เจอแล้วโบอิ้ง777-ตกตายหมด

โดย ทีมข่าวหน้า1 25 มี.ค. 2557 09:00

ในมหาสมุทรอินเดียนายกฯมาเลย์แถลง

เจอแล้ว! เครื่องบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ส เที่ยวบินเอ็มเอช 370 ที่หายกลางฟ้าไปนานกว่า 14 วัน นายกรัฐมนตรีมาเลเซียแถลงยอมรับเครื่องประสบอุบัติเหตุตกทะเล  กลางมหาสมุทรอินเดียตอนใต้ตายเรียบทั้งลำ ภายหลังมีการพบเศษซากชิ้นส่วนของเครื่องบินลอยในทะเลแถบทวีปออสเตรเลีย โดยก่อนหน้ามีการยืนยันว่าเครื่องบินตกครั้งนี้  นาซาเตรียมร่วมภารกิจค้นหา ด้วยการใช้กล้องความคมชัดสูงที่ติดบนดาวเทียมและที่สถานีอวกาศนานาชาติ

การพยายามค้นหาเครื่องบินโดยสารรุ่นโบอิ้ง 777-200 อีอาร์ เที่ยวบินที่เอ็มเอช 370 ของสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ส ที่สูญหายไปตั้งแต่วันที่ 8 มี.ค. พร้อมผู้โดยสารทั้งลำ 239 คน ที่นานาชาติ 26 ประเทศระดมกำลังค้นหาทั่วพื้นที่ประมาณ 59,000 ตารางกิโลเมตร ทางตอนใต้มหาสมุทรอินเดีย แม้พบเบาะแสต่างๆทั้งจากภาพถ่ายดาวเทียม ข้อมูลเรดาร์และอื่นๆ แต่ยังไม่ได้ข้อสรุปที่จะคลี่คลายปริศนาการหายไปอย่างไร้ร่องรอยของเครื่องบินลำดังกล่าวนี้

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 24 มี.ค. ถึงความคืบหน้าภารกิจค้นหาเครื่องบินลำดังกล่าวว่าเครื่องบิน รุ่นอิลยูชิน ไอแอล-76 1 ใน 2 ลำของกองทัพจีน ที่ออกบินค้นหาร่วมกับเครื่องบินอื่นๆอีก 6 ลำรวมทั้งของสหรัฐฯและออสเตรเลีย ได้ตรวจพบวัตถุต้องสงสัยขนาดใหญ่ 2 ชิ้น และวัตถุขนาดเล็กสีขาวอีกหลายชิ้น ลอยกระจายภายในรัศมีหลายกิโลเมตร ในเขตน่านน้ำห่างไกลของทะเลของออสเตรเลีย และได้แจ้งให้ฝ่ายออสเตรเลียรับทราบเพื่อออกค้นหาแล้ว โดยเรือตัดน้ำแข็ง “เสี่ยวหลง” และเรือรบของจีนกำลังแล่นบ่ายหน้าไปร่วมตรวจสอบที่มีเรือรบออสเตรเลียลอยลำอยู่ในพื้นที่อยู่แล้วหนึ่งลำ แต่รัฐบาลจีนไม่ยืนยันว่าวัตถุที่พบเกี่ยวข้องกับเครื่องบินที่สูญหาย

การพบดังกล่าวมีขึ้นหลังเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เครื่องบินออสเตรเลียและนานาชาติ ตรวจสอบวัตถุต้องสงสัยอยู่กลางทะเลห่างชายฝั่งเมืองเพิร์ธ ของออสเตรเลียไปทางตะวันตกเฉียงใต้ประมาณ 2,500 กิโลเมตร และพบว่าเป็นแผ่นไม้พาเลตส์ (pallets) สำหรับวางสิ่งของหรือสินค้ากับสายรัดสินค้ากับพาเลตส์หลายเส้น  และอยู่ระหว่างการเก็บกู้ ตรวจสอบหาความเชื่อมโยงเครื่องบินของมาเลเซีย

แต่ภารกิจตรวจสอบวัตถุต้องสงสัย ยังต้องพบอุปสรรคจากสภาพอากาศเลวร้าย เพราะอิทธิพลพายุไซโคลนก่อตัวขึ้นทางเหนือของพื้นที่ค้นหา มีกระแสลมพัดแรง เมฆลอยตัวระดับต่ำ ทัศนวิสัยย่ำแย่ ต่อมาเจ้าหน้าที่ออสเตรเลียเผยว่า เครื่องบินค้นหารุ่น “พี 8 โพไซดอน” ของสหรัฐฯ บินไปตรวจสอบพื้นที่ที่จีนแจ้งไว้แล้ว แต่ไม่พบวัตถุต้องสงสัยอะไร อย่างไรก็ดี ยังมีรายงานพบข้อมูลใหม่เพิ่มเติมอีก เมื่อนายกรัฐมนตรีโทนี แอ็บบอตต์ ของออสเตรเลียแถลงต่อรัฐสภาว่าเครื่องบินค้นหาของออสเตรเลียพบวัตถุต้องสงสัยใหม่อีก 2 ชิ้น ชิ้นแรกเป็นวงกลมสีเทาอมเขียว ส่วนชิ้นที่สองเป็นสี่เหลี่ยมมุมฉากสีส้ม ห่างชายฝั่งเมืองเพิร์ธของออสเตรเลียไปทางตะวันตกเฉียงใต้ประมาณ 2,500 กิโลเมตรและกำลังส่งเรือไปตรวจสอบแล้ว

เจ้าหน้าที่ออสเตรเลียยังกำลังวิเคราะห์ภาพถ่าย จากเรดาร์ของฝรั่งเศสที่พบวัตถุต้องสงสัยลอยอยู่กลางทะเล ทางใต้มหาสมุทรอินเดีย ห่างจากบริเวณน่านน้ำที่เป็นพื้นที่ค้นหาเครื่องบินอยู่ในปัจจุบัน ออกไปทางเหนือประมาณ 850 กิโลเมตร ทั้งนี้ หลังเจ้าหน้าที่มาเลเซียเพิ่งส่งต่อมาให้เมื่อวันที่ 23 มี.ค. และแม้ยังไม่พบเศษซากเครื่องบิน แต่กองทัพเรือสหรัฐฯ กำลังส่งเครื่องตรวจจับสัญญาณ กล่องบันทึกข้อมูลการบิน (กล่องดำ) ที่มีประสิทธิภาพสูง สามารถจับสัญญาณได้จากระดับน้ำลึกถึง 20,000 ฟุต มาสมทบ ถ้าพบชิ้นส่วนเครื่องบินแล้วจะค้นหากล่องดำได้รวดเร็วขึ้น ส่วนองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ (นาซา) ของสหรัฐฯ จะใช้กล้องความคมชัดสูงที่ติดบนดาวเทียมและที่สถานีอวกาศนานาชาติ (ไอเอสเอส) ร่วมภารกิจค้นหา รวมทั้งกำลังตรวจสอบคลังแฟ้มภาพที่บันทึกได้จากดาวเทียมด้านสิ่งแวดล้อม “เทอร์ราและอะควา” ของสหรัฐฯด้วย

วันเดียวกัน เครื่องบินโดยสารรุ่นแอร์บัส เอ 330-300 เที่ยวบินที่เอ็มเอช 066 ของสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ส บินจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ของมาเลเซีย เมื่อเวลา 23.37 น. ของวันที่ 23 มี.ค.ตามวันเวลาท้องถิ่น กำหนดถึงสนามบินนานาชาติอินชอนในกรุงโซลของเกาหลีใต้ ในเวลา 06.50 น. วันที่ 24 มี.ค. ต้องบินลงจอดฉุกเฉินที่ฮ่องกงเพราะระบบไฟฟ้าขัดข้อง ก่อนย้ายผู้โดยสาร 271 คน ขึ้นเครื่องบินอีกลำเพื่อไปยังจุดหมายแทน

สำนักข่าวบีบีซีระบุว่า  นายฮิชามมุดดิน อุสเซน รมว.คมนาคมของมาเลเซีย แถลงข่าวที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ยืนยันว่ามีแผ่นไม้พาเลตส์ สำหรับวางของหรือสินค้าอยู่บนเครื่องบินที่สูญหายด้วยแต่ยังไม่มีความเชื่อมโยงกับแผ่นไม้พาเลตส์ ที่พบในทะเลทางใต้มหาสมุทรอินเดีย ส่วนกรณีทีมสอบสวนเชื่อว่าเครื่องบินถูกผู้เชี่ยวชาญการบินจงใจขับออกนอกเส้นทาง และยังพบว่ากัปตันซาฮารี อาหมัดชาห์ ที่ขับเครื่องบินลำที่สูญหายสร้างเครื่องซิมูเลเตอร์จำลองการบินไว้ที่บ้านนั้น สำนักข่าวรอยเตอร์เผยว่า กัปตันชาห์ยังได้แบ่งปันประสบการณ์และความคลั่งไคล้การบินบนโลกไซเบอร์และการแลก เปลี่ยนอีเมล์ รวมทั้งในชุมชนออนไลน์ของผู้ค้าอุปกรณ์และซอฟต์แวร์จำลองการบิน ซึ่งผู้เชี่ยวชาญและหลงรักการบินในสหรัฐฯ ที่ช่วยกัปตันชาห์สร้างซิมูเลเตอร์ เผยว่า เป็นธรรมดาที่นักบินจะชื่นชอบการบินมากจนต้องมีเครื่องซิมูเลเตอร์ไว้ที่บ้าน

ต่อมาเวลา 21.00 น. วันจันทร์ที่ 24 มี.ค. ตามเวลาในเมืองไทย สำนักข่าวต่างประเทศทุกสำนักต่างรายงาน โดยอ้างถ้อยแถลงอย่างเป็นทางการ ของนายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัค แห่งมาเลเซีย ที่มีขึ้นเมื่อช่วงค่ำวันเดียวกัน ตามเวลาท้องถิ่น ยอมรับว่าเครื่องบินมาเลเซีย  แอร์ไลน์ส  เที่ยวบินเอ็มเอช  370 ประสบเหตุตกกลางมหาสมุทรอินเดียตอนใต้ หลังพบเศษซากเครื่องบินเที่ยวบินดังกล่าว นอกเขตน่านน้ำออสเตรเลียในซีกโลกใต้ ทั้งนี้ การพบเศษซากเครื่องบินมีขึ้นหลังจากที่เครื่องบินหายไปนานกว่า 14 วัน โดยก่อนหน้านี้มีการพบเศษซากที่คาดกันว่าเป็นชิ้นส่วนเครื่องบินหลายชิ้น ในมหาสมุทรอินเดีย แถบเมืองเพิร์ธ ประเทศออสเตรเลีย

ในเวลาต่อมา สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นรายงาน ระบุถึงถ้อยแถลงของนายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัคแห่งมาเลเซีย ออกมายอมรับครั้งแรกว่าเครื่องบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ส เที่ยวบินเอ็มเอช 370 พร้อมผู้โดยสาร 227 คน กับลูกเรืออีก 12 คน รวม 239 ชีวิต ซึ่งสูญหายไปตั้งแต่วันเสาร์ 8 มี.ค. ระหว่างเดินทางจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ไปกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน ได้ตกลงกลางมหาสมุทรอินเดียตอนใต้ อยู่ห่างจากชายฝั่งเมืองเพิร์ธของออสเตรเลียไปทางตะวันตก อยู่ไกลมากจากเส้นทางบินจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ไปกรุงปักกิ่ง คาดว่าผู้คนบนเครื่องบินเสียชีวิตแล้วทั้งหมด

ทั้งนี้ หลักฐานที่เชื่อแน่ว่าเป็นชิ้นส่วนเครื่องบินเที่ยวบินเอ็มเอช 370 คือวัตถุทรงกลมสีเทาและสีเขียว ที่พบลอยอยู่กลางทะเลบริเวณดังกล่าว โดยเครื่องบินทหารของจีน ส่วนปริศนาคำถามที่ว่าเกิดอะไรขึ้นบนเที่ยวบินดังกล่าวยังไม่ทราบแน่ชัด

ขณะเดียวกัน ที่กรุงปักกิ่ง บรรดาญาติพี่น้องผู้โดยสารเที่ยวบินเอ็มเอช 370 ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวจีนมากถึง 154 ชีวิต ต่างพากันร่ำไห้เสียใจ หลังทราบข่าวจากแถลงการณ์ของนายกรัฐมนตรีมาเลเซียถึงชะตากรรมผู้คนทั้งหมดบนเที่ยวบินเอ็มเอช 370 ส่วนภารกิจเก็บกู้ซากเครื่องบิน ขึ้นจากห้วงมหาสมุทรอินเดียอันกว้างใหญ่และลึกมากนั้น เจ้าหน้าที่สอบสวนของฝรั่งเศสแสดงทัศนะว่ายังเร็วเกินไปที่จะตัดสินใจดำเนินการ

โหวตข่าวนี้