advertisement

ยาลดความดันโลหิต รับประทานถูกวิธี ชีวิตยืนยาว

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 19 มี.ค. 2556 14:00

ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมรับประทานยาลดความดันโลหิตกันเสียใหม่ เพราะโรคนี้ไม่ใช่โรคที่หายขาด ต้องรักษากันยาวนาน และการรักษาต้องขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการใช้ชีวิตของผู้ป่วยด้วย


ความดันโลหิตสูงเป็นโรคที่พบได้บ่อยในปัจจุบัน และเป็นโรคที่ต้องได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่องเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโรคแทรกซ้อนต่างๆ ตามมา เช่น โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด หัวใจวาย โรคไต หรือหลอดเลือดในสมองแตก เป็นต้น ซึ่งการรักษาโรคความดันโลหิตสูงนั้นมีทั้งการรักษาโดยใช้ยาและไม่ใช่ยาประกอบกัน ทั้งนี้หากผู้ป่วยต้องรับประทานยาลดความดันโลหิต ควรมีการทำความเข้าใจให้ถูกต้องเกี่ยวกับการใช้ยาดังนี้

ควรรับประทานยาสม่ำเสมอ ไม่หยุดยา หรือปรับขนาดยาขึ้น ลง เอง

ผู้ป่วยหลายท่านเมื่อรับประทานยาไประยะหนึ่งแล้วความดันโลหิตลดลง และไม่มีอาการผิดปกติอะไร อาจเข้าใจว่าหายแล้ว ไม่มีอันตรายอะไรและหยุดรับประทานยาเอง ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ผิด เนื่องจากโรคความดันโลหิตสูงเป็นโรคเรื้อรัง ไม่หายขาด ต้องใช้ยาอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง การรับประทานยาแล้วความดันโลหิตลดลงมาเป็นปกติแสดงว่าควบคุมความดันโลหิตได้ดี ลดโอกาสเกิดโรคแทรกซ้อนต่างๆ ได้  แต่หากหยุดรับประทานยาเมื่อใดความดันโลหิตจะกลับมาสูงอีก และอาจทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนต่างๆ ได้

หากมีเพื่อนหรือคนรู้จักแนะนำให้รับประทานยา หรืออาหารเสริมที่ระบุว่ามีผลดีในการลดความดัน ผู้ป่วยควรปรึกษาแพทย์ก่อนไม่ควรเปลี่ยนยา หรือรับประทานยาเพิ่มเองเนื่องจากการได้รับยาลดความดันโลหิตมากเกินไปอาจทำให้ความดันลดต่ำจนเป็นอันตรายได้

ควรรับประทานยาในเวลาเดิมทุกวัน


เพื่อให้ยาออกฤทธิ์ควบคุมความดันได้อย่างสม่ำเสมอ เช่น รับประทานยาตอนเช้า ควรรับประทานตอนเช้าทุกวัน ไม่เปลี่ยนเป็นบางวันเช้า บางวันเย็น บางวันก่อนนอน เป็นต้น ส่วนจะรับประทานยาก่อนหรือหลังอาหารนั้นขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของยาแต่ละชนิด ควรสอบถามแพทย์หรือเภสัชกรให้เข้าใจก่อนเริ่มรับประทานยา  กรณีลืมรับประทานยา หากยังมีเวลาอีกนานกว่าจะถึงมื้อถัดไปให้รับประทานทันทีที่จำได้ แต่หากอีกไม่นานจะถึงมื้อถัดไปให้รับประทานมื้อถัดไปตามปกติ ไม่ต้องรับประทานเพิ่มเป็น 2 เท่า เพราะจะทำให้ความดันลดต่ำลงอย่างมาก และอาจเกิดอาการหน้ามืด เป็นลมได้

มีข้อที่ควรทราบคือยาลดความดันโลหิตในกลุ่มยาขับปัสสาวะ จะทำให้ผู้ป่วยปัสสาวะบ่อยกว่าปกติ โดยทั่วไปหากรับประทานวันละ 1 ครั้งควรรับประทานตอนเช้า แต่หากต้องรับประทานวันละ 2 ครั้ง ควรรับประทานตอนเช้า และกลางวัน ไม่ควรรับประทานตอนเย็นหรือก่อนนอน เพราะจะทำให้ต้องลุกมาปัสสาวะตอนกลางคืนบ่อยครั้ง


ควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทาน


นอกจากการรับประทานยาแล้ว ผู้ป่วยควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตร่วมด้วยเพื่อให้ควบคุมความดันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น หากผู้ป่วยมีน้ำหนักเกินมาตรฐาน การลดน้ำหนักสามารถลดความดันโลหิตได้ 5-20  mmHg ต่อการลดน้ำหนักตัว 10 kg รับประทานผัก ผลไม้ให้มาก ลดปริมาณไขมันในอาหารโดยเฉพาะไขมันอิ่มตัว ลดการรับประทานเกลือโซเดียมให้น้อยกว่า 6 g ของโซเดียมคลอไรด์ต่อวัน ควรออกกำลังกายชนิดแอโรบิกอย่างสม่ำเสมอ เช่น การเดินเร็วๆ อย่างน้อย 30 นาทีต่อวัน และเกือบทุกวัน จำกัดการดื่มแอลกอฮอล์ไม่เกิน 2 drink ต่อวันในผู้ชาย และไม่เกิน 1 drink ต่อวันในผู้หญิงและคนน้ำหนักน้อย (1 drink เทียบเท่ากับ 44 ml ของสุรา 40%, 355 ml ของ เบียร์ 5% หรือ 148 ml ของเหล้าองุ่น 12%)

ภาพและข้อมูล : โรงพยาบาลเวชธานี www.vejthani.com

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement