แฉโจ๋ไทยเสพติดเว็บโป๊'รักร่วมเพศ'พรึ่บ

โดย ทีมข่าวหน้า 1 12 ก.ค. 2556 09:00

นศ.หมอก็ไม่เว้นผลวิจัยสื่อลามกจี้รัฐออกก.ม.คุม

สังคมไทยแนวโน้มเก้งกวาง-ฉิ่งฉับเต็มเมือง หลังผลสำรวจพบพฤติกรรมชายรักชาย หญิงรักหญิงพุ่งปรี๊ดและนักศึกษานิยมดูหนังโป๊ในโลกโซเชียลมีเดียโจ๋งครึ่มแบบไม่เกรงใจใคร  ส่วนกลุ่มหัวกะทิ แพทย์ วิทยาศาสตร์ นิยมใช้หาความบันเทิง เรียนรู้เรื่องเพศสังคมไทยตุปัดตุเป๋ วัฒนธรรมประเพณีซวนเซ เมื่อแนวโน้มชายรักชาย หญิงรักหญิง พุ่งสูงขึ้น ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 11 ก.ค. ที่โรงแรมบางกอกชฎา กรุงเทพฯ มีการประชุมวิชาการทางวัฒนธรรมระดับนานาชาติ จัดโดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม มีการเปิดเผยข้อมูลงานวิจัยทางวัฒนธรรมจำนวน 12 เรื่อง ที่ได้รับทุนสนับสนุนจากกรมส่งเสริมฯ หนึ่งในจำนวนนั้นมีผลงานวิจัยของ ผศ.ดร.ศิริพร เสริตานนท์ อาจารย์คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเซนต์จอห์น เรื่องผลของการเปิดรับสื่ออนาจาร ต่อพฤติกรรมทางเพศของนักศึกษามหาวิทยาลัย และแนวทางแก้ไขป้องกันปัญหาการเปิดรับสื่ออนาจาร ได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมประชุมอย่างมาก ดร.ศิริพรเปิดเผยว่า ปัญหาเรื่องเพศสัมพันธ์ในวัยรุ่นมีแนวโน้มเฉลี่ยอายุลดลงเรื่อยๆ สาเหตุหนึ่งของการมีเพศสัมพันธ์ มาจากการรับสื่ออนาจารต่างๆ จึงวิจัยในหัวข้อดังกล่าว ตั้งเดือนมกราคม-มีนาคม 2555 พบว่านักศึกษาเปิดรับสื่ออนาจารบนสมาร์ทโฟน ผ่านระบบอินเตอร์เน็ต ในโซเชียลมีเดีย อาทิ ยูทูบ เฟซบุ๊ก มากถึงร้อยละ80

ดร.ศิริพรกล่าวอีกว่า สำหรับช่วงอายุในการเปิดรับสื่ออนาจาร พบว่านักศึกษาชายเริ่มรู้จักและสัมผัสสื่อเมื่ออายุ 10-13 ปี นักศึกษาหญิง อายุ14-16 ปี กลุ่มตัวอย่างบางส่วนยังระบุว่า เคยประกาศหาคู่ทางอินเตอร์เน็ต ขณะที่ผลการประมวลสัดส่วนการเกิดพฤติกรรมทางเพศของนักศึกษากลุ่มตัวอย่างที่เคยเปิดรับสื่ออนาจารในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา พบว่า นักศึกษามีพฤติกรรมการเปิดรับสื่ออนาจารสูงสุด แต่ปฏิเสธการรับสื่ออนาจารเมื่อเพื่อนชักชวน รองลงมาคือ ชอบเที่ยวกลางคืนกับเพื่อนต่างเพศ หมกมุ่นทางเพศและเคยซื้อบริการทางเพศ และยังพบว่ากลุ่มตัวอย่างเคยมีเพศสัมพันธ์กับเพศเดียวกัน ชายกับชาย ร้อยละ 55 หญิงกับหญิง ร้อยละ 66 นอกจากนี้ยังพบพฤติกรรมทางเพศที่น่าสนใจ ที่เกี่ยวเนื่องกับการรับสื่ออนาจาร 3 ลำดับ ได้แก่ 1. เคยขายบริการทางเพศ 2. มั่นใจในความเป็นชายจริงหญิงแท้ และ 3. ควบคุมอารมณ์และการแสดงออกทางเพศได้ดีอีกด้วย ที่น่าสนใจอีกประการหนึ่ง กลุ่มเรียนดี ระดับหัวกะทิอาทิ นักศึกษาคณะแพทย์ และวิทยาศาสตร์ เป็นกลุ่มบริโภคสื่ออนาจารนี้เช่นกัน แสดงให้เห็นว่าสื่ออนาจารมีผลต่อนักศึกษาทุกกลุ่ม

ดร.ศิริพรกล่าวต่อไปว่า แนวทางการป้องกันนั้น กลุ่มอาจารย์เห็นว่ารัฐบาลต้องปรับปรุงกฎหมายและบทลงโทษ การประกอบธุรกิจสื่ออนาจารบน อินเตอร์เน็ต รวมทั้งสถาบันการศึกษาควรมีการสอดแทรกเนื้อหาการเรียนที่สอนให้นักศึกษา รู้จักเลือกรับสื่อที่เหมาะสมในรายวิชาต่างๆ กลุ่มผู้ปกครอง เห็นว่าควรจะมีการพัฒนาความรู้ของผู้ปกครองให้ใช้อินเตอร์เน็ตเป็น เข้าถึงชุมชนออนไลน์ได้ เพื่อตรวจสอบติดตามการใช้อินเตอร์เน็ตของบุตรหลาน จะช่วยให้ผู้ปกครองให้คำแนะนำที่ถูกต้อง โดนใจบุตรหลาน รวมทั้งพูดคุยถึงผลกระทบการใช้สื่ออนาจารกับบุตรหลานอย่างเปิดเผย ส่วนกลุ่มนักศึกษาผู้ที่เข้าถึงสื่ออนาจารโดยตรง เสนอแนวคิดไว้ว่าสื่อลามกอนาจารมีผลกระทบต่อจิตใจ ร่างกาย การป้องกันที่ได้ผลที่สุด คือ การฝึกควบคุมจิตใจตน รู้จักใช้เหตุผลในการเลือกรับสื่อ รู้เท่าทันสื่อ แต่คงเป็นเรื่องยากที่จะควบคุมเนื้อหาบนอินเตอร์เน็ตให้หายไปได้ ดังนั้น ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของแต่ละบุคคลในการเลือกบริโภคสื่ออย่างชาญฉลาด

โหวตข่าวนี้

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง