advertisement

หมดปัญหากลิ่นเต่า 'โบท็อกซ์' ช่วยได้

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 27 มี.ค. 2556 15:00

สารพัดวิธีการระงับกลิ่นตัว บางทีอาจไม่ช่วยอะไร สำหรับคนที่มีปัญหาตรงนี้อย่างรุนแรง ซึ่งนอกจากจะทำให้ตัวเราเองเสียความมั่นใจแล้ว คนรอบข้างก็ไม่กล้าเข้าใกล้ในระยะประชิด เป็นแบบนี้คงไม่ไหว ต้องหาทางกำจัดด่วน...

สาเหตุของการเกิดกลิ่นตัวนั้นมีอยู่หลายปัจจัย โดย พญ.ดวงกมล ทัศนพงศากุล อายุรแพทย์เฉพาะทางโรคผิวหนัง โรงพยาบาลเวชธานี เผยว่ากลิ่นตัว เกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น พันธุกรรม การรับประทานทานยาบางชนิด เช่น ยาปฏิชีวนะ การรับประทานอาหารบางชนิด เช่น หอม กระเทียม เครื่องเทศ ชะอม สะตอ ผู้ที่มีเหงื่อออกมากผิดปกติ มักพบได้ที่บริเวณใต้รักแร้ ฝ่ามือ ฝ่าเท้า โดยเชื้อแบคทีเรียที่อยู่บนผิวหนังจะเจริญได้ดีในภาวะที่มีเหงื่อออกมาก และทำให้เกิดกลิ่นเหม็นได้

สำหรับคนที่เหงื่อออกมากผิดปกติ จนทำให้เกิดกลิ่นตัวได้นั้น มีอยู่หลายสาเหตุ ทั้งพันธุกรรม สิ่งแวดล้อม เป็นโรคไทรอยด์เป็นพิษ คอพอก เบาหวาน วัณโรค โรคหัวใจ โรคทางสมอง โรคอ้วน โรคเครียด และวัยใกล้หมดประจำเดือน

การรักษาในแบบทั่วๆ ไป เริ่มต้นคงต้องหันมาดูแลรักษาความสะอาด และอาบน้ำอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง พร้อมกับใช้สบู่ฟอกตามบริเวณที่มีเหงื่อออกมา เพื่อลดแบคทีเรียที่ทำให้เกิดกลิ่นเหม็น ต่อมาก็ควรเลือกใช้ยาระงับกลิ่นตัว ( DEODORANT) ที่ช่วยลดกลิ่น แต่การใช้ยาประเภทนี้ต้องระวัง เพราะในบางคนอาจเกิดอาการแพ้ ระคายเคือง และทำให้เกิดรอยดำได้ หากมีปัญหากลิ่นตัวที่มีสาเหตุจากเหงื่อออกมากก็ควรหาวิธีรักษาเพื่อระงับกลิ่นเหงื่อดีกว่า

วิธีต่อมาอาจเลือกการใช้ยาระงับเหงื่อ (ANTIPERSPIRANT ) ซึ่งจะทำให้เกิดการบวมของท่อเหงื่อ แล้วเกิดการอุดตัน ทำให้ลดการไหลของเหงื่อได้ แต่ไม่ควรใช้ยาที่มีส่วนผสมของน้ำหอม เพราะจะทำให้เกิดผื่นผิวหนังอักเสบ และทำให้เกิดรอยดำจากผื่นได้ ซึ่งยาระงับเหงื่อที่มีขายตามท้องตลาดนั้นมักมีส่วนผสมของน้ำหอม เเนะนำให้พบแพทย์เพื่อแพทย์จะได้สั่งยาที่มีส่วนผสมของ อะลูมิเนียมคลอไรด์ 20% ซึ่งใช้สำหรับระงับเหงื่อได้

การทำไออนโตเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยได้ ซึ่งจะทำบริเวณฝ่ามือ และฝ่าเท้า โดยแช่ฝ่ามือ หรือฝ่าเท้าลงในอ่าง พร้อมกับปล่อยกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ จากเครื่องไอออนโต ซึ่งจะช่วยลดการทำงานของต่อมเหงื่อ ทำให้เหงื่อออกน้อยลง ทำได้ 2 – 3  ครั้งต่อสัปดาห์ ต้องทำอย่างน้อย 6-8  ครั้ง จึงจะเริ่มเห็นผล
ทั้งนี้ การระงับกลิ่นตัวยังมีอีก 1 วิธีที่เน้นการการรักษาจากภายในก็คือ การฉีดโบท็อกซ์ (BOTOX) เพื่อรักษาภาวะเหงื่อออกเฉพาะที่ โดยการฉีดโบท็อกซ์เข้าไปบริเวณที่มีเหงื่ออกมาก โบท็อกซ์จะออกฤทธ์โดยการไปยับยั้งสาร Acetylcholine ที่หลั่งออกมาควบคุมระบบประสาทที่ทำให้เกิดการหลั่งของเหงื่อ วิธีนี้สามารถลดเหงื่อได้  83% ซึ่งถ้าอาการเหงื่อออกมากลดลงแล้ว ส่งผลช่วยลดภาวะกลิ่นตัวด้วย เริ่มเห็นผลหลังการฉีดประมาณ 2 – 4 สัปดาห์ ผลการรักษาจะอยู่ได้ประมาณ 6 – 8 เดือน ทั้งนี้ ขึ้นกับบุคคล ผลข้างเคียงน้อยมาก อาจมีอาการบวม แดง รอยช้ำ ซึ่งเป็นอยู่ไม่นานประมาณ 3- 7 วัน ก็หายไป หลังฉีดไม่ต้องพักฟื้น สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ

นอกจากนี้ยังมีอีกทางเลือกในการกำจัดกลิ่นที่ได้ผลดี คือ การผ่าตัดเอาต่อมเหงื่อหรือเส้นประสาทที่ควบคุมต่อมเหงื่อออก  แต่ก็มีข้อเสียคือ อาจทำให้เกิดรอยแผลเป็นได้

ทั้งนี้ แพทย์หญิงดวงกมล กล่าวฝากไว้ว่า แนวทางการลดกลิ่นตัวข้างต้น ค่อนข้างได้ผลหากปฏิบัติตาม แต่หากลองปฏิบัติดูแล้วยังไม่สามารถทำให้กลิ่นไม่พึงประสงค์จางหายไปได้ ก็สามารถพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่มาแห่งกลิ่น และรักษาได้ตรงจุด

ศูนย์ผิวหนัง เลเซอร์และความงาม โรงพยาบาลเวชธานี

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement