advertisement

'ผ่าฮวงจุ้ยปีมะเส็ง 2556 ไทยจะมีนายกฯ ผู้ชาย ..' เปิดคฤหาสน์ อ.หม่า ซินแสฮวงจุ้ย หมื่นล้าน

โดย ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ 16 ม.ค. 2556 05:30

นานกว่านาน, กว่าจะนัด กว่าจะสัมภาษณ์ผู้กุมความลับของนักธุรกิจ นักการเมืองชื่อดังทั่วฟ้าเมืองไทยได้ พูดเป็นภาษาข่าวก็ต้องบอกว่า เขาคือซินแสชื่อดังที่มีคิวทองฝังเพชรมากที่สุดคนหนึ่งในวงการเลยทีเดียว...!

เมื่อทุกอย่างลงตัว ไทยรัฐออนไลน์ได้รับเกียรติเปิดบ้านมูลค่า 300 ล้าน (บ้านหลังนี้แต่งถูกต้องตามหลักฮวงจุ้ยเป็น 1 ใน 88 แบบ) พร้อมกับเจาะเส้นทางชีวิตที่ยิ่งกว่านิยาย คุยเรื่องลับๆ ของนักการเมือง 2 พรรคใหญ่ที่มาใช้บริการ เรื่องเบื้องหลังฮวงจุ้ยทำเนียบที่ผิดๆ เรื่องเมืองหลวงที่ย่ำแย่ทำให้ขัดแย้งหลายสิบปีที่ผ่านมา


"สิ่งที่หลายคนไม่รู้และเป็นสิ่งที่น่าตกใจก็คือประเทศไทยมีฮวงจุ้ยย่ำแย่มากถึง 99.99 %"



ไปจนถึงเรื่องนายกฯ คนใหม่ที่เขาบอกว่า เมืองไทยจะมีนายกฯ คนใหม่เป็นผู้ชายมีฐานะ ไม่แก่และก็ไม่เด็กจนเกิน และที่สำคัญปี 2556 เขาจะปรากฏตัว กับ ซินแสฮวงจุ้ยที่โด่งดังและได้รับยอมรับมากที่สุดคนหนึ่งไม่เพียงใน ประเทศไทย อ.หม่า หรือ อ.วรธนัท (ณรงค์) อัศกุลโกวิท ปรมาจารย์แห่งวิชาฮวงจุ้ย 1 ใน 3 ของโลก

ชีวิตยิ่งกว่านิยาย! จากเศรษฐีหมื่นล้าน สู่กรรมกรโรงงาน!


อ.หม่า เล่าเส้นทางการเป็นซินแสฮวงจุ้ยให้ฟังว่า เดิมต้นตระกูลคุณปู่เป็นนายทหารอยู่พรรคก๊กมินตั๋ง แต่ดังเดิมครอบครัวทำธุรกิจ ช่วงนั้นเป็นช่วงรอยต่อของการเปลี่ยนแปลงการปกครองสมัยเปลี่ยนจากราชวงศ์มา เป็นคอมมิวนิสต์ และยุคนั้นมีกฎเหล็กว่า 1 ตระกูลต้องส่งลูกผู้ชาย 1 คนไปเป็นทหาร เข้าไปและได้เป็นที่ปรึกษาของเจียไคเช็ก พอเกิดปัญหาทางการเมือง เจียไคเช็ก และคนในตระกูลร่วมถึงคนสนิทก็หนีไป (สุดท้ายโดยจับ) อยู่แถบฮ่องกง สิงคโปร์ มาเลเซีย และครอบครัวเรามาอยู่นี่ โดยขนสมบัติทรัพย์สินมหาศาลมาลงหลักปักฐานพร้อมกับเปิดโรงสีข้าวอาชีพที่กำลังฮิตและกิจการอื่นๆ อีกมากมาย

 

เหมือนจะดี, เพราะขนทรัพย์สินมหาศาลติดตัวมา ทว่าจุดเปลี่ยนที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นกับเมื่อทรัพย์สินและธุรกิจต่างๆ กลับโดนฮุบกิจการและทรัพย์สินไปจนสิ้นเนื้อประดาตัว



“ตอนที่อพยพมา คุณพ่ออายุ 11 ขวบ ดังนั้นทรัพย์สินที่ขนมาก็ต้องฝากน้องชายปู่ แต่ไม่รู้เป็นไงดูแลแบบไหน ชื่อพ่อที่เคยเป็นเจ้าของก็ถูกเปลี่ยนชื่อคนอื่นหมด พ่อจึงกลายมาเป็นเด็กภายใต้ปกครองในฐานะคนงานในโรงงานเท่านั้น พ่อเล่าเรื่องนี้ให้เราฟังตอนโตตอนนั้นผมคิดตามภาษาเด็กว่าถ้ามีโอกาสก็อยากจะได้ของพวกนี้คืนมาให้ครอบครัวและคำว่าวิชาที่ว่าดูการดูฮวงจุ้ยและพยากรณ์ ชะตาก็เริ่มดังในหัวเราขณะที่อายุไม่ถึง 10 ปี”


ฮวงจุ้ยอยู่ใน DNA ..!

ซินแสชื่อดังบอกว่า หลังจากขอให้พ่อสอนวิชาฮวงจุ้ยมาเรื่อย กระทั่งคิดการณ์ไกลว่าอยากจะกลับไปเรียนที่จีน เพราะคือต้นกำเนิดวิชา แต่เนื่องจากคุณย่าอยู่ฮ่องกง จึงตัดสินใจเดินทางไปที่นั่นด้วยเงินที่พ่ออดออมส่งเสียให้ ก่อนจะเดินทางตามหาซินแสชื่อดังเพื่อสอนวิชาทั่วเกาะฮ่องกง

“จำได้ว่าผมดูดวงครั้งแรกอายุ 17 ปีได้เพราะคุณย่าแนะนำเพื่อนๆ ให้ว่าเราเป็นหลานมาจากเมืองไทยสนใจมาเรียนฮวงจุ้ย ผู้ใหญ่ก็ให้ลองดูพอดูแล้วแม่นได้ผล จากนั้นก็ได้มีโอกาสดูนักธุรกิจคนสำคัญและดาราในฮ่องกงในยุคนั้นหลายคนต่อมา ก็แนะนำกันปากต่อปากดูเสร็จก็ผู้ใหญ่ก็ให้อั่งเปา ส่วนใหญ่เมื่อได้เงินมาเราก็เอาเงินไปทำบุญ วิชานี้มันแปลกเพราะว่าเอาไปทำมาหากินไม่ได้ เนื่องจากเป็นวิชาที่ช่วยคนอื่น และหากวิชามันจะแข็งแรงแม่นยำได้ก็ต้องเกิดจากการช่วยคน”

ส่วนทรัพย์สินเงินทองทรัพย์สินที่ได้มาแบบที่เห็น เขาย้ำว่าไม่ได้ใช้วิชาเก็บเงินเป็นค่าช่วยเหลือแต่อย่างใด แต่ทว่าพอเข้าไปช่วยเหลือแล้ว กิจการดีขึ้น ชีวิตดีขึ้น ตำแหน่งใหญ่ขึ้นจริง ตามคำแนะนำคนที่ช่วยเหลือไปมอบสินน้ำใจให้เราโดยที่ไม่เรียกร้อง, รูปถ่ายเงินแบงก์ดอลลาร์กองมหาศาลในกรอบหรูหลายกรอบที่แขวนอยู่รอบบ้าน (ราคา 300 ล้าน) หลังนี้ เป็นเครื่องยืนยันได้เป็นอย่างดี


ถอดความลับ - ถอดรหัสบ้านเมืองขัดแย้งเพราะฮวงจุ้ยแย่..!

แบบที่บอก, นอกจากขึ้นชื่อเรื่องจัดปรับฮวงจุ้ยให้กับนักธุรกิจทั้งนอกและในประเทศไทยแล้ว ประเด็นนี้เป็นอีกหนึ่งคำร่ำลือ แต่ยังไม่มีใครเคยฟังจากปากว่าเขาเป็นมือวางอันดับหนึ่งในการวางฮวงจุ้ยที่นักการเมืองค่อนประเทศที่มา ขอความช่วยเหลือกัน

อ.หม่าบอกว่า จริงๆ ไม่ได้เฉพาะเจาะจงเรียกว่าใครขอความช่วยเหลือมาก็ขอออกไปช่วยตามคิว ซึ่งก็มีแทบทุกอาชีพ ตั้งแต่สูงสุดจนถึงธรรมดาทั่วไป

"จริงๆ นักการเมืองก็เยอะครับ (ยิ้ม) เอ่ยชื่อมาก็ถูกหมดอย่างตระกูลของอดีตผู้นำพลัดถิ่นก็ใช้บริการเป็นประจำ ส่วนใหญ่จะเป็นที่พักอาศัย ที่ทำการพรรคต่างๆ ประชาธิปัตย์ผมก็จัดฮวงจุ้ยให้หมดนะ ผมไม่ลำเอียงไม่จำกัดสี แต่ก็มีแนะนำไปแล้วไม่เชื่อก็มี ซึ่งก็เป็นสาเหตุหลักที่รัฐบาลวุ่นวายอยู่แบบนี้ก็เพราะว่าฮวงจุ้ยที่ทำ การพรรคไม่ดี จริงๆ ก่อนหน้านี้ผมเคยแนะนำพรรคเพื่อไทยว่าให้ย้ายที่ทำการพรรค เพราะแม้ว่าจะชนะการเลือกตั้ง แต่สังเกตไหมว่าพวกเขาบริหารงานไม่ได้ เนื่องจากฮวงจุ้ยที่ทำการพรรคไม่ดีด้านหน้าติดน้ำเน่า ข้างหลังติดแหล่งอโคจร ก่อนหน้าผมเคยไปดูที่ทำการพรรคใหม่ให้ อยู่ตรงหลักสี่ข้างตึก AIS ถ.วิภาวดีตำแหน่งดี แต่ว่าเสียตังค์ 3-4 ร้อยล้าน เมื่อฮวงจุ้ยอยู่ในตำแหน่งเสียหาย ความคิดมันก็จะไปอีกทาง พรรคประชาธิปัตย์ก็เหมือนกันทำนะ แต่ต้องแบบไม่ต้องเสียเงิน ผลลัพธ์ก็ออกมาเป็นแบบนี้ "

 


ดังนั้นอยากให้มีเสถียรภาพดี นอกจากย้ายที่ทำการพรรคแล้ว ความขัดแย้งวันนี้ความผิดใหญ่อยู่ที่เอาบ้านนรสิงห์ (ค้นประวัติได้ที่วิกิพีเดีย) บ้านที่มีฮวงจุ้ยไม่ดี มีประวัติไม่ดีมาใช้เป็นทำเนียบรัฐบาล

“จริงๆ บ้านทุกหลังนั้นมีประวัติความเป็นมาหมด แต่บ้านหลังนั้นดันมาเกี่ยวข้องกับชีวิตของคนไทยและประเทศไทย ซึ่งหากย้อนประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นตลอด 50-60 ปีที่ผ่านมา หลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง รัฐบาลมีแต่ความแตกแยก แม้เริ่มต้นจะดีแบบกอดคอกันเข้ามา แต่ที่สุดก็มาแตกแยก มีการช่วงชิงกันมาตลอด เป็นเรื่องราวซ้ำๆ แม้กระทั่งประชาธิปัตย์ พรรคเพื่อไทยเองก็ตามพอเข้าไปในที่สุดเรื่องราวรักกัน ขัดแย้งกัน แตกแยกกัน พอเลือกตั้งใหม่ก็เข้ามากอดคอ แล้วก็แตกแยกแล้วก็เลือกตั้งใหม่อีกเป็นเพราะว่าฮวงจุ้ยของบ้านที่นำมาทำทำเนียบรัฐบาลไม่ดี” 



ย้ายเมืองหลวง การเมืองความขัดแย้ง สงบ...!


นอกจากการปรับเปลี่ยนกระทั่งย้ายทำเนียบรัฐบาลถึงจะแก้ไขเหตุความวุ่นวายที่เรื้อรังได้แล้ว อ.หม่าบอกว่าการย้ายเมืองหลวงไปอยู่ในที่ฮวงจุ้ยจะทำให้ประเทศไทยไร้ความขัดแย้งและเจริญรุ่งเรือง

“ถามว่าตรงไหน ตอบไม่ถูกเพราะว่ายังไม่ได้หาพื้นที่กัน แต่องค์ประกอบต้องมีภูเขา มีน้ำ มันถึงจะตั้งเป็นเมืองได้ เหมือนอย่างปุตราจายา (มาเลเซีย) ซึ่งมันมีภูเขาล้อมและเป็นแอ่งกระทะ มันก็จะเป็นพื้นที่ ที่เหมาะมันมีแม่น้ำ ซึ่งมันตั้งเมืองเหมาะ ลักษณะนั้นมันตั้งเป็นแห่งๆ ไป แล้วก็ พัทยา ภูเก็ต เขาใหญ่ก็ได้เป็นบางจุด องค์ประกอบต้องประมาณนี้ เพื่อให้คนที่เข้าไปอยู่มีวิสัยทัศน์ มีความสามัคคี มีความคิดเสียสละเพื่อส่วนรวม เพื่อบ้านเมือง อันนี้มันจะต้องเป็นพื้นที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ ต้องไปหา ไม่ใช่ขึ้นอยู่กับงบประมาณ หรือขึ้นอยู่กับของฟรี ซึ่งการเมืองหลวงฮวงจุ้ยดีจะทำให้บ้านเมืองสงบ หัวดี หางก็จะดีด้วย” 
ปรมาจารณ์ด้านฮวงจุ้ยกล่าว

ผ่าดวงประเทศไทยปี 2556 มีแต่แย่...!  



เรื่องลับๆ ผ่านไปแล้วก็ถึงเวลาที่หลายคนรอคอย กับข้อสงสัยด้านต่างๆ ในปีหน้าว่าจะเป็นอย่างไร เริ่มต้นด้วยเศรษฐกิจ ซินแสชื่อดังบอกว่า แย่มาก


เศรษฐกิจ - ภาพรวมเศรษฐกิจแย่ทั้งระบบ ส่วนอาชีพไหนที่ดีในปีนี้บอกได้ว่าปัจจุบันไปจนถึงพ.ศ. 2567 รวมแล้ว 20 ปี อสังหาริมทรัพย์ เซ็กเตอร์เกี่ยวกับที่ดิน ที่อยู่อาศัยจะเจริญขึ้นมากๆ รวมทั้งรถยนต์ การเกษตรก็อาจจะมีดีได้บ้าง 



การเมือง – อุตลุดมากจะมีความขัดแย้งกันสูง อาจจะไปไม่ถึงการปฏิวัติรัฐประหาร แต่จะมีความรุนแรงมากๆ เทียบเท่าหรือมากกว่า 14 ตุลา นับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นไปจนหรือตั้งแต่ตรุษจีนจะอันตรายมาก ประชาชนจะเดือดร้อน
และที่สำคัญปี 2556 นี้ ประเทศไทยจะมีนายกฯ คนใหม่เป็นผู้ชาย มีฐานะ ไม่แก่และก็ไม่เด็กจนเกินไปมาเป็นฮีโร่เปลี่ยนแปลงประเทศไทยแน่นอน

ภัยธรรมชาติ - ปัญหาเรื่องน้ำแล้ง แผ่นดินไหวนี่เป็นหลัก จะมีเรื่องเขื่อนแตกกรุงเทพฯ จะได้รับผลกระทบ ปีมะเส็งเป็นปีแห่งความโชคร้ายทางภัยพิบัติ เนื่องจากวงรอบนี้จะวนมาๆ ทุก ๆ 9 ปี ดังนั้นปี พ.ศ. 2556 ถ้ายังจำกันได้ 9 ปีที่แล้วเกิดเหตุการณ์สึนามิ วงรอบนี้จะกลับมาใหม่ ภาคเหนือกับภาคกลางของประเทศไทยน่าเป็นห่วงมากที่สุด

ราศีไหนโคม่า - ปีหน้าคือปีงู คนที่เกิดปีงูคือไม่ดี ปีหมู ปีกุน แล้วคนที่รองๆ ลงไปก็จะได้แก่ กระต่าย มังกร คนพวกนี้เนี่ยจะเต็มไปด้วยจะต้องเจอปัญหาอุปสรรคขั้นร้ายแรงสูงสุดนี่คือ ประสบอุบัติเหตุ แล้วก็รุนแรงถึงขั้นล้มหายตายจาก ก็อยากจะให้ระวังกันไว้หน่อย 




วันว่างซินแสหมื่นล้าน...!


ซินแสฮวงจุ้ยคิวทองฝังเพชรผู้นี้ บอกว่า ไม่ค่อยมีวันว่างส่วนใหญ่จะเดินทางช่วยคน ซินแสชื่อดังบอกว่า ส่วนใหญ่ถ้าว่างจริงๆ จะชอบดูหนัง แต่ต้องดูเฉพาะในโรงภาพยนตร์เท่านั้น เพราะมันทำให้เราผ่อนคลายได้ดีการดูหนังเป็นการเอ็นเตอร์เทนต์ที่ง่ายที่สุด เท่าที่จะทำได้ แนวหนังก็ไม่จำกัดผมดูแทบทุกประเภท แต่ที่เน้นก็คือผมชอบดูหนังวันแรกที่เข้าโรง งานอดิเรกอื่นๆ ก็เช่น การสวดมนต์ภาวนา ตนสวดเกือบทั้งวันทั้งคืน เป็นวิชาสายสุวรรณภูมิ

ปั้นปลายตั้งพรรคการเมืองแห่งความดี... !

เมื่อถามถึงอนาคตหลังจากนี้  อ.หม่า กล่าวทิ้งท้ายว่า จริงๆ ตนมีความคิดอยากจะเลิกเป็นมาหลายปีแล้ว แต่เนื่องจากปัจจุบันมีคนเดือดร้อนเพิ่มมากขึ้น ทำให้เราเลิกช่วยคนไม่ได้

"จริงๆ อนาคต ตอนนี้ผมกำลังตั้งพรรคการเมืองชื่อ 'พรรคไทยถาวร' ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนดำเนินการ พรรคนี้จะมีแต่ความถูกต้อง ไม่ได้คิดว่าเป็นโน่นนี้ที่สุด หากมีการเลือกตั้งเราก็จะส่งลงแข่งขัน โดยมีผมเป็นที่ปรึกษาของพรรค แต่ก็ไม่ได้ถึงขั้นหวังว่าจะได้เสียงส่วนใหญ่จัดตั้งรัฐบาลหรืออะไร แค่เข้าไปเป็นหางเสือเพื่อบังคับเรือให้เดินทางอย่างถูกต้องก็พอใจแล้ว ที่สำคัญผมบอกตรงนี้เลยว่าแม้จะตั้งพรรคการเมือง แต่ผมสาบานว่าไม่เล่นการเมืองเด็ดขาด หากผิดคำสัญญาก็ขอให้วิชาเสื่อมหมด"

สุดท้ายย้ำว่าสาเหตุหลักที่ประเทศไทยทะเลาะกันไม่สิ้นสุดถึงวันนี้ผมไม่โทษใคร แต่เนื่องจากประเทศไทยมีฮวงจุ้ยที่เสียหาย 99.99 % แบบที่บอกมันเลยเกิดเหตุการณ์แบบนี้ ดังนั้นผมก็อยากจะเรียกร้องให้พวกเราลุกขึ้นมาจัดฮวงจุ้ยประเทศไทยกันเถอะ ดูอย่างสิงคโปร์ มาเก๊า ฮ่องกง ฯลฯ เป็นเกาะแท้ๆ แต่เจริญรุ่งเรืองมากมาย ได้เพราะเอาฮวงจุ้ยเป็นหลัก ประเทศมีทุกอย่างครบอยู่แล้ว แต่กลับไม่ไปไหนดังนั้นก็อยากจะเรียกร้องให้หันมาจัดฮวงจุ้ยประเทศให้ดีกันเถอะ

และนี่คือเศษเสี้ยวส่วนหนึ่งของซินแส นักพยากรณ์ที่โด่งดังที่สุดแห่งยุคคนหนึ่ง อ.หม่า หรือ อ.วรธนัท (ณรงค์) อัศกุลโกวิท.


**รู้หรือไม่ว่า**

1.เคล็ดลับวิธีเสริมความมั่งคั่งของ อ.หม่าก็คือ การนอนหรือนั่งบนสิ่งที่มีความเป็นมงคลเราก็อาจจะเอาเงินสดมาสอดไว้ เท่าไหร่ก็ได้ ถ้าเรามีมากเราก็กองแล้วก็นั่ง แล้วก็นอนทับเงินด้วย เพื่อเสริมสิริมงคลให้ตัวเอง มันเป็นพลัง

2.วิธีเสริมดวงปีนี้ อ.หม่าบอกว่าให้พก เหรียญ 3 กับ เหรียญ 5 ของประเทศจีนพกติดตัวเอาไว้ก็จะปลอดภัย

3.สำหรับข้อห้ามในการเป็นซินแสที่มีวิชาสายสุวรรณภูมิของ อ.หม่า ไม่มีข้อห้ามอะไรเพียงว่าอย่าไปรุกรานคนอื่น อย่าไปทำร้ายใคร รักษาความมีคุณธรรม อย่านอกแถว

 

โหวตข่าวนี้
advertisement

Thairath TV

คิดต่าง อย่างเข้าใจ
advertisement