อาการหัวใจเต้นผิดปกติ สัญญาณอันตรายของคนวัยทำงาน - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันเสาร์ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

อาการหัวใจเต้นผิดปกติ สัญญาณอันตรายของคนวัยทำงาน

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 18 มิ.ย. 2553 05:30
7,894 ครั้ง


ศ.นพ.เกียรติชัย

อาการหัวใจเต้นผิดปกติ ใจสั่นวูบหวิว หรือเป็นลมบ่อยๆแบบไม่มีสาเหตุ ล้วนแต่เป็นสัญญาณอันตราย ที่พบมากในคนวัยทำงาน และผู้สูงวัย ยิ่งทิ้งไว้นานวัน อาการป่วยยิ่งรุนแรงหนักขึ้นทุกที ดีไม่ดีอาจถึงขั้นหัวใจหยุดเต้นไปเฉยๆ

"ศ.นพ.เกียรติชัย ภูริปัญโญ" ผู้อำนวยการศูนย์หัวใจและคลินิกหัวใจเต้นผิดจังหวะ โรงพยาบาลเวชธานี อธิบายถึงอันตรายของภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะว่า หัวใจเต้นผิดจังหวะเป็นอาการที่พบได้บ่อยในคนสูงวัย เกิดจาก 2 สาเหตุหลักๆคือ ภาวะหัวใจเต้นช้า และภาวะหัวใจเต้นเร็วเกินไป ทั้งสองภาวะจะส่งผลให้ความดันลดลง เลือดสูบฉีดไม่เพียงพอ ทำให้มีอาการมึนงง วูบหวิว หรือหมดสติร่วมด้วย

สำหรับแนวทางการรักษานั้น คุณหมอแนะนำว่า ควรเริ่มต้นจากการตรวจอย่างละเอียดเพื่อวินิจฉัยว่าเป็นโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะชนิดใด และมีความรุนแรงแค่ไหน โดยทำได้หลายวิธี เช่น การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ, ตรวจคลื่นไฟฟ้าแบบพกพาเป็นเวลา 24-48 ชั่วโมง และตรวจสรีรวิทยาไฟฟ้าหัวใจ โดยใส่สายสวนหัวใจ จากนั้นจึงเข้าสู่ขั้นตอนรักษา โดยจี้หัวใจด้วยไฟฟ้าผ่านคลื่นเสียงความถี่สูงเท่าคลื่นวิทยุ วิธีรักษาแบบนี้ แพทย์จะสอดสายสวนหัวใจชนิดพิเศษที่มีขั้วโลหะที่ส่วนปลาย และขยับสายสวนหัวใจเพื่อหาตำแหน่งวงจรไฟฟ้าหัวใจที่ผิดปกติ จากนั้นจึงส่งคลื่นเสียงความถี่สูงไปยังตำแหน่งดังกล่าว ทำให้การนำไฟฟ้าที่จุดนั้นถูกทำลาย หัวใจจะได้ไม่เต้นผิดปกติอีก หรืออีกวิธีที่นิยมรักษาในปัจจุบันคือ การฝังเครื่องกระตุ้นหัวใจ (Pacemaker) เป็นเครื่องมือขนาด 4 เซนติเมตร หนา 0.5 เซนติเมตร เมื่อมีสัญญาณหัวใจเต้นผิดปกติ เครื่องจะส่งกระแสไฟฟ้าไปกระตุ้นให้หัวใจกลับมาเป็นปกติโดยอัตโนมัติ

"พญ.ชาดา โชติพันธุ์วิทยากุล" อายุรแพทย์โรคหัวใจและหลอดเลือด โรงพยาบาลเวชธานี กล่าวเสริมว่า อาการหัวใจเต้นผิดจังหวะเป็นอันตรายที่อยู่ใกล้ตัวเรากว่าที่คิด คนที่ไม่เคยมีประวัติเป็นโรคหัวใจ ก็อาจพบความผิดปกติเกี่ยวกับจังหวะการเต้นของหัวใจได้ เนื่องจากมีปัจจัยบางอย่างกระตุ้นให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ เช่น ยาขยายหลอดลม สารคาเฟอีนที่อยู่ในชา กาแฟ การสูบบุหรี่ ดื่มเหล้า หรือหัวใจถูกกระตุ้นเพราะความแปรปรวนในระบบประสาทอัตโนมัติ เช่น เครียด กังวล กลัว คิดมาก สิ่งเหล่านี้จะกระตุ้นระบบประสาทที่ส่งผลต่อการกระตุ้นหัวใจทำให้ใจเต้นเร็ว ใจสั่น เหนื่อย หายใจไม่เต็มอิ่ม หายใจแรง เร็ว และอาจ เจ็บหน้าอก อาการเหล่านี้ มักเกิดขึ้นขณะอยู่เฉยๆไม่ได้ออกแรง ขณะที่คิด มาก เครียด โมโห กรณีนี้การรักษาด้วยยา หรือการจี้ด้วยไฟฟ้าผ่านคลื่นเสียงความถี่สูงสามารถทำให้หายเป็นปกติได้

อย่างไรก็ดี  สำหรับผู้ป่วยที่ตรวจพบความผิดปกติของหัวใจแล้ว ควรหลีก เลี่ยงปัจจัยกระตุ้น ที่ทำให้เกิดอาการหัวใจเต้นเร็วผิดปกติ ขณะเดียวกันก็ต้องพักผ่อนให้เพียงพอ ไม่เครียด ออกกำลังกายเป็นประจำ หลีกเลี่ยงยากระตุ้นบางชนิด ที่มีผลต่อการเต้นของหัวใจ และถ้าไม่แน่ใจควรปรึกษาแพทย์ผู้รักษาก่อนรับประทานยา.

โหวตข่าวนี้
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement