advertisement

ที่แรก! เปิดใจ 'ศักดิ์ชัย กาย' หยุดทำนิตยสารสู่การประท้วงบนท้องถนน..?

โดย ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ 9 ธ.ค. 2556 08:00

ทันทีที่ประกาศทางเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า https://www.facebook.com/sakchai.guy ว่าจะหยุดทำนิตยสารแฟชั่นชื่อดังอย่าง Lips จนกว่าจะได้ประเทศไทยคืนมา

หลายคนตั้งคำถามมากมายว่า ไฮโซทำนิตยสารแฟชั่นสวยงาม ในสังคมกินเที่ยวดื่ม สบายๆ อะไรทำให้เขาต้องเอาตัวมาเสี่ยงบนท้องถนน มาเสี่ยงกับผลกระทบที่ตามมามากมาย

"ผมไม่ใช่แฟนคลับคุณสุเทพ ผมมีเพื่อนอยู่ทั้งพรรคเพื่อไทยดังนั้นที่ออกมาเพราะทนไม่ไหวจริงๆ"

วันที่แก๊สน้ำตายังไม่หมดไปจากตัว ไทยรัฐออนไลน์เปิดใจ ศักดิ์ชัย กาย ไฮโซชื่อดังเจ้าของนิตยสาร Lips เจ้าของประโยคที่ว่า บริษัทเจ๊งช่างมัน แต่ชาติต้องอยู่ต่อไป

Q : คุณประกาศว่าหยุดทำนิตยสาร Lips เรื่องจริง...?

ใช่ครับ ผมประกาศในเฟซบุ๊ก ประกาศหยุดทำของผมหมายความว่า อยากให้ทุกคนแสดงออกในทางจุดยืนของตัวเอง แต่ไม่ได้หมายความว่าจะปิดออฟฟิศไปเลย ผมไม่อยากให้พนักงานต้องกังวลอะไร ใครที่อยากออกไปแสดงพฤติกรรมอะไรก็แล้วแต่ ทุกคนสามารถทำได้สบาย ไม่ได้บังคับ

คุณก็รู้ว่าสำนักพิมพ์ปิดแบบนั้นไม่ได้ ใครที่มีหน้าที่ก็ต้องมา ใครไม่มีหน้าที่ก็ไม่ต้องเข้ามา แต่ใครอยากจะไปก็ไป ไม่ได้บังคับ เดี๋ยวจะมองว่าทุกคนต้องทำตามผม ผมออกไปคนเดียว ใครอยากมาก็มา ใครอยากอยู่ก็อยู่ อยากอยู่ฝ่ายไหนก็เชิญ แต่คนก็ไม่ค่อยหยุดนะ ทุกคนก็มาจะมีพวกแอดมินที่อยากจะหยุด พวกเดินทางลำบาก (ออฟฟิศอยู่ราชประสงค์) ไม่มาไม่ว่ากัน อยู่ที่ความรับผิดชอบของแต่ละคน ฝ่ายที่ไม่สามารถหยุดได้จริงๆ เช่น ฝ่ายบัญชี ในบางเรื่อง แต่ผมต้องการบอกทุกคนว่าทุกคนมีสิทธิ์ที่จะแสดงจุดยืนของตัวเองๆ

Q : ก่อนหน้านี้ก็มี เช็ค สุทธิพงษ์ ธรรมวุฒิ แห่งทีวีบูรพาก็ประกาศจุดยืนคล้ายๆ กัน

ผมว่าคุณเช็ค สุทธิพงษ์ ที่ให้สัมภาษณ์ (https://www.thairath.co.th/content/life/386354) เขามีจุดยืนที่โดดเด่น ชัดเจน ของผมคนยังมองว่าเราเป็นหนังสือแฟชั่น ถ้าทุกคนตามเฟซบุ๊กผมก็จะรู้ว่าผมเต็มที่กับจุดยืนของผม และผมก็ไม่ต้องการที่จะไปบังคับใครให้มาเดินตามแนวคิดของผม แต่ไม่ใช่ทุกคนที่ยินดีทั้งหมด ผมก็ถูกด่าเยอะแยะ ก็ไม่ว่ากัน

Q :  นิตยสาร Lips มีพนักงานกี่คน?


80 กว่าคน

Q : มาเคลื่อนไหวเหมือนกับคุณเยอะไหม หรือ มีใครไปชุมนุมอีกฝั่งไหม ?

ไม่มี ออฟฟิศผมไม่ค่อยมีใครอยู่ฝั่งใคร จะเป็นครอบครัวกันมากกว่า เพราะทุกคนนั้นไม่ค่อยออกมามีปัญหา และไม่ค่อยเรียกว่าใครอยู่ฝ่ายไหนซะด้วยซ้ำ แล้วผมไปจะมีใครเดินตามผมก็ตาม เเต่ว่าผมไม่ชอบไปกันเยอะๆ เพราะผมชอบอิสระ ชอบวิ่งไปตรงโน้ ตรงนี้ เราเป็นคนแบบไฮเปอร์ คนไม่ได้นึกว่าเราทำงานแฟชั่นแล้วเราจะลงไปทำงานภาคสนาม แต่เอาเข้าจริงผมไม่ได้เป็นพวกฮาร์ดคอร์ 

ผมไม่ได้เรียน รด.มา เราไปทำงานในจุดที่เขาขาด ไม่ได้ออกหน้าเพราะว่าเรากล้าหาญ หรือว่าเรายิ่งใหญ่กว่าคนอื่น แต่อยากให้ทุกคนที่ช่วยเหลือได้ ทุกคนเป็นจุดเล็กๆ ที่ทำภาพให้ชัดเจน มีสีชัดขึ้นมาเท่านั้นเอง ผมไม่อยากไปบังคับใคร เรามีเพื่อนอยู่ในเฟซบุ๊กอยู่ใน สังคมแคบๆ ของเรา ก็อยากจะแชร์ข้อมูลออกไปว่า ทุกคนออกมาทำงานเพื่อประเทศชาติ ทุกคนเป็นส่วนหนึ่ง ไม่เคยออกมาว่า "มึงเป็นควาย มึงเป็นเสือโคร่ง" ผมไม่เคยพูดอย่างนั้น ผมแค่ชักชวน ส่วนมากคนที่เข้ามาเป็นเพื่อนผมก็มีอุดมการณ์เดียวกับผม ผมไม่อยากออกมาสร้างภาพว่า มึงถ่ายรูปอยู่ในออฟฟิศ มึงนั่งเป่านกหวีดอยู่ในมุมมืดอะไรแบบนี้

Q : หมายถึงพวกนักรบคีย์บอร์ด เก่งแต่ในโลกโซเชียลฯ ?

ผมก็เขียนบ่อยนะ พวกนักรบคีย์บอร์ด นักรบไซเบอร์ แต่ก็ไม่ว่ากัน บางคนอยู่ไกล บางคนมีภารกิจ ผมไม่ได้ออกไปประณามเค้า คงไม่ไปขอร้องว่านักรบไซเบอร์ช่วยแชร์ข้อมูลที่ถูกต้องได้ ไม่ใช่เดี๋ยวนี้คนคลิกแล้วก็แชร์ คุณตรวจสอบก่อนก่อนว่าคุณแชร์ข้อมูลฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งออกไป มันมีประโยชน์ต่อสาธารณชนหรือเปล่า

Q : ไปชุมนุมมาแล้วกี่ครั้ง ?


ผมไปทุกคืนครับ ตั้งแต่แยกอุรุพงษ์ หลังจากนั้นผมก็เลือกไปช่วยเหลืออยู่เบื้องหลังบ้างว่าที่ราชดำเนินเป็นอย่างไร ถ้ามีปัญหาต้องการความช่วยเหลือเราจะช่วยประกาศให้พรรคพวกส่งเสบียงไปบ้าง อะไรก็จะแชร์เพื่อนกันว่า ส่งน้ำเกลือ ส่งน้ำ ส่งเครื่องดื่มชูกำลัง ส่งผ้าปิดปาก อะไรแบบนี้ เราคิดว่าเราทำได้ แล้วเราก็ไม่ได้ไปประกาศสร้างภาพว่าเราทำเพื่ออะไร อยากให้ทุกคนมีส่วนร่วม

Q : เรียกได้ไหมว่านี่คือหน้าที่หลักของ ศักดิ์ชัย กาย ในม็อบ ?

ผมไม่มีหน้าที่อะไร ผมไม่ได้เป็นแกนนำ แต่ทุกคนที่ม็อบเป็นเพื่อนเราทั้งนั้น เป็นรุ่นพี่ รุ่นน้องที่รู้จักกันทั้งนั้น ถึงแม้ผมจะมีประกาศชักชวนขึ้นเวลาไป แต่ผมคิดว่า การที่เราจะขึ้นไปอยู่ในเวทีสาธารณะมันต้องการความสามารถพิเศษ ผมไม่มี ผมทำไม่ได้ ผมไม่ถนัด และผมก็อยากจะทำอยู่เบื้องหลังมากกว่า เรามีความสุขมากที่เราได้รู้จักกับเพื่อนที่มาจากทั่วสารทิศ พอเราเห็นเขาเรานับถือจิตใจมากๆ เรามาแล้วเราก็กลับบ้านมีที่นอนดีๆ มีอาหาร พวกเขานอนอยู่ตรงนั้นนะคุณ (เน้นเสียง) แม้ว่าใครจะมาบอกว่าเป็นม็อบจัดตั้ง ผมไม่สนใจทั้งนั้น เพื่อนที่มาจากภาคอีสาน ภาคใต้ ช่วยอะไรได้เราก็ช่วยเขา เราเป็นคนอย่างนี้มาตั้งแต่เด็ก ไม่ชอบถูกรังแกพูดตรงๆ

อะไรไม่ยุติธรรม ผมเรียกนักเรียนประท้วงตลอด ประท้วงในโรงเรียนไม่ได้ ออกมาประท้วงข้างหน้าไม่ได้ ไปประท้วงถึงกระทรวงศึกษาฯ

Q : เป็นนักต่อสู้มาตั้งแต่เด็ก หลายคนนึกว่าเป็นไฮโซ ?

อาจจะเป็นอย่างนั้นด้วย เพราะผมไม่ชอบความไม่ยุติธรรม คนอย่างผมค่อนข้างมีภาพที่มันขัดแย้งไง เราทำงานแฟชั่นคนก็นึกว่าเราเป็นไฮโซ แต่เวลาเราไปสอนหนังสือ ไปทำเวิร์กช็อป กับกลุ่มชาวนา กลุ่มแม่บ้าน ชาวไร่ อะไรแบบนี้ ไม่เห็นมีใครมาบอกว่าผมเป็นชาวนาชาวไร่เลย คือคนอย่ามานิยามในสิ่งที่ตัวเองเห็น ทั้งๆ ที่มันเป็นภาพสมมติ นักแสดงเวลาผมเล่นบทผู้ร้าย คุณก็อย่ามาว่าผมเป็นผู้ร้ายในชีวิตจริง เวลาผมเล่นเป็นพระเอกในชีวิตจริง คือ สิ่งสมมติ ผมมีหน้าที่ถ่ายทอดข้อมูลข่าวสาร การตัดสินใจเป็นของคุณ แต่ชีวิตผมเป็นอย่างไรตัวผมเองผมรู้ดี ไม่ต้องการให้ใครมานิยามว่าเราเป็นอะไร

Q : อะไรคือจุดเปลี่ยนของศักดิ์ชัย กาย ที่ออกมาเคลื่อนไหว?

ผมไม่มีจุดเปลี่ยน ผมจะยืนอยู่ข้างฝั่งความดี ตลอดเวลาผมเป็นข้าฝ่าละอองธุลีพระบาท ผมเกิดมาผมก็เห็นในหลวงทรงงาน ผมเห็นสมเด็จย่าทรงงาน เป็นภาพที่เห็นมาตั้งแต่เกิด ฉะนั้นผมยอมไม่ได้หรอก เรามีหน้าที่ที่จะปกป้องนี่คือหน้าที่ของพวกเรา ผมไม่เคยเปลี่ยน เพียงแต่ว่าเรากล้าที่จะออกมามากขึ้น เพราะว่าสังคมมันถูกทำร้ายไปได้มากมายขนาดนี้ เราก็อยากจะให้สังคมเปลี่ยนไปในทิศทางที่เราคิดว่าไม่เคยจะเปลี่ยนไป ต้องออกมาชักจูงให้คนเชื่อในสิ่งที่ถูกต้อง ไม่เชื่อเราไม่เป็นไร แต่คุณต้องยืนอยู่ในความถูกต้อง ฉะนั้น ความดีกับความเลวมันไม่มีตรงกลางอย่างที่เขาพูดกัน จะมาบอกว่าเราอยู่ตรงกลางได้ยังไง คุณต้องเลือกความดี คุณต้องเลือกความถูกต้อง ใครเป็นกลางผมไม่พูดด้วยเลย เราไม่เป็นกลาง และผมไม่ได้คิดว่าผมออกมาช่วยม็อบ

Q : คุณเป็นแฟนคลับของ สุเทพ เทือกสุบรรณ ?


ผมรู้จัก แต่ผมก็ไม่ได้ออกมาเป็นพรรคพวกของฝ่ายคุณสุเทพ


Q : ไม่ได้เป็นแฟนคลับของประชาธิปัตย์หรือของคุณสุเทพ ?


ไม่ได้เป็น แม้ประชาธิปัตย์จะเป็นเพื่อนที่เรารู้จักกันมาทั้งพี่ ทั้งน้องมากมายก็จริง แต่ ณ ขณะนี้ ทุกคนก็ต้องคิดว่าประเทศไทยเราต้องการการดูแลรักษา ไม่ให้มันลุกลามเผาไหม้ไปมากกว่านี้ อย่ามาพูดเลยว่าเรามาสู้ฝ่ายอภิสิทธิ์ เรามาสู้ฝ่ายทักษิณ ผมชัดเจนว่าผมไม่เอาระบอบนี้ 

Q :รู้สึกอย่างไรกับคำว่า 'โหนเจ้า'...?

วันนี้ทุกคนมีความตื่นตัวทางการเมือง มีความรู้มากขึ้น ผมอยากให้ทุกคน ไม่ใช่เห็นอะไรแล้วเชื่ออย่างนั้น ทุกคนใช้วิจารณญาณได้เอง ว่าใครจะโหนเจ้าหรือไม่โหนเจ้า ผมไม่สนใจว่าใครเลือกที่จะอยู่ข้างไหน แล้วออกมาต่อต้านอีกฝั่งหนึ่ง พูดเพื่อที่จะทำร้ายอีกฝั่งหนึ่ง คนโตมาป่านนี้แล้วต้องใช้วิจารณญาณคิดได้เอง คุณเห็นการกระทำ ได้รู้ว่าเขาทำเพื่ออะไร ถึงแม้ในที่สุดแล้ว การกีฬายังมีการพลิก มีการโกง เราก็ต้องยอมรับได้ในบางเรื่อง ต้องดูว่าเทคนิคของการต่อสู้เป็นยังไง ผมถึงรับได้ในบางเรื่องที่มันอาจจะมีการบิดพลิ้วไปบ้าง แต่ว่าเราก็ต้องเอาเจตนาเป็นหลัก

บางครั้งแกนนำบนเวที ก็ยังมีคนลุกขึ้นมาด่าแกนนำ ด่าคนดำเนินรายการบนเวทีว่า พูดผิด ขอร้องคุณเถอะ ลองไปสวมบทบาทนั้นอยู่บนเวที คุณจะพูดได้กี่นาที ผมเองยังรู้เลยว่าผมพูดไม่ได้ เพราะผมเอาม็อบไม่อยู่ คุณลองสมมติดูซิว่าลองสวมเขา สวมหัวโขนไปแล้วคุณขึ้นไป จะทำยังไง คุณอย่าลืมว่าพวกนี้ไม่ได้เป็นนักปลุกระดมอาชีพ สถานการณ์เหมือนเป็นตัวบังคับให้พวกนี้ดำเนินรายการต่อเนืื่องไปเรื่อยๆ แล้วเค้าสามารถเอามวลชนอยู่เป็นล้านๆ คน ทั้งๆ ที่เขาเป็นคนธรรมดา ต้องทำทุกอย่าง ต้องเล่นลิเก เล่นงิ้ว ทำทุกอย่างให้ชนะใจมวลชนถึงจะอยู่ได้ ฉะนั้นมวลชนไม่มีเหตุผลที่จะเกลียดคนพวกนี้เลย ไม่มีเหตุผลทางด้านอารมณ์ ถึงแม้วันนี้เขาจะใช้คำหยาบแค่ไหน เขายังหัวเราะกันเลย มันเป็นการปลุกระดมที่ทุกคนควรจะดูเอาไว้เป็นตัวอย่าง คือ ผมรับได้ แล้วผมก็มีวิจารณญาณของผม ผมรู้ว่าเค้าเจตนาอะไร เราโตแล้ว เราเป็นคนมีการศึกษา เราเรียนหนังสือมา เราต้องเลือกสิ่งที่ทำแล้วถูกต้อง

Q : ย้ำอีกทีไม่ได้ถูกหลอกมา มีหลายคนบอกว่าเราถูกหลอกมาจ้างมาหัวละพันสองพัน?

คุณเห็นคลิปที่เขาออกมาทั้งทางเฟซบุ๊ก ทางโซเชียลมีเดียเยอะแยะ ว่าจ่ายเงินกันโจ๋งครึ่มขนาดนี้ แล้วคุณคิดดูว่าการกระทำแบบนี้มันเป็นเรื่องน่าละอาย เป็นสิ่งที่ไม่มีใครทำกัน การที่เราเห็นภาพที่คนยื่นเงินให้คนหนึ่งคน ไปทำอะไรเนี่ยนะ คุณเห็นหรือยังว่าเขาไปทำอะไร คุณต้องไปเห็นตรงกลางม็อบของอีกกลุ่มหนึ่งแจกเงินอย่างนั้นซิ คุณอย่าลืมว่าม็อบกลางราชดำเนินมันไม่ต้องใช้ตังค์เลยหรอ ข้าวปลาอาหารแต่ละวันมันต้องใช้หรือเปล่า คือการจัดตั้งเพื่ออะไร แบบไหน ช่วยกันคิดก่อน ไม่ใช่คุณเห็นเขายื่นตังค์ให้กันแล้วคุณบอกว่าจ้างมาเป็นรายวัน

ค่าตัวผมวันละ 5 แสน ถ้าจ้างผมไปม็อบ วันละ 2 พัน ผมจะไปไหม ประชาชน คนที่มีการศึกษา คนทำงาน ที่มีความรู้สึกสึกว่าอยากแสดงออก แล้วมีความรู้สึกว่าเหลืออดเหลือทน แล้วออกมา มันมีปริมาณมันมีจำนวนมาก มากกว่าที่เราคิด อันนี้มันเป็นผลพลอยได้ของแกนนำ แกนนำจะเคยนึกไหมว่าอยู่ดีๆ จะมีมวลชนเป็นล้านเข้าข้างเขาไหม ไม่มีวัน ผมอยู่อุรุพงษ์ ยังไม่รู้ว่าจะรอดหรือไม่รอดเลย ฉะนั้นคุณอย่าลืมว่าทั้งหมดไม่ใช่เพราะแกนนำกลุ่ม ประชาชนเห็น คุณคิดดูว่าการที่ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฯ สุดซอย เป็นจุดเปลี่ยนอย่างชัดเจนที่ประชาชนรับไม่ได้แล้ว อันนี้คือจุดเปลี่ยนของพรรคเพื่อไทย "แสดงนิสัยให้ประชาชนได้รู้เอง" คุณอย่ามาบอกเลยว่าโดนจัดตั้งมา

สุเทพจะต้องจ่ายเงินเท่าไหร่ ให้คน 1 ล้านคน เอาแค่ 5 แสนคน อยู่ที่ราชดำเนินเราต้องใช้เงินเท่าไหร่ ราชดำเนินมีครัวกี่ครัว ข้าวมันไม่สามารถปลูกกลางราชดำเนินได้ เราต้องอยู่ต้องกิน มีน้ำเหลือเฟือ มีข้าวเหลือเฟือให้ขบวนนี้ได้อยู่ได้กิน กองทัพต้องเดินด้วยท้อง มันถูกต้องที่สุดแล้ว ฉะนั้นปฏิเสธไม่ได้ว่ามันต้องใช้เงินซื้อของพวกนี้มา แต่ว่าไม่ได้ใช้เงินจ้างมา ผมไม่ได้พูดให้คุณสุเทพ ผมไม่ได้พูดให้คุณอภิสิทธิ์ ผมพูดในฐานะที่ผมมีความคิดส่วนตัวของผมเอง

Q :วันที่ไปยึด กองบัญชาการตำรวจนครบาล แล้วถูกแก๊สน้ำตาคุณก็ไปมา โดนแก๊สน้ำตาสะบักสะบอมมาเหมือนกัน ?

A :โอ้โห คุณ ผมโดน มันพูดอย่างมันฮึกเหิม ไม่มีความกลัว ย้ำผมไม่ใช่ฮาร์ดคอร์นะ แต่ผมไปอยู่ข้างกำแพงเลย ไม่รักชีวิตขนาดนี้เพื่อนเตือนแล้ว ในเฟซบุ๊กผมลงให้ทุกคนเห็น แต่ถึงแม้ว่าผมจะมีรูปออกมา คนบอกว่าสร้างภาพๆ สร้างภาพอะไรมาดูเองเลย ถ้าสร้างตรงนั้นก็เชิญไปสร้างเองซิ ยิงมาแต่ละลูก เห็นไหมว่าเเก๊สแต่ละลูกที่จับขึ้นมายิ่งกว่าจับเตารีดอีก มาซิคุณตา คุณยาย มาจากสงขลา ปัตตานี จับเขวี้ยงเข้าไปๆ ได้ สองสามทีจะเห็นว่ามือพอง

Q : ไม่กลัวพิการ ไม่กลัวตาย?

ผมไม่คิดหรอกว่าเขาจะลุกขึ้นมาทำร้ายประชาชนขนาดนั้น เขาคงไม่ทำขนาดนั้นหรอก ยกเว้นจะมีบุคคลที่ 3-4-5-6 แต่ในขณะนั้นผมช่วยเพื่อนผม แล้วกระเด็นออกมาเราช่วยเอาน้ำเกลือราด ไม่มีแว่น เอาแว่นไป จะกินน้ำ ส่งน้ำให้ เราเป็นมดงาน ไม่ได้เก่งขนาดขึ้นไปเป็นนักรบขนาดนั้น รด.ก็ไม่ได้เรียน ขว้างกันยังไงผมก็ทำไม่เป็นเลย คุณต้องมาดูตรงหน้ากระทรวงฯ ที่มันยิงลงมาจากหลังคา บอกว่าแม้แต่กระสุนปลอมยิง ลองมายืนให้ประชาชนยิงใส่ดูบ้างไหม ไปเห็นลองดูพวกเขาด่าประชาชน ประโยคอย่างนี้ไม่มีสื่อไหนออกซักสื่อ ทำไมมันเงียบได้ถึงขนาดนี้ ในใจเราลึกๆ ยังนึกเลยสมน้ำหน้าที่โดนบุกไปตามสื่อ เพราะว่าเราเลยเห็นเหมือนที่หม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช พูด เขาเป็นเหยี่ยวข่าว คำนี้มีความศักดิ์สิทธิ์ สง่างามมาก แล้วเหยี่ยวข่าวพวกนั้นไปไหนกันหมด เป็นอีกากินแต่ซากข่าว

ผมรับใช้อาจารย์คึกฤทธิ์มาก่อน ประโยคพวกนี้ผมไม่มีวันลืมเลย อาจารย์ยังเคยพูดเลยว่าเราเป็นเหยี่ยวข่าว เราต้องมีความสง่างาม เหยี่ยวข่าวมันเป็นเหยี่ยวไม่ใช่อีกา ที่จะไปแทะกินข่าวที่มันไม่เป็นข่าว คุณดูเหตุการณ์หลังทำเนียบฯ หรืออย่างกรณีตำรวจที่ทำไมไม่เข้าไปช่วยนักศึกษารามฯ ถูกปิดล้อมเป็นพันๆคน ผมถามแค่นี้แหละ สามัญสำนึกของคนทั่วไปก็สามารถคิดเองได้ว่าผมพูดให้ใคร ผมไม่ได้เรียนการเมือง แต่ผมมีสามัญสำนึก ผมอยากให้ทุกคนใช้สามัญสำนึกของตัวเองคิดเองได้ เราถามตัวเองซิว่าเราอยู่ในระบอบนี้ ผมเกิดมาตอนนี้ ผมอายุ 55 แล้ว รู้ไหมว่าจะมีระบอบอะไรขึ้นมาที่ทำให้ประเทศของเรามันลุกขึ้นมาเกลียดชังกันได้ขนาดนี้

Q : หลังจากนี้จะเอายังไงต่อ วางแผนยังไง ?


ผมไม่ได้เป็นแกนนำ ผมต้องดู ผมไม่ได้มีอิทธิพลมากมาย ผมคิดว่าอะไรที่มันอยู่ ตรงที่พอไปช่วยได้ และมันเป็นความถูกต้อง ความชอบธรรม ผมทำได้ผมไปแน่ๆ ผมขอประกาศว่าผมหยุดทำหนังสือ แต่ว่าผมหยุดพนักงานผมบางคนก็ต้องทำต่ออยู่แล้ว ผมไม่ได้อยากดัง เพราะดังอยู่แล้ว

Q : รู้สึกอย่างไรกับม็อบครั้งนี้ที่มีดาราออกมามากที่สุดในประวัติศาสตร์ครั้งหนึ่ง  ?

ผมก็ดีใจนะ ที่นักแสดงได้ออกมามีจุดยืน ทำให้รู้ประชาชนมีค่าแค่ไหน ในเฟซบุ๊ก คือ ผมเป็นคนปากร้าย ผมก็โพสต์ออกไปว่า เลิกโพสต์ กระเป๋า รองเท้า ได้ไหม ชาติบ้านเมืองจะพินาศอยู่แล้ว ออกมา อย่าอยู่เฉยๆ ขอร้องให้ออกมาช่วยกัน หรือจะไปช่วยเสื้อแดงก็เรื่องของคุณ ออกมาช่วยออกมาแสดงความรักชาติด้วย

Q : ตอนนี้บริษัทเสียหายอะไรไหม ถูกถอดโฆษณา หรือมีผลกระทบอะไรไหมหลังจากประกาศออกไป ?


เศรษฐกิจเป็นลูกโซ่ ผมเป็นลูกโซ่เส้นปลายๆ มันจะเสียหายอะไรก็ให้มันรู้กันไป ผมไม่กลัว ประเทศชาติเจ๊งซิผมกลัว จริงๆ คุณลองคิดดูว่าถ้าประเทศชาติเราเจ๊ง ผมไม่ว่าหรอกไม่ต้องมาอ่านหรอกแฟชั่น แมกกาซีน ไปอ่านหนังสือพิมพ์ ไปดูข่าวทีวี และใช้สมองคิดเอาเองว่าอะไรมันเกิดขึ้นกับบ้านเมืองเรา

จริงๆ ผมไม่กลัวนะ วันนี้ผมอยู่ได้ ผมมีกิน ผมไม่ได้ร่ำรวยมาก แต่ผมไม่ต้องการให้ประเทศชาติมันย่ำแย่ไปมากกว่านี้ แล้วลูกหลาน พ่อแม่เราจะอยู่ยังไง ผมตัดสินใจง่ายกว่าคนอื่นเพราะผมตัวคนเดียวก็จริง คนอื่นละ บริษัทเจ๊งช่างมัน แต่ชาติต้องไม่เจ๊ง.

**ล้อมกรอบ**

เอ่ยชื่อ ศักดิ์ชัย กาย ถือว่าเป็นบุคคลในวงการแฟชั่น ตลอดจนเหล่าแฟชั่นนิสต้าทั้งหลายรู้จักเป็นอย่างดี ปัจจุบันเป็นบรรณาธิการบริหารนิตยสารแฟชั่นชื่อดัง 'ลิปส์'  (LIPS) ผู้คร่ำหวอดในวงการแฟชั่นมากว่า 20 ปี

ทั้งยังเป็นช่างภาพมือทองที่ใครอยากร่วมงานด้วย รวมถึงเป็นนักจัดดอกไม้ฝีมือดี นอกจากนี้ยังรั้งตำแหน่งประธานที่ปรึกษาของโครงการแฟชั่นเทรนด์ เซ็นเตอร์ และอุปนายกสมาคมนิตยสารแห่งประเทศไทยอีกด้วย

ขอบคุณภาพประกอบจากเฟซบุ๊ก Sakchai Guy

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement