เขาหาว่าหนูเป็น"เด็กเส้น"?! - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันพฤหัสบดีที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

เขาหาว่าหนูเป็น"เด็กเส้น"?!

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 21 ก.พ. 2553 05:45
88,507 ครั้ง


กระแสข่าวร่ำลือกันว่านายพลใหญ่ส่งเสียเธอเรียนเมืองนอก แถมยังลงทุนซื้อบ้านให้หลังละ 30 ล้าน ถอยรถเบนซ์ป้ายแดงเป็นของกำนัล และยังทำตัวเป็นป๋าดันสนับสนุนให้แจ้งเกิดบนหน้าจอทีวี...

ตกเป็นขี้ปากขาเม้าท์มาต่อเนื่องหลายอาทิตย์ เมื่อผู้ประกาศข่าวสาวคนสวยแห่งช่อง 5 "ร้อยโทหญิง ชลรัศมี งาทวีสุข" ซึ่งโด่งดังจากรายการวิเคราะห์ข่าวสี่ทุ่ม ถูกระบุว่าเป็นหวานใจคนใหม่ล่าสุดของบิ๊กมีสีรุ่นพ่อ ซึ่งครองตัวโสดสนิทมาจนถึงวัยหลังเกษียณ โดยกระแสข่าวร่ำลือกันว่านายพลใหญ่ส่งเสียเธอเรียนเมืองนอก แถมยังลงทุนซื้อบ้านให้หลังละ 30 ล้าน ถอยรถเบนซ์ป้ายแดงเป็นของกำนัล และยังทำตัวเป็นป๋าดันสนับสนุนให้แจ้งเกิดบนหน้าจอทีวี



****************ร.ท.หญิง ชลรัศมี

"ไม่รู้จริงๆว่าใครเป็นคนปล่อยข่าวเรื่องนี้ถึงทำให้ทุกคนเชื่อ...สาบานได้ว่าไม่จริงร้อยเปอร์เซ็นต์!! อย่าคิดว่า "ทิพย์" รู้จักกับใครแล้วจะต้องไปเอาเงินเขา อันนี้ไม่จริงเลย!! ไม่ได้อยากจะแก้ตัว แต่อยากให้คนใช้วิจารณญาณดูว่า มันจะเป็นไปได้หรือที่ใคร

จะมาส่งเสียหนู บอกตามตรงว่าสงสารพ่อแม่มาก ถ้ามีใครส่งเสียจริง ซื้อบ้านซื้อรถให้จริงเหมือนที่หลายๆคนทำกัน ก็คงไม่จำเป็นต้องออกมาพูด แต่นี่มันไม่ใช่!! พ่อแม่หนูทำงาน ทุกบาททุกสตางค์ด้วยหยาดเหงื่อตัวเอง แต่วันนี้เกียรติของครอบครัวหนูถูกทำลายไป หนูต้องกู้หน้าครอบครัวกลับมาให้ได้ เราไม่ได้ขอใครกิน ถึงจะไม่ร่ำรวย แต่รายได้จากการทำเอไอเอ มา 20 กว่าปี ก็ทำให้พ่อแม่มีเงินเก็บหลายสิบล้าน สามารถซื้อบ้านดีๆอยู่ มีรถเบนซ์ใช้ และส่งลูก เรียนเมืองนอกสบายๆ คุณปู่ของพวกเราก็เป็นที่รู้จักในแวดวงธุรกิจค้าเหล็ก ไม่จำเป็นต้องขอใครกิน"...ผู้ประกาศข่าวสาววัยย่าง 30 ปี โต้ ข่าวลืออย่างเผ็ดร้อน

ถามจริงๆ สนิทสนมกับท่านแค่ไหน

ถามว่าหนูสนิท สนมรู้จักกับท่านไหม หนูไม่ปฏิเสธ ก็ยอมรับว่ารู้จักท่านจริงๆ รู้จักกันหลายปีแล้ว แต่ในฐานะผู้มีพระคุณที่ให้ ความเมตตาเป็นพิเศษ ที่จริงท่านไม่ได้เกี่ยวอะไรเลย แต่คนจับมาโยงกันเอง อย่างเรื่องเรียนปริญญาโทที่อังกฤษ มีข่าวว่าท่านส่งหนูเรียน ก็ไม่จริงเลย เพราะหนูเรียนจบมาตั้ง 5 ปีแล้ว ก่อนจะรู้จักกับท่านซะอีก แต่ก็ถูกพาดพิงว่าท่านส่งเสียเรียน ทั้งๆที่ตอนนั้นยังไม่ได้รู้จักสนิทสนมกัน สิ่งที่สังคมกังขาอยู่ก็คือท่านมาส่งเสียหนูเรียน ซึ่งไม่เป็นความจริงเลย!!



มีโอกาสเจอกันบ่อยไหม

ก็มีโอกาสได้เจอกัน แต่ไม่ได้เจอท่านในงาน ถึงแม้หนูจะเป็นนักข่าวสายทหาร ทุกวันนี้ได้มีโอกาสพบท่านโดยไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องงาน ท่านก็รู้จักกับครอบครัวหนูดี

ช่วยนิยามหน่อยว่าระหว่างเราคืออะไร

ถามว่ารู้จักท่านไหม ก็รู้จัก เพราะท่านเป็นผู้มีพระคุณ การที่หนูเข้ามาเป็นทหารได้ ก็เพราะท่านให้ความเมตตา เห็นว่าหนูมีศักยภาพช่วยงานกองทัพได้ อย่าคิดว่าหนูรู้จักกับใครแล้วหนูต้องไปเอาอะไรจากเขา คุณเข้าใจผิด หนูยอมรับว่าทุกวันนี้ถือเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาที่ใกล้ชิดกับท่าน หนูไม่ได้ปฏิเสธ แต่อย่าโยงว่าอะไรที่หนูมีของหนูหรือคุณพ่อคุณแม่สร้างมากับมือจะต้องเป็นของท่าน!! หนูกับท่านมีจิตใจที่ดีต่อกัน ท่านเอ็นดูหนู แต่ไม่เคยไปดูหนังฟังเพลงกับท่าน แค่ทานข้าวกันเฉยๆ แต่ไม่เคยทานข้าวสองต่อสอง จะเจอกันเฉพาะในที่แจ้งและไม่เคยทำอะไรในทางเสื่อมเสีย

ถ้าจะเป็นแฟนกันจริงๆก็ไม่น่าผิดอะไร เพราะโสดทั้งคู่

หนูไม่เคยคิดขนาดนั้น แต่ในทัศนคติหนูว่ามันไม่ผิด จนถึงวันนี้ท่านเป็นผู้มีพระคุณ!! หนูไม่ได้ทำอะไรที่ผิดกฎหมายหรือผิดศีลธรรม!!

แต่หนักหน่อยตรงที่ท่านซื้อบ้าน 30 ล้าน และถอยรถเบนซ์ป้ายแดงให้?!

มันเป็นเรื่องไม่จริงร้อยเปอร์เซ็นต์!! รถเบนซ์สีดำคันนี้ หนูใช้ของหนูมาก่อนจะรู้จักท่าน พ่อแม่ซื้อให้ตั้งแต่เรียนจบโทด้วยเงินสดล้วนๆ พ่อแม่ก็ขับเบนซ์!! หรืออย่างเรื่องบ้าน 30 ล้าน คนอาจจะมองว่าอาชีพประกันไม่น่าจะรวยขนาดนั้น แต่ต้องบอกว่าตอนนี้ตำแหน่งคุณพ่อคือผู้จัดการภาคอาวุโส สายงานของท่านก็เติบโตเรื่อยๆ รายได้จากตรงนี้เป็นรายได้ที่ดีมาก สามารถส่งลูกๆเรียนเมืองนอกทุกคนโดยไม่ต้องกู้หนี้ยืมสินใคร อย่างบ้านที่อยู่ก่อนหน้านี้ก็คือหมู่บ้านการ์เด้น ซิตี้ ลากูน ซึ่งเป็นหมู่บ้านมีระดับทั้งนั้น หลังละ 10 ล้าน คือก็อยู่มาตั้งแต่ปี 2540 ใช้เงินสดซื้อทั้งหมด!! พอผ่านไป 10 ปี พ่อกับแม่ก็มานั่งคุยกันว่าทุกวันนี้อายุมากแล้ว อยากมีบ้านหลังสุดท้ายที่จะให้ลูกทั้ง 3 คนได้อยู่ด้วยกัน พวกเราเห็นว่าเป็นความสุขของพ่อแม่ก็เลยสนับสนุนเต็มที่ โดยเราเลือกบ้านที่ใกล้กับบ้านเดิม แค่ข้ามถนนไป เป็นหมู่บ้านเศรษฐสิริ ประชาชื่น ของแสนสิริ ราคาไม่ถึง 30 ล้านบาท ขนาด 100 กว่าตารางวาเท่านั้น ไม่ได้ใหญ่โตอะไร ราคาแค่ 20 ล้านบาท เราขายบ้านหลังเก่าแล้วเอาเงินสดโปะทั้งหมด!!

จับพลัดจับผลูเป็นผู้ประกาศข่าวช่อง 5 ได้ยังไง

พอเรียนจบนิเทศฯจุฬาฯเอกวิทยุโทรทัศน์ คุณพ่อจะให้ไปเรียนต่อปริญญาโทเลย แต่เป็นจังหวะของชีวิตที่ช่อง 5 เปิดสอบเป็นครั้งแรกในรอบ 8 ปี หนูก็ไปสอบในฐานะเด็กคนหนึ่ง ไม่ใช่ลูกทหาร แค่มุ่งมั่นว่าอยากทำงานสื่อสารมวลชน ปรากฏว่าสอบผู้ประกาศข่าวได้ ซึ่งถือเป็นโอกาสดีมากๆ ก็เลยขอคุณพ่อว่างั้นหนูขอทำงานก่อนแล้วค่อยกลับไปเรียน เพราะกฎของช่อง 5 ต้องทำงานครบ 3 ปี ถึงจะลาไปเรียนได้

อยู่ช่อง 5 มานาน ทำไมถึงเพิ่งจะดัง

3 ปีแรกที่เข้ามาทำงานเป็นผู้ประกาศข่าวช่อง 5 ยอมรับว่าออกจะอ้วนๆหน่อย และไม่ค่อยมีโอกาสได้แสดงความสามารถ ฝึกอยู่ครึ่งปีถึงได้ออกกล้อง แต่ก่อนหนูไม่ฉายแววเลย และชั่วโมงบินยังสะสมไม่พอหนูได้อ่านข่าวเฉพาะช่วงตีห้าครึ่งและเที่ยงคืน อ่านอยู่อย่างนั้น 2 ปี และก่อนจะบินไปเรียนต่อแค่เดือนเดียว ถึงได้รับการโปรโมตให้ขึ้นมา

อ่านข่าวภาคค่ำ อ่านอยู่แค่เดือนเดียวก็ตัดสินใจไปเรียนต่ออังกฤษ ยอม

รับว่าตอนนั้นไม่ได้เป็นที่รู้จักมาก แต่ผู้ใหญ่ที่ช่องก็ให้โอกาสผู้ประกาศทุกคน มีรายการอะไรทำก็ทำไปเล็กๆน้อยๆไม่ได้โดดเด่น ตอนนั้นยังไม่รู้จักท่านด้วยซ้ำ แค่รู้ว่าคนนี้คือใคร แต่ไม่เคยสัมภาษณ์พูดคุย เพราะหนูทำข่าวสายราชสำนักและเศรษฐกิจ ไม่ได้อยู่สายทหาร

มีเสียงลือทั่วช่อง 5 ว่า เพราะได้แบ็กดีทำให้แจ้งเกิดเร็ว

หลายคนคิดว่าทำไม "ชลรัศมี" เติบโตเร็วจัง แต่หนูอยากบอกว่าทำงานช่อง 5 มา 8 ปีแล้วค่ะ!! จริงๆไม่ได้โตเร็วเลยนะ ตอนหนูทำงานก็ได้อ่านข่าวแค่ตีห้ากับเที่ยงคืน หนูเป็นผู้ประกาศข่าวในลอตนั้นที่ได้อ่านข่าวภาคค่ำช้าที่สุด พอเรียนจบกลับมา ผู้ประกาศข่าวรุ่นเดียวกันได้อ่านข่าวภาคค่ำ หนูไม่มีอะไรทำเลย หนูมาทำรายการแรกที่ทำให้คนรู้จัก คือวิเคราะห์ข่าวสี่ทุ่ม เริ่มทำตอนปี 2549 สี่ทุ่มตอนนั้นไม่มีอะไรเลย เป็นเวลาที่ไม่มีใครอยากทำ แต่ผู้ใหญ่ให้โอกาสหนูเพราะเห็นว่าไม่มีอะไรทำ มันไม่ใช่เวลาทอง แต่หนูก็ค่อยๆทำมันเป็นเวลา 3 ปี ปั้นจากดินจนเป็นดาว เคี่ยวกรำตัวเองอย่างหนัก เขียนสคริปต์เองทุกอย่าง จนได้ขยายเวลาจาก 10 นาที เป็น 25 นาทีในปัจจุบัน ของหนูไม่ใช่ได้รายการที่เด่นดังแล้ว "ชลรัศมี" เข้ามาเสียบ แต่หนูตั้งไข่มากับมันเลย พอคนเริ่มรู้จักก็มาจ้างเป็นพิธีกร ทำให้มีรายได้เดือนเดือนหนึ่ง 6 หลัก สามารถเลี้ยงตัวเองได้สบายๆโดยไม่ต้องขอเงินใคร!!

แล้วข่าวลือว่าเป็นเด็กเส้น ถึงได้เป็นทหารล่ะคะ

(ส่ายหน้า) หลังเรียนจบโทด้านสื่อสารมวลชนระหว่างประเทศจากอังกฤษ มีผู้ใหญ่ในกองทัพเมตตา เห็นว่าน่าจะเอาความรู้ความสามารถของหนูมาช่วยงานกองทัพ ก็ได้คุยกันว่าหนูขออยู่ตรงนี้ ทำงานช่อง 5 เหมือนเดิม แต่จะนำศักยภาพของหนูไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อกองทัพด้วย โดยหนูเข้าไปช่วยเป็นอาจารย์พิเศษ บรรยาย เรื่องสื่อสารมวลชน และประชาสัมพันธ์ให้ทุกหน่วยงาน ตั้งแต่ กองทัพบก กองทัพอากาศ จนถึงตำรวจ รวมทั้งรับงานพิธีกร งานการกุศลของกองทัพ

ผู้ใหญ่ที่เห็นแววรุ่ง...ใช่ "ท่าน" หรือเปล่าคะ

(เงียบพักใหญ่) ท่านเห็นหนูจากการทำหน้าที่ตรงนี้ เห็นจากการสัมภาษณ์ตั้งแต่ก่อนไปเรียนต่อเมืองนอก เคยถามมาครั้งหนึ่งแล้วว่าอยากเป็นทหารไหม แต่ตอนนั้นยังไม่สนใจ เพราะเตรียมเรื่องเรียนทุกอย่างไว้แล้ว หลังจากนั้นพอท่านทราบว่าหนูกลับจากอังกฤษ ก็ได้บอกมาทาง ผอ.ช่อง 5 สมัยนั้นว่า คนนี้น่าจะเป็นประโยชน์กับกองทัพ ลองไปเช็กประวัติดูว่าเด็กคนนี้เป็นยังไง ฉันเห็นเขาจากทีวี เขาน่าจะมีความรู้ความสามารถที่เป็นประโยชน์กับกองทัพ โดยที่ท่านไม่เคยติดต่อหนูโดยตรง



กลัวไหมว่าอาจมีวาระซ่อนเร้น

ไม่เลยค่ะ คือหนูไม่ได้รู้จักท่านเป็นการส่วนตัว และท่านไม่เคยมาอะไรเลย ไม่เคยวอแวอะไร

ในรุ่นเดียวกันมีใครได้โอกาส แบบเราไหม

ส่วนใหญ่เป็นทหารอยู่แล้ว และตอนหลังไม่มีใครอยากรับราชการทหาร เพราะเงินเดือนหมื่นกว่าบาท การเป็นทหารจะมี 2 แบบคือสอบตรงและเอาวุฒิมาเทียบ ทุกปีจะมีเด็กที่วุฒิตรงกับเป็นประโยชน์ หนูจบด้านสื่อสาร มวลชน ก็มาประจำในส่วนของสำนักงานเลขานุการกองทัพบกฝ่ายประชาสัมพันธ์ ไม่ได้เป็นเรื่องพิเศษ!! ระหว่างนั้นท่านก็ไม่ได้รับตำแหน่งอะไรแล้ว ท่านเกษียณแล้ว และเป็นแค่ทหารธรรมดา

อึดอัดไหมที่ถูกจับตามองใกล้ชิดขนาดนี้

จริงๆแล้วหนูอยู่ตรงนี้มานานแล้ว และก็อยู่ให้คนเห็น เพียงแต่ที่ผ่านมาหนูไม่ได้ถูกจับโยงกับใคร ทุกคนก็มองว่าหนูคือคนคนหนึ่ง แต่พอวันนี้ทุกคนมาจ้องหนูและคิดว่าหนูหวังอะไรจากท่าน ถ้าหนูทำงานแล้วไม่เติบโตคงยืนอยู่ตรงนี้ไม่ได้ หนูบอกตัวเองเสมอว่าถ้าอยากให้คนเขาเลือกเรา ก็ต้องทำให้ดี ทำงานให้เก่ง ให้เขาเห็นแล้วให้เขาเลือก แต่อย่าใช้วิธีไปตีให้ใครตก แล้วให้เขามาเลือกเรา

ถึงจุดนี้แล้ว อนาคตมีสิทธิ์พัฒนาความสัมพันธ์ไหมคะ

เป็นเรื่องของอนาคตค่ะ แต่วันนี้ยังสนุกกับงาน ไม่เคยคิดแต่งงานก่อนอายุ 35 ปี

หนุ่มในสเปกต้องเป็นผู้ใหญ่ใจดีหรือเปล่า

ไม่มีสเปกค่ะ (หัวเราะ) แต่ต้องเป็นคนดี เป็นคนที่สามารถให้คำแนะนำ เราได้ เป็นผู้นำครอบครัว

สวยๆอย่างนี้มีแฟนเยอะไหม

ไม่ค่ะ ปกติจะคบเป็นคนๆ มีแค่ปัปปี้เลิฟสมัยเรียนหนังสือ แต่ไม่ได้คบใครมาหลายปีแล้ว เพราะสนใจแต่เรื่องงาน อยากทำงานให้ดีที่สุด!!

ถ้าคะแนนเต็ม 10 ให้ตัวเองเท่าไหร่

ประมาณ 6-7 คะแนน คือยังมีอะไรอีกหลายอย่างที่ต้องทำให้ดีกว่านี้ ถึงจะเรียกว่าถึงจุดที่ประสบความสำเร็จจริงๆ

กาลเวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าเธอพูดจริง?!

ทีมข่าวหน้าสตรี

 


โหวตข่าวนี้
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement