'ซิมซิมิ' แปลงโฉม

โดย ทีมข่าวหน้า 1 5 ก.พ. 2555 09:00

ปลอดคำหยาบพูดแต่ ‘อังกฤษ’

กระทรวงวัฒนธรรมปลื้มผลการทักท้วงโปรแกรมแชตออนไลน์ “ซิมซิมิ” ได้ผล บริษัทเจ้าของโปรแกรมในเกาหลียอมเปลี่ยน เลี่ยงมาใช้ภาษาอังกฤษแทน ขณะที่ไอซีทียันไม่ได้บล็อก แต่ขอดูข้อกฎหมายก่อนว่าเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์หรือไม่ โดยเจ้าของโปรแกรมทำหนังสือแสดงความเสียใจที่ถูกนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ อ้างโปรแกรมเมอร์บางคนพยายามป้อนข้อมูลผิดเพี้ยน “อนุดิษฐ์” ได้แต่เตือนผู้เข้าไปกดไลค์หรือแชร์ข้อความ ระวังเข้าข่ายหมิ่นประมาท พร้อมชี้ช่องผู้มีชื่อหรือถูกละเมิดจากโปรแกรมนี้สามารถฟ้องเอาผิดได้ ขณะที่ ปชป.โวยทันที จวกรัฐปิดปากชาวบ้านกรณีสั่งล็อกซิมซิมิ

ความคืบหน้าหลังจากกระทรวงวัฒนธรรมและนายกสมาคมครูภาษาไทย ร่วมแสดงความเป็นห่วงการเล่นโปรแกรมซิมซิมิในกลุ่มเด็กและเยาวชน ที่มีการใช้ภาษาไม่สุภาพ หยาบคาย รวมถึงส่อไปในทางดูหมิ่นบุคคลที่มีชื่อเสียงหลากหลายสาขาในสังคม ซึ่งในวันที่ 4 ก.พ. นางสุกุมล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม เปิดเผยว่า ได้รับรายงานว่า ขณะนี้โปรแกรมแชตออนไลน์ ซิมซิมิ ได้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการให้บริการ จากเดิมที่มีการตอบคำถามเป็นภาษาไทย เปลี่ยนเป็นการตอบเป็นภาษาอังกฤษแทน และบางคำที่คีย์ข้อมูลเข้าไป ก็ตอบว่า “I have no response.” ซึ่งเรื่องนี้ถือว่าการที่ วธ.ออกมาแสดงความห่วงใยในเรื่องดังกล่าว ส่งผลให้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการให้บริการในทิศทางที่ดีขึ้น และยังทำให้เด็กและเยาวชนไม่สามารถนำคำไม่เหมาะสมไปเลียนแบบได้ง่าย แต่อย่างไรก็ตาม ขั้นตอนการตรวจสอบหลังจากนี้ก็คงต้องเป็นเรื่องของกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร  (ไอซีที) ที่จะต้องดำเนินการตรวจสอบผู้ให้บริการ เพื่อป้องกันความไม่เหมาะสมที่อาจจะเกิดขึ้นอีก

“เรามีข้อห่วงใยว่า เมื่อมีข่าวซิมซิมิออกไปมากขึ้น ทำให้ผู้ที่ไม่เคยรู้จัก ไม่เคยเล่นโปรแกรมนี้เมื่อได้รับทราบข่าวแล้ว ก็เกิดความอยากรู้ อยากทดลองใช้ และมีการดาวน์โหลดเพิ่มมากขึ้น ตรงนี้ถือเป็นเรื่องหนึ่งที่ไม่อยากให้เกิดขึ้น ซึ่งจริงๆแล้ว เราไม่ได้ต้องการโปรโมตให้คนดาวน์โหลดโปรแกรมนี้มาใช้ แต่เราพยายามที่จะปกป้องสิ่งที่ไม่เหมาะสม และถึงแม้ว่าการเล่นซิมซิมิบางคนอาจจะบอกว่าเป็นเพียงแฟชั่นที่มาแล้วก็ไป แต่หากเราไม่เร่งแก้ไข สังคมก็ยิ่งบอบช้ำมากขึ้น” นางสุกุมลกล่าว

รมว.วัฒนธรรมกล่าวว่า ขณะนี้เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงเร็วขึ้นทุกวัน มีการดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นใหม่ๆมากขึ้น บางเรื่องก็ไม่เหมาะสมและไม่มีประโยชน์ บางสิ่งเราไม่สามารถที่จะไปควบคุมดูแลได้อย่างทั่วถึง จึงอยากให้ประชาชนช่วยสอดส่องและเป็นหูเป็นตาในการตรวจสอบสิ่งที่ไม่เหมาะสม โดยให้แจ้งมายังกระทรวงวัฒนธรรม หรือ สายด่วน 1765 ซึ่งเราจะทำหน้าที่ประสานงานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ไขปัญหาได้ทันท่วงที

ด้าน น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า การใช้โปรแกรมแชตของประเทศเกาหลีที่อาจจะเรียกว่าซิมซิมิ หรือซิมซิมกิ ที่สร้างขึ้นมาเพื่อความบันเทิงและคลายเหงานั้น ขณะนี้พบว่าในประเทศไทยมีการใช้กันอย่างแพร่หลาย และใช้คำหยาบคาย จึงมีการร้องเรียนเข้ามาที่กระทรวงไอซีทีจำนวนมาก โดยการร้องเรียนทั้งหมดส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องการละเมิดสิทธิ์โดยการใช้คำหยาบคาย ซึ่งการโพสต์ข้อความหมิ่นประมาทหรือหยาบคายนี้เป็นความผิดตามกฎหมายอาญา ที่มีความผิดร้ายแรงตั้งแต่โทษปรับจนถึงจำคุก ดังนั้น จากนี้ไปหากมีการถูกละเมิดสิทธิ์ หรือได้รับความเสียหายจากโปรแกรมนี้สามารถร้องเรียนไปที่เจ้าของโปรแกรมโดยตรงที่ประเทศเกาหลีหรือผ่านโปรแกรมนี้ และสามารถร้องเรียนผ่านศูนย์ร้องเรียนของไอซีที ซึ่งศูนย์ร้องเรียนจะประสานไปยังเจ้าของโปรแกรมให้มีการปลดข้อความหยาบคายนั้นภายใน 3 วัน รมว.ไอซีที กล่าวอีกว่า ยืนยันขณะนี้ไอซีทีไม่ได้บล็อกโปรแกรมซิมซิมิแต่ประการใด แต่ความผิดของการใช้โปรแกรมนี้จะเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์หรือไม่ต้องไปดูข้อกฎหมายก่อน

“สำหรับการเข้าไปกดไลค์ หรือเข้าไปแชร์ข้อความผ่านคอมพิวเตอร์หรือมือถือ หากทำครั้งเดียวแล้วเลิกทำเพราะกลัวต่อความผิดถือว่าไม่มีเจตนา แต่เมื่อไอซีทีได้ประกาศชัดเจนว่าซิมซิมิ ใช้คำหยาบคาย แต่ยังกดไลค์หรือแชร์ข้อความเหล่านั้น ซ้ำกันหลายครั้งถือว่ามีเจตนาที่จะทำความผิด ผู้ที่มีชื่อหรือถูกละเมิดโดยการใช้โปรแกรมนี้สามารถเข้าร้องเรียนเพื่อฟ้องร้องเอาผิดผู้ที่กดไลค์หรือแชร์นี้ได้” รมว.ไอซีทีกล่าว

ด้านเจ้าของโปรแกรมซิมซิมิที่ประเทศเกาหลีได้ทำหนังสือมาถึงกระทรวงไอซีทีแสดงความเสียใจที่แอพพลิเคชั่นนี้ถูกใช้ผิดวัตถุประสงค์ เพราะการพัฒนาโปรแกรมนี้ไม่ได้มีเจตนาใช้เพื่อเป็นเครื่องมือทางการเมือง แต่สร้างมาเพื่อความบันเทิงคลายเครียดเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาโปรแกรมเมอร์บางคนพยายามป้อนข้อมูลให้โปรแกรมทำงานผิดวัตถุประสงค์ จึงรู้สึกแปลกใจและเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ขณะนี้ทางไอซีทีมีโปรแกรมกรองข้อมูลคำหยาบคายที่อาจก่อให้เกิดความผิด หากมีการป้อนข้อมูลที่หยาบคายหรือละเมิดเข้าไป ซิมซิมิจะไม่จำข้อความเหล่านั้น

อย่างไรก็ดีในวันเดียวกัน ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลขอความร่วมมือจากทางประเทศเกาหลีไม่ให้บริการโปรแกรมซิมซิมิในประเทศไทย ว่า เมื่อโปรแกรมดังกล่าวได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย กลับกลายเป็นว่าถูกรัฐบาลเล่นงาน ซึ่งเป็นอีกครั้งที่รัฐบาลให้ความสนใจรีบร้อนมาดูแลปัญหาที่อาจเกิดกับเยาวชน แต่ก็ไม่ได้เกิดจากความห่วงใยเยาวชนกรณีปัญหาด้านวัฒนธรรม แต่เพราะแอพพลิเคชั่นดังกล่าวถูกสั่งบล็อก เพราะมีการไปกดชื่อของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ และ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ แล้วผลสะท้อนความจริงมากเกินไป รัฐบาลคงเป็นห่วงเยาวชนของชาติว่าข้อเท็จจริงของทั้ง 2 คนมีภาพลักษณ์ในสายตาคนทั่วไปอย่างไร แต่กับเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาหมิ่นสถาบันยังปิดไม่ได้ แต่แอพพลิเคชั่นนี้เป็นของประเทศเกาหลี รัฐบาลก็ทำเรื่องขอความร่วมมือในการแก้ไข ปิดบังส่วนที่ไม่พอใจ ดังนั้น อยากให้รัฐบาลจริงใจในการแก้ปัญหา อย่าคิดเพียงแต่จะแก้ปัญหาของตัวเองและพวกพ้อง แต่ให้มองปัญหาเยาวชนของชาติอย่างแท้จริง นอกจากรัฐบาลจะปิดปาก ปิดหูประชาชนในสภาฯ แล้ว ยังมาปิดปากประชาชนในคอมพิวเตอร์อีก ซึ่งไม่ใช่ทางออกที่ดี เพราะรัฐบาลควรจะควบคุมอย่างมีมาตรฐานมากกว่านี้

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวทดลองพิมพ์คำว่า กระทรวงวัฒนธรรม เข้าไปในโปรแกรมนี้อีกครั้ง จากเดิมวันที่ 3 ก.พ.ที่ผ่านมา โปรแกรมตอบกลับเป็นภาษาไทยที่ล้วนเป็นถ้อยคำที่รุนแรงและหยาบคาย แต่ในวันที่ 4 ก.พ. โปรแกรมตอบกลับมาเป็นภาษาอังกฤษที่ไม่มีความหมายใดๆ แต่เมื่อพิมพ์คำว่า “ทักษิณ” เป็นภาษาไทยลงในโปรแกรมดังกล่าว มีการตอบกลับมาเป็นภาษาอังกฤษแต่สามารถออกสำเนียงเป็นคำหยาบคายในภาษาไทย แต่เมื่อพิมพ์คำว่า “อภิสิทธิ์” เป็นภาษาอังกฤษ โปรแกรมตอบกลับมาว่า “เบสท์ ออฟ เดอะ เบสท์” หรือแม้แต่คำว่า “newin” โปรแกรมจะตอบกลับมาว่า  “good man”

โหวตข่าวนี้

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง