มรดกภูมิปัญญาปลาร้า-ส้มตำ

โดย ทีมข่าวหน้า 1 15 ธ.ค. 2555 09:00

วธ.ตีทะเบียน70ชิ้นงานพิธี-ศิลปกรรม

กระทรวงวัฒนธรรม ประกาศขึ้นทะเบียน “น้ำพริก ส้มตำ ปลาร้า วิ่งควาย ลูกประคบ ยาหอม” เป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม ปี 2555 พร้อมงานอื่นๆ ทั้งงานช่าง วรรณกรรม ศิลปกรรม พิธีกรรม งานประเพณี รวม 70 รายการ 7 สาขา หวังอนุรักษ์มรดกชาติ สร้างภูมิคุ้มกันให้เด็ก หลังกระแสรุกของเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้าครอบงำ ขณะที่ช่างฝีมือขันลงหินบ้านบุครวญลูกหลานไม่คิดสานต่อมรดกของชุมชน ประกาศยินดีถ่ายทอดความรู้ให้กับผู้สนใจสืบสานภูมิปัญญา ไม่เช่นนั้นงานช่างลงหินบ้านบุมีสิทธิสูญหายใน 5 ปี

เมื่อวันที่ 14 ธ.ค.ที่หอประชุมเล็ก ศูนย์วัฒนธรรม แห่งประเทศไทย นายสนธยา คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม แถลงข่าวการประกาศขึ้นทะเบียนมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม ปี 2555 ว่ากรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) ได้ประกาศขึ้นทะเบียนมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ อย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ ปี 2542 รวม 80 รายการ เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนตระหนักถึงคุณค่าของมรดก ภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม ยกย่องภูมิปัญญาของบรรพบุรุษและอัตลักษณ์ของกลุ่มชนที่มีอยู่ทั่วประเทศ เพื่อให้เกิดความภาคภูมิใจและยอมรับในความแตกต่างทางวัฒนธรรม นอกจากนี้ยังเตรียมการเพื่อรองรับการเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการสงวนรักษามรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของยูเนสโกในอนาคต

นายสนธยากล่าวว่า ในปี 2555 ได้ประกาศขึ้นทะเบียนมรดกภูมิปัญญา จำนวน 70 รายการ แบ่งเป็น 7 สาขา ดังนี้ 1.สาขาศิลปะการแสดง 13 รายการ 2 ประเภท คือ ประเภทดนตรี 6 รายการ ได้แก่ ดนตรีของกลุ่มชาติพันธุ์ลีซู, ซอสามสาย, เพลงหน้าพาทย์, กันตรึม, เจรียงและกาหลอ และประเภทการแสดง 7 รายการ ได้แก่ ก้านกกิงกะหร่า, ฟ้อนม่านมุ้ยเชียงตา, รำฝรั่งคู่, ละครดึกดำบรรพ์, โนราโรงครู, มะโย่ง และรองเง็ง 2. สาขางานช่างฝีมือดั้งเดิม 11 รายการ 4 ประเภท คือประเภทผ้าและผลิตภัณฑ์จากผ้า 5 รายการ ได้แก่ ผ้าทอไทครั่ง, ผ้าทอไทลื้อ, ผ้าทอกะเหรี่ยง, ผ้าทอไทยวน และผ้าทอผู้ไทย ประเภทเครื่องรัก 2 รายการ ได้แก่ เครื่องมุกไทย และเครื่องรัก ประเภทเครื่องโลหะ 2 รายการ ได้แก่ ขันลงหินบ้านบุและบาตรบ้านบาตร ประเภทงานศิลปกรรมพื้นบ้าน 2 รายการ ได้แก่ สัตตภัณฑ์ล้านนาและโคมล้านนา

รมว.วัฒนธรรมกล่าวอีกว่า 3.สาขาวรรณกรรมพื้นบ้าน 14 รายการ 2 ประเภท คือประเภทนิทานพื้นบ้าน 12 รายการ ได้แก่ นิทานพระร่วง, นิทานตาม่องล่าย, พระสุธนมโนห์ราภาคใต้, วันคาร, ตำนานเจ้าหลวงคำแดง,ตำนานพระธาตุดอยตุง, ตำนานเจ้าแม่สองนาง, ตำนานอุรังคธาตุ, ตำนานหลวงปู่ทวด, ตำนานนางโภควดี, ตำนานสร้างโลกของภาคใต้และวรวงศ์ ประเภท ตำรา 2 รายการ ได้แก่ ปักขะทึน ล้านนา และตำราศาสตรา 4.สาขากีฬาภูมิปัญญาไทย 8 รายการ 3 ประเภท คือ ประเภทการเล่นพื้นบ้าน 3 รายการ ได้แก่ ไม้หึ่ม, หมากเก็บ และเสือกินวัว ประเภทกีฬาพื้นบ้าน 4 รายการ ได้แก่ หมากรุกไทย, ตะกร้อลอดห่วง, วิ่งวัว และวิ่งควาย และประเภทศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัว ได้แก่ เจิง 5.สาขาแนวปฏิบัติทางสังคม พิธีกรรม สาขาแนวปฏิบัติทางสังคม พิธีกรรม 7 รายการ 2 ประเภท คือประเภทขนบธรรมเนียมประเพณี 5 รายการ ได้แก่ การผูกเกลอ, การผูกเสี่ยว, เทศน์มหาชาติ, พิธีทำบุญต่ออายุ และการแต่งกายบาบ๋า เพอรานากัน ประเภทงานเทศกาล 2 รายการ ได้แก่ สารทเดือนสิบและประเพณีรับบัว

นายสนธยากล่าวอีกว่า 6.สาขาความรู้และแนวปฏิบัติเกี่ยวกับธรรมชาติและจักรวาล 11 รายการ 4 ประเภท คือประเภทอาหารและโภชนาการ 6 รายการ ได้แก่ สำรับอาหารไทย, แกงเผ็ด, แกงเขียวหวาน, ส้มตำ, น้ำพริก และปลาร้า ประเภทการแพทย์แผนไทยและการแพทย์พื้นบ้าน 3 รายการ ได้แก่ ลูกประคบ, ยาหอมและหมอพื้นบ้านรักษากระดูกหัก ประเภทโหราศาสตร์ ดาราศาสตร์และไสยศาสตร์ ได้แก่ คชศาสตร์ชาวกูย และประเภทชัยภูมิและการตั้งถิ่นฐาน ได้แก่ ดอนปู่ตา และ 7.สาขาภาษา 6 รายการ 2 ประเภท คือประเภทภาษาไทยถิ่น 3 รายการ ได้แก่ อักษรธรรมล้านนา, อักษรไทยน้อย และอักษรธรรมอีสาน ประเภทภาษากลุ่มชาติพันธุ์ 3 รายการ ได้แก่ ภาษาชอง, ภาษาญัฮกุร และภาษากฺ๋อง

“การประกาศครั้งนี้ถือเป็นหัวใจในการสืบทอดมรดกทางวัฒนธรรมสู่รุ่นลูกหลาน เพราะสิ่งที่เป็นมรดกวัฒนธรรม ชื่อบ้านนามเมือง ภาษา การแสดงพื้นบ้านค่อยๆจางหายไป เนื่องจากเทคโนโลยี วัฒนธรรมสมัยใหม่เข้ามา พอกังนัมสไตล์เข้ามาเด็กเต้นได้ เราต้องหันมาคิดว่าจะสร้างภูมิคุ้มกันเด็กอย่างไร วธ.จึงกำหนดยุทธศาสตร์การสืบสานการรักษาไว้ซึ่งเนื้อแท้ดั้งเดิม สร้างสรรค์ นำสิ่งดั้งเดิมเสนอในรูปแบบทันสมัย บูรณาการ คือ ความร่วมมือทุกหน่วยงาน ไปสู่เรื่องการนำวัฒนธรรมไปต่อยอดทางเศรษฐกิจ ท่องเที่ยว สร้างรายได้ ดังนั้น การปกป้องภูมิปัญญา ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญที่สุด” รมว.วัฒนธรรมระบุ

ขณะที่นางสำรวย วาจาเสนาะ ช่างฝีมือดั้งเดิมขันลงหินบ้านบุ กล่าวว่า การประกาศขึ้นทะเบียนสร้างความภูมิใจให้กับช่างฝีมือ เพราะขันลงหินบ้านบุเป็นงานฝีมือดั้งเดิมที่อยู่คู่กับชุมชนมาตลอด ปัจจุบันมีช่างฝีมือหลงเหลืออยู่เพียง 9 คน จากที่เคยเป็นหมู่บ้านทำขันลงหิน ซึ่งพวกเรายินดีถ่ายทอดความรู้ให้กับผู้สนใจ เพื่อเป็นการสืบสานภูมิปัญญานี้ต่อไป โดยเฉพาะในเยาวชน แต่น่าเสียดายที่ลูกหลานในชุมชนไม่สนใจสืบทอดงานช่างขันลงหินของบ้านบุ หากไม่ช่วยกันอนุรักษ์อาจจะสูญหายภายใน 5 ปี

โหวตข่าวนี้