มติกกต.ชงเลื่อนเลือกตั้ง อ้าง6ข้อ

โดย ทีมข่าวหน้า 1 11 ม.ค. 2557 09:00

ชี้ไม่มีประโยชน์ จะดันทุรังต่อไป พท.ยก‘ม.157’ขู่

5 เสือ กกต.ประชุม ฉุกเฉินมีมติทำหนังสือ ชงนายกฯออก พ.ร.ฎ. เลื่อนวันเลือกตั้ง อ้าง 6 เหตุที่

ต้องทำหวั่นถูกตีความ 2 ก.พ. วันเลือกตั้งเถื่อนจึงไม่มีประโยชน์ที่จะดันทุรังกันต่อไป พท.ขู่เลือกตั้ง 2 ก.พ. ล่มจะยื่นดีเอสไอฟันอาญา ม.157 “ปู” ย้ำต้องมีเลือกตั้ง แต่ “มาร์ค” แย้งเลือกตั้งไม่ใช่คำตอบ จวกยับเอาตัวเองรอดพาชาติดิ่งเหว ภท.มองข้ามช็อตเลือกตั้งโมฆะ 28 เขตโหว่ไร้ผู้สมัครเป็นเดดล็อกการเมือง “ขุนค้อน-นิคม” เบี้ยวมา ป.ป.ช.รับข้อหาแก้ที่มา ส.ว.มิชอบ อ้างตามฟอร์มติดภารกิจ ป.ป.ช.เดดไลน์ 27 ม.ค. ไม่มาก็ไม่รอถือว่ายอมรับสภาพทันเหลี่ยม 308 ส.ส.-ส.ว.ประกาศกร้าวห้ามอ้างพยานเป็นร้อยปั่นหัวซื้อเวลา

จากกรณีศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งมีคำวินิจฉัยว่าผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ที่สมัครไม่ได้ไม่มีสิทธิยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาฯ เนื่องจากผู้ร้องยังมิใช่ผู้สมัครที่ผ่านขั้นตอนการรับสมัครโดยครบถ้วนตามมาตรา 37 เนื่องจากกระบวนการพิจารณาคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีอำนาจโดยตรงอยู่แล้วนั้น

ปธ.กกต.หวั่นเลือกตั้งล่วงหน้าป่วน

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 10 ม.ค. ที่ห้องออดิทอเรียม โรงแรมเซ็นทราศูนย์ราชการและคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ ถนนแจ้งวัฒนะ นายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต. กล่าวเปิดประชุมและมอบนโยบายเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกับผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัด (ผอ.กต.จว.) ว่า การรับสมัครเลือกตั้งที่ผ่านมาเกิดเหตุการณ์กลุ่มมวลชนเข้าปิดล้อมสถานที่รับสมัคร จนทำให้ 28 เขตเลือกตั้งในพื้นที่ภาคใต้ไม่สามารถรับสมัครได้ การเลือกตั้งล่วงหน้าที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 26 ม.ค.อาจจะมีปัญหาเกิดขึ้น ดังนั้นสิ่งที่ต้องดำเนินการมี 2 ส่วนคือ การอำนวยความสะดวกแก่ผู้มาลงคะแนนด้วยความรวดเร็ว และการวางแผนป้องกันการขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการประจำเขตเลือกตั้ง และการขัดขวางผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ถือเป็นภารกิจที่ยากลำบาก ต้องอดทนอดกลั้นเป็นอย่างมาก แม้ผ่านการลงคะแนนไปแล้วเราต้องเจอปัญหาอีกมากมาย แต่ทั้งหมดนี้เราจะช่วยกันหาแนวทางปฏิบัติงานให้สำเร็จลุล่วง โดยมีพื้นฐานที่ความโปร่งใสสุจริตเที่ยงธรรมจะหาทางเยียวยาผู้วืดสมัคร

นายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีผู้สมัคร ส.ส. ที่ไปยื่นต่อศาลฎีกา แล้วศาลไม่รับคำฟ้องของผู้ที่ประสงค์จะลงสมัคร ส.ส.ว่า เราต้องหารือกันก่อน ยังไม่สามารถพูดได้ หากพูดอีกอย่าง และ กกต. ท่านอื่นไม่เอาด้วย ก็จะเสียหาย จึงต้องให้ กกต.คุยกันก่อน ถึงจะระบุได้ว่าจะทำอย่างไรต่อไป อย่างไรก็ตาม การที่ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าการที่ผู้สมัครยื่นใบสมัครเป็นอำนาจหน้าที่ของ กกต. ดังนั้น กกต. คงจะต้องดำเนินการตามที่ศาลฎีกาได้วินิจฉัยไว้ ขณะที่ 28 เขตเลือกตั้งใน 8 จังหวัดภาคใต้ไม่มีผู้สมัคร เรามีแผนการอยู่แล้ว แต่ทุกแผนการต้องผ่านที่ประชุม กกต.ก่อน เราก็จะหาทางเยียวยาผู้สมัครที่ไม่สามารถสมัครรับเลือกตั้งได้

5 เสือ กกต.เรียกประชุมฉุกเฉิน

จากนั้นเวลา 14.00 น. กกต.ได้ประชุมนัดพิเศษ เพื่อหารือถึงแนวทางแก้ไขปัญหากรณีที่ศาลฎีกา มีคำสั่งไม่รับคำฟ้องของผู้สมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้งทั้ง 28 เขตเลือกตั้ง ใน 8 จังหวัด โดยมี กกต.เข้าประชุมเพียง 4 คน ยกเว้นนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้งที่ติดภารกิจเดินทางไปยัง จ.ยะลา แต่ก็ได้มีการวีดิโอคอนเฟอเรนซ์เข้ามายังในที่ประชุม กกต.ด้วย จากนั้นภายหลังการประชุม กกต.เสร็จสิ้นในเวลา 17.00 น. ก็ไม่ได้มีการแถลงข่าวผลการประชุมให้สื่อมวลชนได้รับทราบแต่อย่างใด โดย กกต.แต่ละคนเมื่อประชุมเสร็จก็ต่างแยกย้ายเดินทางกลับ

มติ กกต.ชง “ปู” พ.ร.ฎ.เลื่อนเลือกตั้ง

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านบริหารงานเลือกตั้ง เปิดเผยภายหลังการประชุม กกต.ว่า ที่ประชุม กกต.มีมติทำหนังสือเสนอไปยังนายกรัฐมนตรี ขอให้พิจารณาออกพระราชกฤษฎีกากำหนดการเลือกตั้งใหม่ โดยให้มีการปรึกษาหารือกับพรรคการ เมืองที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดวันเลือกตั้งที่เหมาะสม โดยมีเหตุผล 6 ประการ คือ 1.กรณีที่ 28 เขต ใน 8 จังหวัดไม่มีผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.แบ่งเขตเลือกตั้งเลย หากเลือกตั้งไปและประกาศผลการเลือกตั้ง มี ส.ส.ไม่ถึงร้อยละ 95 ที่กฎหมายกำหนดว่าจะทำให้ไม่สามารถเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้ 2.ขณะนี้มี 22 เขต ที่มีผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.เพียงคนเดียว การเลือกตั้ง 2 ก.พ. ผู้สมัครในเขตนั้นอาจได้คะแนนเสียงไม่ถึงร้อยละ 20 ของจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตนั้น จึงอาจต้องจัดการเลือกตั้งใหม่อีกหลายครั้งซึ่งเป็นการสิ้นเปลืองงบประมาณ 3.สถานการณ์ขัดขวางการเลือกตั้งมีแนวโน้มว่าจะมีความรุนแรงเกิดขึ้น

ผวา 2 ก.พ.ถูกตีความเลือกตั้งเถื่อน

นายสมชัยกล่าวอีกว่า 4.การหากรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง ถือเป็นปัญหาสำคัญอย่างยิ่ง โดย กกต.ไม่ได้รับความร่วมมือจากหน่วยราชการต่างๆในการสนับสนุนกำลังคนและสถานที่ ซึ่งคาดว่าจะขาดกรรมการประจำหน่วยอีกเป็นแสนคนซึ่งจะกระทบต่อการจัดการเลือกตั้ง 5.สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) มีหนังสือมาขอให้ กกต.พิจารณาทบทวนการจัดการเลือกตั้ง เกรงว่าหากเดินหน้าจะไม่คุ้มค่ากับงบประมาณ 3,885 ล้านบาท และ 6. การเลือกตั้งในสภาพการที่ 28 เขตของภาคใต้ไม่มีผู้สมัครรับเลือกตั้งนั้น อาจทำให้การเลือกตั้ง 2 ก.พ.ถูกตีความว่าไม่ได้เป็นการเลือกตั้งทั่วไป และอาจขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 108 ที่กำหนดให้วันเลือกตั้งต้องเป็นวันเดียวทั่วราชอาณาจักร ซึ่งหลังการเลือกตั้งอาจมีผู้ฟ้องร้องให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ และทำให้งบประมาณที่ใช้ในการจัดการเลือกตั้งสูญเปล่าไม่มีประโยชน์จะดันทุรังต่อไป

“เราเห็นว่านายกรัฐมนตรีเป็นผู้รักษาการคนที่ 1 ตาม พ.ร.ฎ.ยุบสภาและให้มีการเลือกตั้ง 2 ก.พ. และประธาน กกต.เป็นผู้รักษาการ คนที่ 2 ดังนั้น กกต.ก็ขอใช้สิทธิแสดงจุดยืนนี้ไปยังรัฐบาลซึ่งก็ถือว่าเป็นจุดยืนอีกครั้งหนึ่งที่คิดว่ารัฐบาลน่าจะรับฟัง เพราะไม่ใช่การคาดการณ์ แต่อยู่บนพื้นฐานที่ว่ามันมีพัฒนาการของสถานการณ์ที่ทำให้เห็นชัดว่าจะมีปัญหาอะไรบ้างเกิดขึ้นหากยังเดินหน้าจัดการเลือกตั้ง 2 ก.พ.ต่อไป เช่นตอนนี้แน่นอนแล้วว่าใน 28 เขตเลือกตั้งไม่มีผู้สมัคร เลือกตั้งไปก็เปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรไม่ได้ภายใน 30 วันนับแต่วันเลือกตั้ง แต่หากรัฐบาลยังคงยืนในจุดยืนเดิมจะให้มีการเลือกตั้ง 2 ก.พ. กกต.ก็เดินหน้าจัดการเลือกตั้งต่อไป” นายสมชัยกล่าวและว่า เราเพียงวิเคราะห์ สถานการณ์ต่างๆ แล้วเห็นว่ามันไม่มีประโยชน์ที่จะเลือกตั้ง 2 ก.พ. เพราะเลือกตั้งไปมันก็จะมีการร้องเรียนและฟ้องร้องต่างๆตามมามากมาย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับการประชุม กกต.เพื่อมีมติดังกล่าวเป็นการประชุมลับของ กกต. 5 คน โดยนายสมชัยได้วีดิโอคอนเฟอร์เรนท์เข้ามาในที่ประชุม เนื่องจากเดินทางไปตรวจเยี่ยมหน่วยเลือกตั้งที่มีปัญหาในพื้นที่ภาคใต้
นัดประชุมใหม่วันม็อบชัตดาวน์

นายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการ กกต. เปิดเผยภายหลังการประชุม กกต.ว่า ที่ประชุม กกต.ได้มีการหารือเรื่องเลื่อนวันเลือกตั้งออกไปและยังได้หารือถึงข้อห่วงใยของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ส่งหนังสือถึง กกต.ให้ทบทวนการจัดการเลือกตั้ง เนื่องจากเกรงว่าจะสูญเสียงบประมาณในการจัดการเลือกตั้งเปล่าประโยชน์ รวมทั้งกรณีที่ศาลฎีกาไม่รับคำฟ้องของผู้สมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้งทั้ง 28 เขตเลือกตั้ง ทั้ง 3 ประเด็น ยังไม่ได้ข้อยุติว่า จะออกมาในแนวทางใด โดยที่ประชุม กกต.จะนัดประชุมอีกครั้งในวันที่ 13 ม.ค.โดยจะมีการกำหนดสถานที่ในการประชุมอีกครั้ง

โปรดฟังอีกครั้ง “ปู” ยันต้องเลือกตั้ง

เมื่อเวลา 10.35 น. ที่ห้องพรหมนอก ชั้น 2 สตช. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เปิดให้สื่อมวลชนซักถามเรื่องต่างๆก่อนเข้าประชุมร่วมกับ ศอ.รส. ทั้งนี้นายกฯ ได้ขอกล่าวก่อนที่สื่อมวลชนจะตั้งคำถาม โดยนายกฯกล่าวว่า รัฐบาลไม่ได้มุ่งมั่นเลือกตั้งโดยไม่ฟังเสียงประชาชน ต้องขอความเห็นใจด้วยว่าถ้าเราไม่เอาการเลือกตั้ง หรือเลื่อนการเลือกตั้ง การปฏิรูปคงเสร็จไม่ทันเพราะต้องใช้เวลาเป็นปี แล้วจะบริหารประเทศได้อย่างไรถ้าไม่มีรัฐบาลตอนนั้น อยากให้ช่วยกันให้การเลือกตั้งผ่านไปก่อน แล้วเร่งทำปฏิรูปให้เสร็จ จากนั้นทำการยุบสภาเพื่อเลือกตั้งใหม่ ประชาชนก็จะได้ใช้สิทธิรักษาประชาธิปไตย ตัดสินหารัฐบาลใหม่ และตัดสินกลไกการปฏิรูปประเทศให้เดินหน้า ส่วนการเลื่อนเลือกตั้งเป็นอำนาจ กกต. จะโยนให้รัฐบาลฝ่ายเดียวคงลำบาก รัฐบาลยินดีให้ความร่วมมือถ้าอยู่ภายใต้ที่กฎหมายกำหนด หรือกฎหมายที่เราทำได้

พูดอีกทีเก้าอี้นายกฯ “ไม่ออกค่ะ”

นายกฯกล่าวว่า ส่วนที่เรียกร้องให้ออกจากนายกฯก็ต้องยืนยันว่าตนมีหน้าที่ต้องรับผิดชอบในฐานะนายกฯจนกว่าจะมีรัฐบาลใหม่หลังเลือกตั้ง ไม่เช่นนั้นก็จะถูกกล่าวหาว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ถือเป็นกลไกที่ไม่สามารถขยับได้ และถ้าจะขยับต้องขยับ ต้องพูดคุยด้วยกันทั้งหมด และผู้อำนวยความยุติธรรมต้องมาคุยด้วย ไม่เช่นนั้นไปไม่ได้ เมื่อถามว่า คิดว่า กปปส.ต้องการปฏิรูปหรือไล่ตระกูลชินวัตร นายกฯตอบว่า เท่าที่ฟังก็ดูเหมือนว่าทาง กปปส. เขาเรียกร้องในทุกๆข้อ ไม่ว่าจะเป็นการปฏิรูปและการไล่คนในตระกูลชินวัตร

“จารุพงศ์” บีบต้องเลือกปาร์ตี้ลิสต์

ที่พรรคเพื่อไทย นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งยกคำร้องของนายจิรยุทธ สุดจิตร ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาสามัคคี ที่ขอให้วินิจฉัยสิทธิ์สมัครรับเลือกตั้งเนื่องจากไม่สามารถไปสมัครได้เพราะถูกผู้ชุมนุมประท้วงขัดขวาง โดยระบุว่าเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ต้องดำเนินการจัดการเลือกตั้งว่า เมื่อศาลฎีกาฯมีคำวินิจฉัยออกมาเช่นนี้ พรรคจะไปยื่นเรื่องขอรับฟังความชัดเจนจาก กกต.ว่าจะดำเนินการเรื่องดังกล่าวอย่างไร เพราะการให้ว่าที่ผู้สมัครไปร้องต่อศาลฎีกา ก็เป็นคำแนะนำของ กกต.เอง หากไม่มีการขยายเวลารับสมัคร กกต.ก็ต้องดำเนินการให้มีการเลือกตั้งใน 28 เขต ให้ได้ภายใน 180 วันตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งมีคำถามว่าใน 28 เขต ดังกล่าวจะมีการลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อในวันที่ 2 ก.พ.หรือไม่ ซึ่ง กกต.ต้องมีความชัดเจนในเรื่องนี้ และต้องมีเหตุผลและข้อกฎหมายรองรับ แต่พรรคเห็นว่าการลงคะแนนเสียงแบบบัญชีรายชื่อ สามารถดำเนินการไปได้ทุกเขตเลือกตั้ง แม้บางเขตจะไม่มีผู้สมัครก็ตาม

พท.กระทุ้ง กกต.อุ้มผู้สมัครตกค้าง

นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า คำตัดสินของศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งระบุชัดเจนว่าเป็นอำนาจของ กกต.โดยตรงที่จะควบคุมจัดการเลือกตั้ง ปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความผิดของผู้สมัคร เป็นความรับผิดชอบของ กกต. ไม่ควรโยนภาระให้ศาล รัฐบาล หรือผู้สมัคร ถ้าหากศาลฎีกาฯมีคำตัดสินกับว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคเพื่อไทย 29 คน ที่ยื่นไว้ก่อนหน้านี้ในลักษณะเดียวกัน เราจะไปยื่นหนังสือถึง กกต.ในวันที่ 13 ม.ค. ให้ระบุชัดๆในราชกิจจานุเบกษาว่าจะให้ผู้สมัครทั้งหมด 123 คน ที่สมัครรับเลือกตั้งไม่ได้ต้องไปตรวจคุณสมบัติที่ไหน

ขู่ใช้บริการดีเอสไอฟันอาญา ม.157

“กกต.จะทำให้การเลือกตั้งหยุดชะงักไม่ได้ ถ้าปล่อยให้มีการเลือกตั้งแล้วได้ ส.ส.ไม่ครบ 95% จะเปิดสภาไม่ได้ จะเกิดความเสียหายใหญ่หลวง ตอนนี้ยังทันเวลา ภายในสัปดาห์นี้ กกต.ต้องจัดการเรื่องนี้ให้ลุล่วงก่อนการเลือกตั้งล่วงหน้า และการเลือกตั้งใหญ่ ถ้าหาก กกต.นิ่งเฉยแล้วบอกว่าให้ไปจัดการภายหลังวันเลือกตั้งใหญ่ 2 ก.พ. จะมีปัญหาตามแน่นอน กปปส. หรือเครือข่ายอื่นๆจะไปยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญตีความอีก เรากำลังหารือกับทีมทนาย ฝ่ายกฎหมายเพื่อยื่นร้องต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษให้เอาผิด กกต.ตามมาตรา 157 ข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพราะไม่มีการเตรียมการป้องกันเหตุการปิดล้อมสถานที่รับสมัครที่ดีพอ ไม่มีการป้องกัน ป้องปราม หรือย้ายสถานที่เพื่อให้ทุกอย่างเดินหน้าไปได้” นายพร้อมพงศ์กล่าว

ข้องใจเกียร์ว่างประชาสัมพันธ์เลือกตั้ง

นายพร้อมพงศ์กล่าวว่า กรณีที่ สตง.ทำหนังสือถึง กกต. ระบุให้ทบทวนการจัดการเลือกตั้ง เพราะ กังวลว่างบประมาณต้องสูญเปล่า น่าแปลกใจว่าทำไม กกต.ถึงส่งเรื่องนี้ต่อมายังรัฐบาลแทนที่จะชี้แจงกับ สตง. เราเห็นว่าสิ่งที่ สตง.ท้วงติงเป็นเรื่องที่ถูกต้อง วันนี้ กกต.ของบจากรัฐบาลไป 3,800 กว่าล้านบาท แต่กลับไม่เห็นการประชาสัมพันธ์เลือกตั้งเลย ทั้งๆที่ประชาชนส่วนใหญ่ควรได้รับทราบ ไม่ใช่เอาแต่พูดว่ามีปัญหาควรเลื่อนการเลือกตั้งออกไปก่อน วันนี้ กกต. ควรเร่งทำเรื่องใหญ่ๆ 2 เรื่อง คือ 1.เร่งทำให้ผู้สมัครทั้ง 123 คนที่ยังมีปัญหา เข้าสู่กระบวนการรับสมัครเลือกตั้งอย่างถูกต้อง 2.เร่งประชาสัมพันธ์ให้คนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง

“มาร์ค” ซัด “ปู” พาชาติลงเหว

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ทางสถานีโทรทัศน์บลูสกายแชแนล ถึงการที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ระบุว่า รัฐบาลเลื่อนเลือกตั้งคนเดียวไม่ได้ อาจต้องมีการพูดคุยหารือกับส่วนอื่นว่า ไม่ทราบว่านายกฯคิดอะไร อาจตีความได้ว่าความรับผิดชอบอยู่ที่คนอื่น แต่ล่าสุดยังเห็นว่าพรรคเพื่อไทยยังชักธงรบ ข่มขู่ กกต.อยู่ตลอดเวลา ถ้านายกฯมีความจริงใจ ต้องหยุดพฤติกรรมการข่มขู่เหล่านี้ก่อน ถ้าจะเดินกันต่อไปแบบนี้จะเห็นปลายทางว่าการเลือกตั้งมีปัญหา ทำไมเราจึงไม่ป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้น จะเดินไปแบบไม่รู้ร้อนรู้หนาวแบบนี้หรืออย่างไร บางทีเราเห็นชัดอยู่แล้วว่าทางเดินมันกำลังเดินลงเหว แล้วรัฐบาลก็คิดแต่ว่าทำอย่างไรให้มันสะดวกขึ้นเท่านั้น ผู้ที่ไม่เอาการเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ. ไม่ได้แปลว่าเขาไม่เอา การเลือกตั้ง หรือไม่เอาประชาธิปไตย แต่การเลือกตั้งที่กำลังจะทำอยู่นี้มันไม่ใช่คำตอบในสถานการณ์ปัจจุบัน

ท้า พท.ชูนโยบายไม่เคารพศาล

นายอภิสิทธิ์กล่าวถึงการที่พรรคเพื่อไทยเสนอยุบศาลรัฐธรรมนูญและขู่ดำเนินคดีกับศาลรัฐธรรมนูญ หลังมีคำวินิจฉัยมาตรา 190 ว่าขัดกฎหมายรัฐธรรมนูญ  เป็นการยืนยันว่ารัฐบาลและพรรคเพื่อไทยไม่เคยถอย ไม่เคยยอมรับว่าสิ่งที่ตัวเองกระทำผิดลงไปเพื่อประโยชน์ให้กับตนเอง หรือเพิ่มอำนาจให้กับตนเอง ไม่มีการแสดงความรับผิดชอบอะไรทั้งสิ้น ยังเดินหน้าต่อ เพียงแต่เมื่อมีคนเรียกร้องให้ปฏิรูป ก็จะทำเป็นปฏิรูปด้วย ความจริงในการเลือกตั้งครั้งนี้พรรคเพื่อไทยน่าจะประกาศในการหาเสียงไปเลยว่า ไม่สนับสนุนการปฏิรูป ไม่เคารพศาล แต่ขณะนี้พรรคเพื่อไทยก็หาเสียงว่าจะปฏิรูปประเทศด้วย ซึ่งมีพฤติกรรมเหมือนกับการเลือกตั้งครั้งอื่นๆ คือมีลักษณะของการหลอกลวงกันใช่หรือไม่

ปชป.จี้ “ปู” ปลดสุญญากาศการเมือง

นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่า กรณีที่ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง ไม่รับคำร้องผู้สมัคร ส.ส. 28 เขตถือว่าเป็นภาวะที่ทำให้เกิดสุญญากาศทางการเมืองแล้ว เพราะหากยังเดินหน้าจัดการเลือกตั้งไปก็ไม่สามารถมี ส.ส.ได้ครบองค์ประชุมตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด ทำให้เปิดสภาฯไม่ได้ ดังนั้นรัฐบาลต้องหาทางแก้ไขไม่ใช่ผลักภาระทางการเมืองให้กับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพราะ กกต.ทำหน้าที่เต็มที่แล้ว แต่รัฐบาลมีท่าทีแข็งกร้าวจะเอาชนะประชาชนจนเกิดการต่อต้านในหลายจังหวัด เป็นหน้าที่ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯและ รมว.กลาโหม ต้องปลดสุญญากาศทางการเมืองเพื่อให้ประเทศเดินหน้าต่อจะดีกว่า ถ้าการเลือกตั้งผ่านพ้นไป เชื่อว่าประเทศไทยเข้าสู่กลียุคเพราะมีบุคคลที่ไม่ยอมรับกฎหมาย รัฐธรรมนูญและกระบวนการตรวจสอบของประเทศ กำลังใช้กระบวนการเลือกตั้งมาทำลายประเทศไทย

ภท.บี้ กกต.มองข้ามช็อตเลือกตั้งโมฆะ

ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายศุภชัย ใจสมุทร รองเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย พร้อมผู้สมัคร ส.ส.พรรคภูมิใจไทย เข้ายื่นคำร้องต่อ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อขอให้เร่งพิจารณาแก้ไขปัญหาการรับสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.แบ่งเขตเลือกตั้ง พื้นที่ 28 เขต 8 จังหวัดภาคใต้ ภายหลังศาลฎีกา แผนกคดีเลือกตั้ง และศาลปกครองสูงสุด มีคำสั่งไม่รับคำฟ้องไว้พิจารณา เนื่องจากไม่อยู่ในอำนาจ โดยนายศุภชัยกล่าวว่า พรรคภูมิใจไทย ขอให้ กกต. รีบดำเนินการแก้ไขปัญหาการรับสมัครเลือกตั้ง ส.ส.แบ่งเขตเลือกตั้ง ทั้ง 28 เขต จะด้วยวิธีการขยายเวลารับสมัครเลือกตั้งออกไป ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และการได้มาซึ่ง ส.ว. มาตรา 7 (1) หรือไม่ และถ้ามีการขยายการรับสมัคร จะมีวิธีการป้องกันผู้ขัดขวางการรับสมัครเลือกตั้งอย่างไร ขณะเดียวกันถ้าวันที่ 2 ก.พ.57 มีการลงคะแนนเลือกตั้ง ส.ส.บัญชีรายชื่อใน 28 เขต กกต.มีความมั่นใจหรือไม่ว่าจะไม่มีผู้ไปยื่นฟ้องให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ และ กกต.อาจถูกฟ้องว่าปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และหากการเลือกตั้งเป็นโมฆะ ต้องจัดการเลือกตั้งใหม่ ผู้ใดจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่จะสูญเปล่าไป

ลั่น 28 เขตเดดล็อกการเมือง

“พรรคภูมิใจไทย หวังว่า กกต. จะเร่งดำเนินการหาทางออก เพื่อให้การเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ. สามารถเดินหน้าต่อไปได้ เพราะหากปล่อยให้ 28 เขตเลือกตั้ง ไม่มีผู้สมัคร เชื่อว่าภายหลังวันที่ 2 ก.พ.จะมีจำนวน ส.ส.ไม่ถึง 95 เปอร์เซ็นต์ จะเกิดเดดล็อก กกต.ก็ต้องดำเนินการจัดการเลือกตั้งใหม่” นายศุภชัยกล่าว

พร้อมเต็มที่เลือกตั้งนอกราชอาณาจักร

นายเสข วรรณเมธี อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงความพร้อมเรื่องการจัดการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรทั้ง 92 แห่ง ใน 67 ประเทศ ว่า กระทรวงการต่างประเทศ โดยสถานเอกอัครราชทูตไทย และสถานกงสุลใหญ่ของไทยมีความพร้อมซึ่งจะจัดให้ลงคะแนนใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้านอกราชอาณาจักร ตั้งแต่วันที่ 13 -26 ม.ค. โดยมีผู้ลงทะเบียนใช้สิทธิทั้งหมด 143,800 คน สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่จะส่งบัตรเลือกตั้งกลับมาถึงไทยก่อนวันที่ 30 ม.ค. เพื่อส่งมอบให้ กกต.คัดแยกเพื่อส่งไปยังหน่วยเลือกตั้ง และนับคะแนนในวันที่ 2 ก.พ.

“ขุนค้อน–นิคม” เบี้ยวรับข้อหา ป.ป.ช.

ทางด้านความเคลื่อนไหวหลัง ป.ป.ช.มีมติ 308 ส.ส.-ส.ว.แก้ไขร่าง รธน.ที่มา ส.ว.มิชอบ วันเดียวกัน ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จ.นนทบุรี นาย วิชา มหาคุณ กรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะผู้รับผิดชอบสำนวนการถอดถอน 383 ส.ส.-ส.ว.ที่แก้ไขรัฐธรรมนูญ เรื่องที่มา ส.ว.โดยมิชอบ ได้นัดนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานรัฐสภา และนายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภา มารับทราบข้อกล่าวหากรณีปฏิบัติหน้าที่มิชอบในการทำหน้าที่ประธานที่ประชุมระหว่างการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เรื่องที่มา ส.ว. อย่างไร ก็ตาม เมื่อถึงเวลานัดหมายนายสมศักดิ์และนายนิคมได้ขอเลื่อนการเดินทางมารับทราบข้อกล่าวหา โดยอ้างว่าติดภารกิจ

เดดไลน์ 27 ม.ค.ไม่มาจบข่าว

นายประสาท พงษ์ศิวาภัย กรรมการ ป.ป.ช.กล่าวว่า ได้รับทราบจากเจ้าหน้าที่ว่า นายสมศักดิ์และนายนิคมได้ทำหนังสือเลื่อนการเดินทางมารับทราบข้อกล่าวหา โดยอ้างว่ามีเหตุขัดข้องไม่สามารถเดินทางมาได้ ซึ่งคณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้หารือกันแล้ว เห็นว่า จะนำระเบียบการไต่สวนของ ป.ป.ช.ข้อ 38 มาบังคับใช้ว่า หากผู้ถูกกล่าวหาไม่มารับทราบข้อกล่าวหา ให้ ป.ป.ช.ส่งรายงานการแจ้งข้อกล่าวหาทางไปรษณีย์ไปยังที่อยู่ตามทะเบียนราษฎรของผู้ถูกกล่าวหา และให้ปิดประกาศรายงานการแจ้งข้อกล่าวหาที่สำนักงาน ป.ป.ช. และสำนักงาน ป.ป.ช.จังหวัดให้ผู้ถูกกล่าวหารับทราบ ซึ่ง ป.ป.ช.จะส่งไปรษณีย์ให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบในวันที่ 13 ม.ค. เพื่อให้มาชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาภายใน 15 วัน ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ 27 ม.ค. ดังนั้น ถ้าไม่มาภายในเวลาที่กำหนดถือว่ารับทราบข้อกล่าวหาแล้ว แต่ไม่ประสงค์จะชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา

ห้ามอ้างพยานเป็นร้อยปั่นหัว ป.ป.ช.

นายประสาทกล่าวว่า ยืนยันว่า ป.ป.ช.เปิดโอกาสให้ผู้ถูกกล่าวหาชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาได้เต็มที่ เพื่อให้ความเป็นธรรม โดยผู้ถูกกล่าวหาสามารถนำทนายมาร่วมรับฟังในการชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาได้ และสามารถอ้างพยานหลักฐานให้ ป.ป.ช.ไปตรวจสอบเพิ่มเติมได้ ส่วนกรณี 308 ส.ส.และ ส.ว.ที่ต้องมารับทราบข้อกล่าวหาในวันที่ 15-17 ม.ค.นั้น ป.ป.ช.จะให้มารับทราบข้อกล่าวหาวันละประมาณ 100 คน ทั้งนี้ หากผู้กล่าวหาทั้งหมดจะยื้อเวลา โดยอ้างให้ ป.ป.ช.สอบพยานบุคคลเพิ่มหลายๆคน เพื่อถ่วงเวลา ป.ป.ช.จะดูเหตุผล ความจำเป็นเป็นรายกรณีๆ หากพบว่ามีความพยายามยื้อเวลา โดยให้สอบพยานเป็นร้อยๆคน ก็คงให้ไม่ได้ จะสอบเพิ่มให้เฉพาะพยานที่มีความจำเป็นจริงๆเท่านั้น

“นิคม” เสียงอ่อยจะไปตามกำหนด

นายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภา ให้สัมภาษณ์ว่าติดภารกิจในต่างจังหวัด ไม่สามารถเดินทางมาได้ เช่นเดียวกับนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานรัฐสภาที่ติดภารกิจหาเสียงอยู่ในพื้นที่ไม่สามารถเดินทางมาได้เช่นกัน จึงขอเลื่อนการรับทราบข้อกล่าวหาออกไปก่อน ทีแรกตั้งใจว่าจะมารับทราบข้อกล่าวหาภายหลังการเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ. ไปแล้ว โดยจะขอหารือกับนายสมศักดิ์อีกครั้ง แต่เมื่อ ป.ป.ช.กำหนดให้มาชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาในวันที่ 27 ม.ค. ก็พร้อมไปชี้แจงด้วยตัวเองภายในเวลาที่กำหนด ได้เตรียมหลักฐานไว้ชี้แจงต่อ ป.ป.ช.พร้อมหมดแล้ว และจะขอให้ ป.ป.ช.สอบพยานเพิ่มเติมด้วย

“สิงห์ชัย” เกาคางรอหนังสือแจ้งข้อหา

นายสิงห์ชัย ทุ่งทอง ส.ว.อุทัยธานี หนึ่งใน 381 สมาชิกรัฐสภาที่ร่วมลงมติแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มา ส.ว. กล่าวว่า ต้องรอหนังสือแจ้งข้อกล่าวหาอย่างเป็นทางการจาก ป.ป.ช. ส่วนตัวไม่ได้หนักใจมั่นใจว่าจะแก้ข้อกล่าวหาได้ทุกประเด็น และเชื่อว่า ป.ป.ช.คงต้องการลดแรงกดดันจากอีกฝ่าย ในส่วนของ ส.ส. ส.ว.ส่วนใหญ่คงไม่มีปัญหา คงมีปัญหาเฉพาะบางคน อย่างไรก็ตาม ตนพร้อมจะต่อสู้ทุกวิถีทางตามกระบวนการ เพื่อปกป้องสิทธิและหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติเอาไว้ เพราะเราไม่มีเจตนาจะทำลายล้างระบอบการปกครอง หรือทำลายรัฐธรรมนูญอย่างที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยไว้

ล่า 2 หมื่นชื่อสอย ส.ส.–ส.ว.แก้ ม.190
นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 190 ขัดรัฐธรรมนูญ ซึ่งถือเป็นครั้งที่สองที่ศาลได้ชี้ว่า รัฐบาลยิ่งลักษณ์มีพฤติกรรมละเมิดรัฐธรรมนูญ ไม่ปกครองตามระบอบประชาธิปไตยและไม่เคารพรัฐธรรมนูญ ซ้ำยังไม่ยอมรับอำนาจศาลรัฐธรรมนูญที่มีผลผูกพันทุกองค์กร พรรคประชาธิปัตย์จะรวบรวมรายชื่อประชาชน 20,000 รายชื่อเพื่อยื่นถอดถอนสมาชิกรัฐสภาที่กระทำผิดทั้งหมด เพราะรัฐบาลนอกจากไม่สำนึกแล้ว ยังคิดล้างผิด เพิ่มอำนาจผ่านการแก้รัฐธรรมนูญ

นายชวนนท์กล่าวถึงกรณีที่นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย โจมตีพิมพ์เขียวแผนการปฏิรูปประเทศไทยของพรรคประชาธิปัตย์ว่า การพูดต้องระมัดระวังในการกล่าวหาเพราะเป็นการหมิ่นประมาท โดยทีมกฎหมายกำลังพิจารณาที่จะดำเนินคดีกับนายพร้อมพงศ์ ซึ่งหากถูกดำเนินคดีเพิ่ม นายพร้อมพงศ์คงไม่จบชีวิตที่โฆษกพรรคเพื่อไทยแต่อาจได้เป็นโฆษกเรือนจำแทน

“มาร์ค” ฟันธงงบเมกะน้ำต้องเริ่มใหม่

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ทางสถานีโทรทัศน์บลูสกายแชแนล ถึงโครงการการบริหารจัดการน้ำที่ศาลปกครองระบุต้องรับฟังความเห็นจากประชาชนก่อนว่า ในแง่ของตัวโครงการ รัฐบาลจะพิจารณาตัวแผน และนำไปสู่การทำโครงการได้ แต่เรื่องการเงินขอยืนยันว่าต้องมาพูดกันใหม่หมด เพราะว่าเงินกู้ 3.5 แสนล้านบาทนั้นมันหมดอายุไปแล้ว ส่วนจะมีการออกเป็น พ.ร.ก.ใหม่หรือไม่นั้น ไม่แน่ใจว่าจะออกได้หรือไม่ เพราะคราวที่แล้วตอนที่ออกเป็น พ.ร.ก. มีคนไปชี้แจงว่าที่ต้องออกเป็น พ.ร.ก. เพราะว่าจะทำให้ทันหน้าฝน ปี 2555 แต่ตอนนี้มันปี 2557 แล้ว ดังนั้น อยากแนะนำรัฐบาลชุดหน้าที่จะเข้ามาว่า ถ้าเป็นโครงการที่ดีจริง ก็สามารถดำเนินการตามกระบวนการของงบประมาณ ตามขั้นตอนกฎหมายได้ เพราะตอนนี้เราเสียเวลาไม่ได้ทำอะไรมา 2 ปีแล้ว

โหวตข่าวนี้

Thairath TV

คิดต่าง อย่างเข้าใจ
  1. 1 เมนูทีวี 16/04/57 ดู 524 ครั้ง
  2. 2 เมนูทีวี 13/04/57 ดู 504 ครั้ง
  3. 3 เมนูทีวี 14/04/57 ดู 288 ครั้ง
  4. 4 เมนูทีวี 18/04/57 ดู 286 ครั้ง
  5. 5 ทีวีทีเด็ด 13/04/57 ดู 262 ครั้ง