'พสกนิกร'ปลื้มปติ 2ล้นเกล้า เสด็จวังไกลกังวล

โดย ทีมข่าวหน้า 1 2 ส.ค. 2556 09:00

มหาชนรอเฝ้าแน่นรายทาง เสียง‘ทรงพระเจริญ’กึกก้อง หมอชี้พระสุขภาพแข็งแรง

พสกนิกรสุดปลื้มปีติรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จฯประทับ ณ วังไกลกังวล หัวหิน พร้อมใจกันเปล่งเสียง “ทรงพระเจริญ” และร้องเพลง “สดุดีมหาราชา”ดังกึกก้อง ด้านคณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล  เผยพระอาการในหลวงอยู่ในเกณฑ์ดีมาก  เช่นเดียวกับพระอาการสมเด็จพระราชินีทรงพระดำเนินได้ดี  และทรงมีพระราชดำริที่จะไปประทับที่วังไกลกังวลชั่วคราว เพื่อทรงเปลี่ยนพระอิริยาบถ โดยคณะแพทย์ที่ถวายการดูแลตามไปด้วยทั้งหมด  รวมถึงจัดเตรียมอุปกรณ์ทางการแพทย์ไว้พร้อม  และระบุในหลวงทรงห่วงประชาชนอยู่ตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาจราจร ทรงมีพระราชดำริ 4 โครงการใหญ่ แก้วิกฤติรถติดฝั่งธนบุรี

ถือเป็นวันที่ปวงประชาชาวไทยสุดปลื้มปีติเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับทราบข่าวพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงหายจากพระอาการประชวร และเสด็จพระราชดำเนิน ยังวังไกลกังวล อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ในวันที่ 1 ส.ค. โดยตั้งแต่เช้าที่บริเวณอาคารเฉลิมพระเกียรติ รพ.ศิริราช มีประชาชนที่รู้ข่าวการเสด็จของล้นเกล้าทั้งสองพระองค์ มาจับจองที่นั่งเพื่อรอรับเสด็จ อย่างเนืองแน่น โดยเฉพาะบริเวณริมถนนบวรสถานภิมุข ใกล้กับประตูทางออกโรงพยาบาล ด้านท่าเรือวังหลัง มีประชาชนนำเสื่อและผ้าพลาสติกมาปูเพื่อจับจองพื้นที่เฝ้าส่งเสด็จกันยาวเหยียดตลอดทั้งแนว โดยประชาชนส่วนใหญ่ต่างพร้อมใจกันสวมเสื้อสีชมพู พร้อมกับนำพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระ นางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พร้อมกับธงชาติและธงตราสัญลักษณ์ ภปร.และ สก.เตรียมไว้เพื่อรับเสด็จ ในช่วงเย็น

กระทั่งเวลา 16.25 น.พระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จโดยรถเข็นพระที่นั่งลงจากที่ประทับชั้น 16 อาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลศิริราช ไปยังชั้นใต้ดินของอาคาร ประทับรถตู้พระที่นั่งออกจากโรงพยาบาลศิริราช เสด็จพระราชดำเนินกลับไปพักผ่อนพระราชอิริยาบถ ที่พระตำหนักเปี่ยมสุข วังไกลกังวล อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยพสกนิกรจำนวนมากคอยเฝ้ารับเสด็จอย่างเนืองแน่น ตลอดทั้งเส้นทางที่ขบวนเสด็จฯผ่าน

โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงประทับอยู่ตรงด้านขวาหลังคนขับ ทรงฉลองพระองค์สูทสีส้ม ทรงมีพระพักตร์ที่แจ่มใส ทรงแย้มพระสรวล และโบกพระหัตถ์ให้กับพสกนิกรที่มาเฝ้ารอ ขณะที่ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ซึ่งประทับอยู่บนพระเก้าอี้ด้านซ้าย ทรงฉลองพระองค์ผ้าไหมสีฟ้า ลายดอกไม้ ทรงมีพระพักตร์ที่แจ่มใส ทรงแย้มพระสรวล พร้อมกับโบกพระหัตถ์ให้กับประชาชนด้วย โดยทันทีที่ขบวนรถตู้พระที่นั่งเคลื่อนออกจากโรงพยาบาลศิริราช พสกนิกรต่างพร้อมใจกันเปล่งเสียง “ทรงพระเจริญ” และขับร้องเพลงสดุดีมหาราชา ดังกึกก้องไปทั่วบริเวณ พร้อมกับชูพระบรมฉายาลักษณ์ของทั้งสองพระองค์ทูนไว้เหนือหัว และโบกธงชาติไทย ธงพระปรมาภิไธย ภปร. และ สก.ปลิวไสวไปทั่วบริเวณ แสดงถึงความเทิดทูนอย่างสูงสุด รวมถึงบางรายที่เห็นพระพักตร์ทั้งสองพระองค์ โดยเฉพาะพระพักตร์สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ถึงกับหลั่งน้ำตา เมื่อเห็นพระองค์ทรงมีพระพลานามัยที่แข็งแรงยิ่งขึ้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าขบวนรถยนต์พระที่นั่งแล่นออกอย่างช้าๆ เพื่อให้พสกนิกรได้ชื่นชมพระบารมีอย่างใกล้ชิด โดยใช้เส้นทางออกจากอาคารเฉลิมพระเกียรติ เลี้ยวขวาผ่านตึกกายวิภาค เลี้ยวซ้ายผ่านหน้าหอประชุมราชแพทยาลัย ออกจากโรงพยาบาลศิริราช ทางประตูด้านท่าน้ำวังหลัง จากนั้นเลี้ยวขวาแยกพรานนก เข้าสู่ถนนอรุณอัมรินทร์ ผ่านแยกอรุณอัมรินทร์ ขึ้นสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า ขึ้นทางยกระดับคู่ขนานลอยฟ้า ลงทางยกระดับฉิมพลีบรมราชชนนี เข้าสู่พระราม 2 ถนนเพชรเกษม เข้าสู่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยตลอดทั้ง 2 ข้างทางมีพสกนิกรที่ทราบข่าวต่างพากันตั้งแถวรอรับเสด็จ ขบวนรถยนต์พระที่นั่งแล่นผ่าน

ทั้งนี้ ผู้มารอรับเสด็จ ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า รู้สึกปลาบปลื้มเป็นอย่างมากที่เห็นทั้งสองพระองค์ทรงมีพระพลานามัยที่แข็งแรง อาทิ นางวรรณ โหมดสง่า อายุ 61 ปี ชาวสำโรงเหนือ จ.สมุทรปราการ กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ได้เห็นพระพักตร์ทั้งสองพระองค์ โดยเฉพาะสมเด็จพระราชินี ไม่ได้เห็นนานแล้วตั้งแต่ทรงประชวร เมื่อได้เห็นพระองค์รู้สึกโล่งใจมาก พระองค์ทรงแจ่มใส ทรงสิริโฉมงดงามมาก ทรงโบกพระหัตถ์ แสดงให้เห็นว่าพระองค์ทรงมีพระวรกายที่แข็งแรงมากขึ้น ทำให้คลายความเป็นห่วงลงไปมาก ขอถวายพระพร “ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน” นางวรรณกล่าวพร้อมกับยกมือไหว้ท่วมหัว เช่นเดียวกับ น.ส.สิริกร สิริบูรณการ อายุ 65 ปี ชาวกรุงเทพฯ กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือและมีน้ำตาคล้อเบ้าอยู่ตลอดเวลาว่าได้เห็นล้นเกล้าฯ ทั้งสองพระองค์ประทับรถตู้พระที่นั่งเคียงข้างกัน ทำให้เกิดความรู้สึกปลาบปลื้มมากน้ำตาไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว ภาพนี้ถือเป็นภาพแห่งความประทับใจในรอบปีเลย

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า หลังจากที่เสด็จพระราชดำเนินกลับไปพักผ่อนพระอิริยาบถ ที่พระราชวังไกลกังวล หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังแจ้งว่า ในส่วนการถวายพระพร ที่ศาลาศิริราช 100 ปี โรงพยาบาลศิริราช ได้ปิดถวายพระพรตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

ก่อนหน้านี้ ศ.คลินิก นพ.อุดม คชินทร คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ได้แถลงถึงพระอาการว่าพระอาการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถอยู่ในช่วงที่มีพระสุขภาพดี ทำให้ทรงมีพระราชดำริที่อยากจะไปประทับที่วังไกลกังวล ที่หัวหิน เพื่อเป็นการเปลี่ยนพระอิริยาบถ และทรงมีพระสำราญ เป็นการไปประทับชั่วคราว แต่ไม่สามารถบอกได้ว่าท่านจะประทับกี่วัน ยังไม่ได้พระราชทานตรงนี้ อย่างไรก็ตาม ยังถือว่าพระองค์ยังเป็นคนไข้อยู่ คณะแพทย์ที่ถวายการดูแลอยู่ในปัจจุบันก็จะตามไปถวายการดูแลด้วยทั้งหมด ประเด็นสำคัญที่สุดคือ ความปลอดภัย อย่างที่พวกเราทราบว่า พระเจ้าอยู่หัวประทับอยู่ที่โรงพยาบาลศิริราช 3 ปีกับ 10 เดือนวันที่ 19 ก.ย.นี้ก็จะครบ 4 ปี ที่ผ่านมา พระโรคทั้งหลายอยู่ในเกณฑ์ดีเลย แต่ว่าจะมีบางช่วงยังมีพระอาการบ้างเป็นครั้งคราว เวลามีพระอาการเป็นครั้งคราว เช่น มีการติดเชื้อเป็นต้น ก็จะทำให้พระสุขภาพทรุดลง พอเรารักษาดีขึ้นแล้วต้องใช้เวลาฟื้นฟูอีกเยอะ เนื่องจากทรงมีพระชนมายุมากแล้วอันนี้เป็นเรื่องธรรมชาติ บางช่วงของพระองค์ ทรงเป็นเหมือนคนไข้ที่รอพักฟื้นประมาณนั้น อยากให้เข้าใจว่าทำไมพระองค์ท่านไม่เสด็จออกจากโรงพยาบาลสักที ก็คือพระองค์ท่านทรงพักฟื้นอยู่ แต่การพักฟื้นของพระองค์ท่านบางทีจะกลับมาเป็นปกติต้องใช้เวลา และถ้ามีภาวะอะไรมาแทรกซ้อนก็จะทรุดไปอีก อันนี้ก็ถือเป็นธรรมชาติของผู้สูงอายุ

คณบดีคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล กล่าวว่า ช่วงนี้เป็นช่วงที่พระองค์ท่านพระสุขภาพทั่วไปอยู่ในเกณฑ์ดีมาก คณะแพทย์ที่ถวายความปลอดภัยในเรื่องของพระสุขภาพเป็นสำคัญ ทางเราก็ได้ไปเตรียมที่วังไกลกังวล เตรียมตั้งแต่เรื่องสถานที่ให้เหมาะกับการที่จะต้องดูแลรักษาพยาบาล เตรียมเครื่องไม้เครื่องมือไว้เรียบร้อยหมดแล้ว มีการเตรียมการไว้หลายวันแล้ว เป็นการเตรียมการในกรณีที่เกิดปัญหา ขณะเดียวกันเราก็ไปเตรียมโรงพยาบาลที่หัวหินด้วย ในกรณีฉุกเฉินอาจต้องเข้าโรงพยาบาลที่หัวหินก่อนเบื้องต้น ก่อนที่จะกลับมาศิริราช ในเรื่องของความพร้อมเราคิดว่าพร้อมเต็มที่ แพทย์พยาบาลก็ได้จัดไปอยู่เวรที่หัวหินเหมือนกับเวรที่ศิริราช ไม่ได้ลดจำนวนลงเลย ถือว่าเป็นการถวายความปลอดภัยในแง่สุขภาพสูงสุด อันนี้ก็ได้กราบบังคมทูลไปว่าให้ทรงสบายพระทัยว่าต่อไปนี้เหมือนมีสองบ้าน หนึ่งคือบ้านศิริราช สองบ้านที่ไกลกังวล ถ้ามีพระราชประสงค์ที่จะไปประทับวังไกลกังวลจะไปเช้าเย็นกลับหรือว่าจะไปค้างคืนสามคืนทางศิริราชก็พร้อมที่จะไปถวายการดูแลรักษา และถ้ามีพระราชประสงค์จะกลับมาศิริราช ทางเราก็พร้อมตลอดเวลา ซึ่งตรงนี้อยากให้ประชาชนเข้าใจว่า เนื่องจากทรงมีพระชนมายุมากแล้ว โอกาสที่จะมีพระอาการประชวรก็เกิดได้ตามธรรมชาติ เพราะฉะนั้นช่วงไหนดีก็อยู่ศิริราชบ้าง อยู่ไกลกังวลบ้าง ถือเป็นเรื่องปกติ ที่สำคัญประชาชนจะได้ชื่นชมพระบารมีของทั้งสองพระองค์ โดยเฉพาะสำคัญช่วงนี้เข้าใจว่าทุกคนคงอยากเห็นพระสิริโฉมสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ หลังจากที่ทรงพระประชวรยังไม่ได้ให้ประชาชนได้เห็น ในวันนี้ก็จะเสด็จพระราชดำเนินไปด้วย

“พระสุขภาพทั่วไปดี แต่เนื่องจากว่า ช่วงที่เสด็จพระราชดำเนิน คณะแพทย์ขอพระบรมราชานุญาตให้ทั้งสองพระองค์ทรงใช้รถเข็นไฟฟ้าพระที่นั่งเพื่อเป็นการป้องกันความเสี่ยงต่างๆ ประชาชนจะได้สบายใจ เพราะจริงๆ ทั้งสองพระองค์ทรงพระดำเนินได้อย่างเป็นปกติ ในกรณีที่มีอะไรเร่งด่วน ทางคณะแพทย์มีความพร้อม โดยเราได้เตรียมเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่งเรียบร้อยแล้ว อีกทั้งได้ฝึกการรับทั้งสองพระองค์ขึ้นลงเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่ง มีความพร้อมทุกอย่าง” ศ.คลินิก นพ.อุดมกล่าว

คณบดีคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล กล่าวอีกว่า การเสด็จครั้งนี้ นอกจากประชาชนจะได้ชื่นชมพระบารมีแล้ว ที่สำคัญเป็นการถวายกำลังพระทัยที่สำคัญยิ่งต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เพราะตลอดระยะเวลาที่ทรงประทับที่ศิริราช มาประมาณ 3 ปีกว่า ทั้งสองพระองค์ทรงนึกถึงประชาชนตลอด ทรงรับสั่งกับคณะแพทย์พยาบาลเรื่องของประชาชน เรื่องโครงการพระราชดำริต่างๆ ทรงมีความห่วงใยตลอด อย่างเมื่อตอนน้ำท่วมเมื่อปี 2554 รับสั่งชัดเจนว่า ถ้าเราสบายดี ออกจากโรงพยาบาลได้ น่าจะไปช่วยได้มากกว่านี้ เป็นการสะท้อนถึงพระทัยที่ทรงห่วงใยอย่างมาก นอกจากนี้ ยังทรงดูแลความเป็นไปรอบๆ โรงพยาบาลศิริราช และรอบฝั่งธนบุรีตลอด พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานการแก้ไขปัญหาการจราจรรอบโรงพยาบาลศิริราช และฝั่งธนบุรี

ศ.คลินิก นพ.อุดมกล่าวว่า จากการที่พระองค์ทอดพระเนตรทางพระบัญชรทุกวันแล้วทรงเห็นว่ารถติด จึงมีพระราชดำริว่า ยิ่งเปิดโรงพยาบาลใหม่ โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ ตรงสถานีรถไฟเก่า ยิ่งจะทำให้รถยิ่งติดมากขึ้น พระองค์พระราชทานโครงการพระราชดำริ 4 โครงการในการแก้ไขการจราจร โครงการที่ 1 ทรงให้ปรับพื้นถนนรอบๆ โรงพยาบาลให้กว้างขึ้นและดีขึ้น โครงการที่ 2 ขยายสะพานอรุณอมรินทร์จาก 4 เลนเป็น 6 เลน และจะมีสะพานยกระดับข้ามแยกศิริราชไปกองทัพเรือ ซึ่งได้งบประมาณมาแล้ว 1,400 ล้านบาท จะช่วยบรรเทารถติดไปได้ โครงการที่ 3 มีพระราชดำริให้ขยายถนนสุทธาวาส ซึ่งเป็นถนนที่ข้ามทางรถไฟไปทะลุถนนจรัญสนิทวงศ์ พระราชทานให้ขยายถนนจาก 2 เลน เป็น 4 เลน และทำสะพานข้ามถนนจรัญสนิทวงศ์ โครงการที่ 4 มีพระราชดำริให้ทำทางยกระดับเหมือนทางยกระดับบรมราชชนนี จากปิ่นเกล้าข้ามคลองบางกอกน้อย แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าถนนอิสรภาพ ถึงแยกพรานนกแล้วเลี้ยวขวา ผ่านแยกไฟฉาย เป็นถนนยกระดับไปลงที่พุทธมณฑลสาย 4 ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาจราจรได้มาก

“แม้จะทรงพระประชวรแต่ก็ทรงนึกถึงประชาชน นึกถึงการแก้ไขปัญหาต่างๆ ให้กับประชาชนเสมอนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น” ศ.คลินิก นพ.อุดมกล่าว

ต่อมาในช่วงค่ำวันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่าตลอดเส้นทางที่ขบวนเสด็จฯผ่านถนนพระราม 2 ตั้งแต่ จ.สมุทรสาคร ไปจนถึงวังไกลกังวล หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์  มีพสกนิกรแต่ละพื้นที่มารอรับเสด็จอย่างเนืองแน่น  และแต่ละคนโบกธงและเปล่งเสียงทรงพระเจริญอย่างกึกก้อง บางคนปลื้มปีติถึงกับหลั่งน้ำตาด้วยความตื้นตันใจที่เห็นทั้ง 2 พระองค์มีพระพลานามัยแข็งแรง โดยเฉพาะชาว จ.ราชบุรี ต่างก็พร้อมใจกันสวมเสื้อสีฟ้า สีชมพู และสีเหลือง มารอเฝ้ารับเสด็จตลอดเส้นทางตั้งแต่เขตรอยต่อ จ.สมุทรสงคราม-จ.ราชบุรี จนไปถึงเขตรอยต่อ จ.เพชรบุรี ซึ่งมีระยะทางยาวกว่า 5 กม. โดยเฉพาะแยกวังมะนาว อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี มีพสกนิกรประมาณ 8,000 คน มานั่งเฝ้ารับเสด็จอย่างใกล้ชิด พอขบวนเสด็จฯผ่านมาต่างเปล่งเสียงร้องทรงพระเจริญๆๆ ดังลั่น ด้วยความปลาบปลื้ม

ส่วนที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ บรรยากาศภายในตัวเมืองหัวหินเต็มไปด้วยความคึกคัก เมื่อผู้คนจากทุกสารทิศเดินทางมาเฝ้ารอรับเสด็จและร่วมจุดเทียนชัยที่ทางเทศบาลหัวหินเตรียมไว้จำนวน 1 หมื่นเล่ม กระทั่งขบวนเสด็จฯผ่านมุ่งหน้าวังไกลกังวล  ประชาชนต่างเปล่งเสียงถวายพระพรดังกึกก้องทั้ง 2 ฝั่งถนนอย่างปีติยินดี

โหวตข่าวนี้

Thairath TV

คิดต่าง อย่างเข้าใจ
  1. 1 เมนูทีวี 21/04/57 ดู 710 ครั้ง
  2. 2 เมนูทีวี 19/04/57 ดู 508 ครั้ง
  3. 3 เมนูทีวี 20/04/57 ดู 381 ครั้ง
  4. 4 ทีวีทีเด็ด 19/04/57 ดู 196 ครั้ง
  5. 5 เมนูทีวี 22/04/57 ดู 181 ครั้ง