advertisement

ความรู้เรื่องเชื้อเพลิง E85

โดย อาคม รวมสุวรรณ 14 พ.ค. 2556 13:45

พลังงานในรูปของเชื้อเพลิงทดแทนจากเอทานอลกำลังเข้ามาช่วยให้การใช้รถยนต์ของคนไทยมีความประหยัดมากยิ่งขึ้น รถยนต์แบบเฟล็กซ์ฟิวที่มีขายในประเทศได้เข้ามาทำให้ทางเลือกในการเติมเชื้อเพลิงมีความหลากหลาย เชื้อเพลิงทางเลือกเอทานอลยังรักษาสภาพแวดล้อมเนื่องจากปล่อยมลพิษน้อยกว่าเชื้อเพลิงเบนซินปกติทั่วไป...

น้ำมันเชื้อเพลิงที่มีตัวอักษร E นำหน้า หมายถึงการผสมผสานระหว่างน้ำมันเชื้อเพลิงเบนซินและเอทานอล หรืออีกชื่อหนึ่งที่เรียกกันว่าแก๊สโซฮอล์ สำหรับตัวเลขที่ต่อท้ายหมายถึงปริมาณเอทานอลที่ผสมอยู่ เช่น E85 มีส่วนผสมของเอทานอล 85% และน้ำมันเชื้อเพลิงอีก 15% ในขณะที่ E10 มีเอทานอล 10% ผสมกับน้ำมันเบนซิน 90% เช่นเดียวกับ E20 ที่มีเอทานอล 20% และเบนซินอีก 80% ในประเทศไทยนั้น เริ่มทำการจำหน่ายเชื้อเพลิงแก๊สโซฮอล์มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2544 โดยมีส่วนผสมเอทานอล E10 สำหรับในประเทศอื่นๆ นั้น ก็ได้มีการส่งเสริมให้ใช้เชื้อเพลิงทางเลือกประหยัดพลังงานกันอย่างแพร่หลาย ทั้งที่ออสเตรเลีย บราซิล แคนาดา สหรัฐอเมริกาและยุโรปในบางประเทศที่เล็งเห็นถึงคุณประโยชน์ของเชื้อเพลิงเอทานอล


ความจริงแล้วเชื้อเพลิงแก๊สโซฮอล์ 95 ก็คือเชื้อเพลิง E10 นั่นเองท่ี่ผสมกับน้ำมันออกเทน 95 ขณะที่แก๊สโซฮอล์ 91 นั้นมีราคาขายที่ถูกกว่าเนื่องจากมีออกเทนน้อยกว่า ซึ่งเชื้อเพลิงแก๊สโซฮอล์ 91 ก็คือเชื้่อเพลิงเบนซินแบบ 95 ที่ผสมกับเอทานอล เพียงแต่ออกเทนของแก๊สโซฮอล์ 91 นั้นน้อยกว่าออกเทนของแก๊สโซฮอล์ 95 นั่นเอง ค่าออกเทนที่สูงกว่าจะทำให้การจุดระเบิดสมบูรณ์ ให้สมรรถนะดีขึ้นเล็กน้อยในรถยนต์ที่มีอัตราส่วนกำลังอัดสูงและใช้ระบบจุดระเบิดแบบแปรผัน สำหรับเอทานอลนั้น ผลิตได้จากวัสดุทางชีวภาพที่ผ่านขั้นตอนขบวนการหมัก วัตถุดิบดังกล่าวมีทั้งอ้อย มันสำปะหลัง เมล็ดข้าว ข้าวบาร์เลย์ มันเทศ ต้นทานตะวัน ข้าวสาลีและมวลชีวภาพอื่นๆ โดยที่อ้อยและมันสำปะหลังเป็นวัตถุดิบหลักในการใช้ผลิตเอทานอลของประเทศไทย ปัจจุบัน ประเทศไทยมีการทำการเกษตรไร่อ้อยรวมพื้นที่ทั้งสิ้น 8 ล้านไร่ และมีพื้นที่ปลูกมันสำปะหลังอีก 8 ล้านไร่


ประโยชน์ของเอทานอลต่อสิ่งแวดล้อมเป็นที่ยอมรับในวงกว้าง เอทานอลมีปริมาณของออกซิเจนสูงกว่าราว 30% เมื่อเทียบกับเชื้อเพลิงเบนซิน ผลลัพธ์ที่ได้คือการเผาไหม้ที่หมดจดและสะอาดกว่า โดยทั่วๆ ไปแล้วเชื้อเพลิง E85 จะช่วยลดการปล่อยแก๊สคาร์บอนไดออกไซค์ CO2 ลงได้ประมาณ 20% ขณะที่มลพิษอื่นๆ เช่น คาร์บอนมอนน็อคไซค์ ไนตรัสออกไซค์ และซัลเฟอร์ไดออกไซค์จะมีปริมาณลดลงอย่างมากเช่นกัน แก๊สมลภาวะเหล่านี้ก่อให้เกิดสภาวะเรือนกระจก ตามมาด้วยสภาวะโลกร้อน เชื้อเพลิงที่มีส่วนผสมของเอทานอลยังลดสารก่อมะเร็งบางชนิดอย่างเบนซินและบิวทาไดอีนอีกด้วย ในปัจจุบัน ประเทศไทยใช้น้ำมันเบนซิน 20 ล้านลิตร และดีเซลอีก 50 ล้านลิตรต่อวัน เนื่องจากแหล่งผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงและทรัพยาการที่น้อย ทำให้ไทยต้องนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงส่วนใหญ่จากต่างประเทศ โดยในปี พ.ศ.2552 ประเทศไทยใช้งบประมาณในการนำเข้าเชื้อเพลิงเป็นจำนวนเงิน 623,000 ล้านบาท ขณะที่ในปี พ.ศ. 2555 ตัวเลขดังกล่าวเพิ่มขึ้นเป็น 1.1 ล้านบาท


นอกจากข้อดีต่อสิ่งแวดล้อมแล้ว การใช้เอทานอลในวงกว้างยังมีส่วนช่วยในด้านความมั่นคงของพลังงานในประเทศ เนื่องจากเอทานอลสามารถผลิตได้ในปริมาณมากๆ ในประเทศไทย เป็นพลังงานหมุนเวียนที่มีความยั่งยืน ช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานในประเทศและมีส่วนสำคัญในการลดการนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงจากต่างประเทศ การผลิตเอทานอลยังสามารถสร้างรายได้ให้กับประเทศด้วยการส่งออก ในปี พ.ศ. 2550 ไทยส่งออกเอทานอลจำนวน 14.9 ล้านลิตร ก่อนที่จะเพิ่มเป็น 303.87 ล้านลิตรในปี พ.ศ. 2555 สำหรับประเทศที่นำเข้าเอทานอลจากไทยมากที่สุด ได้แก่ ประเทศญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์และเกาหลีใต้ ในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาประเทศไทยมีการใช้เอทานอลจำนวนถึง 2.4 ล้านลิตรต่อวัน ความต้องการใช้มีแนวโน้มว่าจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว กระทรวงพลังงานประเมินว่า ยอดการใช้เอทานอลจะเพิ่มถึงระดับ 9 ล้านลิตรต่อวันในปี 2565 ทุกวันนี้มีรถยนต์เฟล็กซ์ฟิวจำนวน 52,112 คันวิ่งอยู่บนถนนในประเทศไทย มีสถานีบริการเชื้อเพลิง E85 จำนวน 64 แห่งทั่วประเทศ ทั้งสองตัวเลขนี้คาดว่าจะปรับเพิ่มขึ้นหลังจากที่มีรถยนต์ที่สามารถรองรับเชื้อเพลิงชนิดนี้ออกสู่ตลาด รวมถึงรถยนต์ Chevrolet Captiva และ Cruze


เพื่อทำความเข้าใจกับรถยนต์ที่สามารถใช้เชื้อเพลิง E85 ให้มากยิ่งขึ้น ก่อนอื่นต้องพิจารณาถึงข้อเท็จจริงบางประการของเอทานอลเสียก่อน เอทานอลมีคุณสมบัติกัดกร่อน มีค่าความร้อนต่ำกว่าราว 28% ซึ่งหมายความว่าหากต้องการพลังงานเทียบเท่าเชื้อเพลิงเบนซิน จะต้องใช้เอทานอลในปริมาณที่มากกว่า ขณะเดียวกันเมื่อเทียบกับน้ำมันเบนซินทั่วไปแล้ว เอทานอลมีค่าออกเทนสูงกว่าน้ำมันเบนซินอีกด้วย เพื่อการใช้ประสิทธิภาพ E85 ได้อย่างน่าพึงพอใจ รถยนต์จะต้องมีระบบเชื้อเพลิงที่รองรับ E85 เพื่อให้มีความทนทานต่อคุณสมบัติกัดกร่อนของเอทานอล ไม่ว่าจะเป็นปั๊มเชื้อเพลิง สายนำส่งเชื้อเพลิง หัวฉีดและเครื่องยนต์รวมถึงชิ้นส่วน เช่น ลูกสูบ แหวนรองลูกสูบ วาล์วและบ่าวาล์วจะต้องมีความแข็งแกร่งทนทานมากยิ่งขึ้น เนื่องจากเอทานอลปริมาณมากจะต้องถูกใช้เพื่อผลิตพลังงานให้ได้เท่ากับ เครื่องยนต์เบนซิน ปั๊มเชื้อเพลิง สายเชื้อเพลิงและหัวฉีดจะต้องมีอัตราไหลลื่นมากกว่า เอทานอลมีค่าออกเทนสูงกว่าเชื้อเพลิงเบนซิน จังหวะของการจุดระเบิดจะต้องเกิดขึ้นล่วงหน้าและหน่วงเวลาโดยขึ้นอยู่กับปริมาณของเอทานอลในเชื้อเพลิง การจุดระเบิดด้วยระบบจุดระเบิดที่ทันสมัยจะทำให้เครื่องยนต์มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น สำหรับเครื่องยนต์ E85 พละกำลังที่เพิ่มขึ้นได้เข้ามาชดเชยการผลิตพลังงานที่น้อยกว่าของเอทานอล จึงไม่ส่งผลกระทบไปถึงกำลังในรูปของแรงม้าจากเครื่องยนต์ ซึ่งเป็นเรื่องที่มักจะมีความเข้าใจที่ผิดมาโดยตลอด

กล่อง ECU ในรถยนต์เฟล็กซ์ฟิวจะทำการปรับอัตราการไหลเวียนเชื้อเพลิงและการจุดระเบิดในทันที ความยืดหยุ่นในระบบทำให้รถยนต์เฟล็กซ์ฟิวสามารถรองรับเชื้อเพลิงได้ตั้งแต่ E10 ไปจนถึง E85 นั่นคือที่มาของรถยนต์แบบเฟล็กซ์ฟิว สำหรับความเข้าใจผิดเกี่ยวกับเอทานอลคือจะสามารถเพิ่มกำลังของเครื่องยนต์ได้เนื่องจากมีค่าออกเทนสูง แต่ในความเป็นจริงแล้วนั้น ค่าออกเทนที่สูงจะช่วยในเรื่องของการจุดระเบิดล่วงหน้าแต่ยังคงคายกำลังเท่าเดิม การเพิ่มกำลังของเครื่องยนต์จะต้องมีการปรับปัจจัยหลายอย่าง เช่น อัตราส่วนกำลังอัด ซึ่งถูกกำหนดมาจากโรงงานผู้ผลิตนั้นไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้นอกจากการปรับแต่งเครื่องยนต์ครั้งใหญ่ ส่วนผสมของอากาศและเชื้อเพลิง อัตราการไหลเวียนของเชื้อเพลิง การปรับแต่งเครื่องยนต์และจูนกล่องควบคุม ECU ปัจจุบันมีชุดปรับแต่งเครื่องยนต์ให้สามารถรองรับเชื้อเพลิงแบบ E85 แต่ก็ยังคงไม่สมบูรณ์แบบมากนัก แตกต่างจากรถยนต์แบบเฟล็กซ์ฟิวที่ผลิตโดยตรงจากโรงงาน ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อรองรับเชื้อเพลิงทดแทนโดยเฉพาะ

เนื่องจากเอทานอลจะต้องถูกใช้ในปริมาณมากกว่าเพื่อที่จะผลิตพลังงานให้เทียบเท่าเชื้อเพลิงเบนซิน อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงของเอทานอลจึงสูงกว่าเชื้อเพลิงแบบเบนซิน แต่ด้วยราคาที่ถูกกว่าเบนซิน (เอทานอล E85 ลิตรละประมาณ 21.38 บาท) ถูกกว่าแก๊สโซฮอล์ 91 ซึ่งมีราคาสูงถึง 34.68 บาท ข้อได้เปรียบในจุดของราคาเอทานอลที่ถูกกว่าทำให้อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงไม่ใช่ปัญหาแต่อย่างใด ถึงแม้จะสิ้นเปลืองมากกว่าเชื้อเพลิงเบนซินและต้องเติมบ่อยกว่า แต่ผู้ใช้ E85 ก็ยังพบว่ามีค่าใช้จ่ายในการเติมเชื้อเพลิงที่ต่ำกว่าเบนซินอยู่ดี แถมยังช่วยในเรื่องของมลพิษที่ลดลงอีกด้วย.

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom

 

โหวตข่าวนี้