สาวสายเลือดไทยชนะเลือกตั้ง เป็นส.ส.สหรัฐ

โดย ทีมข่าวหน้า 1 8 พ.ย. 2555 09:00

ผู้ชนะ พ.ท.หญิงลัดดา แทมมี ดั๊กเวิร์ธ อดีตทหารผ่านศึกสมรภูมิอิรักที่พิการขาขาด 2 ข้าง ลูกครึ่งอเมริกันไทย สร้างประวัติศาสตร์เป็น ส.ส.เลือดไทยคนแรกที่ได้เข้าไปนั่งในสภาคองเกรส ขณะที่ประธานาธิบดีบารัค โอบามา คว้าชัยได้เก้าอี้ผู้นำชาติมหาอำนาจหมายเลข 1 ของโลก มาครองเป็นสมัยที่ 2.

แทมมี-พ.ท.หญิงลัดดาทหารผ่านศึกพิการ ส่วน‘โอบามา’พิชิตชัยชนะขาดลอย ยึดประธานาธิบดีสมัยที่2

“โอบามา” ทำสำเร็จ ชนะเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ คว้าชัยเหนือ “มิตต์ รอมนีย์” ไปตามความคาดหมาย ครองเก้าอี้ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาเป็นสมัยที่ 2 ขณะที่คู่แข่งยอมรับความพ่ายแพ้และแสดงสปิริตโทรศัพท์ไปยินดีกับผู้ชนะ โอบามาประกาศจะร่วมมือกับพรรครีพับลิกัน ขับเคลื่อนประเทศนำพาให้พ้นวิกฤติเศรษฐกิจ ยกย่อง “มิเชล” ศรีภรรยาเป็นกำลังใจสำคัญที่ทำให้ประสบชัยชนะ ส่วนสาวเลือดไทย-อเมริกัน “ลัดดา แทมมี ดั๊กเวิร์ธ” สร้างประวัติศาสตร์เป็น ส.ส.เลือดไทยคนแรก ที่เข้าไปนั่งในสภาคองเกรส ให้สัมภาษณ์ข้ามประเทศขอบคุณคนไทยให้กำลังใจล้นหลาม เป็นทหารผ่านศึกพิการยศพันโทหญิง เคยสู้ศึกอิรักจนตัวเองบาดเจ็บสาหัส แต่ยังใจเด็ดนำเฮลิคอปเตอร์พาทหารกลับฐานได้อย่างปลอดภัย “นายกฯปู” ส่งสารร่วมยินดีกับโอบามา เชื่อสัมพันธ์ไทย-สหรัฐฯ เดินหน้า

แล้วก็เป็นไปตามความคาดหมาย  เมื่อ “บารัค โอบามา” ผู้นำสหรัฐฯผิวสีคนแรก มีคะแนนเสียงชนะใจชนชาวอเมริกัน  จนสามารถกำชัยชนะ  รั้งเก้าอี้ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาได้เป็นสมัยที่  2 ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่มีขึ้นเมื่อวันที่  6 พ.ย. และรู้ผลในไทยเมื่อเที่ยงวันที่ 7 พ.ย. ครองตำแหน่งผู้นำชาติมหาอำนาจหมายเลข  1  ของโลกอีกครั้ง  หลังชนะการเลือกตั้ง  มีคะแนนเสียงเหนือนายมิตต์  รอมนีย์ อดีตผู้ว่าการรัฐแมสซาชูเซตต์  คู่แข่งจากพรรครีพับลิกัน แบบขาดลอย แม้ถูกดูแคลนฝีมือการบริหารเศรษฐกิจสหรัฐฯ แถมตัวเลขคนว่างงานยังสูงถึง 7.9% โดยก่อนเลือกตั้ง โอบามากับรอมนีย์มีคะแนนนิยมคู่คี่สูสีตามผลโพลหลายสำนัก  ท่ามกลางความลุ้นระทึกของคนทั่วโลก รวมทั้งชาวไทยที่จับตาดูการเลือกตั้งครั้งนี้

ขณะที่นายมิตต์ รอมนีย์ คู่แข่งที่มีคะแนนเสียงสูสีไล่ตามโอบามามาติดๆ ได้แสดงสปิริตความเป็นนักการเมือง  ยอมรับความพ่ายแพ้ในครั้งนี้และอวยพรให้โอบามาประสบความสำเร็จ แต่พรรครีพับลิกันก็กู้หน้าคืนด้วยการยึดสภาผู้แทนฯตามเดิม ส่วนพรรคเดโมแครตครองวุฒิสภา ขณะที่ พ.ท.หญิงลัดดา แทมมี่  ดั๊กเวิร์ธ  อดีตทหารผ่านศึกสงครามอิรัก สร้างประวัติศาสตร์เป็น ส.ส.หญิงลูกครึ่งอเมริกัน-ไทยคนแรกในสภาคองเกรส หลังคว่ำคู่แข่งที่รัฐอิลลินอยส์  ด้านผู้นำโลกแห่ยินดีกับชัยชนะของโอบามาคับคั่ง

ทั้งนี้ สำนักข่าวต่างประเทศทุกสำนัก รวมทั้งเอพี เอเอฟพี และรอยเตอร์ รายงานถึงผลเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ, สมาชิกสภาผู้แทนฯ 435 ที่นั่ง, สมาชิกวุฒิสภา 33 ที่นั่งจากทั้งหมด 100 ที่นั่ง และการเลือกตั้งอื่นๆ รวมทั้งการทำประชามติหัวข้อต่างๆ เมื่อวันที่ 7 พ.ย. ว่า ประธานาธิบดีบารัค โอบามา ของสหรัฐฯ ได้กลับมาเป็นผู้นำสหรัฐฯ ชาติมหาอำนาจหมายเลข 1 ของโลกอีกสมัยสมใจ หลังเคยสร้างประวัติศาสตร์เป็นผู้นำผิวสีคนแรกของสหรัฐฯมาแล้วเมื่อ 4 ปีก่อน  เมื่อสามารถกำชัยเหนือนายมิตต์  รอมนีย์ อดีตผู้ว่าการรัฐแมสซาชูเซตต์ คู่แข่งจากพรรครีพับลิกัน  แบบชนะขาดลอย  แม้คู่แข่งชูความเป็นผู้มีประสบการณ์ในภาคธุรกิจข่มโอบามามาตลอดช่วงหาเสียงเลือกตั้ง  อีกทั้งตัวเลขคนว่างงานซึ่งเคยเป็นหมัดเด็ดน็อกผู้นำสหรัฐฯมาหลายต่อหลายคนในอดีตและเพิ่งเผยแพร่ก่อนเลือกตั้งไม่นาน  ตัวเลขยังสูงอยู่ที่  7.9%  แต่ชาวอเมริกันส่วนใหญ่ยังไว้วางใจโอบามา

ผลเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯอย่างไม่เป็นทางการ รู้ผลคร่าวๆตั้งแต่คูหาเลือกตั้งทั่วสหรัฐฯไล่ตั้งแต่พื้นที่รัฐแถบตะวันออกไปจดเขตตะวันตก ซึ่งมี 4 เขต ทยอยปิดเมื่อช่วงเย็นจนถึงกลางคืนวันที่ 6 พ.ย. ตามเวลาท้องถิ่นสหรัฐฯ หรือรู้ผลกันเมื่อช่วงสายของวันที่ 7 พ.ย. ตามเวลาในไทย โดยโอบามาชนะเลือกตั้งได้คะแนน “อิเล็กโทรัล โหวต” (Electoral Votes)  ซึ่งเป็นคะแนนชี้ขาดเลือกผู้นำสหรัฐฯ ไม่ใช่คะแนนเลือกตั้งดิบ  ที่เรียกว่า “ป๊อปปูลาร์ โหวต” (Popular Votes) แล้วอย่างน้อย 303 คะแนน จากทั้งหมด 538 เสียง หลังชนะเลือกตั้งได้ในหลายรัฐที่มีการแข่งขันสูงที่เรียกว่า “สวิงสเตท” หรือ “แบทเทิลกราวนด์ สเตท” นอกเหนือจากรัฐฐานเสียงเดโมแครตอื่นๆ  ส่วนรอมนีย์ได้คะแนน “อิเล็กโทรัล โหวต” อย่างน้อย 206 คะแนน

ด้านความเคลื่อนไหวของนายรอมนีย์  ซึ่งเก็บตัวรอลุ้นผลเลือกตั้งอยู่ที่เมืองบอสตัน รัฐแมสซาชูเสตต์ เมื่อรู้ว่าเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ในศึกเลือกตั้งครั้งนี้  ได้โทรศัพท์ไปแสดงความยินดีกับโอบามา ก่อนขึ้นแถลงยอมรับความพ่ายแพ้ต่อกลุ่มผู้สนับสนุนในเมืองบอสตันว่า ขอภาวนาให้โอบามาประสบความสำเร็จในการบริหารประเทศ

ส่วนโอบามาหลังรู้ผลเลือกตั้งและเป็นฝ่ายกำชัยชนะ ได้ขึ้นแถลงต่อกลุ่มผู้สนับสนุนที่นครชิคาโก รัฐอิลลินอยส์ ระบุพร้อมทำงานร่วมกับทุกฝ่าย เพื่อนำพาสหรัฐฯขับเคลื่อนไปข้างหน้าโดยเฉพาะการเร่งลดตัวเลขขาดดุลงบประมาณ ที่กำลังจะเผชิญวิกฤติด้านงบประมาณช่วงต้นปี 2556 ถ้ายังไม่มีทางออก เศรษฐกิจสหรัฐฯก็จะยิ่งย่ำแย่กว่าเดิม โอบามายังกล่าวขอบคุณนายโจ ไบเดน รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ รวมทั้งกล่าวยกย่องศรีภริยา นางมิเชล สตรีหมายเลข 1 ที่ให้การสนับสนุนและเป็นกำลังใจให้สามีมาโดยตลอด

ขณะที่การเลือกตั้งอื่นๆ แม้ผลออกมายังไม่เป็นทางการ พรรครีพับลิกัน ยังยึดสภาผู้แทนฯได้คงเดิม คว้ามาได้แล้ว 228 ที่นั่ง รวมทั้งนายพอล ไรอัน วัย 42 ปี ยังรั้งเก้าอี้ ส.ส.รัฐวิสคอนซินไว้ได้ แม้แพ้เลือกตั้งระดับชาติในฐานะคู่หูชิงรองประธานาธิบดีของนายรอมนีย์ ส่วนฝ่ายเดโมแครตได้ 182 ที่นั่ง ส่วนสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) พรรคเดโมแครตยังครองเสียงมากได้เช่นเคย คว้า 21 ที่นั่ง และรีพับลิกันได้ 8 ที่นั่ง ทางด้านผลการลงประชามติในรัฐต่างๆ พบว่า ผู้คนในรัฐเมน วอชิงตันและแมรีแลนด์ ลงมติรับรองการแต่งงานของกลุ่มคนเพศเดียวกัน โดยอีก 3 รัฐ คือ โคโลราโด วอชิงตันและโอเรกอน ลงมติใช้กัญชาได้ถูกกฎหมาย รวมทั้งใช้เพื่อการผ่อนคลาย เป็นต้น

ทางด้านผู้นำโลก ไม่ว่า จีน ญี่ปุ่น รัสเซีย เยอรมนีและอังกฤษ รวมทั้งอิสราเอล ต่างแสดงความยินดีต่อชัยชนะสมัยที่ 2 ของนายโอบามา ส่วนประธานาธิบดีฮามิด คาร์ไซ ของอัฟกานิสถาน  แถลงยินดีกับโอบามาด้วย แต่ระบุว่าผลเลือกตั้งผู้นำสหรัฐฯคงไม่มีผลกับอัฟกานิสถานมากนัก เพราะนโยบายต่างๆของสหรัฐฯต่ออัฟกานิสถานรวมทั้งแผนถอนทหารภายในปี 2557 ถูกกำหนดไว้แล้ว ที่อินโดนีเซียซึ่งโอบามาเคยมาอยู่กับแม่และพ่อเลี้ยงช่วงอายุ 6-10 ปี ก่อนกลับไปอยู่กับตายายที่รัฐฮาวาย ร่วมฉลองยินดีเช่นกัน โดยเฉพาะที่โรงเรียนเก่าของโอบามา ในกรุงจาการ์ตา มีการเปิดโทรทัศน์ ให้นักเรียนตามผลเลือกตั้งอย่างใกล้ชิดและต่างส่งเสียงเชียร์ลั่นเมื่อรู้ว่าโอบามาชนะ

นอกจากนี้ นายเขียว กันหาริธ รมว.ข่าวสารของกัมพูชา แถลงทันทีว่า โอบามาจะเดินทางมาเยือนกัมพูชาในวันที่ 18 พ.ย. เพื่อร่วมประชุมกลุ่มชาติเอเชียตะวันออก ซึ่งกัมพูชาเป็นเจ้าภาพ แต่ยังไม่แน่ชัดว่าโอบามาจะมาอยู่กี่วัน สื่อท้องถิ่นกัมพูชารายงานด้วยว่า ระหว่างนี้ ผู้นำสหรัฐฯอาจแวะเยือนไทยและพม่าด้วย แต่ยังไม่มีการยืนยัน

ต่อมาเวลา 19.34 น.ตามเวลาในไทย สำนักข่าวเอพีและเอเอฟพี รายงานว่า จากการนับคะแนนเลือกตั้งแล้ว 95% พบว่า ชาวสหรัฐฯออกมาใช้สิทธิ เลือกตั้งประมาณกว่า 117.4 ล้านคนทั่วประเทศ ถือว่าเป็นยอดผู้ใช้สิทธิ์ต่ำกว่าการเลือกตั้งเมื่อปี 2551 ส่วนคะแนนเสียงโดยรวมหรือ “ ป๊อปปูลาร์ โหวต” หลังมีการนับคะแนนบางส่วนมากกว่า 56 ล้านคะแนน พบว่า โอบามามีคะแนน “ป๊อปปูลาร์  โหวต” นำรอมนีย์อยู่ 50%-49%

นอกจากความฮือฮาในการประสบชัยชนะของโอบามา ที่สามารถรักษาเก้าอี้ตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาเอาไว้ได้อย่างไม่มีข้อกังขาใดๆ นั้น ในการเลือกตั้ง ส.ส.สหรัฐฯ ครั้งนี้ยังเป็นที่ฮือฮา เมื่อข่าวระบุด้วยว่า พ.ท.หญิง ลัดดา แทมมี ดั๊กเวิร์ธ อดีต ทหารผ่านศึกสมรภูมิอิรัก ลูกครึ่งอเมริกัน-ไทย ได้สร้างประวัติศาสตร์เป็นนักการเมืองหญิงสายเลือดผสม อเมริกัน-ไทยคนแรก ที่ได้เข้าไปนั่งในสภาคองเกรส เมื่อชนะเลือกตั้ง ส.ส.เขต 8 ในนครชิคาโก รัฐอิลลินอยส์ โดยสวมเสื้อพรรคเดโมแครต เหนือนายโจ วอลช์ ผู้เป็นคู่แข่งจากก๊วนการเมืองอนุรักษนิยม “ที พาร์ตี้” ของพรรครีพับลิกัน ซึ่งมีภาษีดีกว่าและเป็น ส.ส.เจ้าของเขตเดิม

ภายหลังได้รับเลือกตั้งเข้าไปนั่งในสภาคองเกรส พ.ท.หญิง ลัดดา ว่าที่ ส.ส.เขต 8 รัฐอิลลินอยส์ ซึ่งเกิดที่กรุงเทพฯ มีบิดาเป็นทหารอเมริกัน มารดาเป็นคนไทย หลังโอบามาขึ้นสู่อำนาจเมื่อ 4 ปีก่อน ได้รับแต่งตั้งเข้ารับหน้าที่ระดับสูงในกระทรวงกิจการทหารผ่านศึก ได้ให้สัมภาษณ์ ผู้สื่อข่าวทีวีสีช่อง 3 ผ่านมายังคนไทยในประเทศไทย ที่ร่วมยินดี ว่า ฝากขอบคุณคนไทย ที่คอยส่งกำลังใจและติดตามข่าวสารของเธอ แม้ว่าการสมัครเมื่อ 4 ปี ที่แล้วจะไม่ประสบความสำเร็จ แต่ก็ไม่ได้ย่อท้อ เพราะว่าครอบครัวโดยเฉพาะคุณแม่ ซึ่งเป็นคนไทย และเคยเกิดที่กรุงเทพมหานครนั้น ยังคงจำได้ดี ขอขอบคุณทุกคน ที่ให้กำลังแรงใจ จากนั้น แทมมีได้กลับไปพักผ่อนเนื่องจากมีคิวที่จะไปให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนที่ชิคาโก และเมืองอื่นๆในเขตที่เป็น ส.ส.อยู่ ในวันที่ 8 พ.ย. ตามเวลาสหรัฐฯ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานด้วยว่า นโยบายที่แทมมีจะผลักดันในเบื้องต้น ตามบทบาทที่ได้รับจากโอบามา คือ การดูแลเรื่องทหารผ่านศึก  ซึ่งทำให้ แทมมีมีบทบาทมากขึ้น พร้อมยืนยันว่าจะดูแลด้านนี้ เพราะแทมมีเป็นอดีตทหาร และประสบเหตุการณ์ที่คนร้ายยิงในสงครามอิรัก แต่ยังนำเฮลิคอปเตอร์พาทหารและตัวเองที่บาดเจ็บกลับฐานได้อย่างปลอดภัย แต่ต้องสูญเสียขาทั้งสองข้าง ต้องผ่าตัดใส่ขาเทียม และนั่งรถเข็น จากนั้น เมื่อมาอยู่ในตำแหน่งนี้ก็ จะผลักดันการดูแลทหารผ่านศึก ซึ่งพิการหรือไม่ได้รับการช่วยเหลือที่เพียงพอ หรือไร้บ้าน นี่คือนโยบายหลักแรกๆ ที่พูดถึง นอกจากนั้นยังพูดถึงสุภาพสตรี ที่อยู่ในเขตของเธอว่าจะพยายามผลักดันและช่วยเหลือมากที่สุด

ก่อนการเลือกตั้ง ชาวไทยในสหรัฐอเมริกาตามเมืองใหญ่ๆ ได้จัดงานระดมทุนช่วยในการหาเสียงให้แก่ พ.ท.หญิง ลัดดา แทมมี ดั๊กเวิร์ธ เช่น ชาวไทยในรัฐอิลลินอยส์ พื้นที่เขตเลือกตั้ง รวมทั้งที่นครลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย ชาวไทยทุกกลุ่มได้จัดงานที่สถานีโทรทัศน์ช่องเคเบิ้ลทีวีของคนไทย ซึ่งรับชมได้ทั่วสหรัฐอเมริกา เชิญนักร้องชื่อดังชาวไทยที่ไปใช้ชีวิตอยู่ในสหรัฐอเมริกา มาร่วมร้องเพลงเชิญชวนบริจาคเงินสนับสนุน โดยการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคาร ปรากฏว่ามีชาวไทยจากรัฐต่างๆ ร่วมบริจาคเงินกันจำนวนมาก นอกจากนี้ ยังมีชาวกัมพูชา ลาว และชาติเอเชียต่างๆ ร่วมบริจาคให้ด้วย เนื่องจากเห็นว่า พ.ท.หญิง ลัดดา จะเป็นทั้งตัวแทนชาวไทยและชาวเอเชียที่จะเข้าไปเป็น ส.ส. เพื่อจะได้เป็นปากเสียงช่วยผลักดันกฎหมายและการช่วยเหลือต่างๆ ให้แก่ชาวเอเชียด้วย

สำหรับประวัติของ พ.ท.หญิงลัดดา แทมมี ดั๊กเวิร์ธ มีข้อมูลจากเว็บไซต์ www.newsmthai.com ที่นำมาเผยแพร่ไว้ ระบุว่าเกิดเมื่อวันที่ 12 มีนาคม พ.ศ.2511 ที่กรุงเทพฯ เป็นบุตรีของนายแฟรงค์ แอล ดั๊กเวิร์ธ ทหารผ่านศึก และนางละมัย สมพรไพลิน ครอบครัวของเธอโยกย้ายไปในหลายประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตามหน้าที่การงานของบิดา เรียนจบชั้นมัธยมและมหาวิทยาลัยที่ ฮาวาย และปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยจอร์จวอชิงตัน ปัจจุบันกำลังศึกษาปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยนอร์ทเทิร์นอิลลินอยส์

แทมมี ดั๊กเวิร์ธ เป็นทหารผ่านศึกในสงครามอิรักและเป็นนักบินเฮลิคอปเตอร์ แบล็กฮอว์ก เฮลิคอปเตอร์ที่เธอขับ ถูกยิงตกในอิรัก ทำให้แทมมีสูญเสียขาทั้ง2 ข้าง และการใช้งานแขนข้างขวาบางส่วน ได้รับเหรียญตรา Purple Heart และดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการหน่วยงานด้านกิจการทหารผ่านศึกแห่งรัฐอิลลินอยส์ และเป็นตัวแทนพรรคเดโมแครต ในการเลือกตั้งกลางเทอมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐอเมริกา ที่รัฐอิลลินอยส์เมื่อปี พ.ศ. 2549 แต่แพ้การเลือกตั้ง

ในปี พ.ศ. 2555 ประธานาธิบดีโอบามาได้ แต่งตั้งให้เธอดำรงตำแหน่งผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงกิจการทหารผ่านศึก ในตำแหน่งนี้ เธอได้พยายามพัฒนาบริการภาครัฐสำหรับทหารผ่านศึก และกำจัดปัญหาการไม่มีที่อยู่อาศัยของทหารผ่านศึก แทมมีและสามีของเธอ พันตรีไบรอัน พำนักอยู่ที่เมืองฮอฟแมน เอสเตทส์

เย็นวันเดียวกัน ที่ท่าอากาศยาน กองบิน 6 (บน.6) น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวแสดงความยินดีกับนายบารัค โอบามา ที่ได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาต่ออีกสมัยว่า ได้ส่งสารไปแสดงความยินดีแล้ว เรื่องความสัมพันธ์ไทย-สหรัฐอเมริกา คงจะได้ทำงานต่อไป เนื่องจากที่ได้มีการหารือทวิภาคีไว้ ส่วนการเดินทางมาเยือนประเทศไทยของนายบารัค โอบามานั้น แล้วแต่นโยบายของสหรัฐฯ การที่นายบารัค โอบามา ได้รับตำแหน่งถือว่างานต่างๆที่ได้คุยกัน สามารถต่อเนื่องได้เลย โดยหลักนโยบายต่างๆยังคงเดิม นอกจากนี้ ยังขอแสดงความยินดีกับ พ.ท.หญิงลัดดา หรือแทมมี ดั๊ก–เวิร์ธ ชาวอเมริกันเชื้อสายไทย ที่ได้รับเลือกเป็น ส.ส.รัฐอิลลินอยส์ โดยได้ส่งสารแสดงความยินดีเช่นกัน

 

โหวตข่าวนี้