ปฏิทินลีโอพ่นพิษ 'จิตภัสร์' ยื่นใบลาออกแล้ว - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันอาทิตย์ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

ปฏิทินลีโอพ่นพิษ 'จิตภัสร์' ยื่นใบลาออกแล้ว

โดย 18 ธ.ค. 2552 09:00
4,216 ครั้ง


จากข้าราชการการเมืองกราบขอโทษประชาชน!ที่เอาไปแจกในทำเนียบ

ปฏิทินสุดสยิวของลีโอพ่นพิษจนได้ "ตั๊น-จิตภัสร์" ทายาทเบียร์สิงห์ โชว์สปิริตร่อนใบลาออกจากสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีแล้ว หลังนำปฏิทินหวือไปแจกที่ทำเนียบรัฐบาลแล้วเจอกระแสกดดันหนัก ระบุขอรับผิดแต่เพียงผู้เดียว พร้อมกราบขอโทษประชาชนทั้งประเทศ ยืนยันไม่ได้เจตนานำไปแจก แต่มีคนมาขอเลยให้ ขณะที่ "ศิริโชค" ย้ำไม่มีใครบีบให้ออก และไม่กระทบภาพลักษณ์รัฐบาล แต่ ส.ส.ปชป.สบช่องร่วมวงอัด ถึงขั้นให้คนพามาลาออกไปด้วย ด้าน กมธ.การเงินฯ ได้ฤกษ์เรียก 6 นางแบบปฏิทินวาบหวิวสอบ 23 ธ.ค.นี้ เล็งถกขยายผลถึงเครือข่ายน้ำเมาหลากยี่ห้อโฆษณาส่งเสริมการขายผิด ก.ม.หรือไม่ ขณะที่ ผอ.สายการตลาด "สิงห์" ลั่นยินดีไปให้ข้อมูล แต่ดักคอรัฐบาลอย่าทำสองมาตรฐาน

ปฏิทิน 6 สาวสุดหวิวสไตล์บอดี้เพนต์ของค่ายน้ำเมายิ่งบานปลายกลายเป็นประเด็นฉาว  และพูดกันกระหึ่มเมืองถึงความเหมาะสมหรือไม่ หลังทายาทสาวบริษัทเบียร์ดังกล่าว  ที่ทำงานเป็นข้าราชการการเมืองในตำแหน่งประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี นำไปให้คนขอถึงในทำเนียบรัฐบาล ทำให้ในช่วงสายวันที่ 17 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า เครือข่ายศูนย์ช่วยเหลือผู้หญิงและเด็ก 10 จังหวัด นำโดยนางอรุณี ศรีโต พร้อมสตรีและเด็กประมาณ 60 คน เดินทางมายื่นหนังสือต่อนายกรัฐมนตรีผ่านทางนายสาทิตย์  วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เรียกร้องให้ น.ส.จิตภัสร์ ภิรมย์ภักดี ทีมงานนายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ทายาทบริษัทสิงห์คอร์เปอเรชั่น ผู้ผลิตและจำหน่ายเบียร์ลีโอ ออกมาแสดงความรับผิดชอบกรณีนำปฏิทินวาบหวิวต้อนรับปีเสือเบียร์ลีโอมาแจกจ่ายภายในทำเนียบรัฐบาล

ทั้งนี้  นางอรุณีกล่าวว่า  น.ส.จิตภัสร์ต้องออกมา ขอโทษประชาชน ที่นำปฏิทินโป๊มาแจกภายในสถานที่ราชการ พร้อมเรียกร้องให้บริษัทสิงห์คอร์เปอเรชั่นหยุดใช้เรือนร่างสตรีในการหากิน นอกจากนี้ ยังอยากให้รัฐบาลเร่งออกกฎกระทรวงประกอบมาตรา 32 ของ พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อให้แนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนของทุกฝ่าย เพราะกฎหมายนี้มีออกมาใช้กว่า 2 ปีแล้วแต่ยังไม่มีการบังคับใช้อย่างจริงจัง ที่สำคัญกระทรวงวัฒนธรรม ควรจะเข้ามาดูแลความเหมาะสมในการปฏิบัติดังกล่าว เพราะขัดศีลธรรมอันดีงามของสังคม อย่าลอยตัวเหมือนเช่นที่ผ่านมา

จากนั้นในเวลา 13.00 น. ที่รัฐสภา นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ ส.ส.นครนายก พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกรรมาธิการยกร่างประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ก็ออกมากระหน่ำด้วย โดยกล่าวว่า รับไม่ได้กับสิ่งที่ น.ส.จิตภัสร์ ภิรมย์ภักดี ทำ เพราะทำเนียบรัฐบาลเป็นสถานที่ศูนย์รวมอำนาจของรัฐในการรักษากฎหมาย ถือเป็นการท้าทายอำนาจรัฐ ทั้งที่รู้ อยู่แล้วว่าเรื่องดังกล่าวผิดกฎหมาย เสมือนเป็นการส่งเสริมให้มีการดื่มของมึนเมา และกระตุ้นให้เกิดอารมณ์ทางเพศจึงขอเรียกร้องให้ น.ส.จิตภัสร์ลาออกจากตำแหน่งทันทีและควรยุติบทบาทไม่ควรเข้ามายุ่งเกี่ยวกับการเมืองอีก ทั้งนี้ ในการประชุม ส.ส.ของพรรค วันที่ 22 ธ.ค.นี้ ตนจะสอบถามผู้ใหญ่ของพรรคว่า น.ส.จิตภัสร์เข้ามาดำรงตำแหน่งนี้ได้ด้วยเส้นสายของใคร  1  ปีที่ผ่านมาได้ทำประโยชน์อะไรให้กับพรรคประชาธิปัตย์ และประเทศชาติบ้าง พร้อมกันนี้ขอเรียกร้องให้ผู้ที่นำ น.ส.จิตภัสร์เข้ามาต้องรับผิดชอบด้วยการลาออกจากกรรมการบริหารพรรคด้วย

เช่นเดียวกับนายธีระ สลักเพชร รมว.วัฒนธรรม ก็กล่าวถึงกรณีที่ น.ส.จิตภัสร์ ภิรมย์ภักดี นำปฏิทินฉาวไปแจกภายในทำเนียบรัฐบาลว่า อยากทราบว่าทำไมเจ้าหน้าที่จึงปล่อยให้มีการนำปฏิทินชุดดังกล่าวไปแจกจ่ายภายในทำเนียบรัฐบาล ซึ่งจากที่ได้เห็นข่าวปรากฏตามหน้าหนังสือพิมพ์ต่างๆ ที่เป็นรูปภาพปฏิทินของ 6 นางแบบสาว และมีพื้นหลังหรือเป็นภาพทำเนียบรัฐบาล ก็เป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมอย่างมาก ดังนั้น ตนจึงประสานไปยังศูนย์เฝ้าระวังทางวัฒนธรรม ทำหนังสือเรียกร้องไปยังบริษัทสิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด เพื่อให้มีการระงับการแจกจ่ายปฏิทินดังกล่าวโดยเร็วที่สุด และขอให้ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของกระทรวงสาธารณสุข รวมถึงจะประสานไปยังกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อขอให้ตรวจสอบการเผยแพร่ ปฏิทินดังกล่าวว่ามีความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 หรือไม่ เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ขัดต่อศีลธรรมอันดีของสังคมไทย และส่งผลร้ายต่อเด็กและเยาวชน และหวังว่าการบังคับใช้ กฎหมายของกระทรวงสาธารณสุข น่าจะส่งผลต่อการหยุดจำหน่ายแจกจ่ายได้ เพราะกฎหมายต่างๆของกระทรวงวัฒนธรรมยังมีช่องโหว่ไม่สามารถเอาผิดกับการกระทำลักษณะนี้ได้ แต่อยากเรียกร้องให้เจ้าของการผลิตปฏิทิน ควรมีคุณธรรมจริยธรรม และแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมเพราะปัจจุบันเด็กและเยาวชนเป็นวัยที่น่าเป็นห่วง เพราะไม่สามารถแยกแยะอะไรได้ว่าถูกหรือผิดได้อย่างถูกต้อง

อย่างไรก็ดี หลังเกิดกระแสกดดันให้ น.ส.จิตภัสร์ ลาออกมาเกือบตลอดวัน กระทั่งเวลา 14.00 น. นายศิริโชค โสภา ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ คนสนิทนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้นำหนังสือลาออกของ น.ส.จิตภัสร์ ภิรมย์ภักดี ข้าราชการการเมือง ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เพื่อแสดงความรับผิดชอบกรณีที่ตกเป็นข่าวนำปฏิทินวาบหวิวของเบียร์ลีโอมาแจกจ่ายภายในทำเนียบรัฐบาล มาแจกผู้สื่อข่าว โดยตอนหนึ่งในหนังสือลาออก ระบุว่า "ไม่ได้มีเจตนาที่จะนำปฏิทินไปแจกจ่าย แต่เป็นเพราะมีคนสนใจปฏิทิน ประกอบกับเห็นว่าเป็นช่วงเทศกาลปีใหม่ จึงได้นำติดรถมา ระหว่างนั้นสื่อมวลชนหลายคนเห็นและเข้ามาขอปฏิทินด้วยก็ให้กับทุกคน โดยยอมรับว่าไม่ทันได้คิดว่าเรื่องนี้จะกลายเป็นเรื่องใหญ่ ซึ่งถือเป็นความไม่รอบคอบของตนเอง จนทำให้ส่งผลกระทบตามมามากมาย  และรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะนอกจากจะทำให้ตัวเองกับครอบครัวได้รับผลกระทบแล้ว  ยังส่งผลให้ผู้ใหญ่หลายคนที่นับถือพลอยเสื่อมเสียไปด้วย"

ในหนังสือยังระบุอีกว่า "ดิฉันขอรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียวและขอน้อมรับคำวิจารณ์ทั้งหมด เพื่อนำไปปรับปรุงตัวเอง พร้อมกันนี้กราบขอโทษประชาชนทั้งประเทศ ที่ทำให้เกิดเหตุการณ์ไม่เหมาะสมขึ้นในทำเนียบรัฐบาล และขอแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ด้วยการลาออกจากตำแหน่งข้าราชการการเมือง ประจำสำนักเลขาธิการนายกฯ โดยมีผลนับตั้งแต่วันที่ 17 ธ.ค.52"

นายศิริโชคยังให้สัมภาษณ์ด้วยว่า นายกรัฐมนตรียังไม่ได้เห็นข่าวนี้ แต่ได้แสดงความเป็นห่วงกับเรื่องนี้ ยืนยันว่า ไม่ได้มีการบีบบังคับหรือกดดันให้ น.ส.จิตภัสร์ออกจากตำแหน่ง แต่ น.ส.จิตภัสร์ตัดสินใจลาออกเอง ตนเพียงทำหน้าที่บุรุษไปรษณีย์ระหว่างที่นายกฯไม่อยู่ และยอมรับว่าแม้ไม่ใช่การกระทำของรัฐบาล แต่เกิดขึ้นในทำเนียบรัฐบาล รัฐบาลก็ต้องมีความรับผิดชอบอยู่แล้ว ปฏิเสธไม่ได้ และในเบื้องต้น น.ส.จิตภัสร์ได้แสดงความรับผิดชอบต่อสังคมแล้ว ในส่วนของรัฐบาลเองก็ต้องทบทวน และต้องระมัดระวังว่าหากจะให้ใครมาทำงานก็คงดูให้ดีกว่านี้ในแง่ของการเป็นพี่เลี้ยงที่ดี ส่วนการแต่งตั้งคนใหม่นั้นเป็นเรื่องของสำนักเลขาธิการนายกฯ และไม่ได้เกี่ยวข้องกับการที่ต้องตรวจสอบประวัติให้เข้มงวด แต่เป็นเรื่องของความรอบคอบ และต้องยอมรับว่าส่วนหนึ่งเป็นความผิดของรัฐบาลที่อาจจะดูแลน้องไม่ดีพอ ทำให้เกิดความพลาดพลั้ง ซึ่งเราไม่สามารถปัดความรับผิดชอบได้อยู่แล้ว ก็ต้องขอโทษพี่น้องประชาชนเช่นเดียวกันที่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้

เมื่อถามว่า สาเหตุที่ให้ลาออกเพราะรัฐบาลเกรงจะกระทบต่อภาพลักษณ์ของรัฐบาลหรือไม่ นายศิริโชค ยืนยันว่า การลาออกตนคิดว่าน่าจะมาจากจิตสำนึกที่รับผิดชอบต่อสังคมของ  น.ส.จิตภัสร์เอง  ไม่มีใครไปบีบ

ต่อมาที่รัฐสภา  ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ส.ส.เชียงใหม่ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง การธนาคาร และสถาบันการเงิน สภาผู้แทนราษฎร ถึงกรณีจะเชิญผู้จัดทำปฏิทินชุดอื้อฉาวและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงว่า  คณะกรรมาธิการฯได้บรรจุวาระการพิจารณาเรื่องนี้แล้วในวันที่ 23 ธ.ค. โดยทำหนังสือเชิญไปถึง 6 นางแบบปฏิทิน นายมานิต นพอมรบดี รมช.สาธารณสุข นพ.สมาน ฟูตระกูล ผอ.สำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มและแอลกอฮอล์ กระทรวงสาธารณสุข  อธิบดีกรมสรรพสามิต  กรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัทสิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด และกรรมการผู้จัดการบริษัทฟีนาเล่ คอมพานี จำกัด ให้มาร่วมประชุมและชี้แจง ซึ่งหากปฏิทินดังกล่าวเข้าข่ายผิดกฎหมาย การโฆษณาเพื่อส่งเสริมการขายในรูปแบบต่างๆ  ก็เข้าข่ายผิดกฎหมายดังกล่าวเช่นเดียวกัน ขณะเดียวกันก็คิดว่า การจัดทำปฏิทินดังกล่าวเป็นศิลปะที่สวยงาม ไม่ควรไปมองมิติเดียวว่าเป็นการลามกอนาจาร

อย่างไรก็ดี หลังจากตกเป็นข่าวครึกโครมมาซะหลายวัน ด้านนางแบบที่ได้อวดโฉมในปฏิทินดังกล่าว ก็ได้ให้สัมภาษณ์ถึงการที่คณะกรรมาธิการการเงินฯเชิญตัวไปให้ข้อมูล โดย มิก-เจนจิรา เกิดประสพ กล่าวอย่างไม่อ้อมค้อมว่า  ต้องทำความเข้าใจก่อนว่าตนเป็นฝรั่งมากกว่าคนไทย ใช้ชีวิตในประเทศสวีเดนมากกว่าประเทศไทย  จึงไม่ค่อยรู้ถึงขนบธรรมเนียมประเพณีไทยและกฎหมายไทย เพราะที่สวีเดนถือเป็นเรื่องธรรมดามาก พ่อและเพื่อนๆตนที่สวีเดนเมื่อเห็นภาพของตนต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าดีมาก สวยมาก และน่ารักมาก ส่วนตนก็เห็นว่าไม่ใช่เรื่องที่เสียหายแต่อย่างใด  ส่วนที่คณะกรรมาธิการการเงินฯเรียกไปสอบถามข้อเท็จจริง คงไม่ไป เพราะยอมรับว่าภาษาไทยไม่แข็งแรง หรือไม่ก็ต้องให้ผู้ใหญ่พาไป

ขณะนี้ อุ้ม-ลักขณา วัธนวงค์ศิริ กล่าวถึงเรื่องนี้เช่นกันว่า รู้สึกงงกับการดังแบบนี้ และยังไม่รู้ว่าปฏิทินที่ตนถ่ายกับเพื่อนๆ จะแจกหรือไม่แจก ส่วนเรื่องที่คณะกรรมาธิการการเงินฯ เรียกพวกตนไปสอบถามต้องขอบอก ว่าตนมีอาชีพเป็นนางแบบไม่รู้เรื่องกฎหมาย เมื่อเขาว่าจ้างมา ดูแล้วไม่เซ็กซี่จนเกินไป ก็ต้องรับงานเพราะเป็นอาชีพ เมื่อทำหน้าที่จบแล้วก็แล้วกัน แต่ถ้าให้ไปก็ต้องไป ซึ่งคงต้องรอคำสั่งจากผู้ใหญ่ก่อน และยืนยันว่าถ้าได้เห็นตัวจริงของปฏิทินจะบอกว่าไม่ได้โป๊อย่างที่คิด แต่มันเป็นศิลปะน่ารักๆมากกว่า

ส่วนลูกเกด-เมทินี  กิ่งโพยม  เจ้าของบริษัท ฟินาเล่ คอมพานี ซึ่งเป็นผู้ผลิตปฏิทินหวิวชุดนี้ ผู้สื่อข่าวพยายามติดต่อสอบถาม แต่อดีตนางแบบสาวปิดโทรศัพท์มือถือ ติดต่อไม่ได้ตลอดทั้งวัน

จากนั้นในช่วงค่ำ  นายฉัตรชัย  วิรัตน์โยสินทร ผู้อำนวยการสายการตลาด บริษัทสิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัดได้เปิดเผยถึงกรณี น.ส.จิตภัสร์ ภิรมย์ภักดี หรือตั๊น นำปฏิทินหวิวไปแจกในทำเนียบรัฐบาลว่า เป็นความผิดพลาดที่ไม่ได้ตั้งใจ ไม่ได้มีเจตนายั่วยุ นายจุตินันท์ ภิรมย์ภักดี พ่อของ น.ส.จิตภัสร์ ก็ไม่สบายใจกับเรื่องนี้ ได้บอกว่าลักษณะแบบนี้ต้องยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้น น.ส.จิตภัสร์ได้ลาออกเพื่อแสดงความรับผิดชอบไปแล้ว หาก กมธ.การเงินฯ สภาผู้แทนฯ จะเรียกผู้จัดทำปฏิทินและ 6 นางแบบไปชี้แจงก็จะไป ในปีหน้าจะไม่ทำปฏิทินอีก หากมีอาจจะเป็นปฏิทินส่งเสริมการท่องเที่ยว สัญญาที่ทำไว้กับลูกเกด 6 ปีหมดแล้ว ไม่มีการต่ออีก

นายฉัตรชัยกล่าวว่า สิงห์เป็นเพียงสปอนเซอร์ สิทธิทุกอย่างเป็นของลูกเกด การจะขายหรือไม่ขายอยู่ที่ลูกเกดตัดสินใจ เรื่องนี้พูดคุยกันมากทำให้อยากรู้ว่าจริงๆ มันผิดหรือถูกยังไง เพราะมีหลายกรณีที่บางเจ้าทำเหมือนกัน แต่ไม่ถูกดำเนินการอะไรเลย ทำไมจ้องมาทำกับเราเจ้าเดียว มีหนังสือบางเล่มออกมาวางขายเกือบเดือนแล้วทำไมมองไม่เห็น ถ้า นพ.สมาน ฟูตระกูล ผอ.สำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บอกว่า ผิดที่โลโก้เบียร์ลีโอในปฏิทิน ถ้าผิด หนังสือที่วางขายต้องผิดด้วย เพราะมีโลโก้เบียร์เหมือนกัน อยากถามว่าบรรทัดฐานคืออะไร ทำไมเลือกปฏิบัติ คนที่โปรโมตเรื่องนี้เป็นตัว นพ.สมานเองมากกว่า ให้ข่าวออกทีวีพูดถึงปฏิทินลีโออยู่ทุกวัน

นอกจากนี้ ผู้อำนวยการสายการตลาดบริษัทสิงห์ คอร์เปอเรชั่น ยังกล่าวถึงเรื่องที่กระทรวงวัฒนธรรมจะมีหนังสือขอให้งดแจกว่า กระทรวงวัฒนธรรมมีหนังสือมาทุกปี มีการชี้แจงทุกครั้งเพราะถูกมองว่าโป๊ ยั่วยุ เมื่อชี้แจงไปก็ไม่ได้ติดใจอะไร เงียบหายไป ที่จริงปฏิทินไม่ได้โป๊ มากไปกว่าหนังสือที่มีขายกันตามแผงทั่วไป ตอนชี้แจงก็เอาหนังสือพวกนั้นไปให้ดูเปรียบเทียบกัน เขาก็ไม่ติดใจและเงียบหายไป

"ถ้าเรียกมาอีกก็ต้องไป ก็จะเอาหนังสือทุกเล่ม ไปชี้แจง ให้ดูเปรียบเทียบกันเหมือนเดิมว่าไม่เกินขอบเขตที่กฎหมายกำหนด บางเล่มตามแผงโป๊มากกว่าอีก" นายฉัตรชัยกล่าว

โหวตข่าวนี้
advertisement

ไทยรัฐทีวี

คลิปข่าวที่น่าสนใจ
advertisement