาประเทศอื่นในด้านนี้มานาน ในขณะที่แหล่งน้ำมันดิบที่อยู่ในการครอบครองของกลุ่มอาหรับที่เป็น"ศัตรูตัวฉกาจ" ของอิสราเอลกำลังมีปริมาณน้ำมันร่อยหรอลงทุกขณะและอาจหมดลงในอีกไม่ช้า
รายงานข่าวระบุว่า ทางบริษัทโนเบิล เอนเนอร์จีจะได้สิทธิ์ในการขุดเจาะบ่อน้ำมัน และก๊าซธรรมชาติที่พบใหม่นี้ร่วมกับบริษัทเดเล็ค กรุ๊ปของมหาเศรษฐีชาวยิว "ยิตซัค ชูวา" ซึ่งเป็นผู้ออกเงินทุนในการสำรวจให้กับโนเบิล เอนเนอร์จีในช่วงที่ผ่านมา ทั้งนี้ ในปัจจุบันอิสราเอลต้องนำเข้าพลังงานถึง 98% และมีความต้องการใช้น้ำมันถึงวันละ 250,000 บาร์เรล.




















