"คาวาซากิ" โรคร้ายคุกคามเด็ก! - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันอังคารที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

"คาวาซากิ" โรคร้ายคุกคามเด็ก!

โดย โรงพยาบาลเวชธานี 9 ก.ค. 2553 15:30
9,695 ครั้ง


ชื่อโรคสัญชาติญี่ปุ่นฟังดูคุ้นๆ เหมือนจักรยานยนต์ยี่ห้อหนึ่ง สำหรับคนทั่วไปอาจไม่ค่อยรู้จักโรคนี้และอาจไม่เคยได้ยินมาก่อน แต่ความจริงแล้วโรคนี้เริ่มมีรายงานครั้งแรกตั้งแต่ปี 2504 โดยแพทย์ชาวญี่ปุ่นชื่อ Tomisaku Kawasaki ตรวจพบในเด็กชายชาวญี่ปุ่นอายุ 4 ปี ที่ป่วยเป็นไข้ร่วมกับอาการอื่นๆ ซึ่งไม่เคยตรวจพบมาก่อน หลังจากนั้นจึงตรวจพบผู้ป่วยอาการแบบเดียวกันมาเรื่อยๆ และมีอุบัติการณ์ของโรคนี้กระจายไปทั่วโลก รวมทั้งในประเทศไทย แต่มักจะพบในเด็กชาวตะวันออกมากกว่าตะวันตกและส่วนใหญ่จะอายุน้อยกว่า 5 ปี

พญ.ศุภรัตนา คุณานุสนธิ์ กุมารแพทย์ โรงพยาบาลเวชธานี เปิดเผยว่า จากรายงานล่าสุดในประเทศไทย ช่วงปี 2541 – 2545 พบอุบัติการณ์ 5 รายในประชากร 100,000 คน แต่ในระยะหลังๆ นี้พบว่ามีอุบัติการณ์ของผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ และภาวะการต้านยาก็พบมากขึ้นตามลำดับ เฉพาะในโรงพยาบาลเวชธานีก็พบว่ามีอุบัติการณ์ของโรคคาวาซากิเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทุกปีเช่นกัน เนื่องจากโรคนี้หากให้การรักษาตั้งแต่ระยะเริ่มต้นคือในระยะ 5-7 วันแรกของโรค จะช่วยลดอุบัติการณ์ของโรคแทรกซ้อนลงได้อย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่หลอดเลือดหัวใจ จึงจำเป็นที่ผู้ปกครองทั่วไปจะพึงทำความรู้จักกับโรคนี้ เพื่อรับมือและช่วยให้ผลการรักษาสัมฤทธิ์ผลให้มากที่สุด

เกณฑ์การวินิจฉัยโรคคาวาซากิ

1. มีไข้สูงนานเกิน 5 วัน
2. มีอาการทางเยื่อบุตา ลิ้น ริมฝีปาก และผิวหนัง

อาการทางตาคือตาแดงทั้ง 2 ข้าง ไม่มีขี้ตา ริมฝีปากบวมแดงแห้งแตก ลิ้นคล้ายผิวของผลสตรอว์เบอร์รี่ มีผื่นแดงที่ผิวหนัง อาจเป็นผื่นแดงคล้ายลมพิษ หรือเป็นปื้นแดงตามตัว พบอาการได้หลายแบบยกเว้นเป็นเม็ดพองตามตัว นอกจากนี้อาจมีอาการแขนขาบวมแดง ผิวหนังปลายมือปลายเท้าลอก มักพบในสัปดาห์ที่ 2 ของโรค
3. อาการต่อมน้ำเหลืองที่คอโต โดยเฉพาะเส้นผ่าศูนย์กลางโตมากกว่า 1.5 ซม. ไม่เจ็บ และมักจะเป็นข้างเดียว

กรณีที่ผู้ป่วยมีไข้และไม่มีอาการอื่นๆ ดังข้อ 2 และ 3 แต่ตรวจพบความผิดปกติของเลือด เช่น การตกตะกอนของเม็ดเลือดแดงที่เร็วกว่าปกติมาก จำนวนเกล็ดเลือดที่สูงมาก หรือมีผลตรวจเลือดอย่างอื่นที่อาจบ่งชี้ว่าจะเป็นโรคนี้ นอกจากนี้ ควรส่งผู้ป่วยปรึกษาแพทย์โรคหัวใจด้วย เพื่อค้นหาภาวะแทรกซ้อนของหลอดเลือดหัวใจ หรือความผิดปกติของหัวใจอื่นๆ ที่อาจเกิดจากโรคนี้ เช่น เยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ มีน้ำในช่องเยื่อหุ้มหัวใจ กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ ลิ้นหัวใจอักเสบ เป็นต้น

อาการอื่นๆ ที่อาจพบร่วมด้วย


ระบบข้อและกล้ามเนื้อ ข้ออักเสบมักเป็นที่ข้อขนาดใหญ่ มีอาการปวดข้อ ข้อบวม
ระบบทางเดินอาหาร ปวดท้อง ท้องเสีย อาเจียน ตับอักเสบ
ระบบประสาท เยื่อหุ้มสมองอักเสบ เด็กร้องกวนมากผิดปกติ
ระบบทางเดินหายใจ หลอดลมอักเสบ ปอดอักเสบ
อื่นๆ  เช่น แผลจากการฉีดวัคซีนป้องกันวัณโรคนูนแดงขึ้น อัณฑะบวม การได้ยินผิดปกติ ผิวหนังปลายมือปลายเท้าขาดเลือดและตาย



อาการแทรกซ้อนที่สำคัญ

การตรวจพบความผิดปกติ หรือการอักเสบของเส้นเลือดหัวใจ อาจทำให้เกิดเส้นเลือดโป่งพอง ตีบตัน กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด ลิ้นหัวใจและกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ เยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ มีน้ำในช่องเยื่อหุ้มหัวใจ และหัวใจวาย

การรักษา

โดยการให้สารโปรตีนคุ้มกันโรค(Immunoglobulin) ซึ่งสกัดจากน้ำเหลืองในเลือด ร่วมกับการให้แอสไพริน ในระยะเวลาที่เหมาะสม จะช่วยให้ไข้ลดลงเร็ว และช่วยป้องกันผลแทรกซ้อนต่อหัวใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การพยากรณ์โรค

หลอดเลือดหัวใจที่โป่งพองแล้วจะมีโอกาสยุบลงหายได้ ประมาณร้อยละ 50 – 67 ภายในระยะเวลา 1 – 2 ปีหลังจากป่วย โดยปัจจัยที่มีผลต่อการหาย ได้แก่

- ขนาดของหลอดเลือดหัวใจที่โป่งพองเมื่อเริ่มรักษามีขนาดเล็ก หากมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของส่วนที่โป่งพองมากกว่า 8 มม. (Giant Aneurysm) มักจะหายยาก
- เด็กมีอายุน้อยกว่า 1 ปี มีการพยากรณ์โรคที่ดีกว่าเด็กอายุเกิน 1 ปี
- รูปร่างของหลอดเลือดที่โป่งพอง
- ความล่าช้าต่อการเริ่มต้นการรักษาย่อมทำให้เกิดผลแทรกซ้อนต่อเส้นเลือดหัวใจที่รุนแรงและลุกลามมากขึ้น
- การติดตามการรักษาอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ รวมถึงการเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอจะช่วยลดความพิการอย่างถาวรของหลอดเลือดหัวใจและกล้ามเนื้อหัวใจลงได้อย่างมาก

โรคนี้ถึงแม้ว่ายังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด แต่ก็พบว่าเป็นสาเหตุสำคัญของโรคหัวใจในเด็ก ดังนั้นผู้ปกครองควรสังเกตอาการและหากพบอาการผิดปกติควรรีบนำเด็กเข้าพบแพทย์ เพื่อตรวจให้แน่ชัดและให้การรักษาที่ถูกต้องเหมาะสมต่อไป เพราะหากปล่อยให้เวลาล่วงเลยไป จะทำให้เกิดผลแทรกซ้อนและความพิการต่อหัวใจอย่างถาวรจนยากแก่การรักษาให้หายขาดได้

ศูนย์กุมารเวชกรรม โรงพยาบาลเวชธานี
www.vejthani.com

 

โหวตข่าวนี้
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement