advertisement

ปรากฏการณ์ แสน (สาหัส) ถึง 'ทองเก๊' บนคอนักมวย สูญปีละพันล้าน!

โดย ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ 19 ต.ค. 2555 05:30

ตะลึง อดีตนักมวยดังและนายกสมาคมผู้ค้าทองคำยืนยันทองปลอมให้นักมวยเรื่องจริง อึ้งสูญเสียปีละเป็นพันล้าน ยอมรับไม่มีวิธีดูทองปลอม ขนาดคนขายทองยังโดนหลอก ส่วนกรณีบั้นปลายนักมวยลำบากเป็นปัญหาเรื้อรังของวงการมวย...

กลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ ทันทีกรณี นายสมชาย เชิดฉาย หรือ แสน ส.เพลินจิต อดีตแชมป์มวยโลก รุ่นฟลายเวท ของสมาคมมวยโลก (ดับเบิลยูบีเอ) ยอดมวยสากลชื่อดัง ออกมาเปิดเผยหลังจากโดนมรสุมชีวิตและโรคภัยถาโถมอย่างหนัก นับตั้งแต่เสียเข็มขัดแชมป์โลกไปเมื่อเดือนธันวาคม พ.ศ.2538 จนต้องออกมาขายทองคำกว่า 500 บาท เพื่อนำมารักษาอาการเลือดออกในสมอง แต่ปรากฏว่า ทองที่เก็บหอมรอมริบมาได้ระหว่างการชกมวยกว่า 10 ปี คือ ของปลอมกว่าครึ่ง

ประเด็นที่สังคมสนใจและสงสัย นอกจากเรื่องความเจ็บป่วยที่ไม่มีคนเหลียวแลของอาชีพนักมวยที่เห็นอยู่เป็นประจำแล้ว กรณีเจอทองปลอมในคอมากกว่าครึ่งนั้น

ไทยรัฐออนไลน์สอบถามไปผู้อยู่ในวงการมวยว่า ปรากฏการณ์ทองปลอมเต็มคอนักมวยนั้นเป็นเรื่องบังเอิญซวยหรือขึ้นชื่อว่านักมวยก็โดนหลอกกันทั้งนั้น

ด้าน นายสุระ แสนคำ หรือที่ใครๆ รู้จักในชื่อ เขาทราย กาแล็กซี่ อดีตนักมวยแชมเปี้ยนโลกชาวไทยชื่อดังก้องโลก ซึ่งถือเป็นนักมวยที่เป็นผู้จุดกระแสมอบทองให้กับนักมวยเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ เจ้าของฉายา "ซ้ายทะลวงไส้" กล่าวถึงกรณีปั้นปลายนักมวยตกยากว่าเป็นเรื่องความรู้ไม่เท่าทันของนักมวยกับหัวหน้าค่ายที่มีมาเนิ่นนาน พร้อมกับยอมรับกรณีการให้ทองปลอมว่าเป็นเรื่องปกติ มันมีมาก่อนรุ่นของแสน ส.เพลินจิตแล้ว ซึ่งหมดรุ่นตนก็มีรุ่น ชนะ ป.เปาอินทร์ ลงมา ได้ของปลอมกันทั้งนั้น

“ยุคผมมีแต่ของแท้ เพราะเป็นแชมป์ของจริง เก่งจริง อีกอย่างทองคำสมัยนั้นมันไม่แพงเหมือนสมัยนี้ เลยมอบกันจริงๆ ได้ รุ่นหลังมันเป็นหลักหมื่น ของปลอมก็เลยเยอะ แต่จะเห็นได้ว่าช่วงหลัง เขาไม่ค่อยมอบทองกันแล้ว มีแต่มอบเป็นป้ายเงินรางวัลแทน เพราะทองมันแพง อย่างไรก็ดี กรณีของแสนผมมองว่าก็ไม่แตกต่างจากแชมป์ตกยากอย่าง รัตนพล ส.วรพิน เป็นเรื่องของหัวหน้าค่ายไม่ถูกกัน กรณีแสนก็เหมือนกันชกแล้วหัวหน้าเก็บไว้ เลิกแล้วหัวหน้าไม่เอาให้ ที่มีก็เป็นทองเก็บเอาไว้ ก็เป็นของปลอม ทำไมก่อนหน้านี้ตั้งนานไม่เอาไปเช็กดูก่อน มาเก็บไว้จนจะมารักษาตัวเอง แล้วเอาทองไปขายจนรู้ว่าปลอม เป็นผมไม่ได้หรอก อันไหนขายได้แพง ผมเอาไปขายแล้ว ทองของผมที่ได้มา ตอนนี้ ผมขายไปหมดแล้ว ตอนราคา 7,500 บาท ถ้าขายสมัยนี้ รวยเละ แต่ยืนยันไม่มีของปลอม"

ขณะที่ นายสามารถ ทิพย์ท่าไม้ หรือที่ใครๆ รู้จักในชื่อว่า สามารถ พยัคฆ์อรุณ อดีตแชมป์ ซุปเปอร์แบนตั้มเวท สภามวยโลก (ดับเบิลยูบีซี) กล่าวถึงกรณีปั้นปลายนักมวยตกยากนี้ ไม่แตกต่างกับเขาทรายที่ว่า เป็นเรื่องความไม่เท่าทัน ความเกรงใจของนักมวย และย้ำกรณีปรากฏการณ์ทองปลอมบนคอนักมวยด้วยว่านักมวยรุ่นหลังๆ อาทิ ยุคแสน, รัตนพล โดนกันเยอะ แต่ในยุคตนเองไม่มีการแจกทองบนเวที 

“หลังจากรุ่นผมก็นิยมการแจกทองกันบนเวทีแบบมโหฬารครั้งหนึ่งอาจมอบกันถึง 100 บาท โดยหาคนมีชื่อเสียง หรืออยากดังขึ้นไปมอบเพื่อโปรโมตตัวเอง แต่เราก็ไม่รู้ว่า มันทองจริงหรือทองปลอม แต่ความคิดผม อย่างเจ้าของ เขาคงไม่กล้าเสี่ยง เอาทองปลอมมาให้ ยกเว้นให้คนอื่นมามอบแทน ไอ้คนนี้ ก็เอาทองจริงไว้ แล้วซื้อทองปลอมมามอบให้ มันก็เลยไม่รู้ว่าของใครเป็นของใคร

เมื่อซักถึงภาพเหตุการณ์ซ้ำๆ ที่เกิดขึ้นกับยอดนักมวยชื่อดังหลายคนที่ว่ามีชีวิตต้องลำบาก หลังจากแขวนนวม ไปแล้วนั้น นักมวยชื่อดังย้ำว่าส่วนใหญ่นักมวยจะไม่ค่อยได้เก็บตังค์เอง จะให้หัวหน้าค่ายดูแล ดังนั้นเรื่องแบบนี้ก็มีให้เห็นบ่อยๆ

“สมมติ ต่อยแสนหนึ่ง นักมวยได้ 2-3 หมื่น นอกนั้น หัวหน้าติดไว้ เดี๋ยวเอาไปหมุนก่อน นักมวยก็พูดไม่ได้ พูดก็เหมือนเนรคุณ นั่นแหล่ะ นักมวยเก่าๆ ส่วนมาก ที่เลิกไป ก็ประมาณนี้ ขณะที่ เรื่องเอาไปใช้สุรุ่ยสุร่าย ต่อยเท่าไหร่ เที่ยวหมด ก็มีเหมือนกัน บางคนบอกว่า นักมวยเรียนไม่สูง เลิกชกแล้วไม่มีงาน ผมว่ามันไม่เกี่ยวกับการศึกษา จริงๆ แล้ว นักมวย ถ้ารู้จักเก็บตังค์ ใช้ชีวิต มันก็ไม่ลำบาก ไม่ใช่ว่า เลิกมวยแล้วหากินอะไรไม่ได้ พวกนี้เขามีวิชาอยู่กับตัว ทุกวันนี้ นักมวยเก่าๆ เขาแทบจะไม่ได้อยู่ในเมืองไทย เขาไปต่างประเทศกัน ได้เดือนกันละเป็นแสน แต่มันก็มีบางคนที่ว่า ต่อยมวยเป็นอย่างเดียว แต่สอนมวยไม่ได้ เลิกมวยไปก็ไม่รู้จะไปทำอะไร มันก็แล้วแต่คน" เจ้าของฉายา "เพชฌฆาตหน้าหยก กล่าว

ขณะที่ "สมิงขาว" หรือ นาย ดำรงค์ ต่ายทอง ผู้พากษ์มวยชื่อดัง กล่าวย้ำถึงกรณีการมอบทองปลอมบนเวทีนั้นว่ามีจริง

“ผมได้ยินมาตั้งแต่สมัย เขาทราย แต่ส่วนมากจะเป็นการเอาไปพูดกันเองมากกว่า และอย่างตัวของแสน เอง ก็ไม่ได้มีทองมากเท่ากับ เขาทราย ส่วนมากแสนจะเป็นแชมป์โปรโมต เพราะนักมวยที่ได้ทองมากที่สุด ก็คือ เขาทราย แต่เจ้าตัวก็เผยว่า เรื่องทองปลอมไม่เท่าไหร่ แต่ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องโกงน้ำหนักทองที่ให้มากกว่า  บางทีอาจมอบ 3 บาท และประกาศ 5 บาท แต่ก็รู้กัน โดยที่บางครั้งนักมวย ก็คิดว่าเป็นอย่างนั้นจริง อย่าง แสน โดยมากเขาโปรโมตกันมากกว่า”

ส่วน "แชแม้" นิวัฒน์ เหล่าสุวรรณวัฒน์ โปรโมเตอร์ใหญ่ แกแล็คซี่ บ๊อกซิ่งโปรโมชั่น กล่าวยืนยันอีกเสียงหนึ่งด้วยว่าการแจกทองปลอม มีในวงการมวยจริง โดยเคยโดนมากับตัวแล้ว ในสมัยของ ชนะ ป.เปาอินทร์ ซึ่งมีอยู่หนึ่งเส้น เป็นทองคำหนัก 5 บาท

"แต่ก็ขอสงวนนามว่าใครเป็นคนให้ วิธีแก้ของผมก็คือเมื่อรู้ว่ามันปลอมเวลาได้ก็ต้องระมัดระมัดระวังเรียกว่าใครจะมอบทองให้นักมวยก็ต้องผ่านการตรวจสอบอย่างละเอียดก่อน ส่วนค่ายอื่นจะมีหรือเปล่าไม่ทราบ แต่ในยุคเขาทรายซึ่งเป็นยุคบุกเบิกการให้ทองคำผมการันตีได้เลยว่า ทองทุกเส้นเป็นของจริงทั้งหมด"

สุดท้าย นายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมผู้ค้าทองคำ กล่าวยอมรับว่าการมอบทองปลอมให้กับนักมวยมีมานานแล้วแล้ว ส่วนใหญ่เป็นพวกที่ชอบเอาหน้าอยากออกสื่อ

“ในช่วงที่นิยมมอบทองปลอมเพื่อออกสื่อนั้นตนเห็นมามาก ส่วนใหญ่เอาหน้ากันทั้งนั้นซื้อทองชุบมามอบให้ก็เยอะ เพราะใส่ไปในคอแล้วก็ไม่รู้ว่าใครเป็นใครหรอก ถามว่าผิดไหมก็ไม่ได้ผิด เพราะหลายรายก็กึ่งโดนประกาศชื่อบังคับให้ขึ้นไปบนเวที และก็ไม่ได้บอกว่าจะให้ทองจริงซะหน่อย เมื่อถามว่ามีวิธีในการสังเกตทองจริงทองปลอมไหม นายกสมาคมผู้ค้าทองคำ กล่าวในฐานะผู้เชี่ยวชาญว่า ไม่มีทางรู้ และย้ำว่าคิดดูขนาดร้านทองยังโดนพวกชุบทองปลอมหลอกเลย

“ถือว่าเป็นความเสียหายในระดับมหาศาล มูลค่าปีหนึ่งๆ เสียหายราว 1,000 ล้านบาท ส่วนทองปลอมลายไหนมีการปลอมมากที่สุด ทุกรูปแบบที่ฮิตนั่นแหละ โดยเฉพาะลายที่คนนิยม โดยการปลอมที่นิยมกันมีหลายรูปแบบ อาทิ การยัดไส้ ชุบทอง ห่อหุ้ม ตัดต่อ และคาดว่าทองปลอมที่นิยมมอบให้นักมวยส่วนใหญ่เป็นทองชุบ เนื่องจากมีต้นทุนในการทำถูกมากและที่สำคัญมองภายนอกจะเหมือนของจริงมากแล้วยิ่งอยู่กับทองจริงในคอมากมาย ลงเวทีมาก็ไม่สามารถรู้แล้วว่าใครให้บ้างเพราะว่าเต็มคอไปหมด” ผู้เชี่ยวชาญทองกล่าวในที่สุด.

 

Twitter : Thairath_sport

โหวตข่าวนี้