Smart fortwo Toile H Edition by Hermes

ตำนานความคลาสสิกเหนือกาลเวลาในฐานะผู้ผลิตอานม้าและอุปกรณ์ทุกอย่างเกี่ยวกับม้า รวมถึงกระเป๋าใบใหญ่ใช้เดินทางด้วยรถม้าและกระเป๋าใส่อานม้า โดยเป็นที่เลื่องลือมากในความพิถี พิถันของคุณภาพและฝีมือ....





WALLY HERMES YACHTS

แม้แบรนด์แอร์เมสจะเพิ่งเข้ามาเมืองไทยเพียง 12 ปี แต่แท้จริงแล้ว ตำนานความคลาสสิกเหนือกาลเวลาของ Hermesเริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 1837 ในฐานะผู้ผลิตอานม้าและอุปกรณ์ทุกอย่างเกี่ยวกับม้า รวมถึงกระเป๋าใบใหญ่ใช้เดินทางด้วยรถม้าและกระเป๋าใส่อานม้า โดยเป็นที่เลื่องลือมากในความพิถี พิถันของคุณภาพและฝีมือการตัดเย็บแบบ 2 เข็ม ทำให้ฝีเย็บแน่นและทนทานมาก ต้องอาศัยความชำนาญเฉพาะด้านของช่างฝีมือชั้นสูง ซึ่งในเวลาต่อมาได้กลายเป็นมรดกสำคัญของแบรนด์แอร์เมส ที่ใช้ ต่อยอดผลิตเป็นสินค้าไลน์อื่นๆ โดยนำเอาเทคนิคการเย็บอานม้ากับความรู้เรื่องหนัง มาสร้างมูลค่าเพิ่มได้อย่างอัศจรรย์





นอกจากกระเป๋าแอร์เมสใบหรูราคาหลักแสนหลักล้าน ที่ต้องเข้าคิวรอคอยนาน ข้ามปีกว่าจะได้ครอบครอง ผู้ผลิตเครื่องหนังชั้นสูงของฝรั่งเศสยังรังสรรค์สินค้ามากมายหลากหลายชนิดเพื่อเอาใจบรรดาเศรษฐี กระเป๋าหนักจากทั่วทุกมุมโลก มีตั้งแต่เครื่องใช้ในการเดินทาง  อุปกรณ์กีฬา ผ้าพันคอไหม เนกไท ถุงมือ เสื้อผ้า รองเท้า เครื่องประดับ นาฬิกา จานชาม น้ำหอม และเครื่องเขียน วิสัยทัศน์ของ "เอมิลล์  เมาริส" หัวหอกสำคัญในการควบคุม  ดูแล  และพัฒนากิจการของแอร์เมสให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายไปทั่วโลก  ได้สานต่อจนก้าวไกลมาถึงปัจจุบัน  ด้วยฝีมือของทายาทรุ่นที่ 5 แห่งตระกูลแอร์เมส "ฌองน์ หลุยส์ ดูมาส์"









ซึ่งเข้ามากุมบังเหียนตำแหน่งประธานบริหารตั้งแต่ปี 1978 ร่วมกับ "แพทริค แกร์รองด์" และ "แบร์ทรองด์ ปูช์" ภายใต้การบริหารยุคใหม่ ได้มีการพัฒนาและปรับโครงสร้างบริษัท  โดยเพิ่มศักยภาพการผลิตในแผนกหลักๆ เช่น แผนกผ้าพันคอไหม แผนกเครื่องหนัง แผนกเครื่องแต่งกายชายและแฟชั่นสตรี อีกทั้งยังริเริ่มโปรเจกต์สร้างสรรค์ใหม่ๆมาอย่างต่อเนื่อง  จนได้รับการบันทึกให้เป็นปรากฏการณ์สำคัญของโลกแฟชั่นชั้นสูง







Bugatti Veyron 16.4


การก่อตั้งแผนกพิเศษขึ้นใหม่คือ อินทิเรีย แอนด์ ดีไซน์ เพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆร่วมกับเจ้าแห่งเทคโนโลยีด้านต่างๆในระดับท็อปของโลก ก็ถือเป็นหนึ่งในความเคลื่อนไหวสำคัญของแอร์เมส ยุคใหม่ โดยเมื่อต้นปี 2008 แอร์เมสจับมือกับยูโรคอปเตอร์ทำโปรเจกต์พิเศษ ปรับโฉมห้องโดยสารภายใน รวมถึงด้านนอกตัวเครื่อง เนรมิต คอปเตอร์รุ่น EC 135 ให้เป็นเฮลิคอปเตอร์สุดไฮเทคและหรูหรา ที่สุดในโลก ได้มีการใช้ลวดลายริบบิ้นสีส้ม ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ ประจำแบรนด์  พันรอบๆเฮลิคอปเตอร์  ราวกับเป็นของขวัญสุดพิเศษจากแอร์เมส ขณะที่อุปกรณ์แลนดิ้ง เกียร์ ก็ได้รับการดีไซน์ ใหม่ให้ดูหรูหรากว่าเคย  เช่นเดียวกับห้องโดยสารที่ปรับโฉมจนกว้างขวางขึ้นเพื่อความสะดวกสบายในการเดินทาง   โดยที่นั่งโดยสารนุ่มสบายเป็นพิเศษ  เพราะหุ้มด้วยหนังลูกวัวและตัดเย็บด้วยมือทั้งหมด  ด้านข้างของที่นั่งยังติดตั้งระบบ   GPS   และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกเพื่อความบันเทิงไว้ตรงที่วางแขน   ขณะที่ผนังและเพดานของเครื่องหุ้มด้วยผ้าใบ  Toil  H  ผ้าแคนวาสชั้นดีของแอร์เมสที่ใช้ในการผลิตกระเป๋าเดินทางมาตั้งแต่ปี 1920 ได้รับการขนานนามว่า L’ Helicop-tere by Hermes ผลิตเพียงปีละ 6 ลำเท่านั้น ราคาลำละ 5.6 ล้านยูโร

L'Helicoptere by Hermes



หลังจากนั้นไม่นานในช่วงปลายปี 2008 แอร์เมสได้ร่วมกับค่ายรถยนต์ ซุปเปอร์คาร์ของฝรั่งเศส "โมลแชม" (Molsheim) นำความชำนาญระดับ ตำนานของทั้ง 2 แบรนด์ มาสร้างสรรค์เป็นสุดยอดโปรเจกต์ Bugatti Veyron Fbg par Hermes เนรมิตซุปเปอร์คาร์รุ่น Bugatti Veyron 16.4 ให้เป็นสุดยอด รถไฮคลาสที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์แรงสูงถึง 16 สูบ เทอร์โบชาร์ต วิ่งได้เร็ว 407 กิโล– เมตรต่อชั่วโมง และโดดเด่นด้วยแอร์โรสเปส เทคโนโลยีที่ล้ำหน้า สุดๆ เมื่อผสานกับฝีมือการออกแบบตกแต่งภายในและภายนอก โดยช่างฝีมือของแอร์เมส ผลลัพธ์ จึงกลายเป็นที่สุดของความหรูเลิศ

อีกโปรเจกต์สำคัญในช่วงต้นปี 2009 คือ การปรับโฉม รถยนต์ขนาดเล็กที่สุดอย่างสมาร์ตคาร์ให้ดูหรูหรามีระดับทันตาเห็น โดยแอร์เมสจับมือค่ายยนตกรรมระดับท็อปสัญชาติ ฝรั่งเศส "คอสโม/สมาร์ต ปารีส กรุ๊ป" เปิดตัวรถยนต์สมาร์ตคาร์ รุ่นใหม่ล่าสุด Smart for two Toile H Edi- tion by Hermes เพื่อฉลองครบรอบ 10 ปีซิตี้คาร์สุดแจ๋ว งานนี้ช่างฝีมือของแอร์เมส ได้ปรับปรุงพื้นที่ในห้องโดยสาร ใหม่หมด เพื่อใช้ประโยชน์ได้ มากที่สุด ขณะเดียวกัน ก็เพิ่ม ความหรูหราให้รถ โดยตกแต่ง เกียร์และพวงมาลัยด้วยหนังชั้นดีของแอร์เมส มีให้เลือกถึง 10 สี ส่วนตัวถังรถบุด้วยผ้า แคนวาสชั้นดีของแอร์เมส

สำหรับโปรเจกต์ล่าสุด ภายใต้การนำของ "ปิแอร์–อเล็กซิส ดูมาส์" อาร์ทิสติก ไดเรกเตอร์ของแอร์เมส และลูกชายแท้ๆของ "ฌองน์ หลุยส์ ดูมาส์" เพิ่งเปิดตัวไปหมาดๆทั่วโลกคือ การจับมือกับค่าย Wally ผู้ผลิตเรือยอชต์อันดับ หนึ่งของโลก  สัญชาติโมนาโก  เพื่อพัฒนาและผลิตเรือยอชต์รุ่น WHY ย่อมาจาก WALLY HERMES YACHTS เรือยอชต์ที่หรูหรา ครบครัน ทันสมัย และประหยัดพลังงานมากที่สุดในประวัติศาสตร์  ออกแบบให้มีความก้าวล้ำกว่าเมกกะยอชต์ทั่วไป โดยมีความยาวถึง 58 เมตร กว้าง 38 เมตร และสามารถจุผู้โดยสารได้ 12 คน รวมถึงลูกเรืออีก 20 คน ภายในมีพื้นที่ใช้สอยรวม 3,400 ตารางเมตร ประกอบด้วยระเบียงทางเดินขนาดใหญ่ หลังคาเรือติดตั้งแผงกระจกพลังงานแสงอาทิตย์ทั้งหมด มีสระว่ายน้ำขนาด 25 เมตร อยู่ที่หัวเรือ และพื้นที่ Sun deck กว้าง 36 เมตร บริเวณท้ายเรือ
สอดคล้องกับปรัชญาของแอร์เมสที่ประกาศไว้ชัดเจนว่า ต้องการ รวบรวมอดีต ปัจจุบัน และอนาคต ไว้เป็นหนึ่งเดียวกัน โดยไม่ลืมรักษา คุณค่าที่เป็นเอกลักษณ์สร้างชื่อตลอดระยะ

...