นักโทษเฮได้นอนบ้าน ใช้กำไลฝังชิพแทน

โดย ทีมข่าวหน้า 1 26 มี.ค. 2556 09:00

ขังแล้ว1ใน3-ให้ขอต่อศาล ใช้จีพีเอสคุม-ตาม24ชั่วโมง ราชทัณฑ์ปฏิเสธช่วยตัวเป้ง

นักโทษเฮ รมว.ยุติธรรมสะบัดปากกาลงนามออกกฎกระทรวง  วิธีจำคุกนักโทษโดยไม่ต้องอยู่ในเรือนจำ เปิดช่องให้นักโทษเด็ดขาดที่ติดคุกมาแล้ว  1  ใน  3  ทำเรื่องร้องขอต่อศาลพิจารณาทุเลาการคุมขังในคุก สามารถอ้างเหตุความจำเป็นได้สารพัด ทั้งปัญหาสุขภาพ ดูแลพ่อแม่ ฯลฯ โดยใช้กำไลอิเล็กทรอนิกส์ หรือกำไลฝังชิพ ที่กรมคุมประพฤติกำลังพิจารณาสั่งซื้อใส่ไว้ตลอดเวลา

กรณี พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม ลงนามในประกาศกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการจำคุกโดยวิธีอื่น ที่สามารถจำกัดการเดินทางและอาณาเขต พ.ศ.2556 มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 22 มี.ค. ความคืบหน้าจากกระทรวงยุติธรรม เมื่อวันที่ 25 มี.ค. นายกอบเกียรติ กสิวิวัฒน์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อ 4-5 ปี ที่ผ่านมา มีการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 89/1 ว่าด้วยผู้ต้องขัง ระหว่างการพิจารณาคดี ให้นำไปคุมขังที่อื่นได้แม้ไม่ใช่เรือนจำ และสถานที่ควบคุมให้เป็นไปตามปลัด กระทรวงยุติธรรมกำหนด ให้เป็นไปตามกฎกระทรวง และการแก้ไขมาตรา 89/2 ประมวลกฎหมายอาญา กรณีผู้ต้องขังที่มีความจำเป็นอาจเสียชีวิต หากต้องถูกควบคุมในเรือนจำ หรือมีบิดามารดาอายุมากไม่มีบุตรหลานอื่นหาเลี้ยงให้มีสิทธิออกไปดูแลบิดามารดาได้ แต่ต้องเป็นผู้ต้องขังเด็ดขาด ต้องโทษมาแล้ว 1 ใน 3 สามารถร้องขอผ่านกรมราชทัณฑ์ผ่านไปถึงศาล หรือร้องขอโดยตรงต่อศาล เพื่อขอทุเลา การคุมขังในเรือนจำออกไปควบคุมข้างนอก ด้วยกำไล อิเล็กทรอนิกส์ (กำไลข้อมือฝังชิพ) หรือสถานที่ที่กำหนดไว้เฉพาะที่ไม่ใช่เรือนจำ

รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวอีกว่า สุดท้ายศาลจะเป็นผู้ใช้ดุลพินิจว่า จะอนุญาตให้ผู้ต้องขังที่ยืนคำร้องออกมาควบคุมด้วยวิธีการอิเล็กทรอนิกส์ หรือในสถานที่ที่กำหนดไว้หรือไม่ โดยพิจารณาจาก เหตุผลความจำเป็น ซึ่งประกาศกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการจำคุกโดยวิธีอื่น ที่สามารถจำกัดการเดินทางและอาณาเขต พ.ศ.2556 ฉบับดังกล่าว ออก มาตามการแก้ไขมาตรา 89/2 ประมวลกฎหมายอาญา ทั้งนี้ หากศาลอนุญาตให้ผู้ต้องขังออกไปภายนอกได้ จะเป็นหน้าที่ของกรมคุมประพฤติที่จะเข้ามาดูแลในการใช้เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ ควบคุมไม่ให้เข้า ไปในสถานที่ต้องห้าม ส่วนกรมราชทัณฑ์จะมีหน้าที่รับคำร้องจากผู้ต้องขังเพื่อส่งศาลพิจารณา จึงเป็นหน้าที่ของผู้ต้องขังต้องอธิบายให้ศาลเห็นถึงความจำเป็นที่ต้องออกไปภายนอก อย่างไรก็ตาม ยังไม่ทราบจำนวนผู้ต้องขังที่สามารถใช้สิทธิดังกล่าวได้ ขอยืนยันว่าการออกกฎกระทรวงดังกล่าวไม่ได้เอื้อให้กับผู้ต้องขังรายสำคัญ เนื่องจากศาลจะเป็นผู้ใช้ดุลพินิจในการปล่อยตัว

ด้าน น.ส.รื่นวดี สุวรรณมงคล อธิบดีกรมคุมประพฤติ กล่าวว่า กรมคุมประพฤติอยู่ระหว่างศึกษาอุปกรณ์เพื่อเช่าใช้กำไลอิเล็กทรอนิกส์ ใช้ควบคุมผู้ต้องขังที่เข้าเกณฑ์เข้าโครงการดังกล่าว ได้หารือร่วมกับกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เพื่อขอให้ส่งผู้เชี่ยวชาญมาร่วมกันทำร่างสัญญาจัดซื้อ เนื่องจากกระทรวงไอซีทีมีความเชี่ยวชาญ เกี่ยวกับระบบอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งนี้ เมื่อกฎกระทรวงมีผลบังคับใช้ กรมคุมประพฤติจะเร่งดำเนินการให้สอดคล้องกับกฎหมาย คาดว่าจะใช้งบประมาณจำนวนไม่มาก เพราะยังเป็นแค่โครงการนำร่อง และเป็นระบบเช่าใช้อุปกรณ์พร้อมระบบสัญญาณของเอกชน กรมคุมประพฤติจะเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายของอุปกรณ์กำไลอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อความเสมอภาคในการบังคับใช้กฎหมาย แต่ถ้าใครทำหาย หรือชำรุดต้องจ่ายเงินเต็มจำนวน ขณะนี้มีบริษัท 4 แห่ง ที่คาดว่าจะเข้ามาเสนอโครงการกำไลอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้ หลังมี การศึกษาดูงานมาระยะหนึ่ง เบื้องต้นอาจกำหนดไม่ให้ ผู้ต้องขังที่ใช้กำไลอิเล็กทรอนิกส์เข้าไปในสถานที่ต้องห้าม หรือออกจากบ้านในเวลากลางคืน โดยควบคุมด้วยระบบจีพีเอสที่จะส่งสัญญาณมายังเครื่องแม่ข่ายที่จะมีเจ้าหน้าที่ติดตามตลอด 24 ชม.

ที่รัฐสภา มีการประชุมวุฒิสภา โดยนายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภา ทำหน้าที่ประธานการ ประชุม ทั้งนี้ ในช่วงการหารือก่อนเข้าสู่การพิจารณาระเบียบวาระ นายสมชาย แสวงการ ส.ว.สรรหา หารือถึงกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี สไกป์มาที่ประชุมพรรคเพื่อไทย พร้อมสั่งให้ดำเนินการหลายเรื่อง เช่น ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฯ รวมทั้ง การประกาศใช้กฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการจำคุก โดยวิธีอื่นที่สามารถจำกัดการเดินทางและอาณาเขต พ.ศ.2556 โดย รมว.ยุติธรรม ซึ่งมีความหมายคือให้ผู้ที่ถูกจำกัดที่ศาลสั่ง 4 ข้อ ได้แก่ 1. ถ้าถูกจำคุกและอาจต้องอันตรายถึงชีวิต 2. เป็นผู้ที่ต้องเลี้ยงดูบิดามารดา สามี ภรรยา และบุตร อันขาดมิได้ 3. เป็นผู้เจ็บป่วยและต้องได้รับการรักษาต่อเนื่อง 4. เป็นผู้ที่มีเหตุต้องได้รับการทุเลา บุคคลเหล่านี้ไม่ต้องได้รับการจำคุก แต่ให้ใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัวใส่ข้อมือหรือข้อเท้าได้ กรณีนี้ตนไม่ทราบว่าจะเตรียมไว้ให้ใคร

โหวตข่าวนี้