'หมวยแม็กซิม' รับ รีดลูกทิ้ง อ้างนายแบบบังคับ

โดย ทีมข่าวหน้า 1 26 ก.พ. 2555 09:00

อดีตผัว‘ฮาเวิร์ดหวัง’พาไปพร้อมแฉคลินิกทำแท้งตำรวจเตรียมบุกทลาย

“หมวย แม็กซิม” มิสแม็กซิม ปี 2010 เข้าให้ปากคำตำรวจ กก.ดส.บช.น. คดีถูกฮาเวิร์ด หวัง นายแบบคนดัง พาไปทำแท้งลูก นางแบบสาวยอมรับ สุดเครียด เมื่อท้องโตงานหด ขณะที่ถูกครอบครัวฝ่ายชายกดดันจนต้องจำใจทำแท้งทั้งที่รู้ว่าบาป ระบุคลินิกทำแท้งอยู่ใจกลางกรุง ด้าน ผกก.ดส.บช.น. เตรียมประสานท้องที่ที่เกิดเหตุ หาข้อมูลเพิ่ม เล็งดำเนินคดีอาญายกพวง ทั้งนางแบบ นายแบบคนดัง และคลินิกทำแท้ง

กลายเป็นข่าวฉาวโฉ่วงการบันเทิงเมื่อ น.ส.พิลาวรรณ อารีรอบ หรือ “หมวย แม็กซิม” 1 ใน 10 นางแบบสาวแม็กซิม ปี 2010 ออกมาเปิดใจว่า ฮาเวิร์ด หวัง อดีตนักร้องนำวงไจแอนต์ และนายแบบหนุ่ม อดีตคนรักที่เลิกลากันไปหลังจากฝ่ายชายไม่พอใจที่ถูกฝ่ายหญิงตามทวงเงินจำนวน 1 แสนบาทที่ยืมไป กระทั่งหมวย แม็กซิม ถูก ฮาเวิร์ด ตบบ้องหูจนแก้วหูทะลุ แต่หลังจากเลิกลากันไปไม่นาน ทั้งคู่หวนกลับไปคบหากันอีกครั้ง แต่คราวนี้เกิดพลาดพลั้งจน หมวย แม็กซิม ตั้งครรภ์ โดยฝ่ายหญิงระบุว่าถูกฮาเวิร์ดบังคับให้ไปทำแท้ง ขณะที่ฮาเวิร์ดออกมายอมรับเช่นกันว่าเป็นคนพาหมวย แม็กซิม ไปทำแท้งจริง แต่เป็นความสมัครใจของทั้ง 2 ฝ่าย ร้อนถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องขอความร่วมมือ กับฮาเวิร์ดและหมวย แม็กซิม เพื่อขอสอบปากคำ เพื่อเตรียมดำเนินคดีกับคู่รักนายแบบและนางแบบ รวมถึงสถานที่ให้บริการทำแท้งอีกด้วย

หลังตกเป็นข่าวอุ้มท้องไปทำแท้ง ล่าสุด “หมวย แม็กซิม” เดินทางเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อให้ข้อมูลกรณีดังกล่าวแล้ว เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 25 ก.พ. น.ส.พิลาวรรณ อารีรอบ หรือ “หมวย แม็กซิม” อายุ 29 ปี อดีตผู้เข้าประกวดมิสแม็กซิม ปี 2010 ติดอันดับ 1 ใน 10 คน และอดีตแฟนสาวของนายฮาเวิร์ด หวัง หรือวิลลี่ หวัง อายุ 27 ปี นายแบบคนดัง เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.สุพัชร พึ่งพวง ผกก.ดส.บช.น. พ.ต.ท.สำเริง ส่งเสียง รอง ผกก.ดส.บช.น. พ.ต.ท.ศยาม อินทร์สุวรรณโณ สว.สส.กก.สด.บช.น. เพื่อสอบปากคำหลังจากเป็นผู้ระบุว่าถูก ฮาเวิร์ดบังคับให้ไปทำแท้ง ขณะที่ฮาเวิร์ดยอมรับว่าเป็นคนพาหมวย แม็กซิม ไปทำแท้ง ใช้เวลาการสอบสวนราว 1 ชั่วโมงจึงเสร็จสิ้น

ภายหลังหมวย แม็กซิม กล่าวว่า คบหากับฮาเวิร์ด มาประมาณ 2 ปี กระทั่งตนถูกฮาเวิร์ดตบแก้วหูฉีก ก่อนไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันที่ สน.ห้วยขวาง เมื่อวันที่ 22 ก.ย.54 จากนั้นได้เลิกคบกัน ต่อมาประมาณ พ.ย.54 ฮาเวิร์ดพยายามง้อขอคืนดี บอกว่าจะปรับปรุงตัวตั้งใจทำงานและเลิกเที่ยว อีกทั้งให้ตนพาไปสาบานกับพระพิฆเนศที่แยกห้วยขวาง กระทั่งใจอ่อนยอมกลับไปคบอีกครั้ง แต่ฮาเวิร์ดยังไม่เลิกเที่ยว และไม่เลิกเจ้าชู้ ระหว่างนั้นท้องตนเริ่มใหญ่ ไม่สามารถรับงานถ่ายแบบได้ ต้องอยู่บ้านทำให้เงินที่เก็บไว้เริ่มร่อยหรอ ต่อมาวันที่ 5 ธ.ค.54 ฮาเวิร์ดได้พาไปพบแม่ที่บ้านย่านห้วยขวาง เพราะแม่ฮาเวิร์ดอยากคุยด้วย แม่ฮาเวิร์ดถามว่า ทำไมปล่อยให้ท้อง อยากให้เอาเด็กออก เพราะยังไม่อยากให้ลูกมีภาระ อีกทั้งถ้าเด็กเกิดมาจะไม่มีพ่อ เพราะฮาเวิร์ดจะไม่กลับมาคบกับตนอีก ตอนนั้นยังไม่ได้ตัดสินใจทำแท้ง ต่อมาเมื่อวันที่ 5 ม.ค.55 ฮาเวิร์ดโทร.มาหาและถามว่าเป็นอย่างไงบ้าง  ตนบอกว่าท้องเริ่มโตขึ้น และเริ่มมีอาการคลื่นไส้ แพ้ท้องอย่างรุนแรง นายแบบหนุ่มถามว่า อยากจะเอาเด็กออกไหม เพราะพวกเพื่อนๆรู้จักคลินิกทำแท้ง ตอนนั้นเครียดมากนอนคิดทั้งคืนว่าจะเอาอย่างไรดี เพราะตั้งแต่ตั้งครรภ์ถูกกดดันให้ทำแท้งตลอด กินไม่ได้นอนไม่หลับร้องไห้ทุกคืน

อดีตนางแบบหนังสือวาบหวิวกล่าวต่อไปว่า กระทั่งเช้าวันที่ 6 ม.ค. 55 จึงตัดสินใจจะทำแท้งโดยเดินทางไปพร้อมกับฮาเวิร์ดที่คลินิกทำแท้งแห่งหนึ่งย่านสุขุมวิท ระหว่างที่นั่งอยู่ในรถฮาเวิร์ดโทรศัพท์คุยกับแม่ พร้อมถามแม่ว่าจะเอาเด็กออกจริงๆหรือ แม่บอกว่าไม่อยากเอาไว้ ขณะนั้นฮาเวิร์ดกับแม่ทะเลาะกันทางโทรศัพท์ตลอดเวลา เมื่อไปถึงที่คลินิกเวลาประมาณ 17.00 น. พยาบาลพาไปตรวจครรภ์ ก่อนพาเข้าห้องที่ผ้าม่านปิดมิดชิด พร้อมขึ้นนอนบนเตียงขาหยั่ง จากนั้นจึงใช้อุปกรณ์คีบเด็กออกมา ใช้ เวลาประมาณ 10 นาที หลังทำแท้งเสร็จพยาบาลได้เข็นเตียงออกมาให้พักด้านนอกห้อง เมื่อพักพื้นร่างกายประมาณ 10 นาทีจึงเดินทางกลับ เสียค่าทำแท้งไป 2,800 บาท ส่วนเอกสารต่างๆที่แพทย์ให้มาพร้อมรูปอัลตราซาวนด์เด็กทั้งหมดหายไปคาดว่าฮาเวิร์ดเอาไป ตนทราบดีว่าการทำแท้งไม่ใช่เรื่องดีและบาปมาก ทำให้รู้สึกเครียดมาก จึงตัดสินใจเข้าพบตำรวจ เพราะถูกบีบบังคับให้ทำแท้งประกอบกับเครียดไม่รู้จะแก้ปัญหาอย่างไรดี ถูกกดดันจากครอบครัวฮาเวิร์ด จึงหลงผิดไป

ขณะที่ พ.ต.อ.สุพัชร พึ่งพวง ผกก.ดส.บช.น.กล่าวว่า พล.ต.ต.สาโรจน์ พรหมเจริญ รอง ผบช.น. ได้สั่งการให้ กก.ดส.บช.น.เชิญตัว น.ส.พิลาวรรณ ไปสอบปากคำเพื่อหาหลักฐาน และที่ตั้งคลินิกทำ แท้ง ก่อนส่งไปยัง สน.ท้องที่ดำเนินคดี โดย กก.ดส.บช.น.ต้องทราบสถานที่ที่นายฮาเวิร์ดพาน.ส.พิลาวรรณ ไปทำแท้งก่อนว่าเป็นที่ใด เนื่องจาก กก.ดส.ไม่มีอำนาจในการเชิญตัวทั้ง 2 คน มาสอบปากคำหรือแจ้งข้อหา เพราะเป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนในพื้นที่เกิดเหตุในการดำเนินคดี ขณะนี้ทำได้เพียงติดต่อขอความร่วมมือจากนายฮาเวิร์ด และ น.ส.พิลาวรรณ ในการให้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ไปทำแท้ง หากไม่ได้รับความร่วมมือก็ต้องไปสืบสวนหาข้อมูลเอง และต้องบุกจับขณะทำความผิด ร่วมกับทางกระทรวงสาธารณสุขโดยไม่มีอำนาจดำเนินคดีเอง ต้องรวบรวมพยานหลักฐานส่งให้พนักงานสอบสวนในพื้นที่นั้นเป็นผู้รับผิดรับชอบ หากพบว่า น.ส.

พิลาวรรณไปทำแท้งจริงจะมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 301 ฐานผู้หญิงใดยินยอมให้ผู้อื่นทำแท้ง มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6,000 บาท ส่วนนายฮาเวิร์ดหากเป็นผู้พาไปทำแท้ง ถือว่ามีส่วนรู้เห็นต้องมีความผิดต้องโทษ 2 ใน 3 ในข้อหาเรื่องสนับสนุน มีโทษจำคุก 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 4,000 บาท สถานการณ์เกี่ยวกับเด็กและสตรีในปัจจุบันมีความเสื่อมลงของวัฒนธรรม เด็กรุ่นใหม่ขาดความยับยั้งชั่งใจ ห่างไกลศีลธรรมจริยธรรมที่ดี ทั้งนี้ กก.ดส.ได้มีโครงการที่เกี่ยวข้องกับการอบรมขัดเกลาจิตใจเยาวชน โดยนำโครงการ “โรงพักวิถีพุทธ” จะนำเด็กที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงประพฤติตนไม่เหมาะสมมาปลูกฝังให้มีจิตสำนึกที่ดี มีกลุ่มเป้าหมายคือเด็ก ม.ต้น-ม.ปลาย ซึ่งจะร่วมมือกับสถานศึกษาต่างๆ ใน กทม.ส่งเข้ามาร่วมโครงการ เริ่มชุดแรกในต้นเดือน มี.ค.นี้

ด้าน พล.ต.ต.สาโรจน์ พรหมเจริญ รอง ผบช.น. กล่าวว่า สั่งการให้ พ.ต.อ.สุพัชร พึ่งพวง ผกก.ดส. ไปตรวจสอบหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการทำแท้งว่าเหตุเกิดเมื่อใด ที่ไหน อย่างไร ให้ไปสืบให้ได้ก่อนว่าเป็นความจริงหรือไม่ ไม่ใช่ให้ดำเนินการสอบสวนหรือเอาผิด อาจจะเกิดการเข้าใจผิดกันในเรื่องการสื่อสาร ทั้งนี้ตนให้ พ.ต.อ.สุพัชรทำรายงานชี้แจงข้อมูลดังกล่าวเข้ามาในวันที่ 27 ก.พ.นี้ หลังจากนั้นเมื่อพบว่ามีมูลความผิดเกิดขึ้นจริงและรู้แล้วว่าเหตุเกิดท้องที่ใด จะทำหนังสือถึงผู้บังคับบัญชาว่าจะพิจารณาแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวน หรือให้ท้องที่เกิดเหตุเป็นผู้ดำเนินการสอบสวนและสืบสวน โดยอาจจะมีการขอความร่วมมือจากกระทรวงสาธารณสุขในการเข้าตรวจสอบสถานที่ที่ น.ส.พิลาวรรณ ให้การว่าไปทำแท้งมาด้วย แต่หากเป็นสถานที่ที่อยู่นอกเหนือเขตพื้นที่นครบาล จะทำหนังสือประสานให้เจ้าของพื้นที่เข้าตรวจสอบ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

โหวตข่าวนี้

Thairath TV

คิดต่าง อย่างเข้าใจ
  1. 1 เมนูทีวี 21/04/57 ดู 724 ครั้ง
  2. 2 เมนูทีวี 19/04/57 ดู 514 ครั้ง
  3. 3 เมนูทีวี 20/04/57 ดู 388 ครั้ง
  4. 4 ทีวีทีเด็ด 19/04/57 ดู 205 ครั้ง
  5. 5 เมนูทีวี 22/04/57 ดู 192 ครั้ง