ค้นฐานพระแก้วจำลองซ่อนยาเสพติด

โดย ทีมข่าวหน้า 1 15 ก.ค. 2556 09:00

ปปส.ตามดมกลิ่นหลังสืบได้เบาะแส‘ธาริต’จ่อหมายจับสมีคำ-ผิดทางเพศ

ป.ป.ส.บุกค้นใต้ฐานพระแก้วมรกตจำลององค์ใหญ่ในที่พักสงฆ์วัดป่าขันติธรรม หลังพบเบาะแสอาจเป็นแหล่งซุกยาเสพติดพร้อมจับพระทุกรูปในวัดตรวจฉี่ ขณะที่พระ-เณร หลายสิบรูปทิ้งวัดเผ่นหนีหลังเกิดเรื่องอื้อฉาว ส่วนวัดในสังกัดระส่ำเร่งปลดป้ายสาขาออกกันจ้าละหวั่น อธิบดีดีเอสไอระบุ เตรียมเสนอศาลออกหมายจับ “สมีคำ” ในความผิดทางเพศ ก่อนยื่นให้สถานทูตอเมริกาเพิกถอนวีซ่าเข้าสหรัฐฯ และให้ กต.เพิกถอนพาสปอร์ตซํ้า แถมเล็งยื่นเรื่องเข้าคดีแพ่งให้ศาลบังคับ พ่อแม่โล้นฉาวตรวจดีเอ็นเอ เพื่อหวังผลต่อเนื่องไปถึงคดีอาญา แฉพบอดีตเณรคำมีชื่อครอบครองรถยนต์อยู่กว่า 70 คันแล้ว “มรภ.อุบลฯ” ตาสว่าง จ่อถอดถอน ป.เอกกิตติมศักดิ์ที่เคยมอบให้เมื่อปี 53 ด้านศิษย์เอกดิ้นสู้สุดฤทธิ์ ยืนยันอาจารย์มีสังกัดเป็นวัดในต่างประเทศ

แก๊งโล้นห่มเหลืองลวงโลกใกล้อวสาน หลังคณะสงฆ์จังหวัดศรีสะเกษ ฝ่ายธรรมยุต สั่งสอบอธิกรณ์อดีตพระวิรพล สุขผล หรือหลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก ประธานที่พักสงฆ์วัดป่าขันติธรรม บ้านยาง ต.ยาง อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ ก่อนลงมติเชือดพ้นจากผ้าเหลือง ข้อหาผิดพระธรรมวินัยต้องอาบัติปาราชิกเพราะเสพเมถุน กลายเป็น “สมีคำ” ที่เร่ร่อนหลบหนีคดีอยู่กับสมุนในต่างประเทศ เนื่องจากถูกหน่วยงานรัฐไล่ล่าเอาผิดทางกฎหมายในหลายข้อหาหนัก

ความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อเวลา 08.45 น. วันที่ 14 ก.ค. บรรยากาศภายในที่พักสงฆ์วัดป่าขันติธรรม บ้านยาง ต.ยาง อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ มีสภาพเงียบเหงา ไม่มีประชาชนแวะเวียนมาทำบุญ และกราบไหว้พระแก้วมรกตจำลององค์ใหญ่ที่สุดในโลกเหมือนเช่นเคย ขณะที่บรรดาพระและสามเณรที่เคยมีอยู่ในวัดหลายสิบรูป ได้พากันขนข้าวของย้ายหนีไปอยู่ที่อื่นเกือบหมดแล้ว ยังเหลือพระประจำอยู่ที่พักสงฆ์ดังกล่าวเพียงไม่กี่รูป

พระครูธรรมธรคำไข คณะสอบอธิกรณ์สมีคำ เผยว่า คณะสงฆ์จังหวัดศรีสะเกษได้สั่งให้พระในที่พักสงฆ์วัดป่าขันติธรรมเข้ามารายงานตัวว่าเป็นพระมาจากที่ใด บวชที่วัดใด เพื่อตรวจสอบความถูกต้อง จากนั้นจะแต่งตั้งประธานสงฆ์รูปใหม่เข้าควบคุมดูแลที่พักสงฆ์แห่งนี้ และในวันนี้เลขานุการคณะกรรมการสอบอธิกรณ์จะนำหนังสือ รวมทั้งมติของคณะกรรมการสอบสวนที่ให้อดีตพระวิรพลอาบัติปาราชิกไปให้พระครูวิสุทธิญาณ เจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ ฝ่ายธรรมยุต ลงนามเพื่อรายงานผลให้พระผู้ใหญ่รับทราบตามลำดับต่อไป

ช่วงเช้าวันเดียวกัน นายวิฑูรย์ จำปาทอง ผอ.ส่วนบังคับใช้กฎหมาย สำนักงาน ป.ป.ส.ภาค 3พ.ต.อ.ปรีชา เจริญทรัพย์ รอง ผบก.ภ.จ.ศรีสะเกษ พ.ต.อ.ภุชงค์ วรรณา ผกก.สภ.กันทรารมย์ นำเจ้าหน้าที่วิทยาการ เดินทางมาที่พักสงฆ์วัดป่าขันติธรรม เพื่อตรวจค้นสิ่งผิดกฎหมายและยาเสพติด พร้อมตรวจปัสสาวะพระที่จำวัดอยู่ในที่พักสงฆ์ดังกล่าว รวม 8 รูป เพื่อหาสารเสพติด แต่ไม่พบพระรูปใดมีปัสสาวะเป็นสีม่วง

นายวิฑูรย์ จำปาทอง ผอ.ส่วนบังคับใช้กฎหมาย ป.ป.ส.ภาค 3 เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่าตอนดึกๆ เที่ยงคืนราวตีหนึ่งตีสอง เคยมีรถยนต์วิ่งเข้ามาในวัดไปจอดด้านหลังองค์พระแก้วมรกตจำลององค์ใหญ่ แล้วนำสิ่งของบางอย่างเข้าไปเก็บใต้ฐานพระดังกล่าว จึงนำกำลังเข้ามาตรวจสอบหาสิ่งผิดปกติ จากการตรวจค้นใต้ฐานองค์พระพบก่อสร้างเป็นห้องย่อยหลายห้อง แต่ไม่พบสิ่งผิดปกติอื่นๆ มีแต่เสาไม้ค้ำยันก่อสร้างเท่านั้น ทั้งนี้ หากมีการนำยาเสพติดมาเก็บไว้ โดยเฉพาะยาบ้าหรือกัญชา ถึงแม้เวลาจะผ่านไปนานก็ยังตรวจพบได้ อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลชัดเจนว่าสมีคำเกี่ยวข้องกับยาเสพติด แต่เป็นที่น่าสงสัยคือ เงินที่มีข้อมูลว่ามีจำนวนมากมาจากไหน ซึ่งเป็นหน้าที่ของ ปปง. ต้องหาเส้นทางการเงินที่มาที่ไปให้ได้เพื่อจะได้รู้ว่าจะเกี่ยวข้องกับยาเสพติดหรือไม่

ส่วนที่ จ.อุบลราชธานี หลังจากพระราชธรรมโกศล เจ้าคณะจังหวัดอุบลราชธานี ฝ่ายธรรมยุต สั่งให้ขับสมีคำพ้นจากการปกครอง และสั่งให้พระในสังกัดที่พักสงฆ์วัดป่าขันติธรรม ซึ่งมาสร้างที่พักสงฆ์ใน จ.อุบลราชธานี รวม 3 แห่ง คือ ที่บ้านหนองฝาง ต.โพธิ์ใหญ่ อ.วารินชำราบ ที่บ้านหนองฝาง ต.คำเขื่อนแก้ว อ.สิรินธร และที่บ้านทรายมูล ต.ทรายมูล อ.พิบูลมังสาหาร เข้ารายงานตัวให้ถูกต้องตามระเบียบ การปกครองสงฆ์นั้น ผู้สื่อข่าวได้เข้าตรวจสอบที่พักสงฆ์ขันติบารมี สาขา 6 บ้านหนองฝาง ต.โพธิ์ใหญ่ อ.วารินชำราบ พบว่าถนนหน้าทางเข้าวัด ซึ่งแต่เดิมมีป้ายไม้ระบุว่าเป็นวัดในสาขาของสมีคำ เพื่อเรียกศรัทธาญาติโยม แต่หลังถูกแฉพฤติกรรมฉาวของสมีคำ ป้ายดังกล่าวถูกทาทับด้วยสีแดง ส่วนภายในที่พักสงฆ์บรรยากาศเงียบเหงาไร้เงาพระและผู้มาทำบุญ มีเพียงเด็กๆเข้ามาวิ่งเล่นกันไม่กี่คน

นายทอง ทองคำพิมพ์ อายุ 78 ปี ชาวบ้านหนองฝาง กล่าวว่า พระในสำนักสงฆ์แห่งนี้มี 5 รูป ขณะนี้เดินทางกลับไปยังต้นสังกัดเดิมเพื่อเตรียมเอกสารใบสุทธิมาแสดง และขอเข้าสังกัดคณะสงฆ์จังหวัดอุบลราชธานี ส่วนป้ายที่พักสงฆ์นั้น ตนนำสี มาทาทับ เพราะตั้งแต่สร้างที่พักสงฆ์มา 3-4 ปี สมีคำเคยมาแค่ 1-2 ครั้ง และไม่เคยให้เงินพัฒนาวัดเลย พระพุทธรูปและสิ่งปลูกสร้างในวัดเป็นเงินที่ชาวบ้านเรี่ยไรกันมาสร้างเอง เพราะต้องการให้มีวัดอยู่ในหมู่บ้าน จะได้ไม่ต้องเดินทางไปทำบุญยังวัดหมู่บ้านใกล้เคียงที่อยู่ห่างออกไปกว่า 4-5 กม. จากนี้ไปจะหารือกับชาวบ้าน ยื่นเรื่องต่อสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดอุบลราชธานี ขอตั้งเป็นวัดอย่างถูกต้องต่อไป

ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เมื่อเวลา 09.00 น. วันเดียวกัน น.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 26 ปี นำลูกชายวัย 11 ขวบ พร้อมนางเผย (สงวนนามสกุล) อายุ 82 ปี ผู้เป็นยาย และนายวิรอด ไชยพรรณ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดศรีสะเกษ เข้าพบ พ.ต.ท.พงษ์อินทร์ อินทรขาว ผบ.สำนักคดีความมั่นคง ดีเอสไอ เพื่อแจ้งความเอาผิดกับสมีคำ ที่มีเพศสัมพันธ์กับ น.ส.เอ ขณะอายุ 14 ปี โดยมีนายประเสริฐ วิเวกวัง กำนัน ต.โพธิ์ อ.เมืองศรีสะเกษ และนายณัฐกิจ ทองรักษา นายก อบต.โพธิ์ อ.เมืองศรีสะเกษ เดินทางมาเป็นพยานให้การยืนยันด้วย โดยพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำทั้งหมดเพื่อประกอบการพิจารณาขอศาลออกหมายจับสมีคำ ต่อไป

ต่อมาช่วงบ่าย นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ แถลงแนวทางการดำเนินคดีกับสมีคำว่า ภายหลังคณะสงฆ์ดำเนินการทางพระธรรมวินัยให้สมีคำพ้นจากการเป็นสงฆ์ ซึ่งดีเอสไอและอีก 5 หน่วยงานเห็นพ้องตรงกันว่า การให้พ้นจากสมณเพศเป็นความสำคัญอันดับแรก เพราะไม่ประสงค์ออกหมายจับหรือดำเนินคดีกับพระ ถือว่าหมิ่นสถาบันศาสนา แต่จากนี้จะดำเนินการต่อเนื่องทันที โดยคดีล่วงละเมิดทางเพศเด็กหญิงอายุต่ำกว่า 15 ปี มีโทษจำคุกไม่เกิน 20 ปี และความผิดฐานพรากผู้เยาว์ เป็น 2 ฐานความผิด ได้รับคำร้องทุกข์และสอบปากคำพยานทั้งหมดครบถ้วน จากนั้นจะขอศาลออกหมายจับ และเมื่อหมายจับออกแล้วจะส่งให้เพิกถอนหนังสือเดินทางหรือพาสปอร์ต ส่วนการเพิกถอนวีซ่า จะประสานสถานทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย ซึ่งความผิดทางเพศเป็นความผิดอุกฉกรรจ์ที่หน่วยงานในสหรัฐฯให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นในการเพิกถอนวีซ่า ไม่ให้อยู่ในสหรัฐฯอีกต่อไป

อธิบดีดีเอสไอกล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องอนาคต 2 แม่ลูก ดีเอสไอมีศูนย์ช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย จะมอบให้ดูแล 2 แม่ลูกในเรื่องคดีแพ่ง โดยทนายความอาสาของดีเอสไอจะเดินทางไป จ.ศรีสะเกษ เพื่อยื่นคำร้องต่อศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดศรีสะเกษ ขอให้ศาลสั่งว่าเด็กเป็นบุตรของสมีคำ มีผลทำให้สามารถเรียกค่าใช่จ่ายในการเลี้ยงดู หรือบังคับเอาจากทรัพย์สินที่ถูกกฎหมาย เพื่อให้แม่และเด็กได้รับทรัพย์สินในส่วนนี้ โดยจะยื่นคำร้องในวันที่ 18 ก.ค.นี้ และจะขอไต่สวนฉุกเฉินโดยเร็วที่สุด พร้อมขอตรวจดีเอ็นเอพ่อแม่สมีคำ ซึ่งในคดีอาญา บังคับตรวจดีเอ็นเอไม่ได้ แต่ในคดีแพ่ง เป็นการคุ้มครองแม่และเด็ก ศาลอาจพิจารณาให้ตรวจดีเอ็นเอ ก่อนนำผลดีเอ็นเอเข้ามาในคดีแพ่ง และจะขอผลเข้ามาในคดีอาญาด้วย

“เพื่อให้แม่ เด็ก และยาย ดำรงชีวิตต่อไป

ได้ในภายภาคหน้า ดีเอสไอจะรับเข้าโครงการคุ้มครองพยาน โดยจ่ายค่ายังชีพวันละ 400 บาทต่อคนต่อวัน หากมีพยานอื่นประสงค์จะเข้าให้การอีกขอให้ติดต่อเข้ามา ดีเอสไอพร้อมดูแลจนกว่าคดีจะเสร็จสิ้น ส่วนการตรวจข้อเท็จจริงเรื่องยาเสพติดของสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ เลขาฯ ป.ป.ส. กำลังตรวจสอบ หากได้ข้อสรุปจะเปิดเผยต่อไป” นายธาริตกล่าว ขณะที่ พ.ต.ท.พงษ์อินทร์ อินทรขาว ผบ.สำนักคดีความมั่นคง ดีเอสไอ กล่าวว่า จะเร่งรัดพยานหลักฐานที่เกี่ยวกับผู้เสียหาย และทรัพย์สินที่เชื่อว่าได้มาจากการแสดงข้อความเท็จหลอกลวงประชาชน โดยจะตามหารถ 35 คัน ที่มีการแจกไปถึงพระชั้นผู้ใหญ่ กรณีการซื้อรถเบนซ์ราคาแพง แต่ขายถูก รวมทั้งเร่งหารถที่ยังหาไม่เจอ

พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร ผบ.สำนักปฏิบัติการคดีพิเศษภาค ดีเอสไอ กล่าวว่า ในสัปดาห์หน้าจะลงพื้นที่อีกครั้ง หารายละเอียดว่ารถไปอยู่ในมือใครบ้าง เบื้องต้นมีรถเบนซ์ 22 คัน รถที่ซื้อแจก 35 คัน และรถหรูยี่ห้อมายบัคอีก 3 คัน ล่าสุดยังมีรถอีก 10 กว่าคัน ที่สมีคำไปซื้อด้วยตัวเองที่บริษัทใน จ.อุบลราชธานี ซึ่งเจ้าของขอเวลาในการรวบรวมหลักฐาน รวมแล้วพบว่าสมีคำมีชื่อเป็นเจ้าของรถอยู่ 70 กว่าคัน คาดว่าทั้งหมดจะมีรถถึง 100 คัน

ด้านนางเผย อายุ 82 ปี ยายของ น.ส.เอกล่าวว่า ขณะเกิดเหตุยอมรับว่าไปส่งหลานสาวให้สมีคำที่หน้าโรงเรียนและหน้าบ่อนไก่ ก่อนทั้งคู่จะนั่งรถกันไปสองต่อสอง สมีคำเป็นคนขับรถ โดยใส่หมวกไหมพรมอำพรางใบหน้า บางวันก็ห่มจีวร บางวันก็ใส่ชุดธรรมดา โดยขึ้นรถทุก 6 โมงเย็น และมารับตอนตี 4 ตี 5 ทุกวันต่อเนื่องนานเป็นปี ช่วงนั้นสมีคำรับปากเลี้ยงดูรับรองเป็นเมีย แต่แล้วก็ไม่ทำตามคำพูด หลังหลานคลอดลูก ได้นำมาเลี้ยงที่ อ.วาริน-ชำราบ จ.อุบลราชธานี สมีคำยังมาหาบ่อยๆ แต่ไม่ให้เงิน เพราะตอนนั้นยังไม่ดัง อ้างว่าไม่มีเงิน

น.ส.เอกล่าวว่า ตอนนั้นอายุ 13-14 ปี ได้มีความสัมพันธ์ทางเพศกับสมีคำ ส่วนน้องชายสมีคำก็รู้จัก แต่ไม่เคยร่วมหลับนอนด้วยตามที่มีลูกศิษย์สมีคำกล่าวอ้าง ยืนยันว่าร่วมหลับนอนกับสมีคำ ไม่ใช่น้องชายแน่นอน

นายณัฐกิจ ทองรักษา นายก อบต.โพธิ์ กล่าวว่า ช่วงที่สมีคำสร้างกุฏิศาลา ยายเผยไปเป็นโยมอุปัฏฐาก ช่วงนั้นคงนำหลานสาวไปช่วยงานถวายอาหารที่วัด ถวายไปถวายมา ตนก็เห็นสมีคำขับรถไปรับไปส่งกันที่วัด รับตอน 6 โมงเย็น มาส่งตอนตี 5 ตนเห็นทุกเช้า เพราะอยู่หน้าบ้าน บางวันก็ใส่ชุดนอก บางวันห่มจีวรพร้อมสวมหมวกไหมพรม

นายประเสริฐ วิเวกวัง กำนัน ต.โพธิ์ กล่าวว่า ตอนที่สมีคำเข้ามาในหมู่บ้านใหม่ๆ มีโยมอุปัฏฐากหลายคน พร้อมยายเผย ไปทำบุญที่วัดกันทุกวัน ก่อนที่สมีคำจะย้ายไปปักหลักที่ อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งชาวบ้านพูดกันเกี่ยวกับเรื่องที่สมีคำมีเมียหนาหูมาก ยืนยันว่าข่าวที่ออกมาตามสื่อมวลชนเป็นความจริงทุกประการ

วันเดียวกัน ร.ต.อ.หญิง สุวณีย์ แสวงผล รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เปิดเผยถึงการตรวจสอบเส้นทางทางการเงินของสมีคำว่า หากมีหลักฐานชี้ชัดว่าสมีคำมีความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนจริง ปปง.จะเข้าไปยึดทรัพย์สิน และตรวจเส้นทางการเงินได้ทั้งหมด โดยจะวิเคราะห์เงินบริจาคว่าเกิดจากการล่อลวง หรือจูงใจในการบริจาคหรือไม่ รวมไปถึงประเด็นการยักยอกทรัพย์สินของที่พักสงฆ์วัดป่าขันติธรรม และการฟอกเงินด้วยการซื้อรถยนต์ ส่วนการพบบัญชีที่เกี่ยวโยงกับสมีคำ 10 บัญชี มีเงินหมุนเวียนกว่า 200 ล้านบาท กำลังสอบข้อมูลร่วมกับกองปราบปราม ซึ่ง ปปง.ยืนยันว่าสามารถยึดทรัพย์ในต่างประเทศของสมีคำได้แน่นอน โดยผ่านการประสานงานกับ ปปง.ของแต่ละประเทศ หากพบว่ามีความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนและมีหลักฐานชัดเจน

นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวว่า หลังจากคณะสงฆ์ จ.ศรีสะเกษ ฝ่ายธรรมยุต ได้สอบปากคำผู้เสียหาย พยานหลักฐานแวดล้อม และดูพฤติกรรม ประกอบกับผู้ถูกร้องคือสมีคำ ไม่ยอมมาแก้ต่าง ทั้งที่ยืดระยะเวลาให้แล้ว ถือได้ว่ามีเจตนาทำให้เชื่อถือได้ว่า มีความผิดตามพระธรรมวินัยจริง ขั้นตอนจากนี้ไปคณะสงฆ์จะแจ้งมายัง พศ.ให้รับทราบ หาก พศ.พบตัวสมีคำ ยังแต่งกายแบบพระจะถือว่ามีความผิดฐานแต่งกายเลียนแบบพระสงฆ์ จะดำเนินการแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมายได้

พระพรหมเวที เจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยาราม กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) ในฐานะประธานคณะกรรมการศูนย์ควบคุมการไปต่างประเทศสำหรับพระภิกษุ สามเณร (ศ.ต.ภ.) กล่าวว่า พศ.ได้ส่งหนังสือให้ ศ.ต.ภ.พิจารณาถอนหนังสือเดินทางของสมีคำแล้ว แต่ ศ.ต.ภ.ไม่มีอำนาจ ทำได้เพียงแต่อนุญาตให้พระไปต่างประเทศเท่านั้น ผู้ที่มีอำนาจถอนหนังสือเดินทางได้คือกระทรวงการต่างประเทศ ทั้งนี้ ศ.ต.ภ.จะส่งความเห็นให้ พศ.ประสานกับกระทรวงการต่างประเทศว่าจะยกเลิกหนังสือเดินทางหรือไม่

นายประชุม ผงผ่าน อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี เผยว่า ในการประชุมสภา มรภ.อุบลราชธานี ในวันที่ 26 ก.ค. จะพิจารณาถอดถอนปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาสังคมศาสตร์เพื่อการพัฒนา ที่มอบให้นายวิรพล สุขผล หรือสมีคำ เมื่อปี 2553 ซึ่งเป็นกรณีแรก โดยมหาวิทยาลัย ได้หาข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และน่าจะตัดสินถอนปริญญาเอกดังกล่าวได้ทันที หลังจากนี้การจะมอบปริญญาให้กับใครต้องดูอย่างรอบคอบ

ด้านนายสุขุม วงประสิทธิ ประธานเครือข่ายบ้านวิมุตติธรรม กล่าวว่า คณะสงฆ์ที่สึกอดีตพระวิรพล โดยวิธีอ่านหนังสือให้ฟังลับหลังนั้น ไม่น่าจะถูกต้องตามหลักพระธรรมวินัย วิธีสึกแบบนี้เป็นครั้งแรกในโลก และการสึกโดยวิธีนี้ไม่น่าจะมีผลโดยสมบูรณ์ ยืนยันว่าขณะนี้อดีตพระวิรพลมีสังกัดแล้วเป็นวัดในต่างประเทศ อยากฝากไปถึงอธิบดีดีเอสไอ ให้กลับไปเรียนวิชาการสืบสวนสอบสวน การออกหมายเรียก และการออกหมายจับเพิ่มเติม ก่อนจะเสนอถอนหนังสือเดินทางของอดีตพระวิรพล ทั้งนี้ เครือข่ายบ้านวิมุตติธรรมจะสกัดกั้นทุกทางไม่ให้ฝ่ายปกครองใช้อำนาจรัฐไปในทางมิชอบ โดยจะยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมกับ รมว.ต่างประเทศ เพื่อให้ตั้งกรรมการขึ้นมาพิจารณาคำร้องถอนหนังสือ เดินทางของอดีตพระวิรพล ขณะเดียวกันจะนำภาพที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ยืนยันว่าเป็นภาพจริง ไม่ตัดต่อไปให้พิสูจน์ว่า คนที่นอนอยู่ข้างๆอดีตพระ
วิรพลนั้นเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย

โหวตข่าวนี้