จับแก๊งขายพระเก๊ ตกเหยื่อให้ตายใจ ก่อนเชิดเงินเผ่น

โดย ทีมข่าวหน้า 1 12 เม.ย. 2556 09:00

รวบ 7 ผู้ต้องหาแก๊งต้มตุ๋นขายพระสมเด็จวัดระฆังเก๊ อาละวาดหลอกผู้เสียหาย หลายรายใน จ.ชลบุรี สูญทรัพย์สินเกือบ 1 ล้านบาท พฤติกรรมสุดแสบทำงานกันเป็นทีม ผู้ต้องหาสาวจะตระเวนหาเหยื่อที่ทำตัวเป็นตู้ทองเคลื่อนที่  อ้างไม่มีเงินค่ารถกลับบ้านนอกเสนอขายพระดังราคาถูก ระหว่างเจรจาผู้ต้องหาที่เหลือทำทีมาสมทบพูดจาโน้มน้าวเป็นพระดีราคาแพง หลอกพาผู้เสียหายไปให้ร้านเช่าพระตีราคา แต่ต้องปลดทรัพย์ติดตัวเป็นประกัน พอเหยื่อหลงเชื่อลงจากรถรีบขับรถหนีทันที ขณะถูกสอบยังยัดเงินสินบนให้กว่า 6 แสนบาท เลยโดนซ้อนแผนได้คาโรงพัก

พฤติกรรมแก๊งต้มตุ๋นขายพระสมเด็จวัดระฆังเก๊แล้วเชิดทรัพย์สินเผ่นหนีรายนี้ เปิดเผยเมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 11 เม.ย. พล.ต.ต.คัชชา ธาตุศาสตร์ ผบก.ภ.จ.ชลบุรี ร่วมกับ พ.ต.อ.พิสิฏฐ โปรยรุ่งโรจน์ และ พ.ต.อ.สายเพชร ศรีสังข์ รอง ผบก.ภ.จ.ชลบุรี แถลงจับกุมผู้ต้องหาแก๊งต้มตุ๋นฉ้อโกงทรัพย์ได้ผู้ต้องหา 7 คน ประกอบด้วย 1. น.ส.มะลิษา รอดเอี่ยม อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 904/88 ซอยคลองน้ำแก้ว แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร 2. น.ส.สายสุนีย์ ภาคทรัพย์ อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 114 หมู่ 5 ต.บางกะดี อ.เมืองปทุมธานี 3.นายวิทยา เหมรา อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 9 ถนนโชคชัย 4 ซอย 19 แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร

4.นายจักรกฤษณ์ นาคาชล อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 904/209 ซอยคลองนํ้าแก้ว แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร 5.นายสะอาด กลิ่นแก้ว อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 158/2 หมู่ 6 ต.พัฒนานิคม อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี 6.น.ส.กัลยานี รอดเอี่ยม อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 904/88 ซอยคลองน้ำแก้ว แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร และ 7.น.ส.แสงระวี มีทรัพย์ อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 2/5 หมู่ 1 ต.บึง อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี พร้อมของกลางพระสมเด็จวัดระฆังโฆสิตารามปลอม 3 องค์ สร้อยคอทองคำหนัก 1 บาท 3 เส้น โทรศัพท์มือถือ 7 เครื่อง ตั๋วจำนำ 9 ใบ และเงินสด 620,000 บาท

พล.ต.ต.คัชชาแถลงว่า สืบเนื่องจากช่วงเดือน มี.ค.ที่ผ่านมามีผู้เสียหายหลายรายถูกแก๊งต้มตุ๋นหลอกขายพระสมเด็จวัดระฆังปลอมในพื้นที่ จ.ชลบุรี จึงสั่งการให้ตำรวจสืบสวนจังหวัดร่วมกับท้องที่ทุกโรงพักสืบสวนติดตามพฤติกรรมของคนร้าย จนกระทั่งเวลา 14.00 น. วันที่ 10 เม.ย. พ.ต.อ.ธนิต ไทยวัชรามาศ ผกก.สภ.ศรีราชา ร่วมกับ พ.ต.ท.เฉลิมศักดิ์ เถียรทองศรี สว.สส.สภ.ศรีราชา นำกำลังเข้าตรวจสอบกลุ่มผู้ต้องสงสัย 5 คนขณะขับรถเก๋งตระเวนหาเหยื่อหน้าห้างสรรพสินค้าโรบินสัน สาขาศรีราชา แต่คนร้ายพยายามหลบหนีถูกสกัดจับได้หน้าโรงเรียนอัสสัมชัญ ศรีราชา พบผู้ต้องหา 1-5 อยู่ในรถและพบของกลางพระสมเด็จวัดระฆังปลอมที่ใช้ก่อเหตุ 3 องค์

สอบสวนทราบว่า กลุ่มผู้ต้องหารายนี้จะทำงานกันเป็นทีม โดย น.ส.สายสุนีย์ ทำหน้าที่หาเหยื่อที่สวมใส่สร้อยทองรูปพรรณและมีทรัพย์สินติดตัวเยอะ เมื่อเจอเหยื่อจะเข้าตีสนิทพูดคุยอ้างว่าเดินทางมาจากบ้านนอกจะกลับบ้านไม่มีเงินค่ารถแต่มีพระ เครื่องสมเด็จวัดระฆังของเก่าแก่ได้มาจากปู่ย่าพร้อมล้วงพระให้เหยื่อดู โดยมี น.ส.มะลิษา เป็นหน้าม้าเดินเข้ามาทำทีขอดูพระแล้วพูดให้เหยื่อคล้อยตามว่าพระองค์นี้มีราคาสูงนับล้านบาท แต่ น.ส.สายสุนีย์ บอกต้องการขายแค่ 3 แสนบาทเท่านั้น ระหว่างพูดคุยนายวิทยา นายจักรกฤษณ์ นายสะอาด จะเข้ามาสมทบ ขอดูพระแล้วบอกว่าจะพาเอาพระไปขายร้านเช่าพระที่ให้ราคาสูง ก่อนพาผู้เสียหายขึ้นรถไป จากนั้นจะโน้มน้าวให้เหยื่อเป็นคนนำพระลงไปให้ร้านตีราคาแต่มีข้อแม้ว่าต้องถอดสร้อยคอทองคำและของมีค่าเป็นประกัน เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อยอมลงจากรถเข้าไปในร้านก็จะขับหนีไป

พล.ต.ต.คัชชา กล่าวอีกว่า จากการสอบสวน ทราบว่ามีผู้เสียหายตกเป็นเหยื่อเข้าแจ้งความหลาย รายประกอบด้วยที่สภ.ศรีราชา 11 ราย สภ.แสนสุข 2 ราย สภ.เมืองชลบุรี 2 ราย สภ.บางละมุง 1 ราย และ สภ.เมืองพัทยา 1 ราย รวมทรัพย์สินประมาณ 8 แสนกว่าบาท ผู้ต้องหาแก๊งนี้เคยก่อเหตุในพื้นที่กรุงเทพฯนับครั้งไม่ถ้วน จนเหยื่อเริ่มหายากเพราะรู้ทันพฤติกรรม เลยย้ายมาหากินใน จ.ชลบุรี นอกจากนี้ระหว่างสอบสวน น.ส.มะลิษา ได้เสนอเงินสินบนจำนวน 620,000 บาท ให้ พ.ต.อ.ธนิตเพื่อแลกกับการปล่อยตัวผู้ต้องหาทั้งหมด พ.ต.อ.ธนิต เลยซ้อนแผนรับข้อเสนอ น.ส.มะลิษา ได้โทรศัพท์ให้ น.ส.กัลยานี พี่สาวและ น.ส.แสงระวี นำเงินมาให้ที่โรงพัก จึงดำเนินคดี น.ส.กัลยานี และ น.ส.แสงระวี ฐานร่วมกันติดสินบนเจ้าพนักงาน ส่วนผู้ต้องหาอีก 5 คนแจ้งข้อหาร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์

ทั้งนี้ระหว่างแถลงข่าวมีนักศึกษาสาวมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา 1 ในผู้เสียหายที่ถูกต้มตุ๋นเข้าชี้ตัวผู้ต้องหา หลังถูกหลอกสร้อยคอทองคำหนัก 2 สลึง พร้อมพระกริ่งหลวงพ่อโสธรเลี่ยมทอง 1 องค์ โทรศัพท์มือถือไอโฟน 5 จำนวน 1 เครื่อง โทรศัพท์มือถือแบล็กเบอร์รี่ รุ่น 8520 จำนวน 1 เครื่อง และแหวนทองคำสลักนามสกุลหนัก 1 สลึง 1 วง เหตุเกิดเมื่อวันที่ 8 เม.ย.ที่ผ่านมา

โหวตข่าวนี้