วันศุกร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ทึ่ง'ปุย'หมาไทย คาบทารก ให้คนช่วยชีวิต!


หนูน้อยแรกเกิดทิ้งกองขยะ ชะตาไม่ถึงฆาตสุนัขเจอก่อน นอภ.มอบปลอกคอชู‘ฮีโร่’

ฮือฮา “เจ้าปุย” หมาพันธุ์ผสมบางแก้วแสนรู้ กลายเป็นฮีโร่ช่วยชีวิตเด็กทารกน้อยที่ถูกแม่ใจยักษ์   ใส่ถุงพลาสติกไปโยนทิ้งกองขยะข้างทาง คาบถุงวิ่งกลับไปวางหัวบันไดหน้าบ้านพร้อมเห่ากระโชกบอกเจ้าของออกมาช่วยเหลือพาส่งโรงพยาบาลให้แพทย์ยื้อชีวิตไว้ได้  คาดแม่เด็กเป็นสาวโรงงานใจแตกตั้งท้องไม่มีพ่อ พอคลอดลูกออกมาจนปัญญาเลี้ยงดูเลยยัดใส่ถุงพลาสติกไปโยนทิ้ง  ตำรวจระดมกำลังตามล่าตัวแล้ว  ขณะที่นายอำเภอมอบเกียรติบัตรเชิดชูวีรกรรมของเจ้าปุยฮีโร่  ส่วนชาวบ้านที่ทราบข่าวก็แห่ชื่นชมพร้อมตกรางวัลให้เพียบ

พฤติกรรมแสนรู้ของหมาฮีโร่ช่วยชีวิตทารกน้อยที่ถูกแม่ใจยักษ์นำมาทิ้งกองขยะเปิดเผยเมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 3 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่ามีสุนัขคาบถุงขยะภายในมีเด็กทารกแรกเกิดมาไว้หน้าบ้านเลขที่ 87/1 หมู่ 1 ต.ศาลาลอย อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา จึงไปตรวจสอบ พบชาวบ้านจำนวนมากพากันมามุงดูสุนัขไทยพันธุ์ผสมบางแก้ว เพศผู้ อายุ 2 ปี ชื่อ “เจ้าปุย” คาบถุงพลาสติกสีขาวจากกองขยะข้างทางมาวางไว้หน้าบ้าน ภายในถุงมีร่างเด็กทารกแรกเกิด เพศหญิง ยังมีชีวิต โดยมีสายสะดือและรกติดอยู่

จากการตรวจสอบสภาพร่างกายทารกน้อยอ่อนแรงและลำตัวเริ่มเขียว จึงรีบช่วยเหลือนำส่ง รพ.ท่าเรือ แพทย์ตรวจพบว่าเป็นเด็กทารกแรกเกิดคลอดก่อนกำหนด อายุในครรภ์ประมาณ 7 เดือนครึ่ง น้ำหนักตัว 2,200 กรัม จึงเร่งช่วยชีวิตด้วยการให้ออกซิเจนจนอาการดีขึ้น แต่ยังไม่พ้นขีดอันตราย ต้องนำส่งไปรักษาต่อที่ รพ.พระนครศรีอยุธยา

สอบถามนายกำเนิด ทองมาก อายุ 55 ปี เจ้าของบ้านและเจ้าของสุนัข เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุ ด.ญ.สุดารัตน์ ทองมาก อายุ 12 ปี หลานสาว ได้ยินเสียงเจ้าปุยเห่ากระโชกดังผิดปกติอยู่ที่หัวบันไดบ้าน เปิดประตูออกไปดูพบเจ้าปุยคาบถุงพลาสติกยืนอยู่หน้าบ้าน พอเข้าไปดูใกล้ๆก็ต้องตกใจ เมื่อพบว่าภายในถุงมีร่างเด็กทารกน้อยยังมีชีวิตอยู่แต่หายใจรวยริน จึงเข้าไปตามคนในบ้านออกมารีบช่วยเหลือนำส่งโรงพยาบาล เบื้องต้นคาดว่าแม่เด็กเป็นสาวใจแตกตั้งท้องไม่มีพ่อ คลอดลูกออกมาก่อนกำหนด ไม่มีปัญญาเลี้ยงดูจึงนำลูกน้อยใส่ถุงพลาสติกไปโยนทิ้งกองขยะข้างทาง แต่โชคดีที่เจ้าปุยสุนัขแสนรู้ผ่านไปเห็นจึงคาบกลับมาที่หน้าบ้าน

ด้านนางภุมรัตน์ ทองมาก อายุ 34 ปี แม่ของ ด.ญ.สุดารัตน์ เผยว่า เจ้าปุยเป็นสุนัขนิสัยดี ชอบเล่น จะเที่ยวเล่นกับสุนัขแถวบ้านไปถึงปากซอย คาดว่าเจ้าปุยน่าจะคาบถุงใส่เด็กมาจากปากซอยที่เป็นป่ารกทึบ เป็นที่น่าแปลกใจเพราะที่ผ่านมาเจ้าปุยไม่เคยคาบอะไรเข้ามาในบ้าน นอกจากส่งเสียงเห่าเวลาคนแปลกหน้าเข้ามาในบ้านเท่านั้น จึงคิดว่าคงเป็นบุญที่ทำร่วมกันมา ส่วนตัวแล้วรู้สึกสงสารเด็กจึงอยากขอมาเลี้ยงเอง เพราะตนมีลูกคนเดียว ได้แจ้งความประสงค์ไว้กับกาชาดอำเภอท่าเรือว่าหากแพทย์ช่วยเหลือจนปลอดภัยและเจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงเสร็จสิ้นตามกระบวนการแล้วจะขอรับอุปการะเลี้ยงดูเด็กคนนี้

ขณะเดียวกัน นายวิทิต ปิ่นนิกร นายอำเภอท่าเรือ เดินทางมาที่บ้านหลังดังกล่าวเพื่อสอบถามเรื่องราวที่เกิดขึ้น จากนั้นเปิดเผยว่า เท่าที่สอบถามทราบว่าเจ้าปุยไปคาบถุงพลาสติกมาและเห่าเรียกเจ้าของอย่างดังเพื่อแจ้งเตือนว่ามีเด็กทารกอยู่ในถุงพลาสติก เป็นพฤติกรรมที่เฉลียวฉลาดมาก ซึ่งปกติเจ้าปุยจะหากินไม่ไกลบ้านมากนักและวนเวียนอยู่แต่ในชุมชนเท่านั้น จะได้แจ้งตำรวจพร้อมใช้เครือข่ายกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และ อปพร. ตรวจสอบในชุมชนว่าก่อนหน้านี้มีหญิงสาวท้องแก่ใกล้คลอดหรือไม่ เพื่อจะได้ตามตัวแม่ใจร้ายที่ก่อเหตุมาดำเนินคดี ส่วนเจ้าปุยหมาแสนรู้ที่สร้างวีรกรรมฮีโร่ช่วยชีวิตเด็กน้อยจะทำปลอกคอหนังพร้อมเหรียญเชิดชูวีรกรรมในการทำความดีครั้งนี้ด้วย

ช่วงเที่ยงวันเดียวกัน พ.ต.อ.จิตเกษม สนขำ ผกก.สภ.ท่าเรือ เผยว่า บริเวณที่เกิดเหตุเป็นชุมชน มีหมู่บ้าน โรงงานตัดเย็บเสื้อผ้า โรงงานขนาดเล็ก บ้านเช่า และห้องเช่าจำนวนมาก อาจมีสาวโรงงานใจแตกคลอดลูกก่อนกำหนดแล้วนำใส่ถุงมาโยนทิ้งไว้ในที่เปลี่ยวหรือกองขยะในช่วงเช้ามืด แล้วสุนัขคาบมาไว้หน้าบ้านกระทั่งมีคนมาพบและช่วยเหลือจนรอดชีวิตอย่างปาฏิหาริย์ ได้สั่งฝ่ายสืบสวนลงพื้นที่กระจายกำลังตามล่าแม่ใจยักษ์มาดำเนินคดีแล้ว ขณะที่ พ.ต.ท.ชัยวัฒน์ แย้มการบุญ พงส.สภ.ท่าเรือ เผยว่า ตรวจสอบเบื้องต้นยังไม่พบว่ามีหญิงท้องในละแวกดังกล่าว อย่างไรก็ตามได้ไปตรวจจุดต้องสงสัยบริเวณอาคารร้างห่างจากบ้านไปประมาณ 50 เมตร ยังไม่พบสิ่งผิดปกติ จึงต้องนำพยานที่อยู่ในเหตุการณ์ไปสอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้ง

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า หลังจากข่าวแพร่สะพัดออกไป ชาวบ้านและหน่วยราชการพากันแห่มาดูตัวและชื่นชมเจ้าปุย  สุนัขฮีโร่  โดยนายวิทิต ปิ่นนิกร นายอำเภอท่าเรือ นางศศิธร ปิ่นนิกร นายกกิ่งกาชาดอำเภอท่าเรือ นำอาหารและปลอกคอมาให้เจ้าปุย พร้อมมอบใบประกาศเกียรติบัตรเขียนว่า มอบให้แก่เจ้าปุยฮีโร่ “คาบทอง” ฮีโร่ในใจคนท่าเรือช่วยชีวิตเด็กแรกเกิดไว้ได้ ขอให้ฮีโร่ปุยและเจ้าของมีความสุข มีผู้อุปถัมภ์ค้ำชูตลอดไป มอบให้วันที่ 3 มิถุนายน 2556 นอกจากนี้ นายอนันต์  เสาพูล  เจ้าของคลินิกสัตวแพทย์หมอนันท์ นำอาหารและอุปกรณ์ของสุนัขพร้อมตรวจดูแลสุขภาพเจ้าปุยอย่างละเอียด และนายชัช ตลาดไท มอบเงินสด 10,000 บาท ให้กับนายกำเนิด ทองมาก เจ้าของเจ้าปุย เพื่อไว้ใช้จ่ายเป็นค่าอาหารให้เจ้าหมาฮีโร่ด้วย