ศรีมหาโพธิกระเจิงท่วมหนัก

โดย ทีมข่าวหน้า 1 25 ก.ย. 2555 09:00

นํ้าล้นทะลักกลางดึก ต้องขนของขึ้นที่สูง! อําเภอเมืองจ่อวิกฤติ

อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี น้ำเริ่มลด แต่มวลน้ำไหลบ่าตามแม่น้ำปราจีนบุรี ทะลักท่วมพื้นที่ 9 ตำบลของ อ.ศรีมหาโพธิ โดยเฉพาะตลาดท่าประชุม ที่ว่าการอำเภอ และโรงพัก จมบาดาล “ปลอดประสพ” โวปิดจ๊อบน้ำท่วมภาคเหนือ-กลาง เตรียมรับมือฝนตกหนักภาคใต้ และแก้ปัญหาน้ำท่วม-จราจรติดขัดในกรุงเทพฯ เตรียมใช้ที่ทหารทำแก้มลิง พร้อมแขวะ กทม.ให้ขุดลอกคลองจริงๆเสียที ขณะที่ผู้ว่าฯ กทม.แจงฝนตกหนักทำให้น้ำท่วมถนน แต่แก้ได้ใน 2-3 ชั่วโมง ก็พอใจแล้ว ส่วนรองโฆษก กทม. จวกตำรวจ-ราชทัณฑ์ลอกท่อซ้ำซ้อนเปลืองงบประมาณ

ปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ภาคเหนือหลายจังหวัดเริ่มคลี่คลาย ขณะที่พื้นที่ภาคกลางยังต้องลุ้นระทึก เนื่องจากมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง และยังต้องรอรับน้ำเหนือที่ไหลบ่าตามแม่น้ำสายหลัก ขณะที่ จ.ปราจีนบุรียังอ่วม ระดับน้ำท่วมในพื้นที่ อ.กบินทร์บุรี เริ่มลดลง โดยมวลน้ำไหลทะลักเข้าท่วมพื้นที่ อ.ศรีมหาโพธิ โดยเฉพาะพื้นที่เศรษฐกิจตลาดท่าประชุม จ่อถล่มพื้นที่ อ.เมืองปราจีนบุรี

ตลาดท่าประชุมจมบาดาล

สถานการณ์น้ำท่วมวันที่ 24 ก.ย. ที่ จ.ปราจีนบุรี ระดับน้ำท่วมพื้นที่ อ.กบินทร์บุรี ลดลง 10-15 ซม. แต่มวลน้ำได้ไหลมาตามแม่น้ำปราจีนบุรีเอ่อ ท่วมพื้นที่ลุ่มริมแม่น้ำของ อ.ศรีมหาโพธิ กระทั่งเวลา 02.00 น. กระแสน้ำได้ล้นเขื่อนริมแม่น้ำทะลักท่วมพื้นที่เศรษฐกิจตลาดท่าประชุมอย่างรวดเร็ว ระดับน้ำสูง 1.20-1.40 เมตร ทำให้สถานที่ราชการ วัด และโรงเรียนถูกน้ำท่วมทั้งหมด ซึ่งทางเทศบาลตำบลศรีมหาโพธิ ได้ประกาศเสียงตามสายแจ้งเตือน ประชาชน ให้เตรียมขนย้ายทรัพย์สินและอพยพไปอยู่ในที่ปลอดภัย เนื่องจากจะมีมวลน้ำก้อนใหญ่ไหล มาจาก อ.กบินทร์บุรี จะทำให้น้ำท่วมสูงขึ้นอีก 15 ซม.

ชาวบ้านนำรถอีแต๋นรับจ้างส่งคน

ขณะที่หน่วยทหารจาก ร.2 พัน. 2 รอ. ค่ายจักรพงษ์ ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 3 ปราจีนบุรี จัดรถบรรทุกขนาดใหญ่ไว้บริการรับ-ส่ง ประชาชนที่ต้องการเดินทางเข้าออก แต่ก็ยังไม่เพียงพอ ทำให้ชาวบ้านอาศัยช่วงวิกฤตินำรถอีแต๋น รวมทั้ง รถไถบรรทุกลากออกรับจ้างบริการรับ-ส่ง รวมทั้ง บรรทุกรถจักรยานยนต์ที่ไม่สามารถวิ่งผ่านกระแสน้ำได้ คิดค่าโดยสารรายละ 20 บาท สร้างรายได้เป็น กอบเป็นกำ นอกจากนี้ นายสุทธิพงษ์ ภูมิศรีสอาด ผู้จัดการ บริษัทไทยเคนเปเปอร์ จำกัด (มหาชน) ปราจีนบุรี มอบหมายให้นายสุขชัย เกียรติอุทัยวงค์ ผจก.ส่วนซ่อมและพลังงาน เป็นผู้แทนมอบสุขากระดาษ จากมูลนิธิ SCG จำนวน 300 ชุด ให้แก่ น.ส.จิตรา พรหมชุติมา ผวจ.ปราจีนบุรี ณ ที่ว่าการอำเภอศรีมหาโพธิ เพื่อนำไปแจกจ่ายแก่ผู้ประสบภัย

น้ำจ่อเข้า อ.เมืองปราจีนบุรี

น.ส.จิตรา พรหมชุติมา ผวจ.ปราจีนบุรี เปิดเผยว่า อ.ศรีมหาโพธิ มีพื้นที่ถูกน้ำท่วม 9 ตำบล 58 หมู่บ้าน ราษฎรได้รับผลกระทบ 5,940 ครัวเรือน สถานที่ราชการ ที่ว่าการอำเภอศรีมหาโพธิ สภ.ศรีมหาโพธิ และบ้านพักตำรวจ ถูกน้ำท่วมสูง 30 ซม. คาดว่า สถานการณ์จะเริ่มคลี่คลายใน 2-3 วัน โดยน้ำจะไหลลงสู่พื้นที่ อ.เมืองปราจีนบุรี ซึ่งจังหวัดวางมาตรการป้องกันโดยเปิดประตูระบายน้ำท่าแห และประตูระบายน้ำหาดยาง อ.ศรีมหาโพธิ ระบายน้ำจากแม่น้ำปราจีนบุรี ไปสู่พื้นที่นาของเกษตรกรเพื่อลดปริมาณน้ำในแม่น้ำก่อนที่จะไหลเข้าสู่พื้นที่ อ.เมืองปราจีนบุรี ในอีกประมาณ 19 ชั่วโมงข้างหน้า และทางเทศบาลได้เตรียมวางแนวกระสอบทราย รวมทั้งเครื่องสูบน้ำ เพื่อป้องกันพื้นที่ย่านเศรษฐกิจแล้ว

แหล่งท่องเที่ยวยังให้บริการได้

ด้านนายบริสุทธิ์ ประสพทรัพย์ ผู้อำนวยการภูมิภาคตะวันออก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยผลกระทบด้านการท่องเที่ยวจากเหตุ น้ำท่วมว่า ที่ จ.นครนายก สถานการณ์ยังเป็นปกติ ส่วนตลาดโรงเกลือ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ร้านค้าต่างๆเปิดขายตามปกติแล้ว แต่นักท่องเที่ยวยังชะลอตัว อาจเป็นเพราะขาดความเชื่อมั่นเรื่องความสะดวกในการเดินทาง  ส่วนที่ จ.ปราจีนบุรี ในพื้นที่ อ.กบินทร์บุรี ยังประสบปัญหาบริเวณตลาดเทศบาล ธุรกิจโรงแรมขนาดใหญ่ตลอดจนร้านอาหารที่รองรับการค้าการท่องเที่ยว ต้องพากันปิดกิจการชั่วคราวแต่แหล่งท่องเที่ยวสำคัญๆในพื้นที่ เช่น กิจกรรมล่องเรือยางแก่งหินเพิง อ.นาดี ซึ่งเหมาะสมสำหรับฤดูกาลนี้ ยังสามารถให้บริการได้ สำหรับวัดวาอารามริมแม่น้ำปราจีนบุรี อาทิ วัดแก้วพิจิตร ตลอดจนแหล่ง ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ อยู่ในระหว่างการเฝ้า ระวัง โดยมีการติดตั้งอุปกรณ์เครื่องสูบน้ำเพื่อมิให้เกิดผลกระทบ  คาดว่าหลังสถานการณ์คลี่คลายเมืองท่องเที่ยวทั้ง 3 แห่ง จะฟื้นคืนสู่สภาวะปกติโดยเร็ว

บิ๊กคลีนนิ่งเดย์ตลาดอรัญประเทศ

จ.สระแก้ว นายศานิตย์ นาคสุขศรี ผวจ.สระแก้ว นายทรงยศ เทียนทอง นายก อบจ.สระแก้ว นายสรวงศ์ เทียนทอง ส.ส.สระแก้ว เขต 3 และนายกรชัย ศรีธนากุล นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองอรัญประเทศ ระดมเจ้าหน้าที่ทุกส่วนราชการ ภาคเอกชน ทหาร ตำรวจ นักเรียน ประชาชน และจิตอาสา ร่วม 2,000 คน นำรถน้ำรถเก็บขยะ กว่า 50 คัน ร่วมกันทำความสะอาดตลาดเทศบาลเมืองอรัญประเทศ หรือบิ๊กคลีนนิ่งเดย์ โดยทำพิธีเปิดและปล่อยขบวนทำความสะอาดบริเวณหน้าอาคารสยามมินทร์ สำนักงานเทศบาลเมืองอรัญประเทศ ซึ่งนายศานิตย์กล่าวว่า ตลาดอรัญประเทศนับว่าเป็นตลาดเศรษฐกิจแห่งหนึ่งของจังหวัดสระแก้ว เมื่อประสบอุทกภัยซึ่งถือเป็นครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์ ชาวจังหวัดสระแก้วจึงรวมพลังกันในการร่วมกันทำความสะอาด ส่วนพื้นที่น้ำท่วมใน อ.อรัญประเทศ ใกล้เข้าสู่ภาวะปกติแล้ว เหลือเพียง 3 หมู่บ้านชายแดน ใน ต.ท่าข้าม ซึ่งมีพื้นที่ติดริมคลองพรมโหดเท่านั้น คาดว่าภายใน 1-2 วันนี้ ทุกอย่างจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ

เฝ้าระวังศูนย์ราชการย่านเศรษฐกิจ

ที่ จ.อ่างทอง ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยายังคงทรงตัว แต่ยังสูงกว่าพื้นที่ริมตลิ่งทั้งฝั่งด้านศูนย์ราชการและด้านตลาด ซึ่งนายชัย สุวพันธุ์ นายกเทศมนตรีเมืองอ่างทอง ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่กองช่างร่วมกับฝ่ายป้องกันออกตรวจแนวเขื่อนเลียบแม่น้ำเจ้าพระยาตลอดเวลา และติดตามปริมาณการปล่อยน้ำของเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท อย่างใกล้ชิด และเมื่อช่วงหัวค่ำที่ผ่านมา เกิดพายุฝนตกลงมาอย่างหนัก ทำให้เกิดน้ำท่วมบ้านเรือนราษฎร บ้านพักข้าราชการ และศูนย์สืบสวน สภ.เมืองอ่างทอง เพราะไม่สามารถระบายน้ำลงแม่น้ำเจ้าพระยาได้ นอกจากนี้ ยังเกิดฟ้าคะนองรุนแรง เป็นเหตุให้นางชิ้น นาคประวิต อายุ 96 ปี ที่นอนอยู่ในบ้านเลขที่ 81 หมู่ 1 ต.ชะไว อ.ไชโย จ.อ่างทอง ตกใจเสียงฟ้าที่ผ่าลงมาใกล้กับบ้านจนช็อกเสียชีวิต

เตือนภาคตะวันออก–ภาคใต้ฝนหนัก

กรมอุตุนิยมวิทยารายงานว่า บริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนแผ่เข้าปกคลุมตอนบนของประเทศไทย ทำให้ร่องมรสุมที่พาดผ่านบริเวณภาคกลาง ภาคตะวันออกและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างมีกำลังแรงขึ้น ประกอบกับมรสุมตะวันตก–เฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยเริ่มมีกำลังแรง ทำให้บริเวณประเทศไทยตอนบนมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งบริเวณภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ขอให้ประชาชนบริเวณพื้นที่เสี่ยงภัยระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักในระยะ 2-3 วันนี้ สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยตอนบนและทะเลอันดามันมีกำลังปานกลาง ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร เขต กทม.และปริมณฑลมีฝนฟ้าคะนองเกือบทั่วไปร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง

สบอช.คาด 3 วัน ปราจีนบุรีน้ำลด

นายพิพัฒน์ เรืองงาม ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการบริหารจัดการน้ำ สำนักงานนโยบายและบริหารจัดการน้ำและอุทกภัยแห่งชาติ (สบอช.) ทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยสถานการณ์น้ำใน อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี มีปริมาณน้ำล้นตลิ่ง 1.63 เมตร มีลักษณะที่ทรงตัว คาดว่าน้ำจะลดลงภายใน 24 ชั่วโมง สำหรับ อ.เมืองปราจีนบุรี ขณะนี้มีปริมาณน้ำไหลผ่านประมาณ 810 ลบ.ม.ต่อวินาที และน้ำล้นตลิ่งอยู่ประมาณ 19 ซม. คาดว่าน้ำจะลดลงเองตามธรรมชาติภายใน 2-3 วัน โดยมวลน้ำจะไหลลงสู่อ่าวไทยผ่านแม่น้ำบางปะกง แต่จะไม่สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำบางปะกง

ถนนแห้งใน 2 ชม.ทำเต็มที่แล้ว

ที่ศูนย์ควบคุมระบบป้องกันน้ำท่วม สำนักการระบายน้ำ กทม.2 ดินแดง ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. เปิดเผยหลังประชุมประเมินสถานการณ์น้ำและแก้ปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่กรุงเทพฯ ว่า เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมามีฝนตกหนักในหลายพื้นที่ทั้งด้านตะวันออกและตะวันตกของกรุงเทพฯ ค่าเฉลี่ยน้ำฝนตั้งแต่วันที่ 4-23 ก.ย. มากกว่า 500 มิลลิเมตร หรือมีปริมาตรน้ำรวมทั้งหมด 444 ล้าน ลบ.ม. แต่ กทม.สามารถระบายน้ำได้เป็นที่น่าพอใจ โดยถนนสายหลักสามารถระบายน้ำกลับสู่สภาวะปกติได้ภายใน 2-3 ชั่วโมง ทั้งนี้เป็นผลจากการทำงานของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของ กทม.ทุกคนอย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตาม กทม.ต้องย้ำว่าหากฝนตกเกิน 60 มิลลิเมตร จำเป็นต้องใช้เวลาในการระบายน้ำ และต้องขออภัยที่เกิดน้ำท่วมขังในบางจุดด้วย นอกจากนี้ กทม.ยังคงเฝ้าติดตามสถานการณ์ ฝนอย่างใกล้ชิด เนื่องจากมีการคาดการณ์ว่าจะมีฝนตกหนัก แต่ปริมาณน้ำจะไม่เท่ากับช่วง 20 วันที่ผ่านมา ซึ่ง กทม.และกรมชลประทานได้ประสานการทำงานอย่างใกล้ชิดเพื่อเร่งผันน้ำออกสู่ทะเลโดยเร็วที่สุด

ประสานงาน กบอ.ไร้ปัญหา

นายสัญญา ชีนิมิตร ผอ.สำนักการระบายน้ำ กล่าวยืนยันว่า กทม.และกรมชลประทานได้ประสานการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดเพื่อบริหารจัดการน้ำในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล อีกทั้งประชุมร่วมกับคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) ทุกครั้ง เพื่อการบริหารจัดการน้ำร่วมกันตามแผน ที่ผ่านมา ไม่มีปัญหาในการทำงานแต่อย่างใด โดยขณะนี้ กทม.เปิดประตูระบายน้ำทุกจุดในระดับที่สามารถควบคุมได้ ตามข้อตกลงทางเทคนิคร่วมกัน ทั้งนี้ เพื่อรักษาระดับน้ำในพื้นที่ตามที่กำหนดไว้และไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชน อีกทั้งเตรียมพร้อมรับมือและทำงานต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง สถานการณ์ทั้งจากน้ำฝน น้ำเหนือ และน้ำทะเลหนุน

เผยตำรวจลอกท่อซ้ำซ้อนเปลืองงบ

ที่ศาลาว่าการ กทม. นายวสันต์ มีวงษ์ โฆษก กทม. แถลงถึงการลอกท่อระบายน้ำในพื้นที่กรุงเทพฯของตำรวจและกรมราชทัณฑ์ ว่า กทม.ยินดีที่มีหน่วยงานมาช่วยลอกท่อระบายน้ำ แต่สิ่งสำคัญคือการประสานงานมาก่อน เพื่อจะได้มีการให้ข้อมูลกัน เนื่องจาก 9 จุดที่ตำรวจได้ประสานกรมราชทัณฑ์ไปทำความสะอาดท่อในสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น ได้มีการลอกท่อเรียบร้อยแล้วตั้งแต่ต้นปี 2555 ดังนี้ 1.ถนนศรีอยุธยา บริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า 2. ถนนวิภาวดีฯ ช่วงคลองบางซื่อถึงโรงเรียนสุรศักดิ์มนตรี 3.ถนนพหลโยธิน ช่วง กม.62 อยู่นอกพื้นที่กรุงเทพฯ 4.แยกลำสาลี กรุงเทพกรีฑา ด้านถนนศรีนครินทร์ และด้านถนนรามคำแหง 5.แยกมีนบุรี ถนนสุวินทวงศ์ อยู่ในความรับผิดชอบของกรมทางหลวง (ทล.) 6.ถนนสุขุมวิท 62 7.ซอยกำนันแม้น ปัจจุบันถนนอยู่ระหว่างการก่อสร้าง-ปรับปรุง 8.ถนนสิรินธร 9.ถนนสนามไชย และถนนพระพิธ ส่วนน้ำที่ท่วมขังเกิดจากปริมาณฝนตกหนักจริงๆ อย่างไรก็ตาม การเข้ามาช่วยของตำรวจก็เป็นเรื่องดี แต่ควรประสานงานมาก่อนมิฉะนั้นจะซ้ำซ้อน และสิ้นเปลืองเงินงบประมาณ

จี้ กทม.แจงรายละเอียดเงินเยียวยา

นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกฯ และ รมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. เดินทางไปต่างประเทศในช่วงสถานการณ์น้ำท่วมว่า ได้ประสานงานกับนายวัลลภ สุวรรณดี และนายธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่าฯ กทม.อย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด เพราะมองว่าความเดือดร้อนของชาว กทม. เป็นหน้าที่ที่รัฐบาลต้องรับผิดชอบด้วย ส่วนกรณีที่สภา กทม.ระบุว่าจะใช้งบประมาณของ กทม.มาสำรองจ่ายเงินเยียวยาให้ชาวบ้านไปก่อนนั้น ขณะนี้ กทม.ระบุมาแต่เพียงงบประมาณทั้งหมด แต่ยังขาดการชี้แจงรายละเอียด ดังนั้น จึงอยากให้ กทม.เร่งชี้แจงรายละเอียดเข้ามาโดยเร็ว เพื่อที่รัฐบาลจะสามารถนำเรื่องเข้าสู่คณะกรรมการพิจารณาอนุมัติงบประมาณเยียวยาให้ประชาชนต่อไป โดยคิดว่า กรณีนี้คงไม่มีปัญหาหากทำตามระเบียบหลักเกณฑ์ที่วางไว้

“ปลอดประสพ” ปิดจ๊อบน้ำท่วมเหนือ

นายปลอดประสพ สุรัสวดี รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ถือว่าปิดจ๊อบน้ำท่วมภาคเหนือและภาคกลางลงไปได้แล้ว ส่วนภาคตะวันออกแถว จ.สระแก้ว ซึ่งได้รับลมตะวันตกเฉียงใต้ข้ามผ่านไปยังอ่าวไทยฝั่งตะวันออก ทำให้มีฝนตกมากกว่าปกติ ทำให้เกิดปัญหาน้ำหลาก และเป็นความเสียหายที่ต้องระวังเพราะน้ำจะไหลแรง แต่จะไม่ท่วมเกิน 3 วัน ส่วนภาคใต้อีก 15 วัน จะเริ่มมีฝนตกชุกทั่วทั้งภาค ซึ่งทาง กบอ.ได้ส่งทีมลงไปแล้ว และในอีก 7 วัน จะได้ข้อมูลที่นำมาทำเป็นแผนป้องกันไม่ให้จังหวัดท่องเที่ยวถูกน้ำท่วมที่จะทำได้เสร็จก่อนการประชุม ครม.สัญจร ที่เกาะสมุย ในวันที่ 21-22 ต.ค.นี้

เตรียมใช้ที่ทหารทำแก้มลิง

นายปลอดประสพ กล่าวต่อว่า สำหรับพื้นที่กรุงเทพฯ ขณะนี้ร่องมรสุมที่อยู่เหนือหัวคนกรุงเทพฯ ยังมีอยู่ รัฐบาลจะเข้าไปช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วมถนนครั้งละ 4-5 ชั่วโมงให้ทุเลาลง แม้กรุงเทพมหานครจะแสดงความหยิ่งและปากเสียตลอดเวลาเราก็จะช่วย ซึ่งวิธีการช่วยทางนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมช.คมนาคม จะประสานกับส่วนราชการทหารให้ใช้พื้นที่ทหารเป็นแก้มลิง โดยจะทำการพร่องน้ำที่อยู่ในบึงหรือบ่อลงในคูคลองในช่วงที่ฝนไม่ตก และเมื่อเกิดปัญหาฝนตกหนักก็จะดูดน้ำบนถนนเข้าในพื้นที่ทหารแทน พร้อมทั้งจะทุบพื้นที่ริมฟุตปาทบางจุดที่มีท่อและบ่อระบายน้ำรองรับอยู่แล้ว เพื่อให้น้ำที่ท่วมถนนไหลลงอย่างรวดเร็ว จากนั้นจะติดเครื่องสูบน้ำและท่อขนาดใหญ่ดูดน้ำออกไปผ่านระบบคูคลอง เพราะปัญหาขณะนี้พอฝนตกแล้วน้ำไหลช้าเนื่องจากช่องระบายเล็กเกินไป ส่วนคลองเล็กๆ ในกรุงเทพฯ ขอให้ขุดลอกด้วยเพราะเห็นแต่กรุงเทพมหานครเอาป้ายไปติดมีคนยืนถกขากางเกงว่าจะมีการขุดลอก แต่ไม่ยอมขุดลอกจริงเสียที ทำให้ฝนที่ตกลงมาค้างอยู่ในคลองเล็ก ไม่ระบายลงในคลองขนาดใหญ่เสียที

นักวิชาการเตือน กทม. อาจถูกน้ำท่วม

ที่คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นายธนวัฒน์ จารุพงษ์สกุล หน่วยศึกษาพิบัติภัยและข้อสนเทศเชิงพื้นที่ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ เปิดเผยว่า อย่าเพิ่งมั่นใจว่าน้ำจะไม่ท่วมกรุงเทพฯ เพราะจากการวิเคราะห์ปริมาณฝนพบว่า ร่องมรสุมหรือร่องฝนที่พาดผ่านภาคกลางของไทยขณะนี้และทำให้ฝนตกหนักเกือบทุกวันอยู่ยาวนานผิดปกติ ทำให้ในเดือน ต.ค.-พ.ย.นี้ มีโอกาสสูงที่จะเกิดพายุพัดเข้าสู่ประเทศไทย โดยเฉพาะพายุที่มีจุดกำเนิดจากทะเลจีนใต้ เพราะสถานการณ์จะเหมือนกับเหตุการณ์น้ำท่วมกรุงเทพฯ เมื่อปี 2538 และ 2549 ซึ่งตรงกับช่วงเปลี่ยนผ่านปรากฏการณ์จากลานินญามาเป็นเอลนินโญหรือเป็นช่วงเอลนินโญอ่อนๆ จากสถานการณ์ดังกล่าวทำให้มีโอกาสที่กรุงเทพฯจะเจอกับ 3 น้ำ คือ น้ำเหนือ น้ำฝน และน้ำทะเลหนุนพร้อมกันได้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรจะเปลี่ยนแนวคิดในการเฝ้าระวัง อย่าเพิ่งมั่นใจว่าน้ำจะไม่ท่วมกรุงเทพฯ ซึ่งปีนี้หากเกิดน้ำท่วมจริงๆจะไม่เหมือนกับปีที่ผ่านมา เพราะปีนี้จะเกิดจากน้ำฝนและพายุในพื้นที่ ขณะที่ปีที่แล้วเกิดจากปริมาณน้ำเหนือที่มีเป็นจำนวนมาก

โหวตข่าวนี้

Thairath TV

คิดต่าง อย่างเข้าใจ
  1. 1 เมนูทีวี 11/04/57 ดู 890 ครั้ง
  2. 2 ทีวีทีเด็ด 11/04/57 ดู 715 ครั้ง
  3. 3 เมนูทีวี 12/04/57 ดู 571 ครั้ง
  4. 4 ทีวีทีเด็ด 12/04/57 ดู 501 ครั้ง
  5. 5 เมนูทีวี 13/04/57 ดู 470 ครั้ง