สื่อทำมือ หนังสือหน้าสอง กระตุ้นเด็กไทยรักการอ่านได้ผล - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันศุกร์ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

สื่อทำมือ หนังสือหน้าสอง กระตุ้นเด็กไทยรักการอ่านได้ผล

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 1 มิ.ย. 2553 05:00
3,986 ครั้ง


อาจารย์ภาวนา มีกลิ่น

ส่งเสริมเด็กไทยให้ รักการอ่าน บริษัท ดับเบิ้ล เอ (1991) จำกัด (มหาชน) ได้จัดโครงการ "สื่อทำมือ หนังสือหน้าสอง" มาหลายปี เพื่อกระตุ้นให้เด็กๆหันมาใส่ใจและรักการอ่านหนังสือเพิ่มมากขึ้น ซึ่งได้ รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากโรงเรียนต่างๆ รวมทั้ง โรงเรียนคลองบางกะสี 2 และ โรงเรียนบางบ่อ พิทยาคม ในจังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งเป็นสองโรงเรียนนำร่องที่ประสบความสำเร็จ

ทั้งนี้ อาจารย์ภาวนา มีกลิ่น จากโรงเรียนคลองบางกะสี 2 กล่าวว่า โรงเรียนได้จัดทำโครงการสื่อทำมือ หนังสือหน้าสอง มาตั้งแต่ปี 2546 โดยมองเห็นว่า ในแต่ละวันเราใช้กระดาษถ่ายเอกสารเป็นจำนวนมาก และส่วนใหญ่เป็นการใช้กระดาษเพียงหน้าเดียว ส่วนอีกหน้าที่เหลือไม่ได้ใช้ ให้เกิดประโยชน์ ซึ่งนอกจากจะเป็นการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างสิ้นเปลืองแล้ว ยังเป็นการเพิ่มปริมาณขยะอีกด้วย ดังนั้น ทางโรงเรียนจึงคิดวิธีนำกระดาษอีก 1 หน้าที่ เหลืออยู่มาทำประโยชน์ เลยนำมาทำหนังสือในรูปแบบของหนังสือทำมือ โดยนำไปสอดแทรกในวิชาศิลปะ เพื่อให้เด็กๆได้เกิดแนวคิดสร้างสรรค์ และยังเป็นการช่วยลดปริมาณขยะ รวมทั้งช่วยส่งเสริมให้เด็กๆในโรงเรียนหันมาสนใจการอ่านเพิ่มมากขึ้นด้วย จนโรงเรียนได้ รับรางวัลโรงเรียนส่งเสริมนิสัย รักการอ่าน จากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการ ในปี 2546

ชนะพล ปานสมบัติ

ส่วนการทำสื่อทำมือ หนังสือสองหน้านั้น อาจารย์ ภาวนาบอกว่า จะเน้นเป็นหนังสือที่นำเสนอเรื่องราวต่างๆที่เป็นความรู้ เช่น นิทาน, การละเล่น, ขนบธรรมเนียมประเพณี, ชื่อสัตว์, ชื่อผลไม้ หรือคำศัพท์ต่างๆมาประกอบเป็นรูปภาพ และจัด ทำเป็นหนังสือที่มีรูปลักษณ์ ที่น่าสนใจ เพื่อดึงดูดให้เด็กๆ หยิบขึ้นมาอ่าน โดยจะทำเป็นหนังสือ POP-UP หนังสือยืด    หรือหนังสือกล่อง, หนังสือโคม   ซึ่งนอกจากจะช่วยให้เด็กรักการอ่านแล้ว ยังทำให้เด็กๆได้มีความคิด สร้างสรรค์ และยังทำให้เกิดความภาคภูมิใจในผลงานด้วย


ด้านโรงเรียนบางบ่อพิทยาคม ซึ่งได้ร่วมโครงการนี้เช่นกัน   ทำหนังสือทำมือสอดแทรกในวิชาภาษาไทย โดยให้นักเรียนทำ หนังสือทำมือให้รุ่นน้องและเพื่อนๆในโรงเรียนได้อ่าน   จนได้รับรางวัลโรงเรียนส่งเสริมนิสัยรักการอ่านจาก สพฐ.ในปี 2548 ซึ่งตัวแทนนักเรียนโรงเรียนบางบ่อพิทยาคม ด.ช.ชนะพล ปานสมบัติ นักเรียนชั้น ม.5 เล่าว่า โครงการนี้มีส่วนช่วยส่งเสริมรักการอ่านได้มาก เพราะหนังสือมีรูปแบบและสีสันที่สวยงามน่าสนใจ ที่ผ่านมาเพื่อนๆและน้องๆในโรงเรียนก็ให้ความสนใจ มีการสอนให้กับรุ่นน้องๆด้วย เพราะเด็ก ม.4-ม.6 จะจัดทำให้น้องๆ  ม.ต้นได้อ่าน ที่เราทำกันเป็นหนังสือที่มีเนื้อหา เป็นเอกลักษณ์ ไทยๆ เพราะเด็กๆรุ่นหลังส่วนใหญ่จะไม่ค่อยรู้จักขนมไทย วรรณคดีไทย รวมทั้งการ ละเล่นท้องถิ่น อย่างที่บางบ่อจะมีการละเล่นที่เรียกว่า ผะหมี หรือโจ๊ก ซึ่งเป็นร้อยกรองปริศนาให้ทายกัน นับเป็นการอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยไปด้วย.

 

โหวตข่าวนี้
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement