'ลูอิส-ลอว์เรนซ์' ดารานำออสการ์

โดย ทีมข่าวหน้า 1 26 ก.พ. 2556 09:00


หนัง‘อาร์โก้’คว้า3รางวัล

อลังการงานประกาศผลรางวัลออสการ์ ภาพยนตร์ดัง “อาร์โก้” ซิว 3 รางวัลไปตามคาด ส่วนดารานำชายยอดเยี่ยม นักแสดงแดนผู้ดี “แดเนียล เดย์-ลูอิส” คว้าไปครองจากบทอดีตประธานาธิบดีแห่งสหรัฐฯ ในภาพยนตร์เรื่อง “ลินคอล์น” และยังเป็นนักแสดงชายคนแรก ที่ทำสถิติคว้ารางวัลดารานำชายถึง 3 ครั้ง ส่วน “เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์” ดาราสาวคลื่นลูกใหม่ของฮอลลีวูดทำสำเร็จ คว้านำหญิงยอดเยี่ยม จากหนัง “ซิลเวอร์ ไลนิ่ง เพลย์บุ๊ก” สุภาพสตรีหมายเลข 1 ของสหรัฐฯ “มิเชล โอบามา” ทำเซอร์ไพรส์แถลงมอบรางวัลผ่านวีดิโอลิงก์จากทำเนียบขาว

งานประกาศผลรางวัลประจำปี “อะคาเดมี่ อวอร์ดส์” หรือออสการ์ รางวัลเกียรติยศสูงสุดในวงการโลกเซลลูลอยด์เพื่อเป็นกำลังใจให้กับบุคคลที่พิศมัยในแผ่นฟิล์ม กลับมาบรรจบครบรอบอีกครั้งเมื่อวันที่ 24 ก.พ. ตามเวลาท้องถิ่นสหรัฐฯ หรือวันที่ 25 ก.พ. ตามเวลาไทย โดยงานซึ่งจัดเป็นปีที่ 85 ครั้งนี้ มีขึ้นอย่างอลังการงานสร้าง ที่โรงละครดอลบี้ เธียเตอร์ หรือชื่อเก่าโรงละครโกดัก เธียเตอร์ ในนครลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐฯ มีการถ่ายทอดทางโทรทัศน์และเว็บไซต์ไปทั่วโลก

ทั้งนี้ผลการประกาศรางวัล เป็นที่ฮือฮา เมื่อภาพยนตร์เรื่อง “อาร์โก้” (Argo) ที่สร้างจากเรื่องจริง เกี่ยวกับปฏิบัติการลับของหน่วยข่าวกรองกลางสหรัฐฯ หรือซีไอเอ ส่งสายลับเข้าไปช่วยเหลือเจ้าหน้าที่อเมริกัน หลบหนีจากประเทศอิหร่าน ในเหตุการณ์บุกยึดสถานทูตสหรัฐฯในกรุงเตหะรานปี 2522 คว้าไป 3 รางวัลตามคาด ได้แก่ สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม สาขาเขียนบทภาพยนตร์ดัดแปลงยอดเยี่ยม และสาขาตัดต่อภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ซึ่งทางออสการ์ได้เชิญนางมิเชล โอบามา สตรีหมายเลข 1 ให้แถลงมอบรางวัลผ่านวีดิโอลิงก์ มาจากทำเนียบขาว ทำเซอร์ไพรส์ แต่กรณีของอาร์โก้ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปี ที่ตัวภาพยนตร์คว้ารางวัลใหญ่ แต่ผู้กำกับเบน แอฟเฟล็ค เองกลับไม่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงสาขาผู้กำกับยอดเยี่ยม ขณะที่ก่อนหน้านี้อาร์โก้ก็กวาดรางวัลใหญ่มามากมาย ทั้งรางวัลลูกโลกทองคำ 2 สาขา และรางวัลบาฟตาของอังกฤษ 3 สาขา

สาขาดารานำชายยอดเยี่ยมตกเป็นของนักแสดงชาวอังกฤษ แดเนียล เดย์-ลูอิส จากบทบาทอดีตประธานาธิบดี อับราฮัม ลินคอล์น แห่งสหรัฐฯ ในภาพยนตร์ “ลินคอล์น” (Lincoln) เกร็ดประวัติลินคอล์นในช่วงการประกาศเลิกทาสและสงครามกลางเมือง แถมยังสร้างประวัติศาสตร์ครั้งแรกในรอบ 85 ปีของออสการ์ ด้วยการเป็นนักแสดงชายคนแรกที่ทำสถิติคว้ารางวัลสาขาดารานำชายถึง 3 ครั้ง โดย 2 รางวัลก่อนหน้านี้คือ “มาย เล็ฟต์ ฟุต” (My Left Foot) ปี 2533 และ “แดร์ วิล บี บลัด” (There Will Be Blood) ปี 2550 นอกจากนี้ภาพยนตร์ลินคอล์นยังคว้ารางวัลสาขากำกับศิลป์ยอดเยี่ยมอีกด้วย รวมเป็นทั้งหมด 2 รางวัล

ขณะที่สาขาดารานำหญิงยอดเยี่ยมตกเป็นของเจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ ดาราสาวคลื่นลูกใหม่ของวงการฮอลลีวูด จากบทบาทสาวม่ายผู้ประสบมรสุมชีวิต ในภาพยนตร์ “ซิลเวอร์ ไลนิ่ง เพลย์บุ๊ก” (Silver Linings Playbook) สาขาดาราสมทบชายยอดเยี่ยมตกเป็นของคริสตอฟต์ วอลท์ช นักแสดงชาวออสเตรีย จากบทบาททันตแพทย์ผู้ผลันตัวมาเป็นนักล่าค่าหัว ในภาพยนตร์ “จังโก้ อันเชนด์” (Django Unchained) ของผู้กำกับเควนติน ทารันตีโน ที่คว้ารางวัลสาขาเขียนบทภาพยนตร์ดั้งเดิมยอดเยี่ยมมาครองในขณะเดียวกัน

ส่วนสาขาดาราสมทบหญิงยอดเยี่ยม ตกเป็นของอดีตเจ้าหญิงดิสนีย์ แอน แฮธาเวย์ จากบทบาทสาวที่เผชิญแต่ความโหดร้าย ไม่เคยพานพบความสุขในชีวิต จนสุดท้ายต้องจบชีวิตลงอย่างน่าอนาถ ในภาพยนตร์เพลง “เล มิเซราบล์” (Les Miserables) ซึ่งยังคว้ารางวัลอีก 2 สาขา คือ สาขาแต่งหน้าทำผมยอดเยี่ยม และสาขาบันทึกเสียงยอดเยี่ยม นอกจากนี้ ภาพยนตร์ “ไลฟ์ ออฟ พาย” ของผู้กำกับอัง ลี ที่มีเรื่องราวเกี่ยวกับการผจญภัยในทะเลของหนุ่มอินเดียและเสือเบงกอลอีก 1 ตัว ยังคว้ารางวัลไปถึง 4 สาขา ได้แก่ สาขาผู้กำกับยอดเยี่ยม สาขาดนตรีประกอบยอดเยี่ยม สาขาถ่ายภาพยอดเยี่ยม และสาขาเทคนิคพิเศษยอดเยี่ยม

ด้านรางวัลสาขาตัดต่อเสียงยอดเยี่ยมก็สร้างประวัติศาสตร์ในรอบ 27 ปี จากการที่ผลการลงคะแนนโหวตของคณะกรรมการออกมาเสมอกัน ทำให้ภาพยนตร์ “ซีโร่ ดาร์ค เธอร์ตี้” (Zero Dark Thirty) ปฏิบัติการล่าบิน  ลาดิน  คว้ารางวัลร่วมกับภาพยนตร์   “สกายฟอลล์” (Skyfall) ภาคล่าสุดของสายลับ 007 ซึ่งเพลงสกายฟอลล์ตอนขึ้นต้นเรื่องที่ขับร้องโดยอะเดล นักร้องหญิงชาวอังกฤษชื่อดัง ก็คว้ารางวัลสาขาเพลงประกอบยอดเยี่ยมด้วย ขณะที่สาขาภาพยนตร์อะนิเมชั่นยอดเยี่ยมได้แก่เรื่อง “เบรฟ” ส่วนสาขาภาพยนตร์ต่างประเทศยอดเยี่ยมตกเป็นของ “อะมัวร์” จากประเทศออสเตรีย ซึ่งเป็นภาพยนตร์ต่างชาติเรื่องแรกในรอบ13 ปี ที่ได้เข้าชิงในสาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม สำหรับสาขาเครื่องแต่งกายยอดเยี่ยมตกเป็นของภาพยนตร์ “แอนนา คาเรนินา” (Anna Karenina)

โหวตข่าวนี้

Thairath TV

คิดต่าง อย่างเข้าใจ
  1. 1 เมนูทีวี 11/04/57 ดู 818 ครั้ง
  2. 2 ทีวีทีเด็ด 11/04/57 ดู 655 ครั้ง
  3. 3 เมนูทีวี 12/04/57 ดู 519 ครั้ง
  4. 4 ทีวีทีเด็ด 12/04/57 ดู 450 ครั้ง
  5. 5 เมนูทีวี 13/04/57 ดู 396 ครั้ง