ซ้อมพระราชพิธี

โดย ทีมข่าวหน้า 1 3 ธ.ค. 2555 09:00


ทรงออกมหาสมาคม พิธีถวายสัตย์ปฏิญาณ จัดธง‘ภปร.’4แสนผืน

พร้อมเต็มร้อย หลังทุกหน่วยงานร่วมซ้อม ใหญ่พระราชพิธี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงออกมหาสมาคม ณ สีหบัญชร พระที่นั่งอนันตสมาคม และพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณตนของเหล่าทหารรักษาพระองค์ เนื่องในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธ.ค.2555 โดยภาครัฐร่วมเอกชนจัดเต็มเตรียมพื้นที่ให้พสกนิกรเฝ้ารับเสด็จ  รวมถึงอำนวยความสะดวกทั้งอาหารน้ำดื่ม-แจกธงตราสัญลักษณ์และธงชาติ รวม 4 แสนผืน ด้านสำนักงานพระพุทธศาสนาฯ อัญเชิญน้ำพระพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์ทั่วประเทศ ประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวาย “ในหลวง” วันที่ 5 ธ.ค. ที่พุทธมณฑล พร้อมแจกฟรีแก่ประชาชนที่เข้าร่วมพิธี ขณะเดียวกัน ภาคส่วนต่างๆ ทั่วประเทศทยอยเปิดงานเทิดพระเกียรติฯ ในโอกาสมหามงคลอย่างยิ่งใหญ่

ใกล้ถึงวันสำคัญของปวงชนชาวไทย ที่จะได้ร่วมแสดงความจงรักภักดีและร่วมเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท รับเสด็จฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธ.ค.นี้ แต่ก่อนถึงวันดังกล่าว ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 2 ธ.ค.ที่พระที่นั่งอนันตสมาคมมีการซ้อมใหญ่ พระราชพิธีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงออกมหาสมาคม ณ สีหบัญชร พระที่นั่งอนันตสมาคม เนื่องในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธ.ค.2555 โดย มีเหล่าคณะบุคคลสำคัญๆ อาทิ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา นายไพโรจน์ วายุภาพ ประธานศาลฎีกา พล.อ. ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผบ.สส. นายธงทอง จันทรางศุ ปลัดสำนักนายกรัฐ มนตรี ตลอดจนผู้บัญชาการทหารทุกเหล่าทัพและเหล่าทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ ที่จะร่วมในพิธีสวนสนามถวายสัตย์ปฏิญาณตน ฯลฯ เข้าร่วมซ้อมใหญ่โดยพร้อมเพรียง รวมถึง นายแพทย์ประดิษฐ์ ปัญจวีณิน ผอ.โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ ผู้ถวายการเข็นรถพระที่นั่งของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นำรถเข็นพระ ที่นั่งมาร่วมในการฝึกซ้อมเพื่อให้การเสด็จฯ ขึ้นสู่ยังพระที่นั่งอนันตสมาคม เป็นไปด้วยความราบรื่นที่สุด

นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังมีตรวจเช็กระบบลิฟต์ ระบบไฟภายในพระที่นั่งฯ ตกแต่งประดับประดาภายในอาคารอย่างละเอียด โดยเฉพาะที่บริเวณสีหบัญชร ชั้น 2 ของพระที่นั่งอนันตสมาคม ซึ่งพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะเสด็จฯขึ้นประทับ เพื่อทรงมีพระดำรัสต่อประชาชนที่มาร่วมถวายพระพรชัยมงคล มีการทดสอบการนำพระราชอาสน์ที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาติดตั้งเพื่อฝึกซ้อมการเปิดพระวิสูตร (ม่าน) ตลอดจนการเลื่อนพระราชอาสน์เข้าออกที่สีหบัญชร ทั้งนี้ การตรวจสอบความเรียบร้อยของระบบต่างๆ ทางสำนักพระราชวังได้ดำเนิน การอย่างละเอียดถี่ถ้วนที่สุด เพื่อให้งานพระราชพิธีสำคัญของชาติครั้งนี้ราบรื่นและสมพระเกียรติ

จากนั้นในเวลา 09.30 น. กองกำลังผสมทหารรักษาพระองค์ สี่เหล่าทัพ อันประกอบด้วย ทหารรักษาพระองค์ 4 กรม 12 กองพัน และอีก 1 กองพัน ทหารม้า รวมเป็น 13 กองพัน จำนวนกว่า 2 พันนาย เดินสวนสนามจากสนามเสือป่า เข้าสู่บริเวณปะรำพิธี ฝั่งทิศใต้ของพระที่นั่งอนันตสมาคม เพื่อซ้อมการถวายสัตย์ปฏิญาณตน เวลา 10.30 น. เป็นพิธีซ้อมรับเสด็จฯพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ที่จะเสด็จฯ มาร่วมงาน รวมถึงพิธีการและการถวายพระพรชัยมงคลจากตัวแทนส่วนราชการต่างๆ ซึ่งตลอดเวลาของการซ้อม ได้รับความสนใจจากคนไทยและชาวต่างชาติมารอชมอยู่ด้านนอกรั้วพระที่นั่งอนันตสมาคมจำนวนมาก

ทั้งนี้ นายธงทอง จันทรางศุ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังการฝึกซ้อมว่า ทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อยเสมือนวันพระราชพิธีจริงทุกประการ โดยการซักซ้อมการปฏิบัติขั้นสุดท้ายที่จะให้นายกรัฐมนตรีเป็นตัวแทนของผู้ร่วมมหาสมาคมและประชาชนทุกหมู่เหล่าที่มาถวายพระพร ชัยมงคล นำกล่าวคำถวายพระพรทรงพระเจริญ ในระหว่างที่รถพระที่นั่งของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เคลื่อนออกจากพระที่นั่งอนันตสมาคม เสียงถวายพระพรทรงพระเจริญนั้นจะดังกึกก้องไปทั่ว ความพร้อมทุกอย่างในการประกอบพระราชพิธีสำคัญถือว่าร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ว

“ในวันงานพระราชพิธีจริง พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ จะเสด็จฯ ออกจาก รพ.ศิริราช ในเวลาประมาณ 10.00 น. คาดว่าจะถึงพระที่นั่งอนันตสมาคม ในเวลาประมาณ 10.15 น.เมื่อทรงฉลองพระองค์ครุยราชภูษิตาภรณ์แล้ว จะเสด็จฯ สู่สีหบัญชรในเวลาประมาณ 10.30 น. จากนั้นจะเป็นขั้นตอนในการปฏิบัติตามพระราชพิธี ซึ่งคาดว่าน่าจะใช้เวลาประมาณ 30 นาที จึงจะเสด็จฯ กลับ ในโอกาสนี้จึงขอเชิญชวนพสกนิกรให้เดินทางมาร่วมเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว กันให้มากที่สุด เพราะถือเป็นวาระที่พิเศษจริงๆ ทั้งนี้รัฐบาลได้จัดเตรียมพื้นที่รับเสด็จฯ และอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่จะมาร่วม ตั้งแต่การติดตั้งจอโปรเจกเตอร์ เพื่อให้รับชมบรรยากาศการจัดพระราชพิธีอย่างใกล้ชิด ขณะเดียวกันภาครัฐและเอกชนจะนำอาหารและน้ำดื่มมาให้บริการ นอกจากนี้รัฐบาลยังได้เตรียมธงชาติไทยและธงสัญลักษณ์ ภปร.ไว้แจกจ่ายประชาชนที่มาร่วมงานรวมทั้งสิ้น 4 แสนชิ้นด้วย” ปลัดสำนักนายกฯกล่าว

อีกด้านหนึ่ง ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากนายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ว่า ในวันที่ 3-7 ธ.ค.นี้ ทางสำนักงานพระพุทธศาสนาฯ จะจัดงานปฏิบัติธรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 85 พรรษา ที่พุทธมณฑล จ.นครปฐม โดยวันที่ 3 ธ.ค. จะมีพิธีเปิดงานปฏิบัติธรรมของพระสงฆ์ และพิธีบวชเนกขัมมปฏิบัติ จากนั้นวันที่ 4 ธ.ค.จะมีพิธีตักบาตรพระสงฆ์ 2,000 รูป และพิธีเปิดงานปฏิบัติธรรมอย่างเป็นทางการ และในวันที่ 5 ธ.ค.ซึ่งตรงกับวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะมีพิธีจุดเทียนชัยถวายพระพรชัยมงคล และพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งในพิธีเจริญพระพุทธมนต์ครั้งนี้ ทางสำนักงานพระพุทธศาสนาฯ ได้มีคำสั่งแจ้งไปยังสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด (พศจ.) ทั่วประเทศให้รวบรวมน้ำพระพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์ตามสถานที่สำคัญต่างๆในแต่ละจังหวัดมาเข้าร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์ในครั้งนี้เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวด้วย และภายหลังจากเสร็จพิธีแล้วจะมีการแจกให้กับประชาชนที่เข้ามาร่วมงานเพื่อนำกลับไปบูชาเพื่อความเป็นสิริมงคลด้วย

ด้านนายวรเดช  ช่างบุ  ผอ.สำนักงานพุทธมณฑล สำนักงานพระพุทธศาสนาฯ กล่าวว่า น้ำพระพุทธมนต์ ที่จะอัญเชิญจากจังหวัดต่างๆ นั้นจะผ่านการปลุกเสกมาแล้วจากคณะสงฆ์แต่ละจังหวัด และจากนั้นจะนำมารวมกันแล้วทำพิธีพร้อมกันอีกครั้งในวันที่ 5 ธ.ค. ที่พุทธมณฑล เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว สำหรับน้ำพระพุทธมนต์ที่อัญเชิญมาพุทธมณฑลครั้งนี้ ล้วนแต่มาจากสถานที่สำคัญของแต่ละจังหวัดทั้งนั้น เช่น วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์) วัดบวรนิเวศ– วิหาร วัดชนะสงคราม วัดอินทรวิหาร วัดสุทัศนเทพวราราม วัดสระเกศ วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม วัดอรุณราชวราราม วัดระฆังโฆสิตาราม วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ กทม. วัดไชยชุมพลชนะสงคราม วัด เทวสังฆาราม จ.กาญจนบุรี วัดโสธรวราราม จ.ฉะเชิงเทรา วัดลอยเคราะห์ วัดสวนดอก วัดพระธาตุ ดอยสุเทพ จ.เชียงใหม่ วัดกะพังสุรินทร์ จ.ตรัง วัดพราหมณี (หลวงพ่อปากแดง) จ.นครนายก วัด พระปฐมเจดีย์ วัดไร่ขิง จ.นครปฐม วัดพระธาตุพนม จ.นครพนม บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ จ.ปราจีนบุรี วัดพนัญเชิงวรวิหาร จ.พระนคร ศรีอยุธยา วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จ.พิษณุโลก น้ำพระพุทธมนต์จากสระแก้ว อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ จ.เพชรบูรณ์ วัดพระบรมธาตุนาดูน จ.มหาสารคาม วัดกวิศราราม จ.ลพบุรี วัดพระธาตุลำปางหลวง จ.ลำปาง วัดพระพุทธบาท วัดพระพุทธฉาย จ.สระบุรี วัดพระนอนจักรสีห์ วัดพิกุลทอง วัดโบสถ์ จ.สิงห์บุรี น้ำศักดิ์สิทธิ์บ่อแก้วบ่อทอง จ.สุโขทัย วัดป่าเลไลยก์ จ.สุพรรณบุรี วัดศาลาลอย จ.สุรินทร์ วัดไชโยวรวิหาร จ.อ่างทอง วัดพระแท่นศิลาอาสน์ จ.อุตรดิตถ์ ฯลฯ

สำหรับบรรยากาศการจัดกิจกรรมเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม 2555 ที่จัดต่อเนื่องมาเป็นวันที่ 2 แล้วนั้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 06.30 น. วันที่ 2 ธ.ค.  สมเด็จพระบรม โอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ เป็นผู้แทนพระองค์ เป็นองค์ประธานในพิธีเดินเฉลิมพระเกียรติ “5 ธันวามหาราช” โดย นายปรีชา กันธิยะ อธิบดีกรมการศาสนา (ศน.) กล่าวว่า ศน.ร่วมกับมูลนิธิ 5 ธันวามหาราช และศาสนิกสัมพันธ์ 5 ศาสนา ได้แก่ พุทธ คริสต์ อิสลาม พราหมณ์-ฮินดู และซิกข์ จัดกิจกรรมดังกล่าวขึ้น โดยมีตัวแทนองค์กรเครือข่ายทั้ง 5 ศาสนา 5 พันคน หน่วยงานภาครัฐ เอกชน รวมทั้งสิ้นกว่า 10,000 คน ผู้พิการ 80 คน ร่วมเดินขบวนเฉลิมพระเกียรติ ณ บริเวณเวทีกลางมณฑลพิธีท้องสนามหลวง รอบพระบรมมหาราชวัง และท้องสนามหลวง นอกจากนี้ ศน.ได้จัดสรรงบประมาณไปยังสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด จำนวน 50,000 บาท จัดกิจกรรมเดินเทิดพระเกียรติ และกิจกรรมทางศาสนาร่วมกับจังหวัดทั่วประเทศ พร้อมทั้งจัดทำเสื้อตราสัญลักษณ์สีเหลือง แจกให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมเดินเทิดพระเกียรติทุกคน

ขณะเดียวกัน ที่ล็อก 4-5-6 ชุมชนคลองเตย สำนักงานเขตคลองเตย สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด และประชาชน ร่วมกันตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งแด่พระภิกษุ-สามเณรจากวัดสะพาน 86 รูป ถวายเป็นพระราชกุศล

ต่อด้วยเวลา 16.00 น. ที่มณฑลพิธีสนามหลวง คณะกรรมการจัดงานมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาธันวามหาราช ครั้งที่ 36 พุทธศักราช 2555 จัดพิธีปลงผมและทำขวัญนาค ข้าราชการพลเรือน ตำรวจ ทหาร และพนักงานรัฐวิสาหกิจ 87 คน ที่จะเข้าร่วมอุปสมบทถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว โดยมีพระราชธรรมนิเทศ (พระพยอม กัลยาโณ) แสดงธรรมสอนนาค ทั้งนี้ พิธีอุปสมบทหมู่นี้จะมีขึ้นที่วัดสระเกศ ในวันที่ 3 ธ.ค. และไปปฏิบัติธรรมที่วัดยานนาวา เป็นเวลา 9 วัน และในเวลา 17.00 น. ณ เวทีสังคีตศาลา พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร นายสหวัฒน์ แน่นหนา อธิบดีกรมศิลปากร เป็นประธานเปิดการแสดงในกิจกรรมดนตรีสำหรับประชาชน วงดุริยางค์สากลขับร้องเพลงสดุดีมหาราชาและรำถวายพระพร โดยมีการบรรเลงดนตรีไทย เพลงโหมโรง การแสดงชุดพระคเณศร์ประทานพร ออกรำอวยพรเปิดสังคีตศาลา การแสดงโขน เรื่องรามเกียรติ์ ชุดอโยธยาพงศ์ การแสดงตำนานละครชาตรีออกไหว้ครูชาตรี และระบำอาเซียน ขณะเดียวกัน ตามถนนราชดำเนินตลอดสาย ก็มีการเปิดไฟประดับเฉลิมพระเกียรติตามบริเวณซุ้มเฉลิมพระเกียรติ เกาะกลางถนนราชดำเนิน อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย และถนนรอบเกาะรัตนโกสินทร์ รอบสวนจิตรลดา อย่างสวยงาม นอกจากนี้ยังมีการจัดขบวนรถประดับไฟและพระบรมฉายาลักษณ์มาวิ่งตลอดถนนราชดำเนิน ทำให้บริเวณดังกล่าวสว่างไสวสวยงาม

ขณะที่ตลอดวันที่ 2 ธ.ค. ที่ศาลาศิริราช 100 ปี โรงพยาบาลศิริราช พสกนิกรจากทั่วประเทศนำแจกันดอกไม้ พวงมาลัย และสิ่งของมาทูลเกล้าฯถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จ พระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ด้วยความจงรักภักดี รวมทั้งตั้งจิตอธิษฐานขอให้ทั้งสองพระองค์ทรงมีพระพลานามัยแข็งแรงสมบูรณ์ และมีพระชนมายุยิ่งยืนนาน เป็นหลักชัยให้กับปวงชนชาวไทยตลอดไป อาทิ นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี นายธนอรรถ ตรีธิติธัญ ประธานกรรมการบริษัท โอเคไลฟ์เน็ตเวิร์ค จำกัด นำเยาวชนในนาม “ชมรมยุวราษฎรอาสาปกป้องสถาบันมาร่วมทำกิจกรรม 9 ทำดีเพื่อพ่อ ร่วมทำความสะอาดพื้นที่ภายใน รพ.ศิริราช พร้อมนำข้าวสารและน้ำดื่มมาบริจาคผู้ยากไร้ เพื่อร่วมน้อมถวายเป็นพระราชกุศล ฯลฯ

ในส่วนภูมิภาคก็เริ่มมีการจัดกิจกรรมเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม 2555 โดยที่ จ.สุราษฎร์ธานี เวลา 14.00 น. วันเดียวกัน นายชะลอศักดิ์ วาณิชย์เจริญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ศ.ดร.ชาญณรงค์ พรรุ่งโรจน์ ประธานมูลนิธิศิลปะเพื่อมวลมนุษย์ และนางศศิธร สุวรรณมณี วัฒนธรรมจังหวัดสุราษฎร์ธานี ร่วมกันเปิดโครงการศิลปะเพื่อมวลมนุษย์ Art for All : ศิลป์ สร้างสรรค์สันติสุข ณ เขื่อนรัชชประภา อ.บ้านตาขุน จ.สุราษฎร์ธานี อย่างเป็นทางการ เพื่อการสร้างสังคมแห่งการอยู่ร่วมกัน ลดความเหลื่อมล้ำ-ความหวาด– ระแวง สร้างความรักความสามัคคี สร้างความเข้าใจซึ่งกันและกัน โดยการนำศิลปะมาเป็นสะพานเชื่อมโยงความแตกต่างทั้งทางด้านร่างกาย-จิตใจ ความแตกต่างทางด้านศาสนา ภาษา วัฒนธรรม และวิถีชีวิต เยียวยาจิตใจของเยาวชนทั้งเยาวชนที่พิการและไม่พิการ ตลอดจนผู้ด้อยโอกาสในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ ปัตตานี ยะลา นราธิวาส สตูล สงขลา มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 500 คน ค่ายดังกล่าวจะจัดไปถึงวันที่ 5 ธ.ค.นี้

ต่อมาเวลา 20.30 น. สมาคมจักรยานเพื่อสุขภาพไทย ร่วมกับ สสส. และกรุงเทพมหานคร จัดกิจกรรมปั่นจักรยานเฉลิมพระเกียรติรอบเกาะรัตนโกสินทร์ มีนักปั่นกว่า 150 คนเข้าร่วมงาน  รวมถึงบอย-ปกรณ์  ฉัตรบริรักษ์  พระเอกดัง ซึ่งทั้งหมดได้ร่วมกันจุดเทียนชัยถวายพระพรพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว  ณ  ลานคนเมือง  ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร

โหวตข่าวนี้