advertisement

ร้านทอง

โดย น้าเน็ก 22 ธ.ค. 2556 05:30

ถ้าโดนถามว่า นายเกตุเสพสวัสดิ์มีความอ่อนด้อยง่อยเปลี้ยเรื่องไหนบ้าง… คงตอบแบบไม่ต้องเสียเวลาคิดทันทีว่า “ซื้อทอง”

เป็นมนุษย์ผู้มีปัญหาเสมอเวลาต้องซื้อทองให้ใครซักคน จริงๆ นะ… ยอมรับว่าสายตาไม่เอาไหนขั้นร้ายแรงเกี่ยวกับทอง ไม่รู้ว่าหน้าตายังไงถึงเรียกว่าสวย หรือแบบไหนที่ชาวบ้านเห็นแล้วจะพูดว่าเออ ไอ้นี่ซื้อทองเป็นเว้ย ไม่เถียงว่ามันมีค่า ถึงลายห่วยแตก ออกแบบซิ้มซวกยังไงก็มีราคา แต่สายตาผมไร้ความสามารถในการแยกแยะข้อแตกต่างโดยสิ้นเชิงเองล่ะ อืม… ก็เหมือนกันหมดรึเปล่าวะ เส้นๆ วงๆ เหลืองอร่ามปะกิ๊งปะกั๊งพรืดเต็มกระบะ ทองสุโขทัย ทองโบราณ ปล้องอ้อย คดกริช กระดูกงู ผ่าหวาย สี่เสา หกเสาคืออะไรเนี่ย … งง

ดังนั้นหากเกิดเหตุจำเป็นต้องซื้อของขวัญ หรือมอบของกำนัลแก่ใคร จึงพยายามหลีกเลี่ยงพวกทองสุดชีวิต แบบ…จะดีเหรอ ซื้อสิ่งที่ตัวเองไม่สันทัดเท่าไหร่แต่ดันแพงจริงนี่ แม่งแอบตะขิดตะขวงใจยิบๆ นะ ยังไงเอาหม้อข้าวเตาไฟ เครื่องครัวกระติกน้ำร้อนไปแทนดีมั้ย ตัดปัญหาเลือกแบบไม่ถูกรสนิยมด้วย เซนส์เกี่ยวกับอะไรพรรค์นี้กูยิ่งดีๆ อยู่ เกิดทองดูเจ๊ไป ดูเสี่ยไปหรือแก่เกินอายุคนรับขึ้นมาจะวุ่นวายตายชัก

แต่มีกรณียกเว้นคนเดียวบนโลกที่ผมยังต้องซื้อทองให้ชนิดยากปฏิเสธ อย่างน้อยปีละหน แหม … เข้าใจใช่มั้ยว่าหน้าที่ลูกชายที่ดีมันบังคับ ล่าสุดนี่ซื้อสร้อยคอกับสร้อยข้อมือให้แม่ คุณนายจับพลิกซ้ายพลิกขวาแล้วบอก “ลูกแม่เนี่ยดีจริงๆ ซื้อทองแท้ได้เหมือนทองเก๊เลยดูซิ สามบาทงี้ตีโป่งเชียว คงเป็นห่วงความปลอดภัยของแม่สินะจ๊ะ ถ้าไม่เคยเห็นมาก่อน ตกอยู่ตรงหน้ายังไม่เก็บเลยจ้ะ วันหลังเอาเป็นทองแท่งก็ได้นะลูก ไม่ต้องรูปพรรณละ แม่เกรงใจ”
……….. เอ่อ ………….

ทั้งนี้ทั้งนั้น ไม่ใช่แค่สัณฐานของทองที่ผมมีปัญหา แต่ยังหมายรวมถึงกายภาพร้านทองอีกด้วยที่ไม่ค่อยเข้าใจ จากประสบการณ์ตะลุยเยาวราชเพื่อตามล่าหาทองมากำนัลแม่ ไฟลต์บังคับตลอดหลายปี ข้อสังเกตหนึ่งที่ได้แบบมึนๆ คือ บรรยากาศระหว่างร้านทองที่มีลูกกรงสเตนเลสกับร้านที่ไม่มี มันต่างกันมาก! … อารมณ์เวลามองเข้าไปในห้องทองชื่อดังโต๊ะนั่นโต๊ะนี่ และสะดุดกับไอ้โครงเงาวับท่อนใหญ่เท่าแขนเด็ก บอกตามตรง ขัดหูขัดตาที่สุดดดดดดดด…. จิตไม่ได้ปรุงแต่งไปเองแน่นอน เพื่อนฝรั่งมาเที่ยวไทย เดินผ่านร้านทองสะกิดยิกๆ 

“เฮ้ยู … ทำไมร้านทองบ้านยูต้องมีแผงอะไรนั่นไว้ขังคนในร้านด้วยล่ะ?”
… ไว้จะไปถามเค้าดู เพราะกูก็ไม่รู้เหมือนกัน …

ร้านตามเยาวราชจะไม่ค่อยมีกรงครับ อาจจะด้วยหลักรวมตัวกันไว้ ปลอดภัยหายห่วงก็ได้ ย่านนั้นมันเป็นศูนย์รวมของมวลมหาประชาร้านทอง ลูกค้าที่มาซื้อก็เยอะ ยืนออกันแน่นขนัด เกิดเป็นระบบนิรภัยโดยปริยาย โจรคงต้องคิดสั้น หน้ามืดมากๆ ถ้าริจะปล้นละแวกนี้ แต่พวกร้านที่อยู่กลางตลาด เขตชุมชนทั่วไป ตามต่างจังหวัดสิ มองผ่านๆ เห็นพนักงานสาวนั่งหน้าแฉล้มอยู่หลังคอกสตนเลสช่างน่าอนาถจิต

ใครหนอเป็นคนต้นคิด เอากรงพิลึกมาครอบโลหะวัตถุทรงมูลค่าระดับชาติขนาดนี้ รู้มั้ยว่ามันกลายเป็นวัฒนธรรมประหลาดที่ทุกเจ้าทุกสาขาต้องติดไปเรียบร้อย นอกจากเบ่งบารมีสู้ว่าห้างทองใครจะใหญ่กว่า โฆษณาหนากว่า หลังๆ ต้องประชันสเตนเลสกันด้วย ร้านไหนครีเอตลายสเตนเลสเล็กๆ บางๆ แสดงว่าทุนน้อยนะ อย่าเชียว อายเค้า

ซึ่งบางส่วนก็ว่า … เพราะโจร! โจรไง โจรมันชอบบุกร้านทอง มาเดี่ยวเรียกจี้ ถ้าพี่มีคู่หูมาสองมาสามก็เรียกปล้น ตะกายข้ามเคาน์เตอร์มา เอาปืนขู่เสร็จก็กวาดไปหมดเกลี้ยงแผง จะไม่ให้ทำกรงกั้นทองได้ไง (มิตรสหายท่านหนึ่งได้กล่าว)

ขุ่นพระ! ตรรกะนี้มัน … ตรงยิ่งกว่าหนึ่งบวกหนึ่งเป็นสองอีกนะนั่น โจรจิ๊กทอง พอไม่อยากให้มันเอาทองไป เลยหาอะไรมาขวางระหว่างทองกับโจรซะ?!?! คือถ้าทำแล้วคดีปล้นร้านทองมันน้อยลงจะไม่แปลกใจ แต่ข่าวว่าปีนี้ทั้งปีอัตราส่วนคดีนี้ทั่วประเทศอยู่ในระดับที่คุณตำรวจยังปวดตับหมับแตกอยู่เลยไม่ใช่เรอะ?

วัฒนธรรมของร้านทองบ้านเราแปลกนะครับ เรายังคงกล้าและยืนยันที่จะเอาของมีค่ามหาศาลอย่างทองคำ มาแขวนล่อตาใกล้มือโจรตรงหน้าร้าน ประหนึ่งสามารถไว้เนื้อเชื่อใจได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าไอ้ที่สัญจรผ่านไปมานั่นเป็นคนดีมีสติสัมปชัญญะเท่ากันหมด (มันใช่ซะที่ไหนล่ะ)

ธรรมชาติสิ่งมีชีวิตบนโลก วิกฤติมักนำมาซึ่งวิวัฒนาการ แต่ปัญหาโจรปล้นร้านทองของมนุษย์ ไม่ยักจุดประกายให้เกิดทางแก้ที่สร้างสรรค์เท่าไหร่ คือแทนที่จะใช้วิธีสร้างคอกขังตัวเอง น่าจะเปลี่ยนเป็น เออ มีโมเดลทองจำลองให้ลูกค้าดูอยู่หน้าร้านก่อน น้ำหนัก รูปร่าง ลวดลายแบบไหนก็แกะมาให้เป๊ะ ถ้าสรุปว่าถูกใจ ต้องการซื้อจริง ค่อยเดินผ่านเครื่องสแกน ไปเจรจาตกลงจ่ายตังค์กันหลังร้านงี้ ให้มันลับตาโจรหน่อย ส่วนข้างในแกจะสร้างเป็นโกดังทอง โอ่อ่าอลังการดาวล้านดวงเท่าไหร่ก็ตามสะดวก อย่างน้อยจะได้มีโอกาสบอกให้มันถอดหมวกกันน็อก ถอดไอ้โม่งออก ปืนเอยมีดเอยที่ซุกมาด้วยกี่อันจะได้เห็น … ฉลาดและรอบคอบที่สุด ไหนเอารางวัลโนเบิลมามอบให้หน่อยซิ

เมืองไทยเจอร้านทองแถมคุกบิลต์อินขังเจ้าของจนชินตา พอไปส่องดูธุรกิจประเภทเดียวกันในประเทศเพื่อนบ้านเข้า ถึงกับเงิบเล็กๆ ที่เวียงจันทน์ไม่มีอะไรทำนองนี้แม้แต่ร้านเดียวฮะ ตอนเดินสืบตลาดช็อปปิ้งมอลล์ ห้างสรรพสินค้าชื่อดัง จะมีอยู่ชั้นนึงที่ทั้งชั้นเป็นชุมชนร้านทอง ทุกซอกทุกมุมมองไปทางไหนก็ทอง ขึ้นบันไดเลื่อนมาปุ๊บ รัศมีทองสาดกระจายมาหูตาแทบบอด บรรยากาศสงบสุข อร่ามรัตน์โซพีชฟูลน่าดูชมมาก

โอเค … เราอาจแถได้ว่า จะไม่ให้ปลอดภัยไร้เหตุได้ยังไง ในเมื่ออยู่ในห้างเป็นสัดส่วน คงไม่มีคนร้ายที่ไหนเอาถุงน่องคลุมหัวแล้วบุ่มบ่ามปล้นกลางศูนย์การค้าหรอก แต่พอเดินลงมาหลังห้าง มีซุ้มมีแผงอะไรก็ไม่รู้ตั้งอยู่ มองผ่านๆ เหมือนตู้ซ่อมนาฬิกา จะไม่เหมือนอีตรงคนยืนรุมล้อมอยู่เยอะมากกกก … ชนต่างด้าวอย่างเราเลยตีมึน เนียนเข้าไปยืนเกาะขอบสนามสังเกตการณ์บ้าง และแล้วก็ต้องตาค้าง ควักโทรศัพท์ออกมาถ่ายวิดีโอหยั่งกับเรื่องจริงผ่านจอแทบไม่ทัน เพราะร้านที่ชาวบ้านกำลังมุงอยู่ตรงหน้า นั้นคือ “ร้านทำทอง”

ทองจริง ทองแท้ ทองแน่ๆ 99.9 เปอร์เซ็นต์ มีช่างตัวไม่เล็กไม่ใหญ่กำลังนั่งเคาะป๊อกๆ เพ่งอีกนิดถึงพบว่ามันคือแหวน! โดยคนสั่งทำก็กำลังยืนกอดอกรออยู่ข้างๆ เรานี่แหละ!

สำหรับสิ่งมีชีวิตผู้มาจากประเทศที่ร้านทองยังต้องมีตำรวจนั่งเฝ้า ไม่แปลกเลยถ้าจะยืนดูกันหูตาแตก พูดวนอยู่ประโยคเดียวว่า “ทำกันข้างถนนงี้เลยเหรอวะ!!” ทองแท่งเท่าท่อพีวีซี หลอมกันเดี๋ยวนั้นจะจะ ถ้างานชิ้นไหนที่ไม่สลับซับซ้อนเกินไป อย่างแหวนทองเกลี้ยงหรือสร้อยลายง่ายๆ ลูกค้าก็สามารถยืนรอรับได้ทันที … เปลี่ยนแบตนาฬิกายังไม่ไวเท่านี้เลยนะคิดว่า

วินาทีที่ช่างยื่นแหวนทองซึ่งเพิ่งทำเสร็จให้ลูกค้า สีหน้าชื่นชมพอใจตอนกำลังยืนหมุนแหวนทองบนนิ้วตัวเอง ทำให้คนนอกอย่างเรารู้สึกได้ทันทีว่ากฎหมายกับความปลอดภัยของประเทศนี้ต้องไม่ธรรมดาแน่ๆ ทองเปอร์เซ็นต์สูง คุณภาพดีขนาดนี้มาตั้งโต๊ะผลิตอยู่ริมทางได้ยังไงโดยไม่มีใครกล้าฉกชิงวิ่งราว ทั้งที่มองไป 360 องศารอบตัวมันคือตลาด ตลาดขายของจริงๆ ไม่ใช่ห้างร้านหรืออาคารใหญ่มี รปภ.เดินคุ้มกัน ซึ่งพอเลียบๆ เคียงๆ ถามดู เจ้าบ้านก็ภูมิใจตอบว่าการบังคับใช้กฎหมายรวมถึงบทลงโทษสำหรับความผิดฐานจี้ปล้นโจรกรรมลักทรัพย์นั้นจริงจังและหนักมาก จนไม่มีใครสิ้นคิดอยากเสี่ยงทำ ตำรวจเลยไม่เคยต้องนั่งออกหมายจับคดีปล้นร้านทองเลยซักครั้ง…

อ่าา ช่างน่าอิจฉาจริงๆ กฎหมายบ้านเราดูง้องแง้งไปเลย หรือความจริงมันเป็นนโยบายแอบแฝง ให้คุณตำรวจบ้านเราได้มีกิจกรรมไว้ลดหุ่นกันนะ... แบบว่า วิ่งไล่กวดคนร้ายอะไรทำนองนั้น

แต่ถึงหน้าตาของร้านทองจะดูอึดอัด เทอะทะด้วยแผงสเตนเลสขนาดไหน เราก็คงหลีกเลี่ยงการไปยืนเกาะลูกกรงซื้อทองไม่ได้ ว่าแต่… ปีใหม่นี้จะซื้อทองยังไงไม่ให้แม่ด่าดีล่ะเนี่ย แย่แล้ววววว

น้าเน็ก

 

โหวตข่าวนี้