แม่ก็ช็อกดร.-ภริยาฟ้าผ่าสั่งเผาศพ

โดย ทีมข่าวหน้า 1 29 ก.ค. 2556 08:00

แล้วส่งกระดูกกลับเชียงใหม่มช.สดุดีผลงาน

มารดา ดร.อารัมภ์ กาวีวงศ์ อาจารย์คณะวิศวกรรม ม.เชียงใหม่ ที่โดนฟ้าผ่าเสียชีวิตอนาถพร้อมภริยาขณะเดินทางไปฮันนีมูนที่ประเทศสหรัฐฯ ยังช็อกที่สูญเสียบุตรชายไปกะทันหัน ยืนยันจะให้ญาติที่สหรัฐฯร่วมกับหน่วยงานเกี่ยวข้องฌาปนกิจศพลูกชายและลูกสะใภ้ แล้วส่งเถ้าอัฐิกลับมาบำเพ็ญกุศลที่บ้าน

จ.เชียงใหม่ แต่จะไม่เดินทางไปร่วมพิธีเพราะอายุมากแล้ว ขณะที่คณาจารย์และนักศึกษาคณะวิศวะฯมช. จัดทำนิทรรศการประวัติและผลงานเพื่อเชิดชูเกียรติ และทำบอร์ดขนาดใหญ่ไว้ให้เขียนคำไว้อาลัย รวมทั้งในเฟซบุ๊กของคณะด้วย ส่วนบิดามารดาของทันตแพทย์หญิงภริยาก็ยังช็อกกับเหตุการณ์เช่นกัน ปิดคลินิกเก็บตัวเงียบในบ้านพักใน รพ.ชลบุรี ไม่ยอมให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวเรื่องการเสียชีวิตของบุตรสาว

จากเหตุสลดใจกรณี ดร.อารัมภ์ กาวีวงศ์ อายุ 30 ปี อาจารย์ภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) ควงภรรยาสาว ทพ.ญ.รัชยา ตันตรานนท์ อายุ 30 ปี ที่เพิ่งเข้าพิธีวิวาห์หวานเดินทางไปฮันนีมูน และถึงคราวเคราะห์ถูกฟ้าผ่าเสียชีวิตอนาถทั้ง 2 ศพ บริเวณใกล้จุดชมวิวของ “แกรนด์ แคนยอน” สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังของประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 23 ก.ค. ที่ผ่านมา นับเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่เพราะ ดร.อารัมภ์เป็นบุคลากรที่มีคุณภาพและมีความรู้ความสามารถ จบการศึกษาระดับปริญญาเอกจากประเทศญี่ปุ่น ขณะที่ครอบครัวและเพื่อนร่วมงานต่างรู้สึกช็อกเศร้าสลดไปตามๆกัน เพราะเหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างไม่คาดคิด และอยู่ระหว่างดำเนินการติดต่อรับศพกลับมาบำเพ็ญกุศล

ความคืบหน้าอาจารย์หนุ่มและภรรยาสาวคนไทยคู่วิวาห์โดนฟ้าผ่าเสียชีวิตขณะเดินทางไปฮันนีมูนดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์ในสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 28 ก.ค. รศ.นพ.นิเวศน์ นันทจิต อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) กล่าวถึงกรณี ดร.อารัมภ์ กาวีวงศ์ อาจารย์คณะวิศวกรรมศาสตร์ มช.และ ทพ.ญ.รัชยา ตันตรานนท์ ภรรยา ถูกฟ้าผ่าเสียชีวิตขณะเดินทางไปฮันนีมูนที่ประเทศสหรัฐฯว่า ได้รับรายงานจาก ดร.ณัฐ วรยศ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มช. ผู้บังคับบัญชาของ ดร.อารัมภ์ รู้สึกตกใจและเสียดาย เพราะ ดร.อารัมภ์ ผู้ตายเป็นอาจารย์ที่มีความรู้ความสามารถ ทำงานเก่ง และมีอนาคตไกล ช่วยงานคณะและมหาวิทยาลัยอย่างดี ในส่วนของการดำเนินการช่วยเหลือของ มช.เบื้องต้นได้มอบหมายให้ ดร.ณัฐ ไปพบกับนางหัทยา กาวีวงค์ มารดาของ ดร.อารัมภ์ ที่บ้าน ต.ช้างเผือก อ.เมืองเชียงใหม่ เพื่อปรึกษาหารือในการนำศพคนทั้งสองกลับมา

จากการพูดคุยปรึกษาหารือในเบื้องต้น นางหัทยา กาวีวงศ์ มารดาของ ดร.อารัมภ์ กล่าวว่า ขณะนี้ยังช็อกและโศกเศร้าเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับบุตรชาย และยังตัดสินใจไม่ถูกว่าจะดำเนินการอย่างไรเรื่องศพบุตรชาย แต่มีแนวโน้มจะทำพิธีฌาปนกิจศพบุตรชายและลูกสะใภ้ที่ประเทศสหรัฐฯแล้วนำเถ้ากระดูกกลับมาบำเพ็ญกุศลที่บ้านใน จ.เชียงใหม่  ขณะนี้นางหัทยาได้มอบหมายให้ญาติใน แอลเอ ประสานกับกงสุลไทยในสหรัฐฯ เพื่อดำเนินการช่วยเหลือในการจัดพิธีศพ นอกจากนี้ญาติจะจัดพิธี “ถอนขึด” ณ สถานที่เกิดเหตุ ตามประเพณีของชาวล้านนา เพื่อขับไล่สิ่งอาถรรพณ์ทั้งหลาย และไม่ให้ดวงวิญญาณของผู้ตายตกอยู่ในบริเวณนั้น จะได้กลับสู่ จ.เชียงใหม่ ตามความเชื่อของโบราณล้านนา  สำหรับนางหัทยาอดีตเป็นอาจารย์สอนที่คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ส่วนสามีได้ถึงแก่กรรมไปแล้ว

รศ.นพ.นิเวศน์กล่าวต่อว่า  ขณะเดียวกันทาง มช.ได้ประสานไปยังนายกสมาคมนักศึกษาเก่ามช. ที่ แอลเอ ให้ช่วยเป็นธุระประสานกับกงสุลไทยในประเทศสหรัฐฯอีกทางหนึ่งในการจัดการเรื่องศพ  หากญาติของคนตายต้องการจะให้ช่วยเหลืออย่างไร ทาง มช.ก็พร้อมจะให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ และคงจะทราบแนวทางที่ชัดเจนในเร็วๆนี้

ด้าน  ดร.ณัฐ วรยศ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มช. กล่าวว่า  การดำเนินการเรื่องศพ  ดร.อารัมภ์ อยู่ระหว่างการประสานทางสถานทูตไทยดำเนินการคงอีกหลายวันจึงจะทราบผล และต้องประสานกับญาติของผู้เสียชีวิต ช่วงนี้ทางคณาจารย์และนักศึกษาได้ร่วมไว้อาลัยต่อการจากไปของ  ดร.อารัมภ์และภรรยา โดยจัดทำนิทรรศการขึ้นบริเวณชั้น G อาคาร 30 ปี วิศวกรรมศาสตร์ มช. โดยจะมีบอร์ดขนาดใหญ่ไว้สำหรับให้ผู้ที่จะมาเขียนคำไว้อาลัย  และเปิดโอกาสให้มีการเขียนข้อความไว้อาลัยในเว็บเพจ  หรือเฟซบุ๊กของคณะวิศวะ  มช.  ส่วนเรื่องการนำอัฐิผู้ตายกลับมา  ทางมหาวิทยาลัยจะประสานกับครอบครัวของผู้ตายอีกครั้ง

ส่วนบรรยากาศภายในคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ผู้สื่อข่าวไปสังเกตการณ์พบว่าคณาจารย์คณะวิศวกรรม มช. นักศึกษาและเจ้าหน้าที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้ร่วมกันจัดนิทรรศการประวัติของ ดร.อารัมภ์ กาวีวงศ์  และภรรยา  คือ  ทพ.ญ.รัชยา ตันตรานนท์ พร้อมทั้งบอร์ดขนาดใหญ่ เพื่อให้นักศึกษา  คณาจารย์  และบุคคลทั่วไปได้มาเขียนคำไว้อาลัย  พร้อมทั้งประวัติผลงานต่างๆ เรื่องวิจัยของ ดร.อารัมภ์ โดยกำลังอยู่ในระหว่างเตรียมจัดทำ

ต่อมาผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านของ  ดร.อารัมภ์ กาวีวงศ์ เลขที่ 174 หมู่ 2 ซอยรื่นรมย์ ต.ช้างเผือก อ.เมืองเชียงใหม่  เป็นบ้านหลังใหญ่  2  ชั้น  เนื้อที่เกือบ 1 ไร่  พบภายในบ้านเงียบเหงา  และมีคนในบ้านเป็นหญิงสาวอ้างว่าเป็นพี่สาวของ ดร.อารัมภ์ ออกมาเปิดเผยว่า  ขณะนี้ทุกคนกำลังอยู่ในอาการโศกเศร้า และแม่ก็อายุมากแล้ว  ตอนนี้ได้ประสานให้ญาติที่ประเทศสหรัฐฯดำเนินการฌาปนกิจศพ  ดร.อารัมภ์ และภริยา  และให้ส่งอัฐิกลับมาเพื่อประกอบพิธีทางศาสนา  โดยจะประสานกงสุลไทยและกระทรวงการต่างประเทศ ในวันที่ 29 ก.ค. เพื่อดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องพิธีศพ  ส่วนตนกับแม่คงไม่เดินทางไปร่วมพิธีเพราะแม่อายุมากแล้ว  คงให้ทางญาติที่สหรัฐฯและทางกงสุลไทยดำเนินการ  ส่วนที่มีหลายคนแนะนำให้ดำเนินการฟ้องร้องผู้ที่เกี่ยวข้องหน่วยงานของประเทศสหรัฐฯเกี่ยวกับความสูญเสียที่เกิดขึ้น  คิดว่าคงไม่ทำ เพราะเป็นต่างประเทศ อยู่ไกล และเสียค่าใช้จ่ายที่สูง คงไม่ติดใจเอาความวันเดียวกัน  ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังคลินิกเวชกรรมชื่อคลินิกแพทย์มนัส  ถนนวชิรปราการ  ต.บางปลาสร้อย  อ.เมืองชลบุรี  ของ นพ.มนัส  ตันตรานนท์ บิดาของ  ทพ.ญ.รัชยา  ตันตรานนท์  พบว่าคลินิกปิดทำการ  สอบถามชาวบ้านข้างเคียงบอกว่า นพ.มนัส ได้ปิดคลินิกตั้งแต่ทราบข่าวลูกสาวเสียชีวิต  ส่วนมารดาของ ทพ.ญ.รัชยา  ก็เป็นแพทย์ประจำ  รพ.ชลบุรี ชื่อ พญ.รัตนา ตันตรานนท์ มีบ้านพักอยู่ใน รพ.ชลบุรี  ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อขอสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยโทร.ครั้งแรก  พญ.รัตนาเป็นผู้รับสาย  ผู้สื่อข่าวสอบถามถึงเรื่องบุตรสาว พญ.รัตนาก็บอกให้คุยกับ นพ.มนัสแทน เมื่อ นพ.มนัสรับโทรศัพท์ ก็บอกว่าไม่พร้อมที่จะให้สัมภาษณ์แล้วรีบวางหูโทรศัพท์ทันทีโดยไม่ยอมให้สัมภาษณ์ใดๆ

นายมนัสวี  ศรีโสดาพล  อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ  กล่าวว่า  หลังสถานกงสุลใหญ่ไทย  ณ  นครลอสแอนเจลิส  ประเทศสหรัฐอเมริกา  ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่แผนกสืบสวนสอบสวนของโคโคนีโนเคาน์ตี้  เมืองแฟลกสตาฟ  รัฐอริโซนา กรณี ดร.อารัมภ์ กาวีวงศ์ และ ทพ.ญ.รัชยา ตันตรานนท์ ถูกฟ้าผ่าเสียชีวิตบริเวณจุดชมวิวเลอแฟร์ใกล้กับอุทยานแห่งชาติแกรนด์ แคนยอน ขณะนี้ร่างของผู้เสียชีวิตทั้งสองยังอยู่ในความดูแลของหน่วยงานดังกล่าว  ล่าสุดสถานกงสุลใหญ่และกรมการกงสุลได้ติดต่อกับญาติของบุคคลทั้งสองเพื่อประสานเกี่ยวกับการดำเนินการต่อไป เนื่องจากผู้เสียชีวิตมีญาติอยู่ที่สหรัฐฯด้วย  เพราะเจ้าหน้าที่ของโคโคนีโนเคาน์ตี้ไม่สามารถดำเนินการใดๆได้จนกว่าจะได้รับแจ้งเสียก่อน ทางเลือกขณะนี้คือจะให้ฌาปนกิจศพที่สหรัฐฯแล้วส่งเป็นอัฐิกลับมายังไทย  หรือจะให้จัดส่งร่างของผู้เสียชีวิตกลับภูมิลำเนา  ขณะนี้ยังคงรอญาติแจ้งความจำนงก่อนจะดำเนินการตามความประสงค์ต่อไป

โหวตข่าวนี้

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง