คาใจ'ชาดา'ยื้อส่งปืน.380

โดย ทีมข่าวหน้า 1 8 ก.ย. 2555 09:00

ตร.ตั้งปมปืนลั่น-ไม่มีทะเบียน

ผบช.ภ.3 ยืนยันพยานหลักฐานคดีสังหารลูก “ส.ส.ชาดา” เพียงพอดำเนินคดีทั้ง 2 ฝ่าย และยังไม่ตัดประเด็นที่ ส.ส.ชาดา ระบุคนร้ายมี 2 คน แต่พยานหลักฐานมีเพียงคนเดียวเท่านั้น ด้านรองผบก.สส.ภ.3 โต้เรื่องที่ยังคาใจ 2 ประเด็น คืออาจเกิดปืนลั่นในรถ เพราะพบปลอกกระสุนปริศนา .380 ในรถ แต่ยังไม่มีการนำปืนมามอบให้ตำรวจ กับการผ่าศพตรวจหัวกระสุนปืน ขณะที่ตำรวจยังระดมกำลังค้นหาปืนอย่างต่อเนื่องแต่ยังไม่พบ

คดีนายฟารุต ไทยเศรษฐ์ ลูกชายนายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี  พรรคชาติไทยพัฒนา  ถูกคนร้ายควบรถปิกอัพประกบยิงตายคารถโตโยต้า พราโด บนถนนสายเขาใหญ่-วังน้ำเขียว  ต.หมูสี  อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา  เมื่อคืนวันที่ 20 ส.ค.ที่ผ่านมา  ต่อมานายมั่น พูลทรัพย์ อายุ 40 ปี โฟร์แมนคุมงานก่อสร้างรีสอร์ตแห่งหนึ่ง  เข้ามอบตัวยอมรับว่าเป็นคนลั่นกระสุนใส่รถผู้ตาย  เพราะถูกฝ่ายตรงข้ามยิงก่อนเนื่องจากขับรถปาดหน้า  และนายสุริยา ไทยเศรษฐ์ ญาตินายชาดา  ซึ่งนั่งหน้าคู่กับนายฟารุต  เข้ามอบตัวภายหลัง ซึ่งนายชาดายังข้องใจว่าคนร้ายมี  2 คน และการก่อเหตุน่าจะมีเบื้องหลัง  ขณะที่ตำรวจยังพยายามตามหาปืนอีก 2 กระบอก คือปืน .380 ที่เชื่อว่าอยู่ในรถของนายฟารุต กับปืน 9 มม.ที่นายมั่นโยนทิ้งระหว่างหลบหนี

ความคืบหน้าการสางปริศนาคดีสังหารลูก  ส.ส.ชาดา เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 7 ก.ย. พล.ต.ท.ภาณุ เกิดลาภผล ผบช.ภ.3 เปิดเผยว่า จากพยานหลักฐานที่พนักงานสอบสวนรวบรวมได้  มั่นใจว่าเพียงพอที่จะดำเนินคดีกับคู่กรณีทั้ง  2  ฝ่าย โดยเฉพาะหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ทั้งวิถีกระสุนปืน  และร่องรอยจากรถยนต์ของคู่กรณีทั้ง  2  คัน  แม้ว่าจะหาอาวุธปืนขนาด .380  อีก  1  กระบอกของทางฝั่งนายฟารุต  และอาวุธปืนขนาด  9  มม.ของนายมั่นไม่พบ ส่วนที่  ส.ส.ชาดา ให้การว่า ฝ่ายคู่กรณีมีผู้ก่อเหตุ 2 คน ทางตำรวจก็ยังไม่ได้ตัดประเด็นนี้ทิ้ง  แต่จากหลักฐานที่เก็บได้ พบว่ากระสุนปืนที่ยิงใส่รถผู้ตาย  ยิงมาจากคนคนเดียว อีกทั้งจากพยานหลักฐานที่ตำรวจเก็บได้จากรถปิกอัพคู่กรณีเชื่อว่านายมั่นก่อเหตุเพียงคนเดียว  นอกจากนี้เจ้าหน้าที่จากกองพิสูจน์หลักฐานกลาง ใช้เครื่องสแกนแบบ 3 มิติไปตรวจแนววิถีกระสุนในขณะเกิดเหตุแล้วสร้างภาพจำลองออกมาให้เสมือนจริง  ซึ่งจะทำให้พยานหลักฐานหนักแน่นและรัดกุมมากขึ้น โดยสำนวนคดีทั้งหมดจะเสร็จสิ้นภายในเดือน ก.ย.นี้

พ.ต.อ.ภาณุ  บูรณศิริ  รอง  ผบก.สส.ภ.3  เปิดเผยว่า  กรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่ามีผู้ที่ร่วมมือกับนายมั่น พูลทรัพย์ ยิงนายฟารุตนั้น ขอยืนยันว่านายมั่นก่อเหตุคนเดียว ส่วนอาวุธปืนขนาด 9 มม.ที่ยังหาไม่เจอ เชื่อว่านายมั่นอาจสับสนเรื่องจุดทิ้งปืน  แต่สิ่งที่ยังเป็นที่ค้างคาใจของประชาชนและตำรวจ  มีอยู่ 2 เรื่อง คือ 1.อาจจะเกิดปืนลั่นในรถของนายฟารุต เพราะพบปลอกอาวุธปืน .380 อยู่ในรถของนายฟารุต จำนวน 3 ปลอก แต่ยังไม่มีการมอบปืนให้ตำรวจ จึงตั้งข้อสงสัยว่าอาจจะเป็นปืนไม่มีทะเบียน  หรือเป็นปืนที่มีประวัติ 2.คือเรื่องของการผ่าพิสูจน์ศพของนายฟารุตเพื่อตรวจหัวกระสุนปืน  เชื่อว่าหากฝั่งของนายชาดา ทำให้ 2 เรื่องนี้คลี่คลายได้ก็จะไม่เกิดความค้างคาใจต่อไป  ส่วนกรณีที่มีสถานีโทรทัศน์แห่งหนึ่งเผยแพร่คลิปขณะที่มีการเข้าช่วยเหลือนายฟารุต  และมีเสียงของผู้ที่นั่งมากับนายฟารุต  ระบุรถที่ก่อเหตุไม่ตรงกับรถยนต์ของนายมั่น  คิดว่าไม่ส่งผลกระทบต่อรูปคดี  เนื่องจากการสอบพยานที่นั่งมากับผู้ตายในครั้งแรกก็ให้การไม่ตรงกันในเรื่องนี้  อย่างไรก็ตาม จะต้องนำคลิปดังกล่าวมาตรวจสอบอีกครั้ง

ด้าน  พ.ต.อ.พงษ์เดช  พรหมวิจิตร  รอง  ผบก.ภ.จ.นครราชสีมา  กล่าวถึงการค้นหาปืนของผู้ต้องหาว่า ได้ระดมกำลังตำรวจ สภ.หมูสี และ สภ.ข้างเคียง เดินเรียงหน้ากระดานค้นหาอาวุธปืนตามจุดที่นายมั่นให้การว่าโยนทิ้งบริเวณบ้านขนงพระเหนือ  แต่ยังไม่พบและได้มีการขยายพื้นที่ในการค้นหาอาวุธปืนเพิ่มเติม รวมระยะทางกว่า  20  กิโลเมตร  มั่นใจว่าจะต้องหาอาวุธปืนกระบอกดังกล่าวพบให้ได้  เพราะเกรงผู้เก็บปืนได้นำไปก่อเหตุโยนความผิดให้ผู้ต้องหา  และต้องการทำให้รูปคดีนี้ครบถ้วน

โหวตข่าวนี้

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง