แกะรอยหา ท่อเหล็กทำระเบิด ผลิตที่ไหน

โดย 11 ธ.ค. 2554 09:00

รวมทั้ง‘วัสดุอุปกรณ์’ที่ใช้เปรียบเทียบลักษณะวงจรคล้ายเหตุหน้าทบ.-เมเจอร์

ตำรวจรอผลตรวจลายนิ้วมือแฝง มือวางระเบิดหน้ากองสลาก แกะรอยที่มาแท่งเหล็กบรรจุดินระเบิด กระจายกำลังค้นหาร้านเชื่อมอ๊อก ได้เค้าต่อวงจรคล้ายกับที่เคยวางหน้ากองบัญชาการทหารบก และโรงหนังเมเจอร์ฯรัชโยธิน “ประชา ประสพดี” ซัด 2 ป.มีเอี่ยว

จากเหตุระเบิดป่วนกรุง คนร้ายลอบนำระเบิดแสวงเครื่องไปวางไว้บนเกาะกลางถนนราชดำเนินกลาง หน้ากองสลากกินแบ่งรัฐบาล แต่ระเบิดไม่ทำงาน เพราะต่อวงจรไม่สมบูรณ์ ล่าสุด เจ้าหน้าที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบเบาะแสของคนร้ายและอยู่ระหว่างเชื่อมโยงกับคดีบึมทั่วกรุงกว่า 140 คดี ขณะที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ออกมาแฉถึงบุคคลที่อยู่เบื้องหลังวางบึมป่วนเมืองครั้งนี้ว่า เป็นพวกมือสั่น ช่างพูด เดินจะไม่ไหว ตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น

ความคืบหน้า วันที่ 10 ธ.ค. พล.ต.ต.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบก.สส.บช.น. เปิดเผยว่า คดีนี้คืบหน้าไปมากแล้ว รอผลการตรวจสอบลายนิ้วมือแฝงของคนร้าย ที่เทปพันสายไฟ เพื่อนำไปเปรียบเทียบกับกลุ่มผู้ต้องสงสัย รวมทั้งสอบปากคำพยานแวดล้อม ซึ่งอยู่ใกล้ที่เกิดเหตุเพิ่มเติม ขณะนี้พนักงานสอบสวน สน.ชนะสงคราม และชุดสืบสวน บก.สส.บช.น. สอบพยานแวดล้อมไปแล้ว 38 ปาก พยานให้การที่เป็นประโยชน์ต่อแนวทางการสืบสวนเป็นอย่างมาก ส่วนการตรวจสอบภาพวงจรปิด มอบหมายให้กองกำกับการสืบสวน กองบังคับการตำรวจ นครบาล 1 เป็นผู้รับผิดชอบ ตรวจหาบริเวณโดยรอบที่เกิดเหตุ เพื่อนำมาเชื่อมโยงกับพยานหลักฐานต่างๆที่ชุดสืบสวนมีอยู่

ด้าน พ.ต.อ.คณิศร์ชัย มหินทรเทพ ผกก.สส.น.1 กล่าวว่า ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน กก.สส.น.1 ทั้งหมด ระดมลงพื้นที่หาพยานแวดล้อมในที่เกิดเหตุ รวมทั้งหาเบาะแสต่างๆ นอกจากนี้ ยังเน้นตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดย้อนหลัง และก่อนหน้าวันที่เกิดเหตุ ตามร้านสะดวกซื้อ ธนาคาร เพิ่มเติมจากกล้องวงจรปิดของ กทม. เพื่อหาความเชื่อมโยงของกลุ่มคนร้าย ว่าใช้พาหนะใดก่อเหตุ รวมทั้งเส้นทางหลบหนี นำมาเปรียบเทียบกับภาพวงจรปิดที่ได้มาก่อนหน้านี้ อีกทั้งได้แบ่งเจ้าหน้าที่ออกตรวจสอบแฟ้มประวัติกลุ่มคนร้ายที่เคยก่อเหตุ เพื่อนำมาเปรียบเทียบพฤติกรรมและวิธีประกอบระเบิดว่าเป็นกลุ่มใด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภาพผู้ต้องสงสัยซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้จากกล้องวงจรปิดใกล้เคียงที่เกิดเหตุ ยังไม่ชัดเจน เนื่องจากกล้องที่บันทึกภาพได้ อยู่ในระยะห่างจากจุดที่พบระเบิดพอสมควร ขณะนี้ได้ให้ฝ่ายเทคนิคตรวจสอบอยู่ ซึ่งข้อมูลและภาพจากกล้องวงจรปิดและข้อมูลจากพยานแวดล้อม จะนำเข้าที่ประชุมเพื่อกำหนดแนวทางในการติดตามตัวคนร้าย ในวันที่ 13 ธ.ค.นี้ ซึ่ง พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา รอง ผบ.ตร. หัวหน้าชุดคลี่คลายคดี จะเป็นประธานการประชุม ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล

ขณะที่มีรายงานว่า พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผบช.น. ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนคลี่คลายคดี และ สว.สส.ทุก สน. ตรวจสอบวัสดุที่คนร้ายนำไปใช้ประกอบระเบิด ได้แก่ ถ่านไฟฉาย นาฬิกาปลุก ซึ่งผลิตจากประเทศจีน ว่ามีขายอยู่บริเวณใดบ้าง หรือมีต้นตอการนำเข้ามาจำหน่ายจากแห่งไหน เพื่อสาวหาเบาะแสของคนร้าย

นอกจากนี้ ยังให้ฝ่ายสืบสวนแกะรอยท่อเหล็กทรงกระบอก ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 5 นิ้ว สูง 7.5 นิ้ว ซึ่งท่อเหล็กดังกล่าวเป็นการนำแผ่นเหล็กมาอ๊อกเชื่อมปิดก้นท่อ สำหรับบรรจุดินระเบิด เหล็กเส้นตัดและเศษกระจก ซึ่งเป็นส่วนผสมของสะเก็ดระเบิด ลักษณะเพิ่งทำมาไม่นาน โดยคนร้ายอาจจะไปจ้างร้านเชื่อมและจำหน่ายเหล็กเป็นผู้ประกอบ

ส่วนการตรวจสอบลักษณะระเบิดแสวงเครื่อง และวงจรที่คนร้ายเชื่อมต่อระเบิดนั้น หลังจากนำมาเปรียบเทียบกับเหตุระเบิดที่เกิดขึ้นในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล จำนวน 140 กว่าคดี ไม่ว่าเหตุระเบิดจากการชุมนุมทางการเมืองต่างๆที่ผ่านมา รวมไปถึงเหตุระเบิด 9 จุด ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ เมื่อปลายปี 49 มีรายงานว่า กลุ่มงานเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด (อีโอดี) ตรวจสอบแล้วพบว่า มีลักษณะคล้ายกับเหตุระเบิด 2 จุด คือ ที่หน้ากองบัญชาการทหารบก ติดกับโรงเรียนแผนที่ทหาร เมื่อค่ำวันที่ 30 ก.ย.50 ท้องที่ สน.ดุสิต และเหตุระเบิดที่บริเวณหน้าโรงหนังเมเจอร์ฯรัชโยธิน เมื่อค่ำวันที่ 9 เม.ย.50 ท้องที่ สน.พหลโยธิน โดยทั้ง 2 แห่ง คนร้ายวางระเบิดแสวงเครื่องไว้ในตู้โทรศัพท์สาธารณะ จากการตรวจสอบลักษณะการต่อวงจรคล้ายกัน วงจรระเบิดที่ต่อใช้ถ่านไฟฉายมากถึง 9 ก้อน ในขณะที่เหตุระเบิดจุดอื่นๆส่วนใหญ่จะใช้ถ่านไฟฉายเพียง 2-3 ก้อนเท่านั้น

ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ได้สั่งการให้  บก.น.1 ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง กรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรนายหนึ่ง ซึ่งอำนวยการจราจรอยู่บริเวณที่เกิดเหตุ หลังจากพยานยืนยันว่า พบวัตถุระเบิดดังกล่าวแล้วไปแจ้งให้ทราบ แต่ตำรวจจราจรรายนี้กลับไม่สนใจรายงานให้ผู้เกี่ยวข้องไปดำเนินการ

พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร. กล่าวว่าชุดสืบสวนทราบข้อมูลของคนร้ายที่ลอบวางระเบิดแล้ว เป็นกลุ่มเดิมที่เคยก่อเหตุในช่วงที่ผ่านมา ขณะนี้กำลังตรวจสอบรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆอยู่ แต่ยังไม่ระบุชี้ชัดว่าเป็นกลุ่มไหน ต้องรอฟังรายงานจาก พล.ต.อ. ภาณุพงศ์ก่อน แต่อยากขอร้องให้กลุ่มคนเหล่านี้  คิดถึงชาติบ้านเมืองให้มาก อย่าทำบ้านเมืองให้เกิดความเสียหายวุ่นวายไปมากกว่านี้เลย และในช่วงปีใหม่นี้ ตนจะลงพื้นที่ บช.น. และปริมณฑลเพื่อติดตามแผนป้องกันเหตุในช่วงเทศกาลปีใหม่ ซึ่งได้มีคำสั่งให้ ผบช. และ ผบก.กำชับมาตรการป้องกันพื้นที่ล่อแหลม สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดเหตุ ทั้งการติดตามกลุ่มบุคคลต้องสงสัย มีประวัติก่อคดีลักจี้ชิงปล้น การตั้งจุดตรวจสกัดอาวุธปืนอาวุธสงคราม เพื่อลดโอกาสในการก่อเหตุของคนร้าย

ด้านนายประชา ประสพดี ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ระบุถึงผู้ที่อยู่เบื้องหลังเหตุระเบิดป่วนเมือง ว่าเป็นความจริงทุกอย่าง มีคนไปให้ข้อมูล ร.ต.อ.เฉลิมมากมาย คือมี 2 ป. อยู่เบื้องหลัง ได้แก่ ป.นักธุรกิจ และ ป.ที่ต้องใช้ยาสีฟัน ขอให้หยุดเถอะ รังเกียจคนคนเดียว แต่เอาประเทศมาขึงพืด แน่จริงก็ลงมาเล่นการเมือง เหมือน พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน อดีตประธาน คมช. ตอนนี้รัฐบาลมีความมั่นคง สมาชิกบ้านเลขที่ 111 ก็กำลังจะกลับมา ประกอบกับตอนนี้กำลังดำเนินคดี 91 ศพ การเมืองฝ่ายตรงข้าม การเมืองสีดำจึงออกมาเร่งเกมล้มล้างรัฐบาล ทำตัวเป็นนักเลงข่มขู่รัฐบาล อย่างไรก็ตาม เชื่อมั่นว่าอีกไม่กี่วันข้างหน้า ตำรวจจะจับมือวางระเบิดครั้งนี้ได้แน่

โหวตข่าวนี้