เมเจอร์-เซ็นทรัล เป้าต่อไป ที่กองทัพนํ้าโจมตี

โดย ทีมข่าวหน้า 1 2 พ.ย. 2554 09:00

หลังรุกคืบเข้ายึดสี่แยกเกษตรระดมสูบออกจากคลองประปาให้ระวังน้ำย้อนศรนิคมบางชัน

กองทัพน้ำรุกคืบจ่อท่วมแยกรัชโยธิน แหล่งเศรษฐกิจสำคัญ อาจเลยไปถึงเซ็นทรัล ลาดพร้าว ขณะที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ถูกท่วมเต็ม 100 เปอร์เซ็นต์ ถนนพหลโยธิน ทะลักหลายแห่งเชื่อมไปถึงถนนรามอินทรา  การจราจรโกลาหลรถเล็กผ่านไม่ได้ นอกจากนี้ พื้นที่ถนนวิภาวดีฯถูกน้ำทะลักจ่อเข้าเมือง ส่วนนิคมอุตสาหกรรมบางชันส่อล่ม หลังเปิดประตูน้ำคลองสามวา รวมทั้งพื้นที่บึงกุ่มกับบางกะปิ เผยน้ำในคลองสามวาย้อนศรลงคลอง ผุดขึ้นท่อระบายน้ำท่วมถนน พื้นที่บางกะปิมีสิทธิ์รับน้ำเต็มๆ  ด้านฝั่งตะวันออกแขวงบางไผ่น้ำสูง 1 เมตร ผู้ว่าฯ กทม.เตือนให้รีบอพยพ

มวลน้ำปริมาณมหาศาลจ่อทะลักเข้าพื้นที่ชั้นในเมืองกรุงอย่างต่อเนื่อง ทั้งฝั่งตะวันตกทะลุเข้าไปถึงถนนรามอินทรา กม. 8 เช่นเดียวกับดอนเมืองและมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ระดับน้ำสูงอย่างต่อเนื่องมุ่งเข้าถนนวิภาวดีฯ ขณะที่ฝั่งตะวันออกล่มทั้งแถบตั้งแต่บางพลัดทะลุบางแค เช่นเดียวกับพุทธมณฑลอ่วมถูกปริมาณนํ้า กลืนพื้นที่อย่างรวดเร็ว สำหรับพื้นที่พระนครศรีอยุธยา สิงห์บุรี อ่างทอง ปทุมธานี และนนทบุรี ระดับน้ำเริ่มลดลงแต่ยังถือว่ามีปริมาณสูง

ม.เกษตรฯจม 100 เปอร์เซ็นต์

สถานการณ์น้ำท่วมวันที่ 1 พ.ย. โดยเมื่อเวลา 04.30 น. บริเวณมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์น้ำไหลท่วมเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ โดยเฉพาะบริเวณฝั่งตึกอาคารสารนิเทศ 50 ปี ถูกน้ำไหลเอ่อเข้าท่วมสูงเกือบถึงระดับเข่าแล้ว นอกจากนี้ บริเวณหน้ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ฝั่งถนนพหลโยธินน้ำเริ่มไหลเข้าใกล้สี่แยกเกษตร ซึ่งมีอุโมงค์ลอดใต้ทางแยกระดับน้ำสูงประมาณ 30 ซม.แต่น้ำในอุโมงค์ยังไม่มาก ทำให้การจราจรตั้งแต่แยกมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์มุ่งหน้าบริเวณวงเวียนหลักสี่ เพื่อผ่านไปยังสะพานใหม่ไม่สามารถสัญจรได้  เนื่องจากระดับน้ำสูงมากกว่า 50 ซม. เช่นเดียวกับบริเวณวงเวียนหลักสี่มุ่งหน้าถนนรามอินทรา ตั้งแต่หน้าสถานีตำรวจบางเขนไปจนถึงเซ็นทรัลพลาซา รามอินทรา มีน้ำท่วมขังสูงจนถึงหัวเข่า ทำให้การสัญจรในเส้นทางดังกล่าว ถูกตัดขาดไปโดยปริยาย

พหลโยธินทะลักหลายจุด

สำหรับถนนพหลโยธินช่วงตั้งแต่ตลาดยิ่งเจริญ จนมาถึงห้างบิ๊กซีสะพานใหม่ น้ำได้เพิ่มระดับขึ้นจนไหลบ่าเข้าท่วมถนนในหลายเส้นทาง โดยเฉพาะบริเวณวงเวียนหลักสี่ มุ่งหน้าถนนรามอินทรามีน้ำขังสูงกว่า 50 ซม. ทำให้รถเล็กไม่สามารถสัญจรผ่านไปมาได้ ขณะที่รถของ ขสมก. และรถร่วมบริการบางสายต้องหมดระยะที่วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร บางเขน เท่านั้น เนื่องจากทางที่จะมุ่งหน้าไปยังสะพานใหม่ มีระดับน้ำสูง ไม่สามารถให้บริการได้ โดยประชาชนที่จะเดินทางไปยังสะพานใหม่ต้องรอรถยีเอ็มซีของทหารเท่านั้น ในส่วนของวัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร บางเขน ถูกน้ำเข้าท่วมพื้นที่เป็นบริเวณกว้าง ซึ่งในพื้นที่ในส่วนที่ต่ำ ระดับน้ำอยู่ที่ประมาณ 30-40 ซม. อย่างไรก็ตาม โรงเรียนและหน่วยงานต่างๆที่อยู่ในบริเวณนี้ อาทิ กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ และโรงเรียนไทยบริหารธุรกิจและพณิชยการก็ได้นำหินคลุกมาทำเป็นเนินตรงบริเวณทางเข้า พร้อมกับวางแนวกระสอบทรายรวมไปถึงวางเครื่องสูบน้ำบริเวณด้านหน้าเพื่อสูบน้ำออกด้วย

วิภาวดีฯท่วมหนักขาเข้า

ต่อมาช่วงบ่ายวันเดียวกัน สี่แยกเกษตร-พหลโยธิน น้ำท่วมสี่แยกหมดแล้ว การจราจรติดขัด รถเล็กผ่านไม่ได้และมวลน้ำกำลังมุ่งหน้าไปเมเจอร์ รัชโยธิน ส่วนอุโมงค์แยกเกษตรยังใช้การได้อยู่ ซึ่งบริเวณแยกเกษตร ถนนพหลโยธิน ทั้งขาเข้าและออก ระดับน้ำสูงประมาณ 40-50 ซม. ด้านถนนวิภาวดีรังสิตขาเข้าน้ำได้ไหลเข้าท่วมถนนวิภาวดีฯขาเข้าแล้ว มุ่งหน้าไปโรงพยาบาลวิภาวดี รถเล็กไม่สามารถสัญจรได้ มีเพียงรถยกสูงที่สามารถสัญจรได้ โดยระดับน้ำอยู่ที่ 30 เซนติเมตร

จ่อถล่ม “เมเจอร์ รัชโยธิน”

นายธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่าฯ กทม. แถลงสถานการณ์น้ำท่วมที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน ว่าเป็นมวลน้ำที่ขึ้นมาจากท่อระบายน้ำ หลังจากที่น้ำเหนือได้ไหล บางส่วนได้ไหลทะลักลงสู่ระบบคลองและถนนหลายสาย เมื่อมีปริมาณน้ำสูงขึ้นก็ขยายตัวท่วมเป็นวงกว้าง โดยน้ำส่วนหนึ่งที่อยู่ในคลองจะมุดเข้าท่อระบายน้ำ ซึ่งเป็นโครงข่ายเชื่อมโยงหลายพันกิโลเมตรใน กทม. ดังนั้น หากสถานการณ์ยังเป็นเช่นนี้ หรือไม่สามารถควบคุมบานประตูระบายน้ำได้ กทม.มีสิทธิ์เสี่ยงจมน้ำทั้งหมด โดยพื้นที่ที่จะเสี่ยงน้ำท่วมต่อไปคือบริเวณสะพานข้ามแยกรัชโยธินและรัชดาวิภา ใกล้โรงภาพยนตร์เมเจอร์ รัชโยธิน แหล่งธุรกิจสำคัญ รวมไปถึงห้างเซ็นทรัลลาดพร้าว

เสือใหญ่อุทิศน้ำทะลัก 30 ซม.

ภายในซอยรัชดาภิเษก 36 หรือซอยเสือใหญ่อุทิศ แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กทม. แยก 9 และแยก 11 น้ำได้เอ่อท่วมขังสูง บางช่วงถึงหน้าแข้ง บางช่วงสูงถึงเข่าและเริ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ โดยที่น้ำมีสีเหลืองเข้มเริ่มมีกลิ่นเหม็นและน้ำเน่าแล้ว นายกฤษฎา ศิริพงษ์ อายุ 36 ปี ผู้อาศัยอยู่หอพักใกล้แยกที่ 9 เผยว่า น้ำเริ่มท่วมตั้งแต่กลางดึกวันที่ 31 ต.ค. โดยผุดออกมาจากท่อระบายน้ำ บางส่วนเอ่อมาจากคลองลาดพร้าวหลังซอยเสือใหญ่อุทิศ ตอนแรกสูงประมาณ 9 ซม. แต่เพียงวันเดียวสูงถึง 30 ซม. และกระจายไปตามตรอกซอกซอยต่างๆสูงขึ้นเรื่อยๆ คนที่อยู่ตามหอพักเริ่มอพยพย้ายหนีไปอยู่ที่อื่นกันแล้ว โดยเฉพาะนักศึกษาหลังมหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษมหนีหายไปหมด จนถึงขณะนี้ยังไม่มีเจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานใดเข้ามาดูแล หรือหาวิธีระบายน้ำออก

บ้านชั้นเดียวจมระนาว

ส่วนที่คลองลาดพร้าวหลังซอยเสือใหญ่อุทิศน้ำได้เอ่อล้นออกจากคลองเข้าท่วมชุมชนหลังมหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษมและชุมชนโรงเจที่อยู่ติดกับคลอง ระดับน้ำสูงถึงหัวเข่า แต่บางจุดสูงถึงหน้าอก ชาวบ้านที่มีบ้านชั้นเดียวหลายหลังต้องอพยพไปอยู่ที่อื่น ส่วนคนที่มีบ้านสองชั้นยังไม่ยอมหนีไปไหนเพราะห่วงทรัพย์สินภายในบ้าน ขณะที่เด็กๆในชุมชนพากันออกมาเล่นน้ำในคลองกันอย่างสนุกสนานด้วยความไร้เดียงสา สอบถาม น.ส.พรภิรมย์ พุกซอ อายุ 20 ปี ชาวบ้านในชุมชนโรงเจ กล่าวว่า น้ำท่วมชุมชน 3 วันแล้วแต่วันนี้น้ำเริ่มสูงขึ้นและมีกลิ่นเหม็น ตอนนี้น้ำดื่มหาไม่ได้แล้ว ของกินเริ่มหายาก อยากให้หน่วยงานต่างๆเอาถุงยังชีพมาบริจาคให้คนในชุมชนด้วย โดยเฉพาะส้วมลอยน้ำตอนนี้มีปัญหาเดือดร้อนกันมาก ส่วนบริเวณถนนลาดพร้าววังหิน ตั้งแต่แยกโลตัสวังหินมุ่งหน้าไปแยกวังหินบนถนนเริ่มมีน้ำเอ่อออกมาจากท่อระบายน้ำ ท่วมถนน 1 ช่องทาง ระดับน้ำสูงประมาณ 10 ซม. โดยเฉพาะภายในวัดสิริกมลาวาส หรือวัดใหม่เสนานิคมได้รับผลกระทบอย่างหนัก

หน้า รง.ยาคูลท์น้ำสูงถึงเอว

ที่บริเวณถนนวิภาวดีรังสิต สถานการณ์อยู่ในภาวะวิกฤติ เพราะกระแสน้ำด้านขาเข้าทะลักเข้ามาเอ่อริมถนน มวลน้ำได้ผ่านหน้าสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ไปจนถึงซอย 50 อีกไม่ถึง 2 กม. จะถึงสำนักงานหนังสือพิมพ์บ้านเมืองและถนนรัชดาภิเษก โดยตั้งแต่ช่วงเที่ยงที่ผ่านมา มวลน้ำที่ถนนวิภาวดีฯเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ และทะลักเข้ามาเร็วมาก ตั้งแต่สโมสรตำรวจ และหน้าสำนักงาน นสพ.เดลินิวส์ ถูกน้ำท่วมหมดแล้ว ระดับน้ำสูง 40-50 ซม. แต่ที่ถูกน้ำท่วมสูงที่สุดคือหน้าโรงงานยาคูลท์น้ำสูงถึงเอว ขณะนี้หัวน้ำไหลเข้ามาถึงหน้าปากซอยวิภาวดี 50 ส่วนด้านขาออกหัวน้ำอยู่แค่หน้ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สาเหตุที่น้ำทะลักเข้ามาอย่างรวดเร็วเป็นเพราะไม่ได้มีน้ำจากดอนเมืองไหลเข้ามาอย่างเดียว ขาออกมีน้ำจากพหลโยธิน ช่วงบางเขน และคลองบางบัว รวมทั้งน้ำจากคลองเปรมประชากรเอ่อเข้ามาทางถนนโลคัลโรดที่สูงกว่าถนนวิภาวดีฯ นอกจากนี้ ยังพบว่าน้ำจากคลองลาดพร้าวเอ่อล้นเข้าท่วมซอยรัชดา 36 เป็นบริเวณกว้าง ไล่ออกมาจากท้ายซอย ระดับน้ำสูง 40 ซม. แต่ยังทะลักออกมาไม่ถึงถนนรัชดาฯ

ระดมสูบน้ำคลองประปา

ส่วนบริเวณถนนริมคลองประปาประชาชื่น ตั้งแต่แยกประชาชื่นถึงแยกพงษ์เพชร ได้มีน้ำรั่วซึมจากพนังกั้นน้ำคลองประปา และเอ่อล้นขึ้นมาจากท่อเข้ามาที่พื้นถนนเป็นระยะๆสูงประมาณ 5 ซม. ส่วนช่วงแยกพงษ์เพชรมีระดับน้ำท่วมสูงประมาณ 30 ซม. ทำให้รถเล็กต้องเลี่ยงเส้นทางจราจร ซึ่งบริเวณช่วงคลองบางเขน พบเจ้าหน้าที่การประปาเร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำอย่างเร่งด่วน สอบถามนายกฤตยา ทรวงแสวง หัวหน้าส่วนเครื่องกลและอุปกรณ์ การประปานครหลวง กล่าวว่า ได้รับคำสั่งให้เร่งติดเครื่องสูบน้ำเพิ่มอีก 2 ตัว จากเดิม 9 ตัว เพื่อให้เร่งระบายน้ำออกจากคลองประปาที่ระบายมาจากปากเกร็ดให้ลงคลองบางเขนโดยเร็ว เนื่องจากบางเขนมีเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่

นอกคันคลองยังวิกฤติ

ขณะเดียวกัน ศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจเพื่อแก้ไขวิกฤติคุณภาพน้ำดิบ การประปานครหลวง (ศอน.กปน.) แถลงว่า ขณะนี้พื้นที่ที่ถือว่ากำลังประสบภาวะวิกฤติ คือแนวคลองประปาฝั่งตะวันออกและตะวันตก ที่มีน้ำหลากล้นเข้ามาตามที่เป็นข่าว ซึ่ง กปน.ได้ดำเนินการแก้ไขมาโดยตลอด โดยเฉพาะบริเวณวัดนาวงยังคงมีระดับน้ำสูง และขณะนี้ กปน.ได้ระดมเรือโป๊ะ 6 ลำ และรถขุด เพื่อเสริมคันดินให้สูงขึ้นตลอดเวลา หาก ศปภ. ดำเนินการปิดแนวรั่วบริเวณหลักหกได้ จะช่วยลดปริมาณน้ำในพื้นที่นี้ และลดผลกระทบต่อน้ำบริเวณใกล้คลองประปาได้ ส่วนระดับน้ำในคลองประปาขณะนี้ ถือว่ายังอยู่ในระดับที่ควบคุมได้

ระดมป้องกันทุกโรงผลิตน้ำ

สำหรับมาตรการป้องกันรักษาระบบการผลิตและสูบจ่ายน้ำประปาได้ระดมพนักงานทุกสายงานมาร่วมกันเฝ้าระวัง ทั้งโรงงานผลิตน้ำบางเขน สามเสน ธนบุรี และมหาสวัสดิ์ รวมถึงสถานีสูบจ่ายน้ำอีก 15 แห่ง ทั่วกรุงเทพฯ โดยจัดทำแนวป้องกัน 2-3 ชั้น ขึ้นอยู่กับความเสี่ยงภัยของแต่ละพื้นที่ โดยเฉพาะโรงงานผลิตน้ำบางเขน ซึ่งเป็นโรงงานผลิตน้ำที่ใหญ่ที่สุด ผลิตน้ำถึงวันละ 3.6 ล้าน ลบ.ม. จึงได้จัดทำแนวป้องกัน 3 ชั้น เพื่อป้องกันระบบผลิตน้ำ เครื่องจักรกล และระบบไฟฟ้าแรงสูงทั้งหมด

พงษ์เพชรจมไม่เกี่ยวประปา

ส่วนกรณีน้ำท่วมขังบริเวณชุมชนท่าทราย พงษ์เพชร และงามวงศ์วาน มิใช่น้ำที่เกิดจากการเอ่อล้นของคลองประปา แต่เป็นน้ำที่ล้นมาจากบริเวณคลองเปรม–ประชากร และน้ำหลากที่มาจากถนนวิภาวดีรังสิตและถนนพหลโยธิน รวมถึงการเอ่อล้นของน้ำในท่อระบายน้ำ ซึ่งพื้นที่บริเวณนี้เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ ส่วนน้ำจากคลองประปา มีการเจาะระบายน้ำลงคลองบางเขน บางซื่อ และสามเสน ซึ่ง กทม.จะเร่งสูบน้ำลงแม่น้ำเจ้าพระยาต่อไป

ตั้งก๊อกแจกน้ำฟรีทุกสาขา

นอกจากนี้ กปน.ได้ประสานกับผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี ให้รักษาระดับน้ำในคลองบางตลาด ซึ่งอยู่ด้านหลังโรงงานผลิตน้ำบางเขน รวมถึงการขอเครื่องสูบน้ำเพิ่มเติมบริเวณคลองบางตลาดและคลองบางเขนและขอการสนับสนุนจากกรมชลประทานขุดลอกคลองบางตลาด เพื่อป้องกันมิให้น้ำท่วมเข้าโรงงานผลิตน้ำบางเขน และพื้นที่ใกล้เคียง และเพื่อให้บริการประชาชนในเรื่องน้ำดื่ม ขณะนี้ กปน.ได้ติดตั้งจุดบริการน้ำประปาดื่มได้ที่หน้าสำนักงานประปาสาขาทุกแห่ง ยกเว้นสำนักงานประปาสาขาบางบัวทอง ซึ่งประสบภาวะน้ำท่วม โดยประชาชนสามารถนำภาชนะมารองน้ำไปบริโภคได้ฟรี

ระดมนักโทษชั้นดีมาช่วย

พ.ต.อ.สุชาติ วงศ์อนันต์ชัย อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม ได้สั่งการมายังกรมราชทัณฑ์ ให้นำนักโทษชั้นดีใกล้พ้นโทษ 1,000 คน ออกไปซ่อมแซมพนังกั้นน้ำริมคลองประปา หลังพบว่ามีพนังกั้นน้ำหลายแห่งพังลง และอาจทำให้น้ำเสียบางส่วนไหลลงคลองประปา จนส่งผลกระทบต่อระบบการผลิตน้ำประปาได้ รวมทั้งทำให้น้ำไหลท่วมพื้นที่ กทม.ชั้นใน จึงได้สั่งให้คัดเลือกนักโทษชั้นดีจากเรือนจำในต่างจังหวัดมาดำเนินการ ขณะนี้ได้นำมาอยู่ที่เรือนจำกลางคลองเปรม ส่วนแนวทางการซ่อมพนังกั้นน้ำริมคลองประปา ระยะทางประมาณ 4 กม. กรมราชทัณฑ์ได้ประชุมร่วมกับการประปา และบริษัท ช.การช่าง ในการวางแผนซ่อมพนังกั้นน้ำริมคลองประปา โดยขึ้นเฮลิคอปเตอร์บินสำรวจอย่างละเอียด จากนั้นได้ส่งนักโทษออกไปเร่งซ่อมพนังกั้นน้ำริมคลองประปา ตลอด 24 ชม.

ชุมชนปากท่อหนีโกลาหล

ส่วนสถานการณ์น้ำบริเวณเรือนจำกลางคลองเปรม และเรือนจำบริเวณใกล้เคียง ขณะนี้น้ำยังไม่ท่วม แม้ว่าบริเวณสี่แยกพงษ์เพชรน้ำท่วมแล้ว เนื่องจากมีการระบายน้ำออกจากคลองประปาเข้าคลองบางเขน จนประตูระบายน้ำพัง ช่วงบ่ายวันเดียวกัน น้ำเหนือที่หนุนมาทำให้ระดับน้ำในคลองประปา ประชาชื่นเพิ่มมากขึ้น จนไหลทะลักเข้าไปในชุมชนปากท่อ ใกล้ซอยประวิทย์และเพื่อน 9 ถนนประชาชื่น เขตจตุจักร ทำให้ชาวบ้านต้องเร่งหนีอพยพ หอบลูกเด็กเล็กแดงออกจากพื้นที่โดยด่วน เนื่องจากบางจุดมีระดับน้ำท่วมสูงถึงอก จนเอ่อล้นออกมาที่พื้นถนนบางส่วน สอบถาม น.ส.จันทรามาศ ซาเอ็ด อายุ 20 ปี ชาวบ้านชุมชนปากท่อ ที่อุ้มน้องออมสิน ลูกชายวัย 6 เดือน หนีน้ำออกมาอย่างทุลักทุเล กล่าวว่า เริ่มมีน้ำซึมเข้าไปประมาณ 2 วันแล้ว แต่วันนี้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นจนตั้งตัวไม่ทัน ต้องพาลูกลุยน้ำออกมาโดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ประชาชื่น และทหารเข้าช่วยเหลือ

พื้นที่โรงเรียนเพชรรัตน์อ่วม

ด้านนางปวีณา เปลี่ยนสมุทร อายุ 38 ปี ชาวบ้านริมคลองบางเขน ที่กำลังอพยพกล่าวว่า ได้พาครอบครัว และทรัพย์สินหนีอพยพจากบ้านซึ่งอยู่ใกล้คลองบางเขน เพราะมีระดับน้ำท่วมเข้ามาภายในบ้านจนเกือบมิดชั้น 1 แล้วเกือบ 3 วัน และระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ จึงต้องหนีไปหลบที่โรงเรียนเพชรรัตน์ ในพระอุปถัมภ์ แขวงลาดยาว เขตจตุจักร ผู้สื่อข่าวสำรวจชุมชนโดยรอบริมคลองประปาพบว่ามีน้ำท่วมขังบางชุมชน อาทิ ชุมชนโรงเรียนเพชรรัตน์ฯ ที่มีน้ำท่วมเข้าไปภายในโรงเรียน และบริเวณใกล้เคียง  บางจุดมีน้ำท่วมสูงเกือบถึงหัวเข่า  ส่วนชุมชนปูนซีเมนต์ไทยยังไม่พบน้ำท่วมขัง ตลอดเส้นทางยังพบประชาชนคอยเฝ้าสังเกตระดับน้ำในคลองประปาอย่างใกล้ชิด

แจ้งวัฒนะท่วมตลอดสาย

ส่วนบริเวณสี่แยกถนนแจ้งวัฒนะ ตัดถนนประชาชื่น มีชาวบ้านที่อยู่ฝั่งเขตหลักสี่ เร่งขนย้ายข้าวของอพยพมาพักไว้ เนื่องจากเป็นจุดใกล้สุดที่ยังไม่ถูกน้ำท่วม และย้ายมาเพื่อเตรียมหาที่อยู่ใหม่ ซึ่งอพาร์ตเมนต์ คอนโดมิเนียม และห้องเช่าต่างๆ ในพื้นที่ อ.ปากเกร็ด โดยเฉพาะคอนโดฯเมืองทองธานี ที่แต่ก่อนเคยว่างจำนวนมาก และมีกว่า 20 ตึก ขณะนี้มีชาวบ้านแห่กันเข้าพักอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเชื่อว่าจะไม่ถูกน้ำท่วม ขณะเดียวกันยังมีชาวบ้านที่ต้องเดินทางไปติดต่อธุระที่ศูนย์ราชการ ยังคงเดินทางไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากตั้งแต่สี่แยกถนนแจ้งวัฒนะตัดถนนประชาชื่น เริ่มตั้งแต่คลองประปาข้ามฝั่งไปเขตหลักสี่ กทม. บนถนนแจ้งวัฒนะตลอดสายถูกน้ำท่วมสูง รถเล็กผ่านไปไม่ได้ ทั้งฝั่งมุ่งหน้าไปแยกหลักสี่และฝั่งมุ่งหน้ามา อ.ปากเกร็ด มีเพียงรถบรรทุกของเอกชนและรถยีเอ็มซีทหารบกเพียงไม่กี่คัน ที่วิ่งบริการรับส่งชาวบ้านไปยังศูนย์ราชการเท่านั้น

สาวท้องแก่ลุยน้ำท่วมไป รพ.

ช่วงบ่ายวันเดียวกัน ระดับน้ำในคลองประปายังคงเพิ่มสูงอย่างต่อเนื่อง จนทำให้สี่แยกถนนแจ้งวัฒนะตัดถนนประชาชื่น และสี่แยกศรีสมาน ชาวบ้านทั้งเขตหลักสี่และชาวบ้านในเขตดอนเมือง ต่างอพยพย้ายข้าวของและย้ายที่พักมาปักหลักกันเนืองแน่นทั้ง 2 แยก เพื่อรอรถเดินทางต่อไป เนื่องจากพักอาศัยอยู่ไม่ได้แล้วเพราะมีปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้นทุกวัน ทั้งนี้ นางจารุวรรณ ธงสันเทียะ อายุ 27 ปี สาวท้องแก่เจ็บท้องใกล้คลอด เจ้าของร้านเสริมสวย อยู่บ้านเลขที่ 91/145 แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กทม. ได้เดินทางออกจากบ้านที่ถูกน้ำท่วมสูงกว่า 1.50 เมตร มายืนรอรถที่สี่แยกถนนแจ้งวัฒนะตัดถนนประชาชื่น เพื่อจะเดินทางไปคลอดลูกที่ รพ.มงกุฎวัฒนะ เขตหลักสี่ เปิดเผยว่า เดินทางไปโรงพยาบาลไม่ได้ เนื่องจากบนถนนแจ้งวัฒนะ ฝั่งเขตหลักสี่ กทม. มีน้ำท่วมสูง ตำรวจ สภ.ปากเกร็ด ได้ประสานขอรถทหารบกมารับไปส่งที่โรงพยาบาลอย่างทุลักทุเล

ห้ามรถอื่นผ่านยกเว้นรถทหาร

สำหรับรถประจำทางทุกสายที่ออกจากท่าน้ำปากเกร็ดมุ่งหน้าไปทางแยกหลักสี่ ขณะนี้ได้เปิดให้บริการชาวบ้านสุดปลายทางแค่สี่แยกแจ้งวัฒนะตัดถนนประชาชื่น เท่านั้น เพราะมีระดับน้ำท่วมสูงไม่สามารถวิ่งตามเส้นทางได้ นอกจากนี้  ตำรวจยังได้ปิดการจราจรบนถนนแจ้งวัฒนะ บริเวณสี่แยกถนนแจ้งวัฒนะตัดถนนประชาชื่น โดยไม่ให้รถยนต์ทุกชนิดผ่าน ยกเว้นรถยีเอ็มซีของทหารที่คอยรับส่งชาวบ้านเพียงประเภทเดียว ส่งผลให้การจราจรติดขัด อย่างต่อเนื่องยาวเหยียด พ.ต.อ.ธวัชชัย นาคฤทธิ์ ผกก.สภ.ปากเกร็ด ได้จัดเจ้าหน้าที่จราจรมายืนคอยอำนวยความสะดวกและประชาสัมพันธ์ให้ผู้ใช้รถหลีกเลี่ยงไปใช้เส้นทางอื่นแทนเป็นการชั่วคราว

ดีเอสไอทะลักลานจอดรถ

สำหรับศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ถนนแจ้งวัฒนะ เที่ยงวันเดียวกันนี้ พบว่าน้ำจากถนนแจ้งวัฒนะได้ไหลเข้าท่วมบริเวณลานจอดรถของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) สูงประมาณ 1 เมตร ทำให้ข้าราชการ ส่วนใหญ่ไม่สามารถเดินทางเข้าไปทำงานได้ เช่นเดียวกับศาลปกครอง บรรยากาศเงียบเหงา เนื่องจากระดับน้ำ บนถนนแจ้งวัฒนะ ตั้งแต่ห้างบิ๊กซี-แยกหลักสี่ น้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตร รถเล็กไม่สามารถสัญจรได้ มีเพียงรถประจำ ทางฟรี สาย 95 และรถร่วมวิ่งให้บริการเสริมกับรถทหาร ที่วิ่งรับส่งประชาชนในพื้นที่ตลอดเวลา นอกจากนี้ ทั้งมีการนำเรือของทหารไปบริการรับส่งประชาชนตามจุดชุมชน ในขณะที่บริเวณตัวอาคารศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ ทั้งอาคารเอและอาคารบี ซึ่งเป็นที่ตั้งศูนย์อพยพของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ น้ำยังท่วมไม่ถึงรวมทั้งกองบัญชาการกองทัพไทย

เปิด สนง.ชั่วคราวหนีน้ำ

นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ เผยการแก้ไขปัญหาการเดินทางของข้าราชการและพนักงาน หลังถนน แจ้งวัฒนะมีน้ำท่วมสูงเกือบ 1 เมตร ว่า สำหรับข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ต้องปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรีคือ ไม่หยุดงาน และขอให้มาทำงานตามปกติ ส่วนข้าราชการระดับล่างที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ประสบอุทกภัยวิกฤติขอให้หยุดพัก และรอคำสั่งทำงานอยู่บ้านจนกว่าสถานการณ์จะกลับสู่ ภาวะปกติ สำหรับการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเนื่องจากดีเอสไอมีคดีที่จะต้องดำเนินการจำนวนมาก จึงต้องเปิดสำนักงานเฉพาะกิจขึ้นที่อาคารซอฟต์แวร์ ปาร์ค หรือที่ ทำการกระทรวงยุติธรรมเก่าชั้น 28 ชั่วคราว โดยสำนักงานทั้งหมดที่ดีเอสไอ สำนักงานถนนแจ้งวัฒนะ ศูนย์ราชการอาคารบี และสำนักงานใหม่ที่ตั้งอยู่ในกรมไปรษณีย์ยังคงปฏิบัติราชการปกติ

คลองสามวาน้ำเพิ่มขึ้น

สำหรับสถานการณ์ที่ประตูระบายน้ำคลองสามวา ระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยบริเวณเหนือประตูระบายน้ำระดับน้ำอยู่ที่ประมาณ 1.80 เมตร ชาวบ้านที่อาศัยอยู่บริเวณด้านบนของประตูระบายน้ำคลองสามวา ยังคงได้รับความเดือดร้อนอย่างต่อเนื่องจากระดับน้ำที่เพิ่มมากขึ้น ถึงแม้จะมีการเปิดประตูระบายน้ำสูงประมาณ 1 เมตร และมีการพังคันดินบริเวณที่อยู่ ด้านข้างประตูระบายน้ำ ซึ่งรวมความยาว 50 ซม.แล้วก็ตาม ส่วนประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณด้านล่าง ในขณะนี้ ระดับน้ำได้สูงขึ้น และได้ไหลเข้าท่วมบ้านเรือนอย่างเห็นได้ชัด โดย พ.ต.อ.สมควร พึ่งทรัพย์ ผกก. สน.นิมิตรใหม่ กล่าวว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่มีความวุ่นวาย หรือการเรียกร้องอะไรเพิ่มเติมจากประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณดังกล่าว การจราจรยังสัญจรได้เป็นปกติ ถึงแม้บางจุดจะมีน้ำไหลซึมท่วมขังผิวการจราจรบ้าง

เตือนบางกะปิ-บึงกุ่มส่อล่ม

นายธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่าฯ กทม. ให้สัมภาษณ์ว่า การดำเนินการผันน้ำไม่ได้คิดเรื่องมวลชนที่คัดค้าน แต่หากยังมีปัญหาเรื่องมวลชนเกรงว่าอาจกระทบ 19 เขตที่เคยประกาศว่าจะรอดจากน้ำท่วมประกอบด้วย บางขุนเทียน บางบอน ทุ่งครุ ราษฎร์บูรณะ จอมทอง ภาษีเจริญ วัฒนา ดินแดง สาทร ราชเทวี พญาไท ปทุมวัน ป้อมปราบฯ สวนหลวง ประเวศ ห้วยขวาง วังทองหลาง บางซื่อ และบางกอกน้อย และจากการเปิดประตูน้ำที่คลองสามวาจะส่งผลกระทบพื้นที่บางกะปิกับบึงกุ่มที่อยู่ริมคลองแสนแสบ ส่วน 11 เขตริมน้ำเจ้าพระยาได้รับผลน้ำขึ้น-ลง คือ ดุสิต พระนคร สัมพันธวงศ์ บางรัก บางคอแหลม ยานนาวา คลองเตย พระโขนง คลองสาน บางกอกใหญ่ และบางนา

นิคมฯบางชันกระทบรุนแรง

รองผู้ว่าฯ กทม. เปิดเผยอีกว่า นอกจากนี้ การเปิดประตูระบายน้ำคลองสามวาเพื่อระบายน้ำลงสู่คลองแสนแสบจะมีปัญหาที่กังวลมาก หากมองทางกายภาพอาจจะไม่มีอะไร ขอยกตัวอย่าง เราเห็นน้ำที่ถนนวิภาวดีรังสิตนิ่ง แต่กลับมาโผล่ที่ถนนสายเกษตร-นวมินทร์ หรือถนนรามอินทรา กม. 8 สาเหตุเพราะน้ำไหลจากถนนลงสู่ท่อ และจากท่อสู่คลอง สุดท้ายจากคลองก็จะไหลกลับเข้าท่อที่เป็นเครือข่ายใยแมงมุม หากตรงไหนต่ำก็จะมุดออก หากน้ำเข้าคลองแสนแสบจากการเปิดประตูคลองสามวา จะเข้าสู่พื้นที่ในคันพระราชดำริ และเข้าระบบคลอง ซึ่งพื้นที่ กทม.สูงต่ำไม่เท่ากัน การปล่อยน้ำที่คลองสามวาเท่ากับว่าน้ำจะค่อยๆเริ่มย้อนศรและมุดเข้ามาในคลองย่อยและผุดตามผิวถนน หากคุมไม่ได้จะลามไปนิคมอุตสาหกรรมบางชันและพื้นที่บางกะปิจะกระทบรุนแรง

รัฐบาลต้องคุมมวลชนให้ได้

นายธีระชนกล่าวด้วยว่า เราต้องจัดการมวลน้ำและควบคุมมวลชนอย่างที่ควรจะเป็น ส.ส. ส.ก. ต้องช่วยกันพูด อย่าเอามวลชนกดดัน ทุกฝ่ายต้องช่วยกัน รัฐบาลต้องเร่งออกมาตรการดูแลผู้ถูกผลกระทบและเยียวยา วันนี้ไม่มีรัฐบาล ไม่มี กทม. ทุกคนต้องมาช่วยกันกู้บ้านกู้เมือง ตอนนี้เราเห็นพ้องขอให้มวลชนใจเย็น หากยันตะวันออกและยันตอนเหนือได้ สถานการณ์จะดีขึ้น “หากยังคุมมวลชนไม่ได้ หากไม่ใจเย็น พื้นที่ที่ประกาศว่า 19 เขตจะไม่ท่วม สถานการณ์จะกลับไปเหมือนเดิมคือ 50 เขตจะโดนหมด เราต้องปกป้องพื้นที่ในคันพระราชดำริ ซึ่งหากเราระบายน้ำออกตามสาขาแม่น้ำหลักคือ ท่าจีน เจ้าพระยา บางปะกงได้ หากเป็นอย่างนี้ กทม.รอด”นายธีระชนกล่าว

เตือนน้ำย้อนศรดันขึ้นท่อ

นายธีระชนกล่าวอีกว่า ขณะที่การเปิดประตูระบายน้ำคลองสามวา จะทำให้พื้นที่น้ำท่วมขังในกรุงเทพฯรุนแรงยิ่งขึ้น การกระทำดังกล่าวมิได้เป็นการลดระดับน้ำในฝั่งด้านนอกประตูได้ตามที่เข้าใจคาดเคลื่อน ดังบทเรียนที่ปรากฏแล้วที่คลองลาดพร้าว ซึ่งส่งผลให้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 800 ไร่ ท่วมเต็มพื้นที่แล้วในขณะนี้ แม้กระทั่งย่านวัชรพลและถนนนวมินทร์ที่อยู่ห่างจากจุดต้นน้ำถึง 10 กม. ก็ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน เนื่องจากน้ำไหลลงคลอง เมื่อคลองเอ่อล้นก็จะดันขึ้นตามท่อระบายน้ำ และท่วมขังถนนต่างๆ ลุกลามไปยังบ้านเรือนและสถานที่สำคัญในที่สุด ยิ่งกว่านั้นอาจเลวร้ายถึงขั้นทำให้พื้นที่ที่ความเสี่ยงน้อยและยังไม่ท่วมอีกกว่า 20 เขต ได้รับผลกระทบไปด้วย ซึ่งประชาชนในพื้นที่ที่ยังไม่ได้รับผลกระทบในขณะนี้จึงยังไม่อาจวางใจได้ ขอให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

แนะประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

“ขณะนี้สถานการณ์น้ำน่าเป็นห่วง 2 จุด คือ จุดกลับรถถนนพหลโยธิน ข้ามคลองรังสิต และที่ประตูระบายน้ำคลองสามวา ซึ่งมีมวลชนมากดดันเจ้าหน้าที่ให้เปิดประตูระบายน้ำ ขณะนี้ยังมีน้ำเหนือไหลเข้ามาใน กทม.เป็นจำนวนมากอย่างต่อเนื่อง โดยจุดกลับรถถนนพหลโยธิน ข้ามคลองรังสิต มีน้ำไหลเข้ามาเฉลี่ยวันละ 400-500 ล้าน ลบ.ม.ต่อวัน ซึ่ง กทม. ได้นำกระสอบยักษ์ ขนาด 1×1×1 หนัก 2.5 ตันต่อหนึ่งใบ ไปอุดตรงจุดที่เกิดปัญหาดังกล่าว แต่ที่คลองสามวาจะต้องมีการควบคุมมวลชนที่ขัดขวางการควบคุมการระบายน้ำในจุดดังกล่าว หากควบคุมไม่ได้ ผมเห็นว่ารัฐบาลควรจะประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมมวลชน เพราะเกรงว่าหากสถานการณ์ยังเป็นเช่นนี้ จะทำให้พื้นที่ กทม.ทั้ง 50 เขต กลับเข้าสู่สภาวะน้ำท่วมทั้งหมดได้” รองผู้ว่าฯ กทม.กล่าว

น้ำในคลองส่วนใหญ่ยังทรง

ศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยวาตภัยและดินโคลนถล่ม กรุงเทพมหานคร (กทม.) รายงานสถานการณ์น้ำใน กทม.ว่า สถานการณ์น้ำที่คลองหกวาสายล่างระดับน้ำที่ประตูระบายน้ำคลอง 2 และระดับน้ำที่ประตูระบายน้ำคลองทวีวัฒนามีระดับทรงตัว ส่วนระดับน้ำในคลองต่างๆ ทางตอนเหนือของคลองเปรมประชากร คลองบางซื่อ คลองบางเขน และฝั่งธนบุรี ในคลองบางเชือกหนัง ช่วงถนนกาญจนาภิเษก และพุทธมณฑลสาย 2 คลองบางพรมช่วงถนนกาญจนาภิเษก เขตทวีวัฒนา ระดับน้ำล้นตลิ่ง ขณะที่ในส่วนคลองบางเขนช่วงถนนประชาชื่น คลองลาดพร้าวช่วงวัดลาดพร้าว และถนนพุทธมณฑลสาย 1 ระดับน้ำเสมอขอบตลิ่ง ส่วนคลองอื่นๆยังปกติ

“สุขุมพันธุ์” ตรวจถนนทรงวาด

ต่อมาเวลา 14.30 น. ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. เปิดเผยขณะลงพื้นที่ตรวจสถานการณ์น้ำท่วมบริเวณถนนทรงวาด เขตสัมพันธ์วงศ์ ว่า บริเวณนี้ได้รับผลกระทบจากน้ำขึ้นลงในแม่น้ำเจ้าพระยาหนุนสูงสุดช่วงบ่าย ที่ระดับ 2.40 ม. ส่งผลให้ถนนทรงวาดถูกน้ำท่วมขังเป็นระยะทาง 800 ม. ตั้งแต่ถนนทรงวาดตัดถนนสัมพันธวงศ์มีน้ำท่วมสูง 15-20 ซม. ซึ่งทาง กทม.จะเร่งระบายน้ำ โดยล่าสุดได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำไว้ 8 จุด ตลอดแนวเขื่อนตั้งแต่ถนนโอ่งอ่างต่อเนื่องถึงคลองผดุงกรุงเกษม รวมระยะทาง 2 กม. เพื่อแก้ปัญหา ทั้งนี้น้ำท่วมในพื้นที่นี้ส่วนหนึ่งมาจากการสร้างแนวเขื่อนที่ยังไม่แล้วเสร็จ รวมถึงส่วนหนึ่งเป็นพื้นที่ของเอกชน ทำให้ กทม.ไม่สามารถเข้าไปดำเนินการสร้างแนวคันกั้นน้ำชั่วคราวได้ ซึ่งหลังจากฤดูฝนผ่านไปจะรีบเข้ามาดำเนินการแก้ไข นอกจากนี้ ยังมีพื้นที่ฟันหลอที่บริเวณถนนทรงวาดและตลาดน้อย ระยะทาง 700 ม. ทั้งนี้ กทม.จะเร่งเข้าไปดำเนินการโดยเร็วที่สุด

รถไฟขนถุงทรายช่วยกั้นน้ำ

นายยุทธนา ทัพเจริญ ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยว่า รฟท.ได้จัดรถไฟเพื่ออำนวยความสะดวกในการขนถ่ายทรายถุง เพื่อนำไปทำคันกั้นน้ำบริเวณเขตหลักหก-ดอนเมือง เพื่อป้องกันน้ำที่จะไหลทะลักเข้าท่วมเขตกรุงเทพฯชั้นใน ทั้งนี้ ได้ขนถ่ายทรายถุงเที่ยวแรกเมื่อวันที่ 31 ต.ค.ที่ผ่านมา จากสถานีพหลโยธิน ไปยังเขตหลักหก-ดอนเมือง ใช้โบกี้ขนสินค้า 26 แคร่ ขนทรายถุง 1,000 ถุง น้ำหนักถุงละ 1 ตัน จำนวน 2 เที่ยวต่อวัน และในวันนี้ รฟท.ได้ขนถ่ายทรายถุงไปแล้วอีก 2 เที่ยวด้วยกัน ซึ่ง รฟท.มีความยินดีที่จะให้การช่วยเหลือในการขนทรายถุงทำที่กั้นน้ำจนกว่าสถานการณ์น้ำท่วมจะคลี่คลายลง

น้ำถล่มกรุงไม่ถึงหมื่นล้าน ลบ.ม.

ขณะที่นายวีระ วงศ์แสงนาค ประธานคณะทำงานบริหารจัดการระบายน้ำในพื้นที่เกิดสาธารณภัยร้ายแรง ศปภ. เปิดเผยว่า ขณะนี้ปริมาณน้ำในทุ่งที่จะมีผลกระทบกับกรุงเทพฯมีเพียง 2 ส่วนเท่านั้น คือ น้ำในทุ่งฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา มีปริมาณน้ำ 2,700 ล้าน ลบ.ม. และน้ำในทุ่งฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา มีปริมาณน้ำ 3,100 ล้าน ลบ.ม. ไม่ได้มีปริมาณน้ำมากเป็นหมื่นล้าน ลบ.ม. ตามที่เข้าใจกันแต่อย่างใด ถ้ามองพื้นที่น้ำท่วมจากภาพถ่ายดาวเทียม น้ำที่ท่วมอยู่ในทุ่งทั้งหมด รวมทั้งภาคเหนือและภาคกลางอาจจะดูเหมือนมีน้ำมาก ปริมาณน้ำอาจมีเป็นหมื่นล้าน ลบ.ม.จริง แต่ปริมาณน้ำที่เห็นไม่ได้ไหลลงมายังกรุงเทพฯทั้งหมด เพราะส่วนหนึ่งปริมาณไม่น้อยจะค้างอยู่ในทุ่งของแต่ละภาค และอีกส่วนหนึ่งจะไหลลงไปยังแม่น้ำสายหลัก โดยเฉพาะแม่น้ำเจ้าพระยา

มวลชน 2 จังหวัดเผชิญหน้า

สำหรับ จ.ปทุมธานี ขณะนี้ยังมีปัญหาเกี่ยวกับการที่จะจ้องรื้อกระสอบทรายและแนวคันกั้นน้ำ ในบางพื้นที่ไม่ว่าจะเป็นชุมชนใกล้หมู่บ้านเมืองเอก และแถวชุมชนย่านวัดนาวง ต.หลักหก อ.เมืองปทุมธานี ที่มีคนบางกลุ่มคอยจ้องที่จะรื้อกระสอบทรายแนวคันกั้นริมคลองประปา แถมยังมีชาวบ้านที่อาศัยอยู่ที่หมู่บ้านสโรชา และชาวบ้านย่านคลอง 5 ต.ลำลูกกา อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ต้องเผชิญหน้ากับชาวบ้าน ย่านคลองสามวา กรุงเทพฯ ที่มาเฝ้าดูแลแนวกระสอบทรายที่สูงเกือบ 2 เมตร ซึ่งวางเรียงกันไม่ให้น้ำจากปทุมธานี ไหลทะลักเข้าท่วมพื้นที่กรุงเทพฯ เพราะเกรงว่าชาวบ้านจากปทุมธานี จะมารื้อกระสอบทราย โดยขณะนี้ยังมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ คอยเฝ้าดูแลเพื่อไม่ให้เกิดการกระทบกระทั่งเกิดขึ้น แต่ถึงอย่างไรก็ตาม หากสบโอกาสชาวปทุมฯคงจะมารื้อเพื่อให้น้ำในเขตของตนลดระดับลงไปบ้างอย่างแน่นอน หากการเจรจาไม่เป็นข้อยุติ

ใช้กระสอบยักษ์สกัดน้ำรังสิต

รายงานข่าวจากสำนักการโยธา กทม. แจ้งว่า เมื่อวันที่ 31 ต.ค.ที่ผ่านมา นายจุมพล สำเภาพล รองปลัด กทม.ด้านโยธา ได้ลงพื้นที่ร่วมกับนายพิจิตต รัตตกุล อดีตผู้ว่าฯ กทม. และนายประเสริฐ สมะลาภา อดีตปลัด กทม. ในฐานะผู้ประสานงาน ศปภ. และ กทม. ดำเนินการอุดรอยรั่วที่บริเวณใต้คลองรังสิต ด้วยวิธีใช้กระเป๋าทรายขนาดใหญ่ (Big Bag) บรรจุหินคลุกน้ำหนักใบละกว่า 1.6 ตัน วางที่บริเวณใต้คลองรังสิต ซึ่งสำนักการโยธาได้รับมอบหมายให้เป็นฝ่ายอำนวยการร่วมในการดำเนินการเรียงกระเป๋าทราย ตั้งแต่หมู่บ้านเมืองเอก ต.หลักหก อ.เมืองปทุมธานี ขนานไปกับทางรถไฟมุ่งหน้าถนนโลคัลโรด ไปสิ้นสุดถนนจันทรุเบกษา รวมระยะทาง 5 กม. มีเป้าหมายเพื่อสกัดกั้นน้ำจากทางเหนือให้ยกตัวสูงขึ้นก่อนเบนทิศทางน้ำเข้าสู่ระบบคลองและระบบระบายน้ำของ กทม. ไปทางทิศตะวันออกก่อนลงสู่ทะเล คาดว่างานจะแล้วเสร็จภายในระยะเวลา 1-2 วันนับจากนี้

นนท์เปิดศึกน้ำหวิดปะทะ

เมื่อกลางดึกวันที่ 31 ต.ค.ที่ผ่านมา ที่บริเวณสี่แยกสามัคคี ใกล้โรงกรองน้ำการประปานครหลวง ต.ท่าทราย อ.เมืองนนทบุรี ได้เกิดเหตุชาวบ้านฝั่ง อ.เมืองนนทบุรี ประจันหน้ากับชาวบ้านฝั่งทุ่งสองห้อง มีชาวบ้านทั้ง 2 ฝ่าย รวมประมาณ 500 คน สาเหตุมาจากมีน้ำจากคลองส่วยไหลลอดผ่านท่อระบายน้ำขนาดใหญ่มาจากฝั่งทุ่งสองห้อง ทางเทศบาลนครนนทบุรี ได้ใช้รถแบ็กโฮนำแผ่นเหล็กมาเสียบปิดปากท่อเพื่อไม่ให้น้ำไหลเข้าท่วมฝั่ง อ.เมืองนนทบุรี ช่วงประชานิเวศน์ 2, 3, 4 และถนนสามัคคี แต่ชาวบ้านทางด้านฝั่งทุ่งสองห้องไม่ยอมให้ปิดปากท่อ เพื่อต้องการให้น้ำทางฝั่งทุ่งสองห้อง ระบายไปที่อื่นบ้าง แต่ก็ไม่สามารถตกลงกันได้ ชาวบ้านทั้ง 2 ฝ่ายต่างตะโกนด่าทอกันไปมา กระทั่งนายมูหมัดอารี เกาะหมาก รองนายกเทศมนตรีเทศบาลนครนนทบุรี ได้เดินทางมาเจรจาก่อนได้ข้อสรุปว่า ยุติการนำแผ่นเหล็กมาปิดท่อระบายน้ำคลองส่วย และนำรถแบ็กโฮออกไป ชาวบ้านทั้ง 2 ฝ่ายจึงยอมสลายตัว

คนห่วงบ้านแห่กลับมาดู

ทางด้านฝั่งตะวันตกที่หน้าหมู่บ้านบางใหญ่ซิตี้ ถนนกาญจนาภิเษก (ตลิ่งชัน-สุพรรณบุรี) ต.เสาธงหิน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ยังคงมีประชาชนเดินทางเข้าออกกันเป็นจำนวนมาก เพื่อออกไปซื้อหาเสบียงมาไว้เก็บ บางรายที่ย้ายออกไปก็แวะเวียนกันกลับเข้ามาเพื่อดูบ้านของตัวเองที่ถูกน้ำท่วม หวั่นถูกคนร้ายเข้ามาลักทรัพย์ภายในบ้าน โดยมีเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และรถของทางบริษัทเอกชนมาวิ่งรับส่งให้กับประชาชนที่ต้องการจะเดินทางเข้าออก ชาวบ้านเริ่มปรับตัวเข้ากับสถานการณ์น้ำที่ไหลเข้าท่วมแล้ว บางคนปรับวิธีการใช้ชีวิตอยู่บ้านที่มีแต่น้ำท่วมรอบบ้าน

บางพลัดน้ำเริ่มลดลงแล้ว

สภาพภายในตลาดกรุงธน  ใกล้สะพานซังฮี้  เขตบางพลัด ยังมีน้ำท่วมสูง 10-15 ซม. ระดับน้ำเช้านี้ได้ลดลงจากเมื่อคืนกว่า 30 ซม. เจ้าหน้าที่ กทม.บอกว่า น้ำที่ท่วมขังเริ่มจะทรงตัว จากนี้ไปจะนำเครื่องสูบน้ำเข้ามาสูบน้ำออก คาดว่าใช้เวลาราว 3 วัน สถานการณ์น่าจะดีขึ้น ส่วนบรรยากาศการจับจ่ายในตลาดกรุงธน ผู้ค้าในตลาดกว่า 100 ราย หายไปกว่าครึ่ง เนื่องจากราคาเนื้อสัตว์และผักทุกชนิดสูงขึ้น เนื่องจากต้องเสียค่าขนส่งเพิ่มขึ้นเพราะถนนหลายสายถูกน้ำท่วม โดยเฉพาะผักชี จาก กก.ละ 40 บาท ขณะนี้สูงถึง กก.ละ 120-150 บาท ผักกาดขาว จาก กก.ละ 20-30 บาท สูงถึง กก.ละ 40-50 บาท ด้านชาวชุมชนวัดสิงห์ ซอยจรัญ-สนิทวงศ์ 64 ได้ร้องขอเรือและส้วมลอยน้ำ เนื่องจากบ้านยังถูกน้ำท่วมสูงระดับอก ขณะที่ปัญหาสำคัญในย่านบางพลัดขณะนี้คือ ปัญหาขยะและน้ำเน่าเสียที่รุนแรงมากขึ้น ชาวบ้านต้องการให้ช่วยแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วน

บางไผ่น้ำทะลักสูง 1 เมตร

สภาพถนนในซอยอยู่เจริญสุข แขวงบางไผ่ เขตบางแค ที่จะเข้าไปที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี มีน้ำท่วมสูงเกือบ 1 เมตร ชาวบ้านส่วนใหญ่อพยพออกไปเกือบหมดแล้ว ร้านค้าที่เคยเปิดตั้งแต่เช้าตรู่ก็ปิดร้านหนีน้ำ มีเพียงร้านขายของชำบางร้านที่ยกพื้นสูงยังเปิดร้านอยู่ เพราะเกรงว่าเพื่อนบ้านจะไม่มีของจำเป็นใช้สอย ชาวบ้านบอกว่าเมื่อวานนี้น้ำทะลักมาอย่างรวดเร็วทำให้โกลาหลกันทั้งซอย ขณะที่ชาวชุมชนหลังโรงเรียนบางไผ่กว่า 50 หลังคาเรือน ยังไม่ได้อพยพออกมา และพยายามวางกระสอบทรายและสูบน้ำ แต่กระสอบทรายได้พังลงทำให้น้ำทะลักเข้าท่วมสูงมากกว่า 1 เมตรแล้ว รถและเรือเข้าไปในชุมชนไม่ได้ เพราะมีรถบางคันจอดขวางซอยอยู่

ตลิ่งชันน้ำท่วมขยายวงกว้าง

พื้นที่เขตตลิ่งชัน ยังคงขยายวงกว้างมากขึ้น โดยน้ำจากคลองทวีวัฒนาและคลองมหาสวัสดิ์ได้เอ่อทะลักเข้าท่วมถนนบรมราชชนนี และขยายมาถึงบริเวณ สน.ตลิ่งชันแล้ว ระดับน้ำเฉลี่ย 20-50 ซม. ส่วนถนนราชพฤกษ์มีระดับน้ำสูงกว่า 30 ซม. ทำให้การสัญจรในพื้นที่เขตตลิ่งชัน มุ่งหน้าเข้าตัวเมืองเป็นอัมพาตทั้งทางยกระดับบรมราชชนนี เนื่องจากรถยนต์ขนาดเล็กไม่สามารถลุยน้ำเดินทางไปยังฝั่งทางขึ้น เพื่อข้ามไปยังฝั่งพระนครได้ มีแต่เพียงรถขนาดใหญ่เท่านั้น ที่พอจะผ่านได้

ชุมชนสวนผักน้ำท่วมจมมิด

น้ำจากคลองมหาสวัสดิ์ เพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง ไหลเอ่อเข้าท่วมชุมชนสวนผัก จนถึงตลาดกรุงนนท์ เขตตลิ่งชัน ซึ่งเคยเป็นพื้นที่แห่งเดียวในชุมชนสวนผักที่ยังไม่ถูกน้ำท่วม ระดับน้ำสูงราว 30-40 ซม. ทำให้ขณะนี้ชุมชนสวนผักได้ถูกน้ำท่วมเต็มพื้นที่แล้ว โดยตลาดกรุงนนท์ที่เป็นศูนย์รวมในการจับจ่ายซื้อสิ่งของอุปโภคบริโภคของชาวชุมชน ร้านค้าหลายร้านต้องปิดตัวลง เพราะเดินทางออกไปรับของมาขายไม่ได้ สินค้าหลายอย่างมีราคาสูงขึ้นและเริ่มขาดแคลน ขณะที่บ้านเรือนประชาชนในซอยที่มีระดับต่ำกว่าถนน ขณะนี้ระดับน้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตรแล้ว การเดินทางเข้าออกเป็นไปด้วยความยากลำบาก ต้องใช้เรือโฟม หรือเรือที่ต่อเองด้วยวัสดุลอยน้ำเท่าที่จะหาได้เป็นพาหนะในการออกมาซื้อของยังชีพ และสำรองไว้หากปริมาณน้ำสูงขึ้น ซึ่งก็เริ่มหายากขึ้นทุกที โดยเฉพาะชาวชุมชนที่อยู่ริมทางรถไฟ

เจ้าพระยาเอ่อพระปิ่นเกล้าจม

ขณะที่ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาช่วงเที่ยง ซึ่งเป็นระดับที่น้ำทะเลหนุนสูงสุด ระดับน้ำสูง 2.48 เมตร ล้นแนวคันกั้นเอ่อท่วมถนนบรมราชชนนี จรัญสนิทวงศ์ และอรุณอมรินทร์ จากการสอบถามประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณนี้พบว่าระดับน้ำในช่วงวันนี้กับเมื่อวานที่ผ่านมา ยังคงทรงตัว โดยถนนบรมราชชนนี ตลอดทั้งเส้นทาง มีน้ำท่วมสูง 60 ซม.-1 เมตร รถเล็กผ่านไม่ได้ ประชาชนต้องโบกรถใหญ่ อพยพออกจากพื้นที่ ส่วนผู้ที่มีเรือเป็นยานพาหนะ ต่างก็ใช้รับส่งประชาชนที่อาศัยอยู่ในละแวกบ้านเดียวกันเพื่อเข้า-ออกสู่ถนนใหญ่ ส่วนบริเวณวัดดาวดึงษาราม เชิงสะพานพระปิ่นเกล้า ฝั่งธนบุรี น้ำสูง 1.2 เมตร ผู้นำชุมชนได้ใช้ศาลาวัด จัดตั้งเป็นศูนย์พักพิงผู้ประสบอุทกภัย ซึ่งมีผู้พักพิงอยู่ประมาณ 200 คน ทั้งคนแก่ เด็ก และคนพิการ โดยมีหน่วยงานต่างๆ นำสิ่งของออกมาบริจาควันต่อวัน ทั้งนี้ ระดับน้ำบริเวณโดยรอบวัดดาวดึงษาราม อยู่ที่ 1.2-1.7 เมตร ขึ้นอยู่กับระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาและบริเวณโดยรอบวัด ประชาชนส่วนใหญ่ได้อพยพไปอยู่ที่อื่นกันแล้ว มีเพียงบางส่วนที่ขออยู่เฝ้าบ้านเพราะเกรงขโมยจะเข้ามาลักทรัพย์สิน

“บางแค” เป็นเขตอพยพ

ที่ศาลาว่าการ กทม. ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. แถลงว่า ระดับน้ำเจ้าพระยาวันนี้ อยู่ที่ 2.48 เมตร ใกล้เคียงกับเมื่อวาน (31 ต.ค.) ถือว่าไม่สูงมาก ส่วนระดับน้ำในคลองสอง ทวีวัฒนา รังสิต ยังทรงตัว แต่ที่คลองมหาสวัสดิ์มีปริมาณน้ำมาก ล้นคันคลอง 5-15 ซม. ซึ่งน่าเป็นห่วง เพราะน้ำเพิ่มขึ้นและขยายพื้นที่ออกไปวงกว้าง ล่าสุด กทม.ได้ประกาศพื้นที่อพยพเพิ่มในแขวงบางไผ่ เขตบางแค ส่วนแขวงบางชัน เขตคลองสามวา ประกาศเป็นพื้นที่เฝ้าระวังพิเศษ เพราะกทม.ได้รับคำบัญชาให้เปิดประตูน้ำคลองสามวากว้าง 1 เมตร ทำให้แขวงบางชัน กลายเป็นพื้นที่เสี่ยงทันที ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อนิคมอุตสาหกรรมบางชัน

ขอ ศปภ.สูบน้ำช่วยฝั่งธนฯ

ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวว่า ส่วนพื้นที่ด้านฝั่งตะวันตก น้ำได้ขยายตัวออกไป เพราะมีมวลน้ำจากจังหวัดนครปฐมเยอะมา ดังนั้น กทม.ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ สิ่งที่อยากทำเพื่อไม่ให้พื้นที่ฝั่งตะวันตกน้ำท่วม คือ เร่งระบายน้ำทั้งในส่วนของประตูระบายน้ำที่ ศปภ.ดูแล เพื่อสูบลงคลองมหาชัยมากขึ้น และต้องขอความร่วมมือจากหลายหน่วยงานระดมเครื่องสูบน้ำให้เพียงพอ ซึ่งการระบายน้ำในพื้นที่ฝั่งตะวันตก ไม่ดีเท่าฝั่งตะวันออก จึงน่าเป็นห่วง ส่วนฝั่งตะวันออก แก้ไขได้ด้วยมาตรการและเครื่องมือ เพียงแต่ทุกฝ่ายต้องใจแข็ง ได้ข้อสรุปอย่างไรต้องทำตามนั้น “ผมรักพี่น้องประชาชน แต่ต้องใจแข็งเพื่อพี่น้องประชาชนส่วนรวม นี่คือการปกครอง ดังนั้น ถึงเวลาต้องใจแข็ง เพื่อรักษาผลประโยชน์ของพี่น้อง ยืนยันว่า พื้นที่ฝั่งตะวันออกแก้ไขได้แต่ต้องใจแข็ง” ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวย้ำ

ท่าจีนล้น–สุพรรณฯอ่วมต่อ

จ.สุพรรณบุรี ประตูระบายน้ำพลเทพ ได้ระบายน้ำเต็มพิกัดมาทางแม่น้ำท่าจีน ที่ไหลผ่าน จ.สุพรรณบุรี ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำท่าจีน เพิ่มสูงและเอ่อล้นอย่างรวดเร็ว แม้จะกระจายน้ำลงสู่ทุ่งนา แต่ขณะนี้น้ำในทุ่งสูงมากจนเกินกว่าจะรองรับมวลน้ำได้แล้ว และน้ำได้เอ่อล้นไปตามแม่น้ำท่าจีน ไปกระทบกับพื้นที่ตอนล่าง ทำให้หลายอำเภอใน จ.นครปฐม และ จ.นนทบุรี ได้รับผลกระทบต่อเนื่องกันเป็นลูกโซ่ โดยเฉพาะน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยา ที่เอ่อเข้าท่วมพื้นที่ทั้ง จ.ปทุมธานี และ จ.นนทบุรี ยังระบายออกสู่แม่น้ำท่าจีนไม่ได้เพราะมีระดับน้ำอยู่เต็มเช่นกัน นายสมศักย์ ภูรีศรีศักดิ์ ผวจ.สุพรรณบุรี เผยว่า กรมชลประทาน ได้ประสานมาว่าจะระบายน้ำไปตามแม่น้ำท่าจีนลงสู่ทะเล เพื่อคุมระดับน้ำให้อยู่ในสภาวะที่ประชาชนโดยเฉพาะที่ อ.บางปลาม้า และ อ.สองพี่น้อง สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ตามสมควร ควบคู่ไปกับการควบคุมการระบายน้ำของประตูระบายน้ำต่างๆให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม เพื่อช่วยเหลือพื้นที่ตอนล่างแม่น้ำท่าจีนที่ประสบปัญหา ทั้งพื้นที่ จ.สุพรรณบุรี นครปฐม นนทบุรี สมุทรสาคร และกรุงเทพฯฝั่งตะวันตกให้เบาบางลงด้วย

นครปฐมอ่วมหลายอำเภอ

ส่วน จ.นครปฐม เริ่มตั้งแต่ อ.บางเลน ทุกพื้นที่จมน้ำ 100 เปอร์เซ็นต์ ระดับน้ำในพื้นที่ท่วมสูงตั้งแต่ 50 ซม.จนถึง 2 เมตร อ.นครชัยศรี ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอีก 40 ซม. เนื่องจากระดับน้ำในแม่น้ำท่าจีนที่เพิ่มขึ้น จากการผันน้ำจาก กทม. นนทบุรี ปทุมธานี และน้ำทุ่ง ลงสู่แม่น้ำท่าจีนทำให้น้ำในแม่น้ำท่าจีนมีปริมาณสูงขึ้นอีก ล้นถนนบรมราชชนนี ช่วงถนนพุทธ-มณฑลสาย 7 ต.หอมเกร็ด อ.สามพราน เขตติดต่อ ต.ขุนแก้ว อ.นครชัยศรี และที่ประตูน้ำคลองไฟไหม้ (โค้งหลอย) ถนนสายนครชัยศรี-พุทธมณฑลสาย 7 ซึ่งเป็นคลองที่เข้าสู่ตำบลขุนแก้ว ไปถึงถนนบรมราชชนนี ซึ่งมีแหล่งชุมชน และโรงงานผลิตธนบัตรแห่งชาติ

ระดมย้ายหมา-แมวหนีน้ำ

ในวันเดียวกัน นายกฤษดี ชาวสวนเจริญ อธิบดีกรมปศุสัตว์ พร้อมด้วยนายนิรันดร เอื้องตระกูลสุขรองอธิบดีกรมปศุสัตว์ และนายสำเริง ครุฑดำ ปศุสัตว์จังหวัดนครปฐม นำเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์อำเภอ และอาสาสมัครนิสิตจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยมหิดล เข้าอพยพสุนัขกว่า 500 ตัว และแมวอีก 50 ตัว ที่มูลนิธิบ้านสงเคราะห์สัตว์พิการ ในความอุปถัมภ์ของหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน หมู่ที่ 10 ต.บางภาษี อ.บางเลน จ.นครปฐม ซึ่งการเดินทางเข้าไปขนย้ายนั้นเป็นไปด้วยความยากลำบาก ต้องนั่งเรือข้ามทุ่งน้ำลึกประมาณ 5 เมตร และต้องนำกรงใส่เรือแพล่องทุ่งน้ำเพื่อที่จะใส่สุนัขนำกลับออกมา โดยจะนำไปกักเลี้ยงไว้ที่สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเพชรบุรี

ย่านพุทธมณฑลถูกตัดขาด

สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ อ.พุทธมณฑล จ.นคร-ปฐม เริ่มเข้าสู่ภาวะวิกฤติหลายพื้นที่ หลายชุมชนมีน้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตร และใกล้จะถูกตัดขาดจากโลกภายนอก เนื่องจากเส้นทางคมนาคมใช้การไม่ได้ ขณะที่น้ำได้เริ่มไหลจาก อ.พุทธมณฑล ไปยังถนนเพชรเกษม ผ่านทางถนนพุทธมณฑลสาย 5 ด้านหลังตลาดน้ำดอนหวาย นายปริญญา โพธิสัตย์ นายอำเภอพุทธมณฑล กล่าวว่า ประชาชนกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ ได้ย้ายมาอาศัยอยู่ในศูนย์พักพิง ขณะที่อีก 20 เปอร์เซ็นต์ ยังคงอาศัยอยู่ในชุมชน แม้จะถูกน้ำท่วม ด้าน ร.ต.พงศ์ธร ศิริสาคร ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครปฐม กล่าวว่า น้ำกำลังไหลไปสู่ถนนเพชรเกษม ผ่านทางพุทธมณฑลสาย 5 จึงขอให้ประชาชนที่อยู่ในบริเวณดังกล่าวเตรียมขนย้ายสิ่งของและทรัพย์สินขึ้นที่สูงโดยด่วน ปัจจุบันปริมาณน้ำทางด้านหน้า อ.พุทธมณฑล มีระดับสูงกว่า 1.5 เมตร ยังไม่รวมน้ำที่กำลังไหลมาสมทบเพิ่มเติมอีกจาก จ.นนทบุรี และปทุมธานี ที่จะมาถึงในเร็วๆ นี้

มหาชัยตั้งเครื่องสูบน้ำสู้

ด้านนายจุลภัทร แสงจันทร์ ผวจ.สมุทรสาคร เดินทางไปยัง อ.กระทุ่มแบน เพื่อตรวจดูจุดเสี่ยงที่จะเกิดน้ำท่วมในพื้นที่และหารือร่วมกับนายประสงค์ อินดนตรี ผอ.โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาภาษีเจริญ ถึงวิธีที่จะรับมือกับมวลน้ำก้อนใหญ่ที่กำลังจะบ่าเข้ามายัง จ.สมุทรสาคร โดยนายประสงค์กล่าวว่า น้ำที่จะเข้ามานั้นตอนนี้ยังอยู่ที่บริเวณถนนปิ่นเกล้า-นครชัยศรี ถ้าผ่านเข้ามาจะเจอลำคลองหลายสายที่จะช่วยระบายน้ำได้บ้าง ทั้งนี้ ผวจ.สมุทรสาคร ได้สั่งให้เพิ่มเครื่องสูบน้ำขนาด 8 นิ้ว 20 เครื่อง ให้ระบายน้ำออกให้ได้มากที่สุด จะไม่ใช้วิธีการเสริมกระสอบทราย เนื่องจากริมคลองมีพื้นที่น้อย ทำให้สร้างแนวกั้นได้ไม่สูงพอเพราะฐานจะแคบไม่แข็งแรง จำเป็นต้องใช้เครื่องสูบน้ำสู้กับมวลน้ำอย่างเดียว ขณะที่ชาวกระทุ่มแบน ต่างหาวิธีป้องกันน้ำท่วมที่จะเกิดขึ้นในเร็ววันนี้ บ้างก็ใช้กระสอบทรายมาวางเป็นพนังกั้น บางรายถึงกับลงทุนก่อกำแพงด้วยซีเมนต์เพื่อความแข็งแรง ส่วนผู้ที่มีรถยนต์ได้นำรถไปจอดไว้ตามพื้นที่สูง เช่น สะพานข้ามแยกต่างๆ รวมไปถึงบนลานจอดรถของตลาดสดกระทุ่มแบน

พาผู้อพยพเที่ยวคลายเครียด

ขณะที่  ผศ.ดร.ปัญญา  การพานิช  อธิการบดี  มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี เปิดเผยถึงการช่วยเหลือผู้ประสบภัยว่า  ทางมหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรีได้เตรียมสถานที่เพื่อเป็นศูนย์พักพิงเพื่อรองรับผู้อพยพสามารถรองรับได้ 300 คน  พร้อมกันนี้ทางคณาจารย์และนักศึกษายังได้ร่วมกันผลิตน้ำดื่มคุณภาพนำไปบริจาคแก่องค์กรการกุศลและทางส่วนราชการที่ต้องการการสนับสนุนด้วย ในเบื้องต้นได้ผลิตน้ำดื่มนำส่งช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ว กว่า  12,000  ขวด  ล่าสุดได้ส่งมอบให้กองงานหนึ่งใจช่วยเหลือผู้ประสบภัย มูลนิธิมิราเคิลออฟไลฟ์ 3,600 ขวด เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่กรุงเทพฯ ส่วนนายชัยวัฒน์ ลิมป์วรรณธะ รอง ผวจ.กาญจนบุรี เปิดเผยว่า จังหวัดกาญจนบุรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดูแลอำนวยความสะดวกแก่ผู้อพยพอย่างดีที่สุดพร้อมพาไปทำกิจกรรมที่บ้านครูนง เพื่อให้ได้เห็นความร่มรื่นและมีกิจกรรมที่สร้างความสดชื่นให้แก่ผู้ประสบภัยมิให้รู้สึกเบื่อหน่าย

เจอไอ้เข้โผล่นอนผึ่งแดด

จ.สิงห์บุรี น้ำยังท่วมหนักในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะย่านตลาดปากบาง (หมื่นหาญ 150 ปี) หมู่ 1 ต.พรหมบุรี อ.พรหมบุรี น้ำยังคงท่วมสูงกว่า 2 เมตร มานานกว่า 2 เดือนแล้ว ชาวบ้านที่มีบ้านชั้นเดียวต้องอพยพไปอยู่บนถนนคันคลองชลประทาน ใช้เรือในการสัญจร ทำให้ตลาดจากเดิมเป็นย่านเศรษฐกิจกลายเป็นตลาดร้าง ช่วงเช้าวันเดียวกัน ขณะที่นายพรเทพและนางสายฝน กลิ่มจิตร 2 สามีภรรยา อยู่บ้านเลขที่ 30/1 หมู่ 4 ต.บางมัญ อ.เมืองสิงห์บุรี พายเรือออกจากบ้านจะไปทำงานในตัวเมืองสิงห์บุรี พบจระเข้ความยาวร่วม 2 เมตร ขึ้นมานอนผึ่งแดดในพงหญ้า จึงรีบพายเรือเข้าฝั่งไปแจ้งทางจังหวัดให้จัดเจ้าหน้าที่ออกไล่ล่าแล้ว ขณะที่พนักงานสอบสวน สภ.อินทร์บุรี รับแจ้งมีคนจมน้ำตายในบ้านเลขที่ 6 หมู่ 7 ต.งิ้วราย อ.อินทร์บุรี ผู้เสียชีวิตชื่อนางเสมอ เรียมปิติ อายุ 50 ปี สอบสวนนายเชิงชาย เรียมปิติ สามีผู้ตายทราบว่า ภรรยาออกไปซื้ออาหารมาเก็บไว้กินในช่วงน้ำท่วมตั้งแต่เช้า พอตอนสายตนลงมาดูเห็นแต่เรือจอดอยู่ จึงร่วมกับเพื่อนบ้านช่วยกันงมหา พบภรรยาจมน้ำตายแล้ว คาดอาจเป็นลมตกน้ำระหว่างที่จะขึ้นบ้าน

เตือนเหนือหนาว–ใต้ฝนหนัก

กรมอุตุนิยมวิทยารายงานลักษณะอากาศโดยทั่วไป บริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีน ยังคงปกคลุมประเทศไทยตอนบน และทะเลจีนใต้ ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก มีอากาศเย็น กับมีหมอกบางในตอนเช้า และมีฝนบางแห่ง มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังปานกลางพัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้ ทำให้ภาคใต้ฝั่งตะวันออก ตั้งแต่ จ.สุราษฎร์ธานีลงไป มีฝนฟ้าคะนองเกือบทั่วไป และมีฝนตกหนักบางพื้นที่ สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยสูงราว 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังไว้ด้วย

โหวตข่าวนี้