รื้อ 'สะพานมรณะ' ผวา กลิ่นศพโชยหาไม่พบ ล้อมคอกอีก210แห่ง

โดย ทีมข่าวหน้า 1 1 พ.ค. 2556 09:00

กลิ่นซากศพโชยหึ่งระหว่างเก็บกู้ซากสะพาน แขวนมรณะแต่ยังค้นหาศพไม่เจอ ทำเอาทีมงานขนลุกซู่ ขณะที่ชาวบ้านยังต้องการสะพานเหมือนเดิมแต่ต้องมีความปลอดภัยมากกว่านี้ หากไม่มีสะพานต้องเดินทางลำบากอ้อมไกลกว่า 4 กม. ขณะที่พ่อและญาติของ “น้องวอมหวาน” เหยื่อสะพานถล่มทำพิธีเรียกวิญญาณหนูน้อยออกจากที่เกิดเหตุ เผยสะพานแขวนลักษณะเดียวกันทั่วประเทศมีทั้งหมดกว่า 210 แห่ง สั่งล้อมคอกตรวจสอบครั้งใหญ่

จากเหตุ “สะพานแขวน 200 ปี” ทอดข้ามแม่น้ำป่าสักเชื่อมระหว่างตลาดหลวง หมู่ 5 กับวัดสะตือ หมู่ 6 บ้านท่างาม ต.ท่าหลวง อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา ได้พังถล่มลงมาจนเป็นเหตุให้มีผู้สังเวยชีวิต 4 ศพ และบาดเจ็บกว่า 10 คน ขณะเดียวกันหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมรื้อซากสะพานที่ขวางลำน้ำป่าสัก

ต่อมาเมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 30 เม.ย. นายวิทิต ปิ่นนิกร นอภ.ท่าเรือ ได้เรียกประชุมกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำท้องถิ่น ช่างโยธาเทศบาลตำบลท่าหลวงและเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าเข้าประชุมที่ทำการเทศบาลตำบลท่าหลวงเพื่อเตรียมความพร้อมในการกู้ซากสะพานโดยเน้นในความปลอดภัยระหว่างการกู้ โดยเฉพาะกระแสไฟฟ้าแรงสูงที่อยู่ในรัศมีให้หยุดจ่ายกระแสไฟฟ้าทันทีระหว่างการกู้ โดยมี พ.ท.พงศ์ณุภา เวชชาชีวะ ผบ.กองพันทหารม้าที่ 11 รักษาพระองค์ จ.สระบุรี นำกำลังทหาร 150 นาย รถยนต์ 2 คัน เรือท้องแบนติดเครื่อง 2 ลำและรถเครน 1 คัน มาช่วยสนับสนุน

ขณะเดียวกัน นายทวีศักดิ์ นาคสุทธิ์ ส.ท.ตำบลท่าหลวงเป็นประธานประชุมชาวบ้านโดยตั้งโต๊ะประชุมที่วัดยางนม ต.ท่าหลวง อ.ท่าเรือ ใกล้กับที่เกิดเหตุเพื่อสอบถามความเห็นชาวบ้านว่ายังต้องการสะพานแขวนอีกหรือไม่ ปรากฏว่าส่วนใหญ่ยังต้องการสะพานแขวนเหมือนเดิมแต่ต้องมีสภาพที่ปลอดภัย เพราะหากไม่มีสะพานชาวบ้านต้องใช้เส้นทางอ้อมกว่า 4 กิโลเมตร และถนนขรุขระแถมยังมีรถบรรทุกวิ่งจำนวนมากทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย

ต่อมานายธเนศ วีระศิริ เลขาธิการวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นผู้ควบคุมการเก็บกู้ซากสะพาน โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลท่าหลวง ร่วมกันพิสูจน์หาหลักฐาน โดยใช้รถแบ็กโฮขุดเจาะกล่องที่ยึดลวดสลิงที่ขาดออกมาแล้วตัดส่วนปลายสลิงที่ขาด ไปตรวจสอบที่กองพิสูจน์หลักฐาน พร้อมนำเรือเครนขนาดใหญ่เข้ากู้ซากโดยใช้เครื่องมือตัดสะพานเหล็กออกทีละชิ้นเพื่อให้ง่ายต่อการเคลื่อนย้าย ระหว่างที่ยกเศษสะพานเหล็กที่จมใต้น้ำขึ้นปรากฏว่ามีกลิ่นซากศพโชยขึ้นมาจากคุ้งน้ำแต่ตรวจสอบไม่พบศพทำเอาทีมงานถึงกับขนลุก ส่วนการกู้เป็นไปด้วยความยากลำบากและต้องยุติการกู้ซากในวันนี้ไว้ก่อนและจะเริ่มใหม่ในวันรุ่งขึ้น

ทางด้านญาติเหยื่อผู้เสียชีวิตจากเหตุสะพาน แขวนมรณะถล่ม นางบุญทาน นิรันดร์สุข อายุ 64 ปี ยายของ ด.ญ.ภิริยาพร เสือสมิง หรือน้องวอมหวาน อายุ 10 ขวบ ที่เสียชีวิตและตั้งศพบำเพ็ญกุศลที่วัดรามพงศาวาส หมู่ 10 ต.ท่าหลวง เปิดเผยว่าหลานสาวเป็นเด็กร่าเริง น่ารัก เรียนอยู่โรงเรียนอมาตยกุล เขตบางเขน กทม. เป็นเด็กที่ชอบตุ๊กตาบาร์บี้ วันเกิดเหตุ พ่อแม่ได้พามาเที่ยวที่บ้าน หลานอยากได้หนังสือเกี่ยวกับตุ๊กตาบาร์บี้จึงอ้อนให้ลุงกับป้าพาขี่รถ จยย.ข้ามสะพานไปซื้อ ขากลับ ด.ญ.ภิริยาพรนั่งข้างหน้าจังหวะใกล้จะถึงฝั่งปรากฏว่าสลิงสะพานขาดจนพังถล่มเป็นเหตุให้ลุงกับป้าบาดเจ็บ ส่วนน้องวอมหวานถูกแผ่นปูนทับร่างเหลือแต่ขาโผล่มาเสียชีวิตคาที่

จากนั้นเวลา 17.00 น. วันเดียวกัน นายอนุนาท เสือสมิง พ่อของน้องวอมหวานและญาติได้นิมนต์พระจากวัดจำปาไปทำพิธีบวงสรวงเจ้าที่และเรียกดวงวิญญาณน้องวอมหวานเพื่อให้ดวงวิญญาณได้ไปผุดไปเกิดตามความเชื่อ ส่วนเรื่องคดีนี้ พล.ต.ต.กรเอก เพชรไชยเวส ผบก.ภ.จ.พระนครศรีอยุธยาเปิดเผยว่า ได้สั่งการให้พนักงานสอบสวนของ สภ.ท่าเรือ ดำเนินการสอบสวนหาผู้กระทำผิดว่าผู้ใดมีความประมาทจนเป็นเหตุให้สะพานพังในครั้งนี้ เบื้องต้นได้เชิญนายกเทศมนตรีตำบลท่าหลวง รองนายกเทศมนตรี ปลัดเทศบาล และผู้ประสบเหตุมาสอบปากคำได้หลายปากแล้ว พร้อมประสานข้อมูลหลักฐานจากเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมาประกอบสำนวนการสอบสวนต่อไป

ด้านนายเกียรติศักดิ์ จันทรา รองอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง กล่าวว่า ภายหลังที่นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย กำชับให้จังหวัดเร่งสำรวจสะพานแขวนในพื้นที่ของตนเองที่มีลักษณะเดียวกันกับสะพานที่เกิดเหตุถล่มใน จ.พระนครศรีอยุธยาว่ามีจำนวนเท่าไหร่นั้น จากการสำรวจเบื้องต้นคาดว่ามีสะพานแขวนในลักษณะดังกล่าวทั่วประเทศ ประมาณ 210 กว่าแห่ง พร้อมสั่งให้ตรวจสอบสภาพของสะพานด้วยว่าพร้อมใช้งานหรือไม่ หรือมีส่วนใดที่ต้องดำเนินการซ่อมแซมให้รีบดำเนินการปรับปรุงแก้ไขเพื่อให้มีสภาพพร้อมใช้งานตามปกติ ทั้งนี้กรมโยธาธิการฯได้ออกหนังสือ เวียนโดยระบุมาตรการป้องกันและแก้ไขในส่วนของการใช้สะพานแขวนแล้ว รอเพียง รมว.มหาดไทยลงนามเท่านั้น

สาระสำคัญ ประกอบด้วย 1. แจ้งให้แต่ละจังหวัดดำเนินการสำรวจจำนวนสะพานแขวนหรือสะพานคน เดินข้ามในลักษณะเดียวกันและจัดส่งข้อมูลมาให้ ทางกรมโยธาธิการฯ ภายในวันที่ 3 พ.ค.นี้  2. ให้ท้องถิ่นและโยธาจังหวัดร่วมกันตรวจสอบสภาพความแข็งแรงของสะพานแขวนในพื้นที่ หากมีความไม่เรียบร้อยไม่พร้อมใช้งาน ให้ดำเนินการระงับการใช้สะพานและซ่อมแซมเพื่อให้อยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งาน และ 3. ให้ท้องถิ่นควบคุมการใช้สะพานแขวนให้ตรงตามวัตถุประสงค์ โดยต้องมีการติดตั้งป้ายเตือนและจัดทำสิ่งกีดขวางเพื่อป้องกันไม่ให้รถยนต์และรถบรรทุกน้ำหนักเกินมาตรฐาน  ลักลอบวิ่งผ่านสะพานแขวน หากใครฝ่าฝืนจะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย

โหวตข่าวนี้

Thairath TV

คิดต่าง อย่างเข้าใจ
  1. 1 เมนูทีวี 21/04/57 ดู 609 ครั้ง
  2. 2 เมนูทีวี 18/04/57 ดู 492 ครั้ง
  3. 3 เมนูทีวี 19/04/57 ดู 475 ครั้ง
  4. 4 เมนูทีวี 20/04/57 ดู 324 ครั้ง
  5. 5 เมนูทีวี 17/04/57 ดู 282 ครั้ง