พระราชทานที่ดิน ทำแก้มลิง 86ไร่-แก้น้ำท่วม

โดย ทีมข่าวหน้า 1 20 ธ.ค. 2555 09:00

‘สุเมธ’เผยกักเก็บได้กว่า5แสนลบ.เมตรเป็นของขวัญปีใหม่ให้พสกนิกรชาวไทย

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานที่ดิน 86 ไร่เศษ ที่ ต.โคกสำโรง อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี ให้มูลนิธิชัยพัฒนาทำเป็นพื้นที่แก้มลิง แก้ปัญหาภัยพิบัติน้ำท่วมน้ำแล้ง เป็นของขวัญปีใหม่ให้พสกนิกรชาวไทย “รอยล” เผยในหลวงทรงให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้งและทรงเตือนสติคนไทยมาตั้งแต่ภาวะโลกร้อนยังไม่ส่งผลกระทบ ทรงเห็นจริง ชี้น้ำคือจุดเปลี่ยนของสังคมไทย

นับเป็นของขวัญอันล้ำค่ายิ่งสำหรับปวงชนชาวไทย เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานที่ดิน 86 ไร่เศษให้มูลนิธิชัยพัฒนาทำเป็นพื้นที่แก้มลิงแก้ปัญหาภัยพิบัติน้ำท่วมน้ำแล้ง เป็นของขวัญปีใหม่ให้พสกนิกรด้วยทรงมีน้ำพระทัยห่วงใยราษฎร แม้ยังทรงมีพระอาการประชวรแต่ก็ยังทรงงานหนักเพื่อประชาชนเสมอมา

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 19 ธ.ค.นายสุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา เปิดเผยว่า พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานที่ดินโฉนดเลขที่ 54479 เนื้อที่ 86 ไร่ 40 ตารางวา บริเวณ ต.โคกสำโรง อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี ให้กับมูลนิธิชัยพัฒนา ใช้ประโยชน์พัฒนาเป็นโครงการแก้มลิงและเป็นแหล่งกักเก็บน้ำเพื่อช่วยบรรเทาปัญหาอุทกภัยและใช้ประโยชน์เป็นแหล่งน้ำ สำหรับพื้นที่การเกษตร ทั้งนี้ ที่ดินบริเวณดังกล่าวส่วนใหญ่เป็นบ่อดินลึกประมาณ 3-4 เมตร ทิศเหนือติดกับชุมชนในเขตเทศบาลโคกสำโรง ทิศใต้ ติดกับที่ดินของกรมสรรพากร ส่วนทิศตะวันออกและตะวันตก ติดกับพื้นที่การเกษตรของราษฎร

เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา กล่าวต่อว่า ที่ดินจำนวน 86 ไร่เศษดังกล่าว นายปภัสร์ แซ่ฉั่ว ชาวบ้าน ต.โคกสำโรง น้อมเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัว เมื่อช่วงกลางปี 2554 จากนั้น สำนักราชเลขาธิการมอบให้มูลนิธิชัยพัฒนาไปตรวจสอบพื้นที่ แล้วนำกราบบังคมทูล พื้นที่ดังกล่าวมีความเหมาะสมกับการทำแก้มลิงเป็นอย่างมาก เพราะจะเป็นการเพิ่มพื้นที่รองรับปริมาณน้ำฝน และกักเก็บน้ำ ได้ประมาณ 537,600 ลูกบาศก์เมตร บรรเทาปัญหาน้ำท่วมและเป็นแหล่งน้ำเพื่อใช้ในการเกษตร ในช่วงฤดูแล้งและฝนทิ้งช่วง เพื่อบรรเทาปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี ซึ่งมีปัญหาน้ำท่วมในปริมาณมากทุกปีและพื้นที่ใกล้เคียง ขณะนี้ เตรียมดำเนินการทำเป็นพื้นที่แก้มลิงด้วยการสร้างฝายน้ำล้นเพื่อยกระดับน้ำเข้าสู่แก้มลิง ขุดลอกและปรับปรุงแนวคลองส่งน้ำเข้าสู่แก้มลิง เป็นต้น

นายสุเมธกล่าวอีกว่า การพระราชทานที่ดินเพื่อทำแก้มลิงครั้งนี้ ถือเป็นของขวัญปีใหม่พระราชทานให้กับพสกนิกร เนื่องจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงห่วงใยพสกนิกรที่ประสบปัญหาภัยพิบัติน้ำท่วมน้ำแล้งมาโดยตลอด และตลอดการทรงงานของพระองค์ ทรงทำงานอย่างหนักเพื่อหาทางแก้ปัญหาภัยพิบัติน้ำท่วมน้ำแล้ง แม้ปัจจุบันจะมีพระชนมพรรษา 85 พรรษาแล้วก็ตาม แต่พระองค์ยังทรงงานหนัก โดยเฉพาะเรื่องน้ำ การมีพื้นที่แก้มลิงจำนวนมาก จะช่วยบรรเทาปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้งในพื้นที่ต่างๆ ได้อย่างมาก ที่สำคัญเชื่อว่านับจากนี้เป็นต้นไปสถานการณ์ภัยพิบัติน้ำท่วมน้ำแล้ง จะเป็นปัญหารุนแรงของประเทศไทย

ด้านนายปภัสร์ แซ่ฉั่ว อายุ 71 ปี ชาวบ้าน ต.โคกสำโรง กล่าวว่า ทำหนังสือทูลเกล้าฯ ถวายที่ดิน 86 ไร่เศษถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 5 มี.ค.2554 ในวโรกาสที่ทรงมีพระชนมพรรษา ครบ 84 พรรษา ถือเป็นเรื่องที่ภูมิใจมาก ที่ดินดังกล่าวได้ทำนา ทำไร่ ปลูกอ้อย ฯลฯ มานาน คิดว่าที่ดินที่ทูลเกล้าฯถวาย พระองค์ก็ไม่ได้ทรงนำไปไหน ทรงคืนให้พสกนิกรของพระองค์ เพื่อประโยชน์ โดยเฉพาะเรื่องน้ำ พระองค์ทรงสนพระทัยมาก จึงทูลเกล้าฯ ถวายเป็นพื้นที่แก้มลิง เพราะที่ อ.โคกสำโรง น้ำท่วมหนักทุกปี โดยที่ดินที่ทูลเกล้าฯ ถวายเพิ่งโอนไปที่มูลนิธิชัยพัฒนาเมื่อวันที่ 15 พ.ย. นี้ หลังใช้เวลาตรวจสอบ 20 เดือนกับอีก 10 วัน

วันเดียวกัน นายรอยล  จิตรดอน  ผอ.สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (องค์การมหาชน)  กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  กล่าวระหว่างการบรรยายพิเศษเรื่อง “แนวพระราชดำริกับสถานการณ์น้ำในประเทศไทย” จัดโดยสำนักราชเลขาธิการ ว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้ง ทรงเตือนสติคนไทยมาตั้งแต่ภาวะโลกร้อน ยังไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชน และตรัสว่าน้ำนี่แหละคือจุดเปลี่ยนของสังคมไทย ก็เกิดขึ้นจริง แต่เดิมน้ำท่วมและดินถล่ม จะเกิดเฉพาะที่ภาคใต้  แต่ปัจจุบันเกิดที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ขณะเดียวกันพื้นที่น้ำหลากเกือบทั่วประเทศ ถูกนำไปออกโฉนดเกือบหมด เพราะเราไปหากินกับแผ่นดินของเราเอง มีอะไรขายหมด เช่น ที่บึงเสนาท จ.นครสวรรค์ ถูกออกโฉนดโดยหน่วยงานราชการ ที่ จ.สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา นิคมอุตสาหกรรมไปตั้งอยู่บนที่นา ที่ จ.นครราชสีมา ลำตะคอง ถูกทำลายจนน้ำท่วมใหญ่ เป็นต้น ทั้งหมดไปสร้างอาคารขนาดใหญ่ขวางทางน้ำหมด จนเกิดการไม่สมดุลทางธรรมชาติขึ้น  การแก้ปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้ง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรับสั่งไว้ว่าต้องสร้างความสมดุลให้กับดิน น้ำ ป่า เพราะคือรากฐานของประเทศ และเหตุแห่งภัยพิบัติก็คือการเสียสมดุลทางธรรมชาติ ดังนั้น ถ้าจะแก้ปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้งต้องเข้าใจธรรมชาติ

จากนั้นนายรอยลให้สัมภาษณ์ถึงการทูลเกล้าฯ ถวายที่ดินที่ อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี ว่า อ.โคกสำโรง มีปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้งซ้ำซากทุกปี  ล่าสุดมีการสร้างถนน 4 เลนเส้นทางลพบุรี-โคกสำโรง ทับไปบนคูคลองซึ่งเป็นทางระบายและเก็บกักน้ำ ยิ่งทำให้เกิดปัญหาหนักขึ้น การได้พื้นที่แก้มลิงใน อ.โคก–สำโรง จะสามารถตัดปริมาณน้ำที่จะไหลเข้าท่วมพื้นที่ภาคกลางได้กว่า 5 แสนลูกบาศก์เมตร ในขณะเดียวกันช่วงฤดูแล้ง พื้นที่แก้มลิงจะใช้สำหรับพื้นที่การเกษตรได้เกือบ 300 ไร่

โหวตข่าวนี้