4.2ล้านเม็ดทะลักลอตมหึมาสกัดทันฉิวเฉียด

โดย ทีมข่าวหน้า 1 3 มี.ค. 2555 09:00

จับมากสุดที่เชียงรายตร.‘วิ’แก๊งไอซ์ปากน้ำ

ตำรวจเมืองปากน้ำจับตายขบวนการค้ายานรกรายใหญ่ หลังจับกุมสาวใหญ่นักค้ายาร่วมแก๊งมาสอบขยายผลวางแผนติดต่อให้ 2 หนุ่มเอเย่นต์ขับรถเก๋งมารับยาที่ลานจอดรถหน้าห้าง จู่โจมเข้าตรวจค้นไหวตัวขับรถหนีพุ่งชนรถที่ตำรวจขับขวางหมดทางหนี กำแหงใช้ปืนยิงใส่เลยถูกเป่าดับคารถ 1 ศพ ส่วนเพื่อนอีกคนถูกยิงดิ้นตะครุบตัวได้ สอบพบทั้งคู่ประวัติแสบ ก่อคดีฆ่าคนตายมาหลายคดี ด้าน จ.เชียงราย จับกุมยาบ้า 2 ราย ยึดของกลางมโหฬาร 4 ล้าน 2 แสนเม็ด ขณะที่กระทรวงศึกษาฯคุมเข้มจะร่วมกับ ป.ป.ส.สุ่มตรวจปัสสาวะนักเรียนตามสถานศึกษาทั่วประเทศ เผยมีนักเรียนและครูเกี่ยวข้องกับสารเสพติด หรือยาเสพติด 37,662 คน ส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับบุหรี่ เหล้า และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รองลงไปคือยาบ้า กัญชา ใบกระท่อม สารระเหย และยาไอซ์ มีผู้อยู่ระหว่างรอการบำบัดกว่า 9 พันราย

ตำรวจดวลปืนจับตายแก๊งค้ายานรกเปิดเผยเมื่อเวลา 00.10 น. วันที่ 2 มี.ค. พ.ต.ต.เอกสิทธิ์ ไหมหรือ สารวัตรเวร  สภ.สำโรงเหนือ  อ.เมืองสมุทรปราการรับแจ้งเหตุเจ้าหน้าที่ทำวิสามัญฯคนร้ายแก๊งค้ายาเสพติดบริเวณลานจอดรถห้างฟู้ดส์แลนด์  ถนนศรีนครินทร์ ต.สำโรงเหนือ  จึงพร้อมด้วย  พล.ต.ต.จิตติ  รอดบางยาง ผบก.ภ.จ.สมุทรปราการ พ.ต.อ.สมชัย อินตาพวง รอง  ผบก.  พ.ต.อ.ศิร์ธัชเขต  ครูวัฒนเศรษฐ์   ผกก.สภ.สำโรงเหนือ  พ.ต.อ.สังวาลย์  ฤกษ์ศรีลักษณ์  ผกก. สภ.เมืองสมุทรปราการ นำกำลังไปตรวจสอบ

พบรถเก๋งโตโยต้าโคโรลล่า  สีขาว  ทะเบียน ฌร 2905 กรุงเทพมหานคร ของคนร้ายจอดในสภาพพุ่งชนรถเก๋งฮอนด้าซีวิค  สีบรอนซ์เงิน  ทะเบียน ญภ  8680  กรุงเทพมหานคร  ประตูหน้าด้านซ้ายพังยุบ พบศพนายคำรณ หรือต้น สว่างนพ อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 133/3 หมู่ 5 ต.พยอม อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา  นอนจมเลือดในเบาะหน้าด้านซ้าย สวมเสื้อโปโลสีฟ้า กางเกงยีนส์ สีน้ำเงิน  มีบาดแผลถูกยิงบริเวณแผ่นหลัง 2 นัด และต้นแขนขวา 1 นัด รวม 3 นัด พบปืน .38 ตกข้างศพ ส่วนคนเจ็บถูกนำส่ง รพ.สมุทรปราการ ชื่อนายศุภมิตร เฉลยโฉม อายุ 20 ปี  อยู่บ้านเลขที่ 45/4  หมู่ 8  ต.เมืองเก่า  อ.กบินทร์บุรี  จ.ปราจีนบุรี  ถูกยิงเข้าชายโครงขวาและต้นแขนขวา 2 นัด ตรวจสอบรถคนร้ายพบรอยถูกยิงพรุนหลายรู  เสื้อแจ็กเกตแขนยาวสีดำด้านหลังปักอักษรโปลิศ และกระเป๋าเสื้อผ้าบรรจุยาไอซ์จำนวนหนึ่ง

พล.ต.ต.จิตติ รอดบางยาง ผบก.ภ.จ.สมุทรปราการ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 1 มี.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสมุทรปราการ จับกุม  น.ส.พรรณธิพา  เรืองรัตน์ อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 4 แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ  กทม. พร้อมของกลางยาไอซ์ซุกซ่อนไว้ที่อพาร์ตเมนต์ย่านซอยอุดมสุข รถเก๋งฮอนด้า  สีบรอนซ์เงิน  ทะเบียน  ญภ  8680  กรุงเทพมหานคร  และเอกสารการโอนเงินเข้าบัญชีของ  น.ส.พรรณธิพาจำนวนหลายแสนบาท  สอบพบนายคำรณและนายศุภมิตรเป็นเอเย่นต์รับยาบ้าและยาไอซ์จาก  น.ส.พรรณธิพาไปส่งขายให้กับลูกค้า  จึงวางแผนให้  น.ส.พรรณธิพาติดต่อทั้งสองมารับยาบริเวณลานจอดรถหน้าห้างฟู้ดส์แลนด์  โดย พ.ต.ท.ศุภกร  ธัญญกรรม  สว.สส.สภ.เมืองสมุทรปราการ นำกำลังไปดักซุ่มรอ

กระทั่งถึงเวลานัดหมายคนร้ายทั้งสองขับรถเข้ามาจอดในลานจอดรถหน้าห้าง  จึงแสดงตัวเข้าตรวจค้นแต่คนร้ายพยายามขับรถหลบหนี  เจ้าหน้าตำรวจที่ขับรถมากับ  น.ส.พรรณธิพาขับรถขวาง และถูกคนร้ายขับรถพุ่งชน  พร้อมชักปืนยิงใส่เพื่อเปิดทางหนี  เจ้าหน้าที่ตัดสินใจใช้ปืนยิงตอบโต้กระสุนถูกคนร้ายเสียชีวิตและบาดเจ็บ  จากการตรวจสอบประวัตินายคำรณที่ถูกจับตายมีหมายจับคดีฆ่าคนตายในท้องที่  จ.พระนครศรีอยุธยา  และ  จ.สมุทรปราการ  2  คดี  ส่วนนายศุภมิตร คนเจ็บ เคยก่อคดีแทงคนตายในท้องที่  อ.วังน้อย  จ.พระนครศรีอยุธยา ถูกจำคุกและพ้นโทษออกมา นอกจากนี้ ยังพัวพันคดีฆ่าคนตายในพื้นที่  จ.สมุทรปราการ จึงอายัดตัวไว้สอบสวนดำเนินคดี

ส่วนที่ จ.เชียงราย เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 1 มี.ค. พ.ต.อ.ถนอมศักดิ์ ยศแผ่น ผกก.สภ.แม่สาย นำกำลังเฝ้าสังเกตการณ์ที่หน้าด่านพรมแดนไทย-พม่า  หลังสืบทราบจะมีการลักลอบขนยาเสพติดเข้าพื้นที่ พบรถตู้โตโยต้า สีขาว ทะเบียน นข 6364 เชียงราย  ที่กระจกหน้ารถติดสติกเกอร์สีขาวของโรงแรมเรจิน่า  ฝั่งท่าขี้เหล็ก มีนายสุรเชษฐ์ หรือเฉิน ตาหลวง อายุ 52 ปี เป็นคนขับรถ ข้ามมาจากด่านพรมแดนไทย-พม่า สะพานแห่งที่ 1 ไปจอดที่หน้าสำนักงานของโรงแรมเรจิน่า  ถนนพหลโยธิน  บ้านป่าเหมือด หมู่ 5 ต.เวียงพางคำ โดยมีนายจำรัส พรมปัญญา อายุ 34 ปี ช่วยยกถุงพลาสติกสีดำ 2 ใบ จู่โจมเข้าตรวจค้นภายในถุงเป็นกล่องเบียร์ซุกยาบ้ากล่องละ 50 มัด รวมยาบ้าทั้งสิ้น 200,000 เม็ด ก่อนขยายผลจับกุมนายทองดี ศรีวิชัย อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 57 บ้านโป่ง หมู่ 9 ต.โป่งผา อ.แม่สาย ขณะรอรับยาบ้าอยู่ที่บ้าน

อีกรายเมื่อเวลา 02.00 น. วันที่ 2 มี.ค. พ.ต.อ.สุรเชษฐ์ โทปุญญานนท์ รรท.ผบก.ภ.จ.เชียงรายสืบทราบว่าจะมีขบวนการค้ายาเสพติดลำเลียงยาบ้าจำนวนมากจากชายแดนผ่านยอดดอยสูง เขต.อ.แม่จัน เข้ามาในพื้นที่ จึงนำกำลัง ร่วมกับเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. ตชด.327 ตั้งด่านตรวจสกัดที่สามแยกบ้านกิ่วสะไต ถนนแม่จัน-แม่อาย ต.ป่าตึง อ.แม่จัน และบริเวณปากทางเข้าบ้านจะกอนะ หมู่ 19 ต.ป่าตึง ซึ่งอยู่ห่างกันราว 5 กิโลเมตร เพื่อสกัดจับ กระทั่งพบรถปิกอัพอีซูซุ สีเทา ทะเบียน 4409 ลำปาง กระบะท้ายคลุมผ้าใบสีดำ ผ่านมาจึงเรียกตรวจค้น แต่คนขับเร่งเครื่องแหกด่านหนี จึงขับรถไล่กวดจับกุมเป็นระยะทางร่วม 10 กม. จนถึงปากทางเข้าหมู่บ้านเย้าโป่งแขม คนร้ายเห็นจวนตัวจึงจอดรถทิ้งไว้ข้างทาง จากนั้นแก๊งค้ายาบ้าประมาณ 3-4 คน วิ่งเข้าป่าหนีรอดไปได้ ตรวจค้นที่กระบะท้ายรถพบถุงเป้สีเขียว 34 ใบ บรรจุยาบ้ากว่า 4,000,000 เม็ด

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ บ่ายวันเดียวกัน ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ร่วมกับ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร. แถลงข่าวจับยาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่ จ.เชียงราย ทั้ง 2 ราย โดยกล่าวถึงนายจำรัส พรมปัญญา และนายทองดี ศรีวิชัย ว่าเป็นกลุ่มเครือข่ายยาเสพติด “เรจิน่า” ที่มีนายหลาย ไม่ทราบนามสกุล ชาวไทยใหญ่ และนายทองดี เป็นผู้อยู่เบื้องหลัง นายจำรัสเป็นคนขับรถส่งนักพนันบ่อนเรจิน่าฝั่งประเทศพม่า ฉวยโอกาสนำยาบ้าซุกซ่อนกล่องเหล้าทยอยนำเข้ามาส่งให้นายทองดีเพื่อเตรียมขนยาเสพติดจากบริเวณสำนักงานโรงแรมเรจิน่าไปส่งให้ผู้รับที่ กทม. โดยเจ้าหน้าที่ ปปง.ได้อายัดทรัพย์สินนายทองดี ทั้งบ้าน ที่ดิน และหมู่บ้านจัดสรร ในพื้นที่ อ.แม่สาย

ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า การจับกุมยาเสพติดเป็นความร่วมมือของตำรวจ ทหารจับกุมเครือข่ายยาเสพติด ถือเป็นผลการจับกุมยาบ้ารายใหญ่ที่สุดในรอบที่ผ่านมา จากความร่วมมือของตำรวจทหารทำให้ได้ผลจับกุมยาเสพติดต่อเนื่อง ทำให้ผลโพลสำรวจนโยบายปราบปรามยาเสพติดของรัฐบาลจนได้รับเสียงชื่นชมจากประชาชน 76 เปอร์เซ็นต์ การที่ตำรวจสืบสวนกดดันพ่อค้ายาเสพติดทำให้ขนลำเลียงยาเสพติดเข้าประเทศได้ยาก การจับกุมยาบ้าครั้งนี้เชื่อว่า จำนวนยาบ้าในฝั่งประเทศเพื่อนบ้านลดน้อยลง จึงจำเป็นต้องวัดดวงขนลำเลียงเข้ามาเป็นลอตใหญ่ ซึ่งปกติจะไม่มีพ่อค้ากลุ่มไหนขนยาบ้าเข้ามาจำนวนมาก เพราะหากถูกจับกุมเจ๊งทันที

ขอเตือนผู้ที่คิดผิดค้ายาเสพติดขอให้เลิก ตำรวจไม่อยากจับถ้าไม่เข็ดหลาบ ต้องถูกจับยึดทรัพย์ ไม่มีทางหนีรอดไปได้ ที่โรงเรียนสตรีวิทยา เช้าวันเดียวกัน นายศักดา คงเพชร รมช.ศึกษาธิการ (ศธ.) เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมรณรงค์กวาดล้างยาเสพติดในสถานศึกษา ตามโครงการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติด “โรงเรียนสีขาวปลอดยาเสพติด” โดยมีการนำทีมเจ้าหน้าที่ และสุนัขตำรวจเข้าตรวจค้นยาเสพติดและสุ่มตรวจปัสสาวะของนักเรียนและครูอาจารย์ ผลตรวจไม่พบครู หรือนักเรียนมีฉี่สีม่วง โดยนายศักดา กล่าวว่า จากนี้ ศธ.จะร่วมกับตำรวจ และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ดำเนินการสุ่มตรวจปัสสาวะในสถานศึกษาต่างๆทั่วประเทศ และดำเนินการในมาตรการต่างๆ อาทิ จัดระเบียบรอบสถานศึกษา จัดกิจกรรมสร้างภูมิคุ้มกันให้นักเรียนในระยะยาว โดยมีเป้าหมายให้สถานศึกษามีความเข้มแข็ง ปลอดจากยาเสพติด 100% และจากข้อมูลพบข้าราชการ ศธ. เป็นผู้ค้าและผู้เสพยาเสพติดเกือบ 100 คน นอกจากนี้เคยได้รับทราบว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งด่านบนถนนวิภาวดีฯ ตรวจพบยาบ้า 2 เม็ด แล้วเรียกเงินเม็ดละ 10,000 บาท แลกกับการปล่อยตัว ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องหยุดพฤติกรรมการตั้งด่านตรวจยาเสพติดแล้วเรียกรับเงิน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานปลัด ศธ. ได้รายงานผลการสำรวจสถานภาพการใช้สารเสพติดและยาเสพติดในสถานศึกษา ข้อมูล ณ วันที่ 1 มี.ค.2555 ที่ผ่านมา จากการรายงานของโรงเรียน 5,828 แห่ง ใน 59 จังหวัด ครอบคลุมนักเรียน 2,102,884 คน ครูและบุคลากรทางการศึกษา 22,807 คน พบว่ามีนักเรียนและครูที่เกี่ยวข้องกับสารเสพติด หรือยาเสพติด 37,662 คน แบ่งเป็นนักเรียน 37,548 คน ครู 74 คน โดยส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับบุหรี่ 23,595 คน เหล้าหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 22,429 คน รองลงไป คือ ยาบ้า 548 คน กัญชา 305 คน กระท่อม 119 คน สารระเหย 69 คน ยาไอซ์ 66 คน และ อื่นๆ 4 คน นอกจากนี้ยังมีนักเรียนกลุ่มที่สงสัยว่าจะเป็นผู้ค้ายาเสพติด จำนวน 69 คน ขณะนี้มีผู้ที่อยู่ระหว่างการบำบัด 9,355 คน

โหวตข่าวนี้

Thairath TV

คิดต่าง อย่างเข้าใจ
  1. 1 เมนูทีวี 12/04/57 ดู 581 ครั้ง
  2. 2 ทีวีทีเด็ด 12/04/57 ดู 506 ครั้ง
  3. 3 เมนูทีวี 13/04/57 ดู 487 ครั้ง
  4. 4 เมนูทีวี 16/04/57 ดู 475 ครั้ง
  5. 5 เมนูทีวี 14/04/57 ดู 267 ครั้ง