advertisement

ฮือฮา! 'ผู้รู้' ฟันธง 'วิญญาณสาวชุดไทย' สุวรรณภูมิมีจริง ซินแสชี้ 'ทิศชง'ต้นปัญหา

โดย ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ 14 ก.ย. 2556 05:30

ของจริง! เจน ญาณทิพย์ ใช้จิตสื่อได้ชี้สุวรรณภูมิมีวิญญาณจริง ชี้ทำไมถึงออกมาเพ่นพ่านเพราะกรวดน้ำไม่ระบุ ขณะที่ ดร.สมิทธ ธรรมสโรช คอนเฟิร์มเฮี้ยนจริง เผยเคยนิมนต์พระทั้งวัดมาสวด สร้างคอนโดฯให้ผี แต่ความหลอนยังไม่ลดลง ด้านซินแสชื่อดังเชื่อฮวงจุ้ยทำให้เกิดเรื่องต่างๆ ผอ.สุวรรณภูมิยิ้มตอบทุกคำถาม ชี้ศาลแดงที่มาเจ้าแม่ชุดไทย...

กลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์หลังเหตุการณ์เที่ยวบินทีจี 679 เกิดอุบัติเหตุไถลออกจากทางวิ่งในวันที่  8 ก.ย. ที่ผ่านมา เรื่องราวความลึกลับยิ่งมีน้ำหนักใหญ่ เมื่ออดีตกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัทท่าอากาศยานไทย (ทอท.) ออกมาการันตีเรื่องราววิญญาณดังกล่าวว่ามีอยู่จริง จนเกิดเป็นเสียงวิพากษ์วิจารณ์มากมายเป็นวงกว้างว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่..?

ล่าสุด ไทยรัฐออนไลน์โทรศัพท์สอบถามไปยัง น.ส.เจนจิรา เรียบร้อยเจริญ หรือ เจน ญาณทิพย์ ผู้เชี่ยวชาญเรื่องการเห็นวิญญาณ พิธีกรจากรายการผีชื่อดัง ยืนยันหลังใช้จิตสัมผัสตรวจถึงกระแสข่าวดังกล่าวว่า ที่สนามบินสุวรรณภูมิมีวิญญาณเจ้าที่เจ้าทางแบบที่ทุกคนบอกเล่าจริงๆ

"หลังจากใช้จิตสื่อตรวจตรา ดิฉันสัมผัสได้ว่าที่สนามบินแห่งนี้มีวิญญาณที่เป็นเจ้าที่เจ้าทางจริงๆ เนื่องจากที่แห่งนี้เป็นที่ประวัติศาสตร์เป็นที่ที่มีเจ้าที่เจ้าทาง และดวงวิญญาณยังไม่ได้ไปเกิดมากมาย ดังนั้นจะทำอะไรต้องบอกเล่าบอกกล่าวจะได้ไม่มีปัญหา ทั้งการก่อสร้างหรือต่างๆ กรณีที่มีคนเห็นผู้หญิงใส่ชุดไทยไปช่วยตอนเครื่องบินตก ตามหลักแล้ววิญญาณจับต้องไม่ได้ ดังนั้นจะช่วยเหลือไม่ได้ แต่ครั้งนี้เจ้าที่เจ้าทางท่านอาจแฝงมาในร่างพนักงานมาช่วยเหลือก็เป็นได้"

สาวผู้มีเซนส์เห็นวิญญาณชื่อดังบอกด้วยว่า สาเหตุหลักที่มีข่าวว่ายังมีคนเห็นวิญญาณออกมาเพ่นพ่านที่สนามบินแห่งนี้ จากการใช้จิตสื่อเป็นการผิดพลาดเรื่องการอุทิศส่วนกุศล

"ทำบุญที่ทำกันก็ถือว่าดีแล้ว แต่เวลาอุทิศส่วนกุศลมี 2 วิธี คือกรวดแห้งกับใช้น้ำ เราไม่มีทางรู้หรอกว่าเขาได้รับหรือเปล่า ดังนั้นคนที่กรวดต้องตั้งจิตและกรวดน้ำให้กับวิญญาณที่อยู่ที่นั้นโดยตรง ไม่ใช่กรวดให้กับเจ้ากรรมนายเวร บิดามารดา ครูอาจารย์ของตัวเองก่อน แล้วค่อยมาให้เจ้าที่เจ้าทางทีหลัง เพราะกำลังบุญก็จะกระจายไปซะหมด จะทำบุญให้เขาต้องส่งให้เขาโดยตรง ทั้งเจ้าที่เจ้าทางและสัมภเวสี เพื่อให้กำลังบุญไปได้ทั่วถึง ตรงนี้เป็นจุดสำคัญที่ทำให้พวกเขาไม่อิ่มบุญ เกิดปัญหา เห็นผีบ่อยๆ เชื่อว่าถ้าแก้ปัญหาเรื่องการกรวดน้ำทำบุญตรงนี้แล้วก็จะช่วยลดปัญหาต่างๆ หรือการเกิดอุบัติเหตุได้ด้วย แม้จะเป็นสิ่งที่เหลือเชื่อ เป็นความเชื่อ แต่ถ้าเกิดซ้ำๆ แบบนี้ก็ไม่น่าจะเป็นเรื่องธรรมดา" เจน ญาณทิพย์ ระบุ

ดร.สมิทธ ธรรมสโรช อดีตประธานกรรมการบริษัท ท่าอากาศยานสากลกรุงเทพแห่งใหม่ (สนามบินสุวรรณภูมิ) คนแรกที่เข้าไปตอนสนามบินแห่งนี้ยังถมที่กันอยู่กล่าวไปในทำนองเดียวกันว่า ตนเป็นคนแรกๆ ที่เข้าไปดูแล สมัยนั้นก็เจอเรื่องราวลี้ลับมากมาย ส่วนตัวเชื่อโดยสนิทใจ แม้จะไม่เคยเจอสิ่งที่เรียกว่าผีจะจะ

"ผมถือว่าเป็นคนแรกๆ ที่เขาไปดูแลสนามบินแห่งนี้ไปตั้งแต่มันยังถมทรายกันอยู่เลย ที่ตรงนี้เดิมทีเป็นที่ของวัด เป็นที่ป่าช้า มีสุสานอิสลาม สุสานคนไทย สุสานคนตายมากมายอยู่ตรงนี้ พอเราจะสร้างสนามบินก็ต้องปรับสภาพ ก็เจอเรื่องติดขัดมากมาย ทำอะไรก็ไม่สำเร็จ จนต้องนิมนต์พระมาทั้งวัดเพื่อมาสวดไล่ก็ทำ สวดอุทิศส่วนกุศลก็ทำ เชิญซินแสมาดูฮวงจุ้ย มาสร้างศาลไม่รู้กี่ศาลสร้างศาลจนจำไม่ได้ สร้างแม้กระทั่งคอนโดฯ เพื่อให้ผีที่มีมากมายอยู่ เพราะถ้าสร้างเป็นบ้านธรรมดาจะบรรจุวิญญาณของที่นี่ไม่พอ แต่ดูเหมือนจะแค่ผ่อนหนักให้เป็นเบา เรื่องลี้ลับ เรื่องไม่ดี เรื่องวิญญาณเดินเพ่นพานทำอะไรติดๆ ขัดๆ ก็ยังคงอยู่จนผมออกมา ส่วนถามว่าเชื่อไหมที่นี่มีวิญญาณจริงผู้หญิงใส่ชุดไทย เชื่ออย่างแน่นอน" ดร.สมิทธ ระบุ

ด้าน หมอช้าง ทศพร ศรีตุลา ซินแสชื่อดัง จอมเก็บสถิติ กล่าวถึงประเด็นนี้ที่มีคนตั้งข้อสันนิษฐานฮวงจุ้ยสนามบินสุวรรณภูมิไม่ดีถึงทำให้เกิดเหตุการณ์ครั้งนี้นั้นว่า ตามตำราระบุเอาไว้ว่าหากที่ตรงไหนฮวงจุ้ยไม่ดี เหตุการณ์ร้ายๆ จะต้องเกิดเป็นประจำ แต่กรณีนี้ถือว่าเป็นเหตุการณ์ใหญ่ครั้งแรก ดังนั้นประเด็นเรื่องฮวงจุ้ยใหญ่ของสนามบินไม่ดีไม่น่าจะเกี่ยวข้องกัน

"แต่ประเด็นที่น่าสนใจอยู่ตรงทิศทางที่เป็นทิศไม่ดีของปีนี้ โดยปีนี้ทิศไม่ดีคือ 'ทิศตะวันออกเฉียงใต้' และ 'ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ' ภาษาฮวงจุ้ยคือ 'ทิศชง' ของปี ดังนั้นต้องมาดูว่ามีใครไปต่อเติม ไปขุด เจาะอะไรบริเวณทิศนั้นหรือเปล่า หากมีก็จะส่งผลกระทบไปโดนตำแหน่งที่ผิดทางฮวงจุ้ยได้ เปรียบเสมือนกับบ้านคน ถ้าหากใครไปต่อเติมที่ที่ผิดทิศผิดทางมันจะทำให้เกิดเรื่องร้ายได้ในที่อยู่อาศัย ดังนั้นก็ต้องถามทางการท่าอากาศยานว่ามีใครไปทำอะไรหรือไม่"

หมอช้างบอกว่า อีกประเด็นที่น่าสนใจก็คือ พื้นที่ของสนามบินสุวรรณภูมิเมื่อมองจากมุมสูงจะเป็นรูปกากบาทเยอะมาก หลักฮวงจุ้ยถือว่าเป็นรูปทรงที่ไม่เหมาะสมเท่าไหร่ แต่เชื่อว่าที่ผ่านมีการแก้เคล็ดด้วยพิธีกรรมต่างๆ ไปบ้างแล้ว

"หากยังจำกันได้ก่อนหน้าแก้ฮวงจุ้ยด้วยการเอายักษ์มาตั้ง เพราะว่าสุวรรณภูมิ มองในหลักของฮวงจุ้ยแบบไทย ถือว่าชื่อเดิมเป็นชื่อหนองงูเห่าที่ไม่เหมาะเท่าไหร่ เพราะชื่อ 'หนองงูเห่า' หรือเปรียบเป็น 'พญานาค' แต่เครื่องบินที่บินลงมาเหมือนกับ 'ครุฑ' ฉะนั้นถ้าย้อนประวัติศาสตร์ไปหากไม่เปลี่ยนชื่อเป็นชื่อหนองงูเห่าจะทำให้เกิดปัญหาเพราะว่าไม่ถูกกัน

แต่พอเปลี่ยนชื่อเป็นสุวรรณภูมิถือเป็นการแก้ปัญหาที่ถูกแล้ว ส่วนตัวอาคารก็มีองค์ประกอบหลายอย่างที่ช่วยแก้ไข ทั้งสิ่งที่มองเห็นและมองไม่เห็น ผมจึงเชื่อว่าครั้งล่าสุดไม่น่าจะเป็นการผิดพลาดของฮวงจุ้ยอาคาร น่าจะเป็นผลกระทบในการต่อเติมผิดทิศผิดเวลาในปีนี้ จึงอยากจะย้ำเตือนว่าแม้จะใกล้หมดปีแล้ว แต่ก็ยังอยากให้ควรระวัง 'ทิศตะวันออกเฉียงใต้' และ 'ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ' เอาไว้ให้มากๆ ใครที่จะต่อเติมซ่อมแซมอาคารสนามบิน ที่อยู่อาศัย 2 ทิศนี้ก็จะทำให้เกิดเรื่องร้ายขึ้น นั้นคือข้อควรระวัง ส่วนเรื่องวิญญาณนั้นตนไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญจึงไม่อยากแสดงความคิดเห็น" ซินแสชื่อดังกล่าวสรุป

ขณะที่ นางระวีวรรณ เนตระคเวสนะ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท.ตอบข้อสงสัยเหล่านี้ ทั้งเรื่องทิศชง เรื่อง พื้นที่เฮี้ยน คอนโดฯผี

"ถามว่าภายในปีนี้ มีการซ่อมสนามบิน แท็กซี่เวย์ และพื้นที่บริเวณอื่นๆ บ้าง ตอบว่า มีเป็นการซ่อมแบบเล็กๆ น้อยๆ มาโดยตลอดแทบจะทุกทิศ แต่ทางการบินเขาไม่ได้ระบุว่า 'ทิศตะวันออกเฉียงใต้' หรือ 'ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ' ละเอียดเหมือนกับการดูฮวงจุ้ย จะแบ่งทิศแบบชัดเจนไปเลยไม่มีเฉียงเหนือเฉียงใต้เพราะจะได้แบ่งชัดเจน อย่างที่เกิดเหตุเราเรียกกันว่ารันเวย์ฝั่งตะวันออกแล้วค่อนไปในทางใต้ ส่วนถามว่ามีการซ่อมในทิศที่หมอดูฮวงจุ้ยเตือนไหม ที่นี่มีการใช้งานหนักขนาดนั้นมันก็มีซ่อมอยู่ตลอดเวลา ปีนี้ปีเดียวก็นับจุดซ่อมไม่ถ้วนเลย วันละ 800 เที่ยวบิน รันเวย์ถูกซ่อมตลอดเพื่อไม่ให้เศษอะไรต่ออะไรมาขัดขวางการขึ้นต้องซ่อมตลอดเวลาทุกทิศทางทั่วรันเวย์ ดังนั้นอาจจะเป็นตรงนี้ก็ได้ไม่เชื่ออย่าลบหลู่"

เมื่อถามกระแสข่าวเรื่องวิญญาณ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กล่าวว่าไม่อยากให้ทุกคนเรียกว่าผี เพราะท่านคือเจ้าที่เจ้าทาง

"ต้องเข้าใจก่อนว่าที่ 2 หมื่นกว่าไร่ แล้วเป็นทุ่งเก่า เป็นวัด สุสาน สมัยโบราณถ้าดูจากประวัติศาสตร์เขาบอกแล้วที่นี่เป็นที่พักของทหารที่พักของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช จุดนี้เป็นจุดที่พักสนามรบจุดพักคน ดังนั้นเมื่อนำมาทำสนามบินแล้ว เจ้าที่ที่นี่ถึงเยอะมากถึง 16 ศาล 16 เจ้าที่เจ้าทาง บรรพบุรุษที่เราต้องไหว้ ซึ่งเป็นศาลใหญ่ 16 ที่ อย่างดิฉันมาเป็น ผอ.มาอยู่สุวรรณภูมิ ตั้งแต่เริ่มสร้างที่นี่มาทำพิธีการบวงสรวงหมดทุกคน ทุกเดือนวันพฤหัสบดีที่ไม่ใช่วันพระ เราจะเลือกหนึ่งวันมาบูชาศาลเจ้าที่ 4 ทิศ จาก 16 ที่ ซึ่งเป็นพิธีใหญ่ต้องไหว้โดยเฉพาะ 'ศาลแดง' อยู่ในที่ลึกลับซับซ้อนเข้าไปข้างในคนอื่นไปไม่เป็นเป็นศาลที่คนเจอผู้หญิงใส่ชุดไทยกันเยอะมาก ของแบบนี้เราต้องเคารพมาอาศัยท่านอยู่ อาศัยทำมาหากินต้องถวายหมากพลู อาหาร พวงมาลัย ทำมาตลอดต่อเนื่อง ดังนั้น จึงเชื่อเรื่องนี้ 100% แม้จะไม่เคยเจอ แต่พระท่านเคยบอกว่าดิฉันเป็นคนเกิดวันอาทิตย์ดวงใหญ่ ฐานใหญ่ ชาติที่แล้วเป็นนักรบมาก่อนดังนั้นให้บูชา อยู่ที่ไหนก็เคารพเรื่องแบบนี้เชื่อไว้ไม่เสียหาย" ผอ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กล่าวในที่สุด.

โหวตข่าวนี้
advertisement

Thairath TV

คิดต่าง อย่างเข้าใจ
advertisement