advertisement

กว่าจะต่อสู้กันมาได้ สุดท้ายก็ไปอยู่ดี

โดย ดีเจพี่อ้อย 23 พ.ย. 2556 05:30

หนังสือจิตวิทยาของฝรั่งหลายเล่ม เคยบอกไว้ว่า โดยเฉลี่ยผู้หญิงจะพูดถึงวันละ 20,000 คำต่อวัน ในขณะที่ผู้ชายพูดได้แค่ 7,000 คำต่อวัน เราก็เชื่อแบบนั้นมาตลอด “ผู้หญิงเราเนี่ยนะ (ใช้สำเนียงเสียงคุณหมอเส็ง) นอกจากแก่ง่าย ตายยาก แล้วยังพูดมากอีก” ...

อยู่ๆ วันหนึ่งนักวิจัยของสหรัฐอเมริกา ลุกขึ้นมาเถียงค่ะ หลังจากเอาไปทำการทดลองแล้วพบว่า ไม่เห็นจริงเลย ในบางสถานการณ์ผู้ชายพูดเยอะกว่าผู้หญิงด้วยซ้ำ โดยเฉพาะตอนประชุมงาน หลายๆ ครั้งคนที่มักตั้งข้อสงสัยและยกมือขึ้นถามมักเป็นผู้ชายซะครึ่งต่อครึ่ง วิจัยซ้ำไปซ้ำมา ผลที่ออกมาผู้หญิง ผู้ชาย ก็ไม่ได้พูดคุยปริมาณแตกต่างกันสักเท่าไหร่ แปลกดีนะคะ มานั่งวัดกันทำไมว่า ผู้ชาย ผู้หญิง ใครพูดเยอะกว่ากัน จริงๆ ยุคนี้สมัยนี้ มาแข่งกันว่า ใคร “ฟัง” มากกว่า น่าจะดีที่สุด

มีอะไรคุยกัน ไม่สำคัญเท่ามีอะไรเราฟังกันหรือเปล่า อยากถาม แต่ไม่เชื่อในคำตอบ แล้วจะบอกให้เขาพูดตรงๆ ทำไม บ้างก็เสพติดความโรแมนติกจนไม่อยู่ในโลกความเป็นจริง คิดว่ามองตาแล้วเข้าใจ สุดท้ายก็มองแต่ตา โดยเดาไม่เคยถูกว่าในใจคิดอะไร มองกันไปมองกันมา แต่เอาเวลาไปคุยกับคนอื่นซะแล้ว

เมื่อศุกร์ที่ผ่านมา Club Friday เราคุยกันในตอนที่ชื่อว่า กว่าจะยอมรัก แอบคาดหวังในใจว่าคงได้ยินความพยายาม การต่อสู้เพื่อความรัก และสุดท้ายผลที่ได้ทำให้หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง พอไปรับสายจริงๆ กลายเป็นอีกแบบ ความพยายามอยู่ที่ไหน ความรักที่อยากได้ก็ไม่ได้อยู่ที่นั่น บางเรื่องคาดไม่ถึงว่าตอนจบมันลงเอยแบบนี้ได้ยังไง

น้องผู้หญิงคนหนึ่งเล่าให้ฟังว่า ความแตกต่างของศาสนาคือปัญหาหลักในความรักของน้องค่ะ ตัวเองเป็นอิสลาม แฟนเป็นพุทธ ความเชื่อเรื่องของการเมืองและศาสนา ถ้าเห็นต่างยังไงก็ยาก พ่อแม่ผู้ชายไม่เอาเลย ไม่ยอมรับ ปัญหาเลยไปหนักที่คนกลาง แฟนก็รักแต่ไม่อยากปักใจมาก จะให้เลิกก็ยาก เพราะเธอก็ดีแสนดี ผิดตรงที่คนละศาสนาเท่านั้น ผู้ชายพยายามยื้อต่อไป ฝ่ายหญิงก็ให้กำลังใจพร้อมจะต่อสู้ไปด้วยกัน อนาคตไม่เห็น ก็แค่ “อยู่” และ “เป็น” ให้ดีที่สุดในปัจจุบัน รักไปเหนื่อยไป เพราะคบกันแบบบอกใครไม่ได้ พ่อแม่ฝ่ายผู้หญิงเองก็ไม่ได้ว่าอะไร ลูกรักใครพ่อแม่รักด้วย พิธีต่างๆ ที่เป็นช่องว่างระหว่าง 2 ศาสนา ก็ไม่เป็นไร พยายามมองข้ามๆ ไปได้ เพื่อลูกและคนที่ลูกรัก

พอฝ่ายหญิงถาม เรื่องอนาคตว่าจะเอายังไง เขาก็ได้แต่เงียบ ไม่พูด ไม่อธิบาย ปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามสิ่งที่มันควรเป็น นานๆ เข้าก็เริ่มถอดใจ ลองใช้วิธีไปคุยไปคบคนอื่นดูบ้าง เผื่อจะเจอทางสว่างในชีวิต ซึ่งคิดผิดที่สุด ยิ่งคุยน้องกลับยิ่งรู้ว่าคนที่มีค่าที่สุดในชีวิต ก็คือผู้ชายที่น้องต่อสู้เพื่อจะได้อยู่คู่กับเขานั่นแหละ แต่โชคไม่ได้เข้าข้างค่ะ ในที่สุดแฟนจับได้ว่าน้องเปิดโอกาสให้ผู้ชายอื่น เขาโกรธและเสียใจมาก ร้องไห้เสียงดังแบบไม่เกรงใจใคร พ่อแม่ยอมรับผู้หญิงของเขาไม่ได้ก็กดดันมากพอแล้ว ยังเจอปัญหาคนรักนอกใจ สุดท้ายเขาขอเลิก

ความเจ็บเกิดขึ้นกับทั้ง 2 คนไม่ต่างกัน น้องผู้หญิงพยายามสารพัดที่จะขอคืนดี ขอเริ่มต้นใหม่ ขอโอกาสที่จะเดินข้างๆ กันต่อไป ไม่ว่าปัญหาที่เจอจะหนักแค่ไหนก็ตาม ผู้ชายไม่ยอมค่ะ เขายังคงยืนยันว่าหัวใจของเขาไม่พร้อมจะกลับไปเจ็บในเรื่องเดิมๆ แต่นั่นแหละคนเรารักกัน อยู่ตรงไหนก็รัก แยกกันไปยังไงก็รัก ผ่านไปไม่นาน สองคนก็ตัดสินใจลองกลับมาคบกันใหม่ แก้ไขปัญหาที่เคยละเลยความรู้สึกของกันและกัน พยายามสร้างวันใหม่ๆ ให้ดี เพื่อลบเลือนอดีตที่เจ็บปวดของคนสองคน ไม่ว่าพ่อแม่จะว่ายังไง เขาและเธอยืนยันจะทำให้ท่านเห็นว่า เราเลือกกันแล้ว

7 ปีกว่าๆ ที่บ้านของเขาเริ่มจะเห็นใจ และพอรับได้ว่า ต่างกันเรื่องของศาสนาใช่ว่าจะรักกันไม่ได้ น้องผู้หญิงเริ่มเข้าไปช่วยงานที่บ้านเขา แบ่งเบาภาระของพ่อและแม่ เริ่มกลายเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว ตัวน้องเองยังคิดไม่ถึงเลยว่าจะมีวันนี้ได้ยังไง

ก่อนทุกอย่างจะลงเอย สัญญาณอันตรายก็คล้ายๆ จะดังขึ้นมาอีก โทรไปเขาไม่ค่อยรับสาย ติดต่อไม่ได้ พ่อแม่เองก็ไม่เข้าใจลูกชายว่า หลังๆ ทำไมมีงานต้องไปต่างจังหวัดบ่อยๆ วันหนึ่งน้องผู้หญิงปักหลักรอที่บ้านเขา วันก็แล้ว 2 วันก็แล้ว ในที่สุดบ่ายของวันหนึ่งเขากลับมาพร้อมกับผู้หญิงอีกคน เขาถึงกับชะงักเมื่อเห็นแฟนรออยู่ที่บ้านทั้งที่เป็นเวลางาน

พอส่งผู้หญิงคนนั้นกลับ เขาก็รับสารภาพว่า ตอนที่ห่างเธอไปช่วงที่จับได้ว่าเธอมีคนอื่น เขาได้ไปคุยกับผู้หญิงคนนี้ คุยแล้วรู้สึกดีก็เลยคบกัน แรกๆ คิดว่าจะคบสั้นๆ แต่ก็เกินเลยกันจนถึงวันนี้ เขาขอโทษ เขาแย่เองที่ทำให้ทุกอย่างพังหมด

ฟังเองยังคอตกเลยค่ะ รักแท้นึกว่าจะแพ้ครอบครัว ยังเอาชนะมาได้ สุดท้ายนี่คืออะไร กว่าจะสู้กันมาได้ ตั้ง 7 ปี กว่าจะเป็นคนที่เธอพาเข้าหาครอบครัวได้อย่างสบายใจ สุดท้ายความไม่หนักแน่นของหัวใจก็พาเธอไปอยู่ดี

เหมือนที่เราคุยกันบ่อยๆ ค่ะ เวลามีปัญหาให้แก้ที่ปัญหา อย่าแก้ด้วยการเพิ่มจำนวนคน เธอไม่ชัดเจน ไม่บอกฉันว่าอนาคตเอายังไง เธอไม่สื่อสาร ก็ต้องถาม ต้องให้ได้คำตอบนั้น ถ้าสู้ไม่ไหวก็เลิกกันไป ค่อยคบคนใหม่ก็ไม่ช้า พอเราหาคนใหม่ เขาได้โอกาสเดินจากไป สุดท้ายต่างคนต่างมีทางเลือกใหม่ ลืมไปว่าวันที่เราต่อสู้กันมามันยากลำบากแค่ไหน

ล่าสุด ผู้ชายแต่งงานไปแล้วค่ะ ต้องถือซะว่าเราไม่ได้เกิดมาเพื่อกัน แค่ช่วงเวลาสั้นๆ จบจากนั้นก็ต่างคนต่างไป รักแท้ๆ ไม่น่าแพ้อะไร โจทย์อื่นจะยากแค่ไหน มันเทียบไม่ได้เลยกับการเอาชนะความไม่มั่นคงของหัวใจตัวเอง


ดีเจพี่อ้อย

 

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement