เหนือ-อีสานชุ่มพิษพายุวีเซนเต้เตือน24จังหวัด

โดย ทีมข่าวหน้า 1 25 ก.ค. 2555 09:00

“วีเซนเต้” ทำฝนตกหนักทั่วทุกภาคของไทย ภาคเหนือหนักสุดหลังเจอพระพิรุณซัดกระหน่ำติดต่อกัน 2-3 วัน ที่ จ.แม่ฮ่องสอน น้ำป่าทะลักท่วมถนน 30 ซม. หมู่บ้านกะเหรี่ยงคอยาวถูกตัดขาดรถวิ่งเข้า ไปไม่ได้ สั่งเฝ้าระวังภัย 24 ชม. จ.เชียงราย ภูเขาอุ้มน้ำไม่ไหวถล่มทับถนนเป็นระยะทางยาวกว่า 100 เมตร 10 หมู่บ้านสัญจรไม่ได้ ขณะที่เที่ยวบินฮ่องกงหลายสายต้องยกเลิกและดีเลย์นับชั่วโมง ด้านนายกฯ “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” สั่งกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯและไอซีทีเกาะติดสถานการณ์รับมือ อุตุฯเตือน 24 จว. ระวังฝนตกหนัก 24-27 ก.ค.นี้

อิทธิพลพายุ “วีเซนเต้” ที่มีจุดศูนย์กลางอยู่ ที่เกาะไหหลำ ประเทศจีน ก่อนขึ้นฝั่งทางตอนบนของประเทศเวียดนาม ส่งผลกระทบทำให้หลายจังหวัดของไทยมีฝนตกหนักติดต่อกันหลายวัน และเกิดน้ำป่าไหลทะลักบางพื้นที่ โดยที่ จ.แม่ฮ่องสอน เกิดฝนตกต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 แล้ว ล่าสุดช่วงสายวันที่ 24 ก.ค. น้ำป่าจากเทือกเขาในหมู่บ้านกุงไม้สัก ต.ปางหมู อ.เมืองแม่ฮ่องสอน ไหลทะลักท่วมถนนทางเข้าหมู่บ้านสูงประมาณ 30 ซม. ทำให้รถไม่สามารถวิ่งผ่านได้ ซึ่งถนนสายดังกล่าวเป็นเส้นทางที่จะเข้าหมู่บ้านกะเหรี่ยงคอยาวบ้านในสอย  ทำให้การเดินทางของชาวบ้านและนักท่องเที่ยวถูกตัดขาดอย่างสิ้นเชิง

นายเพิ่มวิทยา กันทะทรง รักษาการหัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดแม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า ฝนที่ตกตลอดทั้งวันทั้งคืนช่วง 2 วันที่ผ่านมาทำให้แม่น้ำปายเพิ่มระดับขึ้นอีก 50 ซม. แต่ก็ยังอยู่ในระดับที่ปลอดภัย อย่างไรก็ตาม ได้ประกาศให้ประชาชนเตรียมพร้อมป้องกันอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม ที่อาจเกิดขึ้นในช่วงระยะ 2-3 วันนี้ โดยเฉพาะพื้นที่ อ.เมืองแม่ฮ่องสอน อ.ปางมะผ้า และ อ.ปาย ให้เฝ้าระวังภัยอย่างใกล้ชิดเพราะมีฝนตกติดต่อกัน หากปริมาณน้ำฝนมากกว่า 100 มิลลิเมตร ให้อพยพชาวบ้านในพื้นที่เสี่ยงไปอยู่ในที่ปลอดภัยทันที

ที่ จ.เชียงราย เกิดฝนตกหนักติดต่อกัน 3 วัน ทำให้น้ำป่าบนยอดดอยสูงไหลลงแม่น้ำกก แม่น้ำคำ แม่น้ำลาว จนเริ่มเอ่อล้น โดยบริเวณเทือกเขาสูงในพื้นที่ ต.แม่สลองใน อ.แม่ฟ้าหลวง ดินภูเขาอุ้มน้ำไม่ไหวถล่มลงมาทับถนนสายบ้านเทอดไทย-หัวแม่คำ ช่วงบ้านเล่าลิ่วกับบ้านแสนเมืองโก ต.แม่สลองใน เป็นทางยาวกว่า 100 เมตร ชาวบ้านที่อาศัยอยู่กว่า 10 หมู่บ้านได้รับความเดือดร้อน เนื่องจากไม่สามารถสัญจรไปมาได้ นายธีรพงษ์ วิชาทยานนท์ รองนายก อบต.แม่สลองใน ต้องนำเจ้าหน้าที่พร้อมรถไถดันดินเลนให้รถวิ่งได้ 1 ช่องทาง พร้อมแจ้งสำนักงานทางหลวงชนบทเชียงรายเร่งเคลียร์เส้นทาง

ด้านนายสมพล สุปราการ ผู้อำนวยการศูนย์อุตุนิยมวิทยาเชียงราย กล่าวว่า ช่วงวันที่ 24-25 ก.ค. พื้นที่ จ.เชียงรายจะมีฝนตกหนักถึงหนักมาก ขอเตือนประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ลาดเชิงเขา ทางน้ำไหลให้ระมัดระวังจากน้ำป่าไหลหลาก ส่วนปริมาณน้ำฝนวัดได้มากที่สุดอยู่ที่ อบต.ไม้ยา อ.เทิง เมื่อเช้าวันที่ 24 ก.ค. ขณะที่นายเชษฐา โมสิรัตน์ หัวหน้าป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเชียงราย กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานความเสียหายจากพื้นที่ แต่ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่สาธารณภัย องค์กรส่วนท้องถิ่นทุกพื้นที่เฝ้าระวังเตรียมพร้อมเข้าให้การช่วยเหลือประชาชนที่เกิดภัยน้ำท่วมและดินถล่ม

ที่ จ.อุดรธานี เมื่อเวลา 14.30 น. เกิดพายุหมุนพัดในพื้นที่ ต.หนองขอนกว้าง อ.เมืองอุดรธานี ทำให้ต้นไม้หักโค่นทับบ้านเรือนเสียหายหลายหมู่บ้าน บริเวณสี่แยกบายพาสอุดรธานี-หนองคาย เทศบาลตำบลหนองขอนกว้าง มีเสาไฟฟ้าโค่นล้ม ป้ายสัญญาณจราจรและป้ายโฆษณาล้มเสียหาย นายสวัสดิ์ บรรเทา อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 41 หมู่ 3 บ้านเซ ซึ่งถูกลมพัดบ้านชั้นเดียวพังทั้งหลัง กล่าวว่า ช่วงเกิดเหตุมีลมพัดแรงมากจนหลังคาฝาบ้านปลิวไปกับกระแสลม เหลือแต่เสาบ้าน นางจิรภา บรรเทา อายุ 42 ปี ภรรยา ที่อยู่ในบ้านถูกเสาไม้ล้มทับขาบาดเจ็บต้องพาส่งโรงพยาบาล

ขณะที่นายชูศักดิ์ ฟูเกียรติ ประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง เปิดเผยว่า อิทธิพลพายุ “วีเซนเต้” ซึ่งจะส่งผลทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากในบางแห่ง คลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร จึงขอประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนที่อาศัยบริเวณชายฝั่งทะเลที่ราบต่ำริมน้ำ ที่ลาดเชิงเขา และพื้นที่เสี่ยงภัยของจังหวัดตรังให้เตรียมการป้องกันและระมัดระวังอันตรายอันเกิดจากภัยธรรมชาติในระยะ 3-4 วันนี้ ระหว่างวันที่ 24-27 ก.ค. สำหรับชาวประมงควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ

เมื่อวันที่ 24 ก.ค. กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนภัย “พายุวีเซนเต” (VICENTE) ว่า พายุไต้ฝุ่น “วีเซนเต” เคลื่อนขึ้นฝั่งใกล้เกาะฮ่องกงที่มณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน และเมื่อเวลา 10.00 น. พายุนี้อ่อนกำลังลงเป็นพายุโซนร้อน คาดว่าพายุจะอ่อนกำลังลงเป็นลำดับและสลายตัวในประเทศเวียดนามตอนบนในวันที่ 25 ก.ค. ลักษณะดังกล่าวทำให้ช่วงระหว่างวันที่ 24-27 ก.ค. มีฝนเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งของประเทศไทยในภาคเหนือบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย น่าน พะเยา ลำพูน ลำปาง แพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย ตาก พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ ภาคตะวัน– ออกเฉียงเหนือ จังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร และนครพนม ภาคตะวันออกบริเวณจังหวัดจันทบุรี ตราด และภาคใต้ระนอง และพังงา

ดังนั้น ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย พื้นที่ลุ่มใกล้ทางน้ำไหลหลากระวังอันตรายจากฝนตกหนักซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก ส่วนมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทยและอ่าวไทย มีกำลังแรงขึ้น ทำให้คลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ และเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนควรงดออกจากฝั่ง

ที่ทำเนียบรัฐบาลเมื่อเวลา 14.00 น. วันเดียวกัน น.ส.ศันศนีย์ นาคพงษ์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ก่อนเข้าสู่วาระประชุม น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แสดงความเป็นห่วงเรื่องพายุ “วีเซนเต” ซึ่งนายปลอดประสพ สุรัสวดี รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายงานให้นายกฯรับทราบว่า พายุดังกล่าว ไม่น่าส่งผลกระทบให้เกิดน้ำท่วมใหญ่ในไทยเพราะเขื่อนภูมิพลสามารถรับน้ำได้ปริมาณมาก โดยนายกฯ มอบหมายให้กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ กับกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ใช้โอกาสนี้ทดสอบระบบเตือนภัยและบูรณาการการทำงานแบบซิงเกิ้ลคอมมานพร้อมทั้งรายงานผลอย่างเป็นเอกภาพ

นายสมชัย สวัสดีผล ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เปิดเผยกรณีพายุไต้ฝุ่นวีเซนเตพัดเข้าถล่มเกาะฮ่องกง ว่า ส่งผลกระทบทำให้เที่ยวบินที่จะบินมาจากฮ่องกงมาสนามบินสุวรรณภูมิในวันที่ 24 ก.ค.นี้ ยกเลิกเที่ยวบินในเส้นทางบินกรุงเทพฯ-ฮ่องกง จำนวน 8 เที่ยวบิน ประกอบด้วยเที่ยวบินขาเข้าสนามบินสุวรรณภูมิ 4 เที่ยวบิน และออกจากสนามบินสุวรรณภูมิ 4 เที่ยวบิน

ส่วนนายสมรรถ พุ่มอ่อน ผู้อำนวยการฝ่ายวางแผนการตอบสนองภาวะฉุกเฉินและวิกฤติ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การบินไทยได้รับผลกระทบเที่ยวบินล่าช้ากว่ากำหนดจำนวน 2 เที่ยวบิน คือ เที่ยวบินทีจี 603 ออกเดินทางจากฮ่องกงมายังกรุงเทพฯ ตามตารางบินปกติจะบินออกจากฮ่องกงเวลา 07.45 น. และถึงกรุงเทพฯ เวลาประมาณ 09.25 น. ล่าช้าเกือบ 2 ชั่วโมง และเที่ยวบินทีจี 609 ออกเดินทางจากฮ่องกงมาภูเก็ต เวลา 09.00น. ล่าช้ากว่า 1 ชั่วโมง ขณะนี้เที่ยวบินการบินไทยทำการบินระหว่างฮ่องกงและไทยได้ตามปกติแล้ว

นาวาอากาศตรี ประจักษ์ สัจจโสภณ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัทวิทยุการบินแห่งประเทศ ไทย (บวท.) กล่าวว่า กรณีพายุวีเซนเตทำให้เที่ยวบินของสายการบินคาเธ่ย์ แปซิฟิก ซึ่งมีฐานการบินอยู่ที่ประเทศฮ่องกงจำนวน 5 เที่ยวบิน ไม่สามารถบินลงยังสนามบินนานาชาติฮ่องกงได้  เที่ยวบินทั้งหมดได้ขอลงฉุกเฉินที่สนามบินสุวรรณภูมิเมื่อวันที่ 24 ก.ค.ที่ผ่านมา การขอลงฉุกเฉินในครั้งนี้ไม่ส่งผลกระทบต่อตารางการบินปกติที่เข้ามาใช้บริการสนามบินสุวรรณภูมิ และถือเป็นเรื่องปกติที่จะมีสายการบินต่างชาติมาขอลงฉุกเฉินกรณีที่เกิดปัญหาสภาพอากาศแปรปรวนจากภัยพิบัติ โดย บวท.สามารถบริหารจัดการตารางบินให้เป็นไปด้วยความปลอดภัยทุกเที่ยวบิน

ด้านสำนักข่าวต่างประเทศรายงานถึงผลกระทบของพายุ “วีเซนเต” เมื่อวันที่ 24 ก.ค.ว่า ทางการจีนสั่งอพยพผู้คน 42,000 คน พร้อมกับประกาศเตือนภัยน้ำท่วม ดินถล่ม และภัยพิบัติอื่นๆภายหลังไต้ฝุ่น “วีเซนเต” ซึ่งนับเป็นไต้ฝุ่นรุนแรงสุดในรอบ 13 ปี พัดถล่มเกาะฮ่องกงตั้งแต่ช่วงเวลา 04.00 น. วันที่ 24 ก.ค. ตามเวลาท้องถิ่น หรือตรงกับ 03.00 น. วันเดียวกัน ตามเวลาในไทย ด้วยแรงลมกว่า 140 กม.ต่อชั่วโมง และเริ่มพัดเข้าภาคใต้ของจีนผ่านมณฑลกวางตุ้งที่อยู่ติดฮ่องกง แม้จะอ่อนกำลังเป็นพายุโซนร้อนแล้ว  แต่คาดว่ายังจะมีฝนตกหนักทั้งในมณฑลกวางตุ้งและมณฑลกว่างซี

ส่วนที่ฮ่องกงที่ช่วงแรกแจ้งเตือนภัยไต้ฝุ่นระดับ 10 ซึ่งเป็นการเตือนภัยพายุขั้นสูงสุดครั้งแรกตั้งแต่ปี 2542 โดยตลอดคืนวันที่ 23 ก.ค. คาบเกี่ยวช่วงเช้าตรู่วันที่ 24 ก.ค. อิทธิพลของพายุวีเซนเต ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 118 คนโดยมีจำนวน 52 คน ถูกนำส่งโรงพยาบาล ต้นไม้นับร้อยต้นหักโค่นกีดขวางการจราจร สถานีรถไฟใต้ดินหลายแห่งถูกปรับเป็นที่พักพิงชั่วคราวรองรับกลุ่มผู้โดยสารที่ติดค้าง นอกจากนี้ยังมีเที่ยวบินร้อยกว่าเที่ยวถูกยกเลิกและล่าช้าหรือไม่ก็เปลี่ยนเส้นทาง เรือข้ามฟากต้องหยุดบริการชั่วคราว กระทั่งมีการปรับลดระดับเตือนภัยลงเมื่อช่วงเช้าวันที่ 24 ก.ค. หลังจากพายุวีเซนเตอ่อนกำลังลงมาอยู่ที่ 59 กม.ต่อชั่วโมง แต่ยังคงเตือนภัยพายุรุนแรงต่อไป อย่างไรก็ดี สนามบินฮ่องกงเริ่มกลับมาให้บริการเกือบเป็นปกติแล้วในช่วงบ่ายวันที่ 24 ก.ค. รวมถึงภาคธุรกิจ การธนาคาร และตลาดหุ้น

โหวตข่าวนี้

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง