มาร์คเตือนทักษิณ

โดย ทีมข่าวหน้า 1 26 ต.ค. 2556 09:00

ให้คิดถึงจุดจบปี49ส.ส.แดงโหวตสวน

“อภิสิทธิ์” เตือน “ทักษิณ” ระวังพบจุดจบซ้ำรอยปี 2549 หากย่ามใจลุยนิรโทษกรรมสุดซอย แขวะประดิษฐ์คำพูดโก้ๆ “เซตซีโร่” ก็แค่ข้ออ้าง แต่เนื้อหาจ้องล้างผิดคดีคอร์รัปชัน กรรมาธิการฯ ปชป. ไล่บี้ “ประยุทธ์” แจงข้อกังขานิรโทษกรรมครอบจักรวาล รองเลขากฤษฎีกายันไม่รวมถึงคดีของ ป.ป.ช. และ กกต. “เหวง” ชี้ร่างของ กมธ.เสี่ยงขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 3 “บก.ลายจุด” แนะนายใหญ่เปลี่ยนช่องทางหันไปแก้ ม.309 แทน ส่วนญาติเหยื่อเสื้อแดงอีกกลุ่มโผล่หนุนนิรโทษกรรมยกเข่ง โอดแม้ขมขื่นแต่ก็พร้อมเลิกคิดแค้นเอาคืนไม่จบสิ้น  สภากลาโหมประชุมเตรียมรับมือคำพิพากษาคดีพระวิหาร ส่ง ผบ.ทบ.ลงพื้นที่เคลียร์ชาวบ้านเข้าใจสถานการณ์ ห่วงไทย-เขมร กระทบกระทั่งบานปลาย

กรณีที่มีข่าว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โทรศัพท์สั่ง ส.ส.พรรคเพื่อไทยให้โหวตวาระ 2-3 สนับสนุนร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ที่กรรมาธิการเสียงข้างมากแก้ไขเนื้อหาให้เป็นการนิรโทษกรรมครอบคลุมทุกกลุ่มแบบเหมาเข่ง แต่ยอมให้ ส.ส.เสื้อแดงโหวตสวนได้ เพราะประเมินว่าจะมีคนต้านแค่เพียงประมาณหมื่นคนนั้น ล่าสุด นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาเตือน พ.ต.ท.ทักษิณ ระวังจะพบจุดจบซ้ำรอยเหตุการณ์เมื่อปี 2549

ปชป.บี้ “ประยุทธ์” แจงข้อกังขา

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 25 ต.ค. ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม มีนายสามารถ แก้วมีชัย ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการฯ เป็นประธานการประชุม โดยเชิญ ส.ส.ที่สงวนคำแปรญัตติมาชี้แจงเหตุผลต่อคณะกรรมาธิการฯ อย่างไรก็ตาม ก่อนเข้าสู่วาระ กรรมาธิการฯจากพรรคประชาธิปัตย์ อาทิ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายวัชระ เพชรทอง และนายแก้วสรร อติโพธิ ซักถามข้อเท็จจริงกับนายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ รองประธานคณะกรรมาธิการฯ ถึงกรณีที่ให้สัมภาษณ์ว่าการนิรโทษกรรมให้กับผู้ที่ถูกกล่าวหาโดยคณะบุคคลหรือองค์กรที่จัดตั้งขึ้นภายหลังการรัฐประหาร 19 ก.ย.49 หมายถึงคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) หรือไม่ โดยนายแก้วสรรตั้งข้อสังเกตว่า หากตีความให้หมายถึง กกต. จะส่งผลให้คดีทุจริตการเลือกตั้งที่ กกต.เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ส.ส.หรือผู้สมัครรับเลือกตั้งระหว่างปี 2547-2556 ได้รับการนิรโทษกรรมด้วย

กฤษฎีกายันไม่รวมคดี ป.ป.ช.–กกต.

ด้านนายประยุทธ์ชี้แจงว่า การตีความทางกฎหมายของนักกฎหมายสามารถมองได้หลายมิติ แต่สิ่งที่ทำไม่ได้หมายความถึงประเด็นดังกล่าว การทำหน้าที่ขององค์กรอิสระ หรือคณะบุคคลที่ถือเป็นพันธกิจจะนิรโทษกรรมไม่ได้ ซึ่งตระหนักในการทำหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ ยอมถูกวิจารณ์อย่างเสียหาย แต่ขอถามว่า ใครที่ได้ประโยชน์ได้ส่วนบุญกับสิ่งเหล่านี้ จากนั้นการประชุมเริ่มวุ่นวายเมื่อกรรมาธิการฯจากพรรคเพื่อไทยเรียกร้องให้นายสามารถเข้าสู่วาระการประชุม และอย่าให้กรรมาธิการฯจากประชาธิปัตย์ดึงเวลา ทำให้ทั้ง 2 ฝ่ายโต้เถียงกันอย่างหนัก จนนายสามารถต้องตัดบท ขณะที่กรรมาธิการฯจากพรรคประชาธิปัตย์เรียกร้องให้ตัวแทนคณะกรรมการกฤษฎีกาชี้แจงประเด็นที่ตั้งคำถาม ซึ่งนายนิพนธ์ ฮะกีมี รองเลขาธิการสำนักงานกฤษฎีกา ในฐานะกรรมาธิการฯ ชี้แจงว่า ตามความเห็นของกฤษฎีกา องค์กรที่จัดตั้งภายหลังการรัฐประหาร 19 ก.ย.49 คือ คตส. ไม่รวมถึง ป.ป.ช.ที่แต่งตั้งบุคคลเข้าไปทำหน้าที่ แต่ ป.ป.ช.จะถือเป็นองค์กรที่ทำงานสืบเนื่องจากคตส. เพราะทำงานไม่จบ จากนั้นที่ประชุมได้เข้าสู่การพิจารณาให้ผู้เสนอคำแปรญัตติชี้แจงต่อไป

ขู่ “ทักษิณ” ระวังจุดจบซ้ำรอยปี 49

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ โทรศัพท์สั่งการ ส.ส.พรรคเพื่อไทยให้เดินหน้าโหวตวาระ 2-3 รับร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม โดยประเมินว่าจะมีคนออกมาคัดค้านแค่หมื่นคนว่า ไม่รู้ พ.ต.ท.ทักษิณฟังการประเมินจากใคร แต่ยืนยันว่าคนที่คัดค้านกฎหมายฉบับนี้ไม่ใช่ 1 หมื่นคนแน่ แต่ไม่ว่าจะมีคนมากี่คน เหตุใด พ.ต.ท.ทักษิณไม่คิดถึงความถูกต้อง หากคิดว่ามีเสียงข้างมากแล้วทำอะไรก็ได้ น่าจะรู้จุดจบว่าคนที่คิดเช่นนี้ส่วนใหญ่เป็นอย่างไร เพราะมีประสบการณ์จากปี 2548-2549 แล้วก็น่าจะฉุกคิด

แขวะประดิษฐ์คำพูดโก้ๆก็แค่ข้ออ้าง

นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า การที่ พ.ต.ท.ทักษิณระบุว่าให้เซ็ตซีโร่ (Set Zero) นั้น ไม่ว่าจะประดิษฐ์ถ้อยคำอะไรมาก็หนีความจริงไม่พ้นว่าเป็นการล้างผิดให้คนโกง คอร์รัปชัน และไม่ได้ทำอะไรให้เริ่มใหม่จริง เพราะความขัดแย้งยังไม่ยุติ หากเซ็ตซีโร่แล้วมวลชนทุกฝ่ายเลิกหรือไม่ หรือถอยหลังกลับไปเริ่มรบกันใหม่ ถ้ารัฐบาลต้องการความปรองดอง ความไม่เป็นธรรมต้องสลายให้หมด แต่นักการเมืองไม่เกี่ยว และคดีทุจริตก็ไม่เกี่ยว แต่ พ.ต.ท.ทักษิณกลับเอามวลชนที่สนับสนุนตัวเองเป็นตัวประกัน เอาความสูญเสียประชาชนเป็นเครื่องมือทางการเมือง ที่มีการอ้างรัฐธรรมนูญมาตรา 30 เป็นความเสมอภาคกรณีความผิดเหมือนกัน แต่ไม่ได้หมายความว่าการนิรโทษกรรมคนที่มาชุมนุมทางการเมืองแล้วต้องนิรโทษกรรมคนโกงด้วย ผู้สื่อข่าวถามว่า ส.ส.เสื้อแดงพยายามผลักดันให้กลับไปใช้ร่างของนายวรชัย เหมะ ที่ไม่ได้นิรโทษกรรมเหมาเข่ง นายอภิสิทธิ์ตอบว่า เป็นทั้งการเล่นละครและไม่เล่น ปะปนกันไป ยังไม่เห็นสัญญาณว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงอะไร เพราะประธานกรรมาธิการระบุไม่ใช้ร่างของนายวรชัย

ดักคออย่าตีขลุมเหมารวมคดีอื่น

นายถาวร เสนเนียม ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ รองประธานกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ระบุว่าร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมจะหมายถึงการยกเลิกความผิดโดยองค์กรที่จัดตั้งหลังการรัฐประหาร รวมถึง กกต. ป.ป.ช. และ คตส.ว่า จะหมายรวมตีขลุมทั้งหมดอย่างนี้ไม่ได้ เพราะป.ป.ช.และ กกต.เป็นองค์กรที่มีการจัดตั้งและอยู่มาก่อนเกิดการรัฐประหาร มีเพียง คตส.เท่านั้นที่ตั้งขึ้นมา ฉะนั้นคดีต่างๆที่ คตส.ทำแต่ยังไม่เสร็จสิ้น และหมดวาระลงก่อน ต้องส่งเรื่องที่ค้างไปให้ป.ป.ช.หรือ กกต.ทำต่อ และขณะนี้เรื่องอยู่ระหว่างดำเนินการ ผู้สื่อข่าวถามว่ามีการระบุช่วงเวลาที่จะนิรโทษกรรมซึ่งไปสิ้นสุดที่เดือน ส.ค.2556 ทำให้บางฝ่ายระบุว่าอาจรวมถึงเรื่องอื่นที่ ป.ป.ช.และ กกต.รับไว้พิจารณาเช่น การทุจริตโครงการรับจำนำข้าว โครงการใช้งบน้ำ 1.2 แสนล้าน และงบจาก พ.ร.ก.เงินกู้ 3.5 แสนล้านบาท นายถาวรตอบว่า การออกกฎหมายครั้งนี้เป็นเรื่องการนิรโทษกรรมจากบุคคลที่เกี่ยวเนื่องมาจากการปฏิวัติ และเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับองค์กรที่ชี้ผิดชี้ถูกที่จัดตั้งโดย คมช.เท่านั้น ดังนั้นการตีขลุมแบบศรีธนญชัยโดยรวมคดีอื่นนั้นทำไม่ได้แน่

ป.ป.ช.รอดูเนื้อหาในร่าง

นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธาน ป.ป.ช. ให้สัมภาษณ์ถึงแนวทางการดำเนินการของ ป.ป.ช.เกี่ยวกับคดีความต่างๆหากร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมผ่านสภาว่า ยังบอกไม่ได้ว่าจะดำเนินการอย่างไร ต่อไป เพราะยังไม่ทราบว่ากฎหมายนิรโทษกรรมที่จะออกมามีรายละเอียดอย่างไรบ้าง สิ่งที่ ป.ป.ช.ทำในขณะนี้คือทำหน้าที่อย่างเต็มที่ในการตรวจสอบ เมื่อรับเรื่องมาจาก คตส.แล้วก็ต้องตรวจสอบต่อไป

แนะบังคับใช้กฎหมายเคร่งครัด

นายอุเทน ชาติภิญโญ หัวหน้าพรรคฅนไทย กล่าวว่า ทางออกเรื่องนี้จะต้องดำเนินการตามแนวทางของพรรคประชาธิปัตย์และแกนนำเสื้อแดง ที่ต้องการให้นิรโทษกรรมเฉพาะประชาชนที่ร่วมชุมนุม ไม่ควรขยายกรอบและเงื่อนเวลาออกไป จุดนี้สังคมไม่ไว้วางใจว่าต้องการนิรโทษกรรมใครและเพื่ออะไรกันแน่ ดังนั้น รัฐบาลและกรรมาธิการเสียงข้างมากโปรดหยุดเถอะ อย่าเห็นแก่ตัว ขอให้นิรโทษกรรมเฉพาะคนเสื้อแดงที่ถูกจับขังก่อน ไม่เช่นนั้นหากท้ายที่สุดศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่ากฎหมายฉบับนี้ขัดรัฐธรรมนูญ ใครเป็นผู้รับผิดชอบอิสรภาพของมวลชนที่ถูกจับขัง ขอเตือนอย่าดูถูกประชาชน หากดึงดันจะโหวตกฎหมายให้ผ่านไปจริง กลุ่มคนที่ไม่เห็นด้วยคงไม่ยอม จะก่อให้เกิดความไม่สงบ บ้านเมืองจะลุกเป็นไฟ สำหรับหนทางปรองดองที่จะเป็นทางออกของประเทศอย่างแท้จริงนั้น จะต้องผนึกรวมกำลังความคิดเห็นทั้งหลายเข้าด้วยกัน เพื่อเป็นพลังเกิดใหม่ที่ยิ่งใหญ่ คนทำผิดไม่ว่าอยู่ในฐานะใดต้องมารับโทษ และเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม แล้วจึงเข้าสู่กระบวนการขอพระราชทานอภัยโทษ หากเดินตามขั้นตอนนี้เชื่อมั่นว่าความวุ่นวายในประเทศจะหมดไป พรรคฅนไทยขอยืนหยัดแนวทางสันติวิธีที่จะรีเซ็ตประเทศไทยด้วยกฎหมาย รีเซ็ตกฎหมายเพื่อประเทศไทย

นปช.ย้ำจุดยืนไม่นิรโทษคนสั่งฆ่า

นางธิดา ถาวรเศรษฐ ประธาน นปช. กล่าวว่า ไม่ทราบเรื่องที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ โทรศัพท์มาพูดคุยกับแกนนำ นปช.เพื่อทำความเข้าใจร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมที่กรรมาธิการเสียงข้างมากแก้ไข อาจเป็นไปได้ที่จะพูดคุยผ่านใครคนใดคนหนึ่ง แต่ไม่ว่าจะคุยหรือไม่ จุดยืนของ นปช.ไม่เปลี่ยนแปลง คนเสื้อแดงรับไม่ได้ที่จะยกเว้นโทษให้คนทำผิดสั่งฆ่าประชาชน ต้องการให้คนผิดได้รับโทษตามกฎหมาย ตรงนี้ พ.ต.ท.ทักษิณและพรรคเพื่อไทยต้องเข้าใจและเห็นใจ คนเสื้อแดงละทิ้งการต่อสู้และปฏิเสธความรับผิดชอบต่อการสูญเสียไม่ได้

ยืนกรานโหวตสวน กมธ.

นายก่อแก้ว พิกุลทอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และแกนนำ นปช.กล่าวว่า ยังไม่ได้รับการยืนยันจากใครในพรรคเพื่อไทยว่าสามารถโหวตไม่รับร่างของกรรมาธิการเสียงข้างมากได้ แต่ส่วนตัวและ ส.ส.ที่เป็นแกนนำ นปช.คงต้องทำเช่นนั้น เพราะเป็นผู้มีส่วนได้เสีย หากโหวตสนับสนุนอาจเข้าข่ายขัดกันแห่งผลประโยชน์ ซึ่งผิดรัฐธรรมนูญ โดยในการประชุมพรรคสัปดาห์หน้าจะหารือเรื่องนี้ แกนนำ นปช.จะซักถามรายละเอียดและแสดงจุดยืน

“เหวง” ชี้อาจขัด รธน.มาตรา 3

นพ.เหวง โตจิราการ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และแกนนำ นปช.กล่าวว่า ยืนยันไม่เห็นด้วยกับการนิรโทษกรรมเหมาเข่ง ร่างที่กรรมาธิการเสียงข้างมากแก้ไขใหม่ขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 3 ที่กำหนดให้การทำหน้าที่ของทุกองค์กรต้องเป็นไปตามหลักนิติธรรม ซึ่งการนิรโทษกรรมให้ฆาตกรไม่เป็นไปตามหลักนิติธรรมแน่นอน และยังเลือกปฏิบัติไม่นิรโทษกรรมให้ผู้ทำผิดประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ดังนั้น เมื่อถึงเวลาลงมติ ตนจะงดออกเสียงเพื่อแสดงความไม่เห็นด้วยที่นิรโทษกรรมให้ฆาตกร อย่างไรก็ตาม คงต้องไปอธิบายให้คนเสื้อแดงฟังว่านี่เป็นวิถีทางของรัฐสภา พรรคเพื่อไทยเป็นมิตรกับ นปช. แม้เรื่องนี้เราไม่เห็นด้วย แต่ต้องยอมรับเสียงข้างมาก และต้องยอมรับผลที่ตามมาหากมีผู้ไปร้องศาลรัฐธรรมนูญ ขอเตือนสติอย่างเพื่อนกับเพื่อน ถ้าเพื่อนไม่ฟังก็ไม่รู้จะว่าอย่างไร

แนะ “ทักษิณ” หันไปแก้ ม.309 แทน

นายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด แนวร่วมคนเสื้อแดง กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงเนื้อหาร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมในชั้นกรรมาธิการ พรรคเพื่อไทยทำโดยไม่ปรึกษา ส่งผลให้เกิดปัญหาระหว่างคนเสื้อแดงและพรรคเพื่อไทยมาก แม้มีความเป็นไปได้ที่ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมจะประสบความสำเร็จ แต่คงต้องแลกด้วยความเชื่อมั่นและความไว้ใจของมวลชนที่สนับสนุน ซึ่งไม่น่าจะคุ้มค่า ดังนั้นพรรคเพื่อไทยควรกลับไปทบทวนให้รอบคอบ พ.ต.ท.ทักษิณไม่ควรใช้ช่องทางนี้ในการกลับประเทศ แต่ควรใช้กระบวนการอื่นแทนเช่น การแก้ไขมาตรา 309 แล้วยอมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

ญาติแดงอีกกลุ่มโผล่หนุนยกเข่ง

เมื่อเวลา 10.00 น. วันเดียวกัน ที่โรงแรมรัตนโกสินทร์ กลุ่มญาติวีรชนคนเสื้อแดงที่เสียชีวิตในเหตุการณ์สลายการชุมนุมปี 2553 นำโดยนายสมชาย เจียมพล บิดานายทิมเนตร เจียมพล ผู้เสียชีวิต แถลงข่าวสนับสนุนร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมที่กรรมาธิการปรับแก้ไขเนื้อหาในมาตรา 3 ให้นิรโทษกรรมครอบคลุมทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง โดยนายสมชายระบุว่า แม้รู้สึกขมขื่นและเจ็บปวด แต่พร้อมจะละวางความรู้สึกนั้นเพื่อลดเงื่อนไขความขัดแย้ง เลิกคิดแค้นเอาคืนไม่จบสิ้น เพื่อให้ประเทศเดินต่อไปได้ เชื่อว่าการนิรโทษกรรมเป็นทางออกที่ดีที่สุดแล้วสำหรับสถานการณ์บ้านเมืองตอนนี้ อย่างไรก็ตามขอให้รัฐบาลเร่งรัดกระบวนการเยียวยา เพื่อดูแลผู้ได้รับผลกระทบอย่างยุติธรรมและเหมาะสม การออกมาแถลงข่าวสนับสนุนครั้งนี้ไม่ได้รับงานมาจากพรรคเพื่อไทย แต่เรามากันด้วยใจ

ปัด “ทักษิณ” ยอม ส.ส.แดงโหวตสวน

นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ กล่าวถึงกรณีกระแสข่าว พ.ต.ท.ทักษิณโทรศัพท์หาแกนนำเสื้อแดงโดยอนุญาตให้โหวตไม่สนับสนุนร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมได้ว่า ได้ตรวจสอบข่าวดังกล่าวกับ พ.ต.ท.ทักษิณแล้ว ยืนยันว่า พ.ต.ท.ทักษิณไม่ได้พูดเช่นนั้น การที่ ส.ส.พรรคเพื่อไทยจะโหวตในทางใดเป็นเรื่องของพรรคและที่ประชุม ส.ส.จะพิจารณา โดยปกติพรรครับฟังความเห็นของ ส.ส. และในที่สุดจะมีแนวทางการลงมติในประเด็นปัญหาสำคัญของบ้านเมือง ไม่ใช่เรื่องที่ พ.ต.ท.ทักษิณจะสั่งการได้ ส่วนที่มีข่าวระบุ พ.ต.ท.ทักษิณประเมินว่ามีคนคัดค้านร่างกฎหมายฉบับนี้แค่หนึ่งหมื่นคนนั้น พ.ต.ท.ทักษิณไม่เคยพูดเช่นนั้น พ.ต.ท.ทักษิณรับฟังและเคารพความเห็นแตกต่างของทุกฝ่าย มุมมองทางการเมืองในสังคมประชาธิปไตยแตกต่างกันได้ แต่อยากให้บ้านเมืองเดินหน้า มีประชาธิปไตยที่แท้จริง ประเทศเกิดความปรองดองคือหลักการสำคัญ

โพลคนกรุงค้าน ก.ม.นิรโทษกรรม

ด้านกรุงเทพโพลเผยสำรวจความคิดเห็นประชาชนที่อาศัยในกรุงเทพฯและปริมณฑล 1,195 คน เรื่อง พ.ร.บ. นิรโทษกรรมกับการชุมนุมคัดค้าน  พบว่ากลุ่มตัวอย่างร้อยละ 55.1 ไม่เห็นด้วยกับการออกกฎหมายนิรโทษกรรม มีเพียงร้อยละ 28.2 ที่เห็นด้วย โดยร้อยละ 62.7 ว่าไม่เห็นด้วยกับการนิรโทษกรรมให้กับนักการเมือง ร้อยละ 61.0 ระบุว่าไม่เห็นด้วยกับการนิรโทษกรรมให้แกนนำการชุมนุม ร้อยละ 45.4 เห็นด้วยกับการนิรโทษกรรมให้กับประชาชนที่ร่วมชุมนุม แต่ร้อยละ 34.2 ระบุว่าไม่เห็นด้วย ขณะที่ร้อยละ  55.3  เห็นว่าเป็นการออกกฎหมายเพื่อประโยชน์ผู้มีอำนาจ  นักการเมืองบางกลุ่ม  มีเพียงร้อยละ  28.7 เห็นว่าทำเพื่อความปรองดองของคนในชาติ  สำหรับทิศทางการเมืองไทยหากร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมผ่านวาระ  3  และนำมาประกาศใช้จริง  กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 41.3 เชื่อว่าอาจเกิดการชุมนุมต่อต้านขยายในวงกว้าง  รองลงมาร้อยละ 15.1  เชื่อว่าทำให้ประชาชนสงบสุข ปรองดอง ร้อยละ 14.3 เชื่อว่าจะช่วยลดความตึงเครียดทางการเมืองและสังคมลงได้  นอกจากนี้  ร้อยละ 46.8 คิดว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่สามารถยับยั้งการออกกฎหมายได้  มีเพียงร้อยละ 11.6 ที่คิดว่ายับยั้งได้

ตร.ดำเนินคดีม็อบอุรุพงษ์

วันเดียวกัน มีรายงานว่า พ.ต.ท.จุมพล คณานุรักษ์ รอง ผกก.จร.สน.พญาไท แจ้งความดำเนินคดีนายอุทัย ยอดมณี อายุ 32 ปี นายนิติธร ล้ำเหลือ อายุ 48 ปี นายประกอบกิจ อินทร์–ทอง อายุ 32 ปี และนายพานสุวรรณ ณ แก้ว อายุ 27 ปี แกนนำกลุ่ม คปท. ตามคดีจราจรที่ 883/2556 ในข้อหาร่วมกันวาง ตั้ง ยื่น หรือแขวนสิ่งใดสิ่งหนึ่ง หรือกระทำด้วยประการใดๆ ในลักษณะกีดขวางการจราจร  ตาม  พ.ร.บ.จราจรทางบก มาตรา 114 โดยทำการปิดถนนพระราม 6 ทั้งขาเข้าและขาออก ปิดกั้นเส้นทางจราจรตลอด 24 ชั่วโมง ทาง บช.น.ได้เข้าไปเจรจา แต่แกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมไม่ยินยอม  ผู้กล่าวหามีหน้าที่ดูแลและอำนวยความสะดวกจราจร เห็นว่าการกระทำของทั้ง 4 คน เป็นการกระทำผิดกฎหมาย จึงแจ้งความร้องทุกข์กับ พ.ต.ท.บรรยง แดงมั่นคง พงส.ผนพ.สน.พญาไท อยู่ระหว่างสอบปากคำพยาน 23 ปาก สอบปากคำองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ จากนั้นจะออกหมายเรียกผู้ต้องหาทั้ง 4 คน มารับทราบข้อกล่าวหาต่อไป

คปท.งดกิจกรรมถวายอาลัยพระสังฆราช

ด้านการชุมนุมของกลุ่มนักศึกษาและประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ที่ปักหลักชุมนุมบริเวณแยกอุรุพงษ์ต่อเนื่องมาเป็นเวลา 16 วัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการชุมนุมวันนี้เป็นไปด้วยความโศกเศร้าและเงียบเหงา เนื่องจากคณะแกนนำ คปท. ประกาศงดจัดกิจกรรมเดินสายเดินเท้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ย่านเยาวราช และงดกิจกรรมปราศรัยทางการเมือง รวมทั้งกิจกรรมบันเทิงต่างๆ เพื่อร่วมไว้ถวายความอาลัยต่อการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เป็นเวลา 3 วัน นายอุทัย ยอดมณี แกนนำ คปท.กล่าวว่า ช่วงนี้จะงดจัดกิจกรรมเดินสายไปยังสถานที่ต่างๆ แต่ยังคงปักหลักชุมนุมที่บริเวณแยกอุรุพงษ์ กิจกรรมระหว่างนี้จะเป็นจัดเวทีเสวนาทางวิชาการ สลับกับการพูดคุยถึงประวัติ พระกรณียกิจ รวมทั้งจัดนิทรรศการเกี่ยวกับสมเด็จพระสังฆราชฯ ให้ประชาชนได้รับทราบ หลังจากร่วมไว้อาลัยแล้วเสร็จ แกนนำจะหารือกันและแถลงจุดยืนแนวทางการเคลื่อนไหวให้ทราบต่อไป

ตำรวจจับ นศ.ใช้เครื่องขยายเสียง

เมื่อเวลา 14.00 น. ร.ต.อ.จรัส จันสา พงส.สน.ดุสิต รับแจ้งมีรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า สีบรอนซ์ทอง ทะเบียน ถน 8286 กรุงเทพมหานคร ดัดแปลงเป็นรถขยายเสียงจอดอยู่บริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า มีนายดี แซ่คร้าม อายุ 65 ปี อยู่บ้านเลขที่ 26 ซอยทรายทอง ต.ท่าทราย อ.เมืองนนทบุรี เป็นคนขับ ซึ่งกลุ่มแกนนำนักศึกษามหาวิทยาลัยว่าจ้างรถคันดังกล่าวเพื่อเดินทางไปยื่นหนังสือที่กระทรวงศึกษาธิการ เรียกร้องระบบภายในของมหาวิทยาลัย โดยนายจักรพล พลละออ อายุ 21 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 2 มหาวิทยาลัยบูรพา กล่าวว่า ได้นัดกับแกนนำของมหาวิทยาลัยต่างๆบริเวณมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ จากนั้นขึ้นรถเดินทางไปยื่นหนังสือที่กระทรวงศึกษาธิการ ระหว่างทางได้ปราศรัยเกี่ยวกับการปฏิรูปการศึกษา เมื่อมาถึงลานพระบรมรูปทรงม้า เจ้าหน้าที่บริเวณใกล้เคียงเดินมาบอกให้งดใช้เสียงปราศรัย เนื่องจากอยู่ในเขตพระราชฐาน โดยตำรวจของ สน.ดุสิต เดินทางมาตรวจสอบพร้อมเชิญคนขับและนักศึกษาไปยัง สน.ดุสิต แจ้งข้อหากระทำผิด พ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียงในที่สาธารณะโดยไม่รับอนุญาต ปรับเงิน 200 บาท ก่อนปล่อยตัวคนขับรถดังกล่าวไป

สภากลาโหมถกรับมือคดีพระวิหาร

ที่กระทรวงกลาโหม น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ร่วมประชุมสภากลาโหม โดยมี พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รมช.กลาโหม พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ปลัดกระทรวงกลาโหม พร้อม ผบ.เหล่าทัพเข้าร่วมประชุม จากนั้น พ.อ.ธนาธิป สว่างแสง โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงการเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์บริเวณพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา หลังจากศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ศาลโลก) อ่านคำพิพากษาคดีปราสาทพระวิหารในวันที่ 11 พ.ย.ว่า นายกฯชี้แจงรายละเอียดให้สมาชิกสภากลาโหมได้รับทราบถึงการประชุมด้านความมั่นคงเมื่อวันที่ 21 ต.ค.ที่ผ่านมา เพื่อให้ไปสร้างความเข้าใจกับกำลังพล และประสานกับกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อนำข้อเท็จจริงและให้ความรู้กับประชาชนโดยเฉพาะชาวบ้านในพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ การประชาสัมพันธ์จะทำในทุกระบบและทุกส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศได้จัดทำสารคดีไว้แล้ว ส่วนหน่วยงานในพื้นที่ได้ประสานงานกันอย่างดี ทั้งแม่ทัพภาคที่ 2 ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. จะเดินทางไปพื้นที่กองทัพภาคที่ 2 เพื่อกำชับพูดคุยร่วมกับผู้บังคับหน่วยทหารในพื้นที่ พร้อมจัดเครื่องขยายเสียง 30 เครื่อง ในการประสานทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่บริเวณรอบปราสาทพระวิหาร

ห่วง 2 ชาติกระทบกระทั่งบานปลาย

“ประชาชนในพื้นที่ทั้งสองประเทศ จะได้รับฟังคำตัดสินของศาลโลก และคิดว่าทุกคนจะเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้น ในภาพรวมรัฐบาลจะแก้ไขปัญหาด้วยวิธีสันติโดยยึดประชาชนเป็นสำคัญ ทั้งนี้การปฏิบัติใดๆต้องยึดถือในกรอบของรัฐบาล ส่วนการแก้ไขปัญหาของกองทัพและหน่วยงานด้านความมั่นคงจะยึดถือนโยบายหลักที่รัฐบาลมอบหมาย โดยเฉพาะการพูดคุย การประนีประนอมในเชิงสันติวิถี ที่ผ่านมามีการกระทบกระทั่งบ้างเล็กๆน้อยๆ อาจนำไปสู่การขยายวงกว้างซึ่งก็มีบทเรียนมาแล้ว ทั้งนี้ ในเบื้องต้นจะต้องทำความเข้าใจในภาพรวม โดยกระทรวงการต่างประเทศจะต้องชี้แจงกับประชาชนในพื้นที่ให้เข้าใจกับสถานการณ์” พ.อ.ธนาธิปกล่าว

นายกฯเตรียมแถลงหลังศาลตัดสิน

นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า วันที่ 11 พ.ย. ที่ศาลโลกจะอ่านคำพิพากษาคดีปราสาทพระวิหาร น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯและ รมว.กลาโหม จะนั่งฟังคำพิพากษาร่วมกับนายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะคณะทำงานต่อสู้คดีในศาลโลก ทีมที่ปรึกษาทนาย และตัวแทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่ทำเนียบรัฐบาล และทันทีที่ศาลโลกอ่านคำพิพากษาเสร็จสิ้น นายกฯจะอ่านแถลงการณ์รัฐบาลผ่านทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย เพื่อแสดงจุดยืนรัฐบาลต่อคำพิพากษา ขณะที่นายสุรพงษ์  โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกฯและ รมว.ต่างประเทศ พร้อมทีมทนาย จะไปฟังคำพิพากษาที่กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์

“ปึ้ง” ถก “นัมฮง” สานความร่วมมือ

นายเสข วรรณเมธี อธิบดีกรมสารนิเทศ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงว่า การพบปะกันระหว่างนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกฯและ รมว.ต่างประเทศ กับนายฮอร์ นัมฮง รองนายกฯและ รมว.ต่างประเทศกัมพูชา ในวันที่ 28 ต.ค. จะมีการแถลงข่าวร่วมกันที่โรงแรมอรัญเมอร์เมด จ.สระแก้ว ซึ่งจะไม่พูดถึงคำพิพากษาของศาลโลก เพราะยังไม่มีคำตัดสิน แต่จะพูดคุยเกี่ยวกับกลไกระหว่างสองประเทศที่จะใช้ภายหลังจากศาลมีคำพิพากษา เพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชนบริเวณชายแดนว่า นายกรัฐมนตรีทั้งสองประเทศต้องการให้พื้นที่ชายแดนเป็นพื้นที่แห่งความสงบ  มีสันติภาพ จะไม่ปล่อยให้ประเด็นปราสาทพระวิหารส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์สองประเทศ ในส่วนของประเทศไทยนั้น นายกฯได้ให้ความเห็นชอบเมื่อวันที่ 21 ต.ค.ที่ผ่านมา ที่จะใช้กลไกคณะกรรมาธิการร่วม (เจซี) ที่มีอยู่แล้ว

“ไชยวัฒน์” นัดบุกบ้านนายกฯ

เมื่อเวลา 10.30 น. ที่หน้าสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย กลุ่มแนว ร่วมคนไทยรักชาติรักษาแผ่นดินประมาณ 40 คน นำโดยนายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ เดินทางมายื่นหนังสือถึงผู้นำสาธารณรัฐประชาชนจีนซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิกคณะมนตรีสมาชิกถาวรของสหประชาชาติ เพื่อปฏิเสธอำนาจของศาลโลก และคัดค้านการกระทำใดๆของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯและ รมว.กลาโหม โดยมี พ.ต.อ.เสริมพงศ์ กำพุสิริ ผกก.น. 5 บก.ส. 3 เป็นตัวแทนสถานทูตฯรับหนังสือดังกล่าว จากนั้นนายไชยวัฒน์ประกาศเชิญชวนมวลชนให้ไปร่วมชุมนุมซอยโยธินพัฒนา 3 ถนนประดิษฐ์– มนูธรรม ทางเข้าบ้านนายกฯในวันที่ 27 ต.ค. ตั้งแต่เวลา 14.00 น. จากนั้น มวลชนทั้งหมดแยกย้ายเดิน ทางกลับ

“ปู” เฉ่งโทรโข่งงานไม่เข้าเป้า

ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า เมื่อวันที่ 22 ต.ค.ที่ผ่านมาหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯและ รมว.กลาโหม เรียกนายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี และนายธีรัตถ์ รัตนเสวี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มาตำหนิว่า “ทำไมไม่สามารถควบคุมทิศทางข่าวการเมืองในทำเนียบรัฐบาลได้ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีก็ไม่ตอบโต้เรื่องการเมือง ขณะนี้รัฐบาลถูกสถานการณ์การเมืองรุมเร้าอย่างหนัก แต่กลับไม่ช่วยกัน เป็นอย่างนี้ก็ตาย ทำไมปล่อยให้เป็นรอง รัฐมนตรีทุกคนต้องออกมาช่วยกันทำงาน ออกมาชี้แจง ไม่ใช่ปล่อยให้ฝ่ายตรงข้ามเล่นงานฝ่ายเดียว ให้ข้อมูลผิดๆ กล่าวหารัฐบาล จนคนที่เป็นนายกฯต้องมาคอยตอบคำถามสื่อในทุกเรื่อง” จากนั้น นายกฯมีคำสั่งให้นายสุรนันทน์ นายธีรัตถ์ พล.ต.ต.ธวัช บุญเฟื่อง และนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ตั้งทีม วอร์รูมคอยมอนิเตอร์ข่าวแต่ละวัน ประสานงานทีมโฆษกพรรคเพื่อไทย ประสานโฆษกทุกกระทรวง เพื่อชี้แจงข่าวที่เกี่ยวข้อง โดยสัปดาห์หน้าจะมีการเรียกประชุมโฆษกกระทรวงทั้งหมดที่ทำเนียบรัฐบาล

สมช.จับตาผลถกหลายม็อบ 27 ต.ค.

พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวถึงการเคลื่อนไหวของกลุ่มต่างๆที่อยู่ตรงข้ามรัฐบาลว่า ต้องรอดูว่าที่นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานกลุ่มกรีน เชิญตัวแทนทุกจังหวัดมาเข้าร่วมประชุมในวันที่ 27 ต.ค.นี้ก่อนว่าน้ำหนักของกลุ่มดังกล่าวจะมีมากน้อยเท่าไร มีเป้าหมายของการชุมนุมและกำลังคนเป็นอย่างไร จึงจะสามารถประเมินภาพออก โดยจะต้องดูศักยภาพของเขาว่าจะทำให้ทุกกลุ่มไหลมารวมกันได้หรือไม่ ขณะที่กลุ่มเครือข่ายคนไทยหัวใจรักชาติของนายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ ที่ออกมาคัดค้านไม่ให้ไทยยอมรับอำนาจศาลโลกในคดีเขาพระวิหารนั้น ถือว่ามีความสัมพันธ์และเชื่อมโยงกันด้วย สำหรับกระบวนการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมนั้น เป็นกระบวนการของฝ่ายนิติบัญญัติ จึงไม่ใช่ภาระของรัฐบาล เพียงแต่รัฐบาลจำเป็นต้องชี้แจงทำความเข้าใจให้ประชาชนทราบ

นัด 4 พ.ย.โหวตวาระ 3 แก้ ม.190

ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์  ประธานรัฐสภา  ได้ออกหนังสือด่วนมาก ที่ สผ 0014/ร45 นัดประชุมร่วมกันของรัฐสภาครั้งที่ 15 สมัยสามัญทั่วไป วันที่ 4 พ.ย. 2556 เวลา 10.00 น. โดยมีวาระการพิจารณาที่สำคัญ คือ พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 190 เพื่อลงมติในวาระที่สาม

“ประเวศ” เสนอวิธีปฏิรูปประเทศ

เมื่อเวลา 14.00 น. ที่โรงแรมรามาการ์เด้น นพ.ประเวศ  วะสี นักวิชาการชื่อดังและอดีตประธานคณะกรรมการสมัชชาปฏิรูปประเทศ นำเสนอเรื่องการปฏิรูปประเทศไทยให้ได้ผลจริง ในเวทีภาคีพัฒนาประเทศไทย โดยกล่าวตอนหนึ่งว่า การปฏิรูปประเทศไทยต้องปฏิรูปโครงสร้างประเทศที่เป็นต้นตอปัญหาใหญ่ คือ ปฏิรูปโครงสร้างอำนาจ คือการคืนอำนาจการปกครองตนเองไปให้ท้องถิ่นให้จัดการตนเอง นอกจากนี้ต้องปฏิรูปสังคมทำให้เกิดความเสมอภาค และปฏิรูปการจัดสรรทรัพยากรให้ประชาชนมีที่ดินทำกิน มีที่อยู่อาศัยโดยจัดสรรให้อย่างเป็นธรรม ถ้าปฏิรูป 3 ส่วนนี้ได้ประเทศจะเรียบร้อย สามารถพัฒนาไปได้ ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือของประชาชนอย่างกว้างขวาง ประเด็นของประเทศไทยวันนี้เป็นประเด็นการจัดการ ไม่ใช่อยู่ที่ใครชนะ เพราะใครชนะก็จัดการไม่ได้

“เฉลิม” อาการทรงหมอให้อยู่ รพ.ต่อ

สำหรับความคืบหน้าอาการป่วยของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน ที่มีอาการชักเกร็งขณะนั่งประชุมที่กระทรวงแรงงาน จนถูกพาไปรักษาตัวอยู่ที่ห้องพิเศษ ชั้น 9 อาคารสมเด็จพระเทพรัตน์ รพ.รามาธิบดี เป็นวันที่ 5 แล้วนั้น นพ.สุรศักดิ์ ลีลาอุดมลิปิ ผอ.รพ.รามาธิบดีกล่าวว่า ภาพรวมอาการของ ร.ต.อ.เฉลิมยังทรงตัว พูดคุย เดิน นอน รับประทานอาหารได้ตามปกติ คาดว่าอาจต้องอยู่ฟักฟื้นต่อไปราว 1 อาทิตย์ เพราะแพทย์ยังต้องปรับยาให้เข้าที่กับตัวคนไข้ ต้องปรับลดหรือปรับเพิ่มยาให้อยู่ในระดับพอดี ส่วนจะออกจากโรงพยาบาลได้วันไหน ขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยของแพทย์เจ้าของไข้ โรคนี้ไม่ใช่โรคร้ายแรง ไม่ต้องเป็นห่วง แต่คนไข้ต้องดูแลตัวเอง

นายกฯคัดเลือกสมาร์ทเลดี้

เมื่อเวลา 14.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯและ รมว.กลาโหม เป็นประธานการคัดเลือกรอบสุดท้ายโครงการคัดเลือกผู้นำสตรีรุ่นใหม่ กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี SMART LADY THAILAND “ผู้หญิงสวย...ด้วยความคิด” จาก 16 คน เหลือ 12 คน เพื่อเข้าสู่ SMART LADY CAMP โดยนายกฯกล่าวว่า เชื่อว่าผู้ผ่านการคัดเลือกจากโครงการนี้ จะเป็นบุคคลที่มีคุณภาพและศักยภาพในสังคม และจะเป็นกำลังใจให้สตรีรุ่นใหม่พัฒนาตัวเองเป็นผู้นำในทุกมิติ และจะมีการถ่ายทอดสด Reality Smart Lady ผ่านทาง true vision ตั้งแต่วันที่ 16 พ.ย.-15 ธ.ค. เวลา 16.00-17.00 น. ขณะเดียวกัน นายสุพจน์ อาวาส ผู้ช่วยผู้อำนวยการธนาคารออมสิน นำผู้นำสตรี ผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ที่ได้รับการคัดเลือกไปดูงานการจัดการธนาคารเพื่อชุมชนที่ประเทศบังกลาเทศ จำนวน 77 คน เข้าเยี่ยมคารวะและรับโอวาทจากนายกรัฐมนตรีด้วย

โหวตข่าวนี้

Thairath TV

คิดต่าง อย่างเข้าใจ
  1. 1 เมนูทีวี 16/04/57 ดู 578 ครั้ง
  2. 2 เมนูทีวี 18/04/57 ดู 384 ครั้ง
  3. 3 เมนูทีวี 19/04/57 ดู 325 ครั้ง
  4. 4 เมนูทีวี 14/04/57 ดู 308 ครั้ง
  5. 5 ทีวีทีเด็ด 15/04/57 ดู 233 ครั้ง