advertisement

ได้ดีเพราะเสียง 'เก่ง The voice' ลูกคอเปิ๊ดสะก๊าด มาดกวน (ชมคลิป)

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 18 ต.ค. 2555 05:30

ร้องเพลงได้ติดหู บวกกับลุคที่ดูกวนๆ มีคาแรกเตอร์แบบนี้  'เก่ง-ธชย  ประทุมวรรณ'  เลยถูกพูดถึงในโลกออนไลน์นับจากวันที่เขาขึ้นเวที The voice ไปปล่อยของให้กรรมการทั้ง 4 คน แย่งกันกดเพื่อเข้าทีมตัวเอง  วันนี้ ไทยรัฐออนไลน์ เลยบุกไปเจอเจ้าตัว เพื่อพูดคุยกับหนุ่มคนนี้ ต้องบอกก่อนว่าไม่ได้มีเจตนาเพื่อการโปรโมตเป็นพิเศษ เพราะแต่ละคนที่มาแข่งขันในรายการนี้ ล้วนเก่งทั้งนั้น แต่เนื่องจากว่ากระแสของหนุ่มคนนี้ในโซเชียลเน็ตเวิร์ก โดยเฉพาะในยูทูบนั้น มียอดเพจวิวที่เข้าไปดูเขาร้องเพลงเกือบ 1 ล้านวิวแล้ว


มาแรงที่สุดในตอนนี้สำหรับรายการประกวดร้องเพลงที่หลายคนตามติดกันทุกสัปดาห์อย่าง The voice Thailand  ซึ่งกระแสของรายการนี้ นอกจากจะทำให้ผู้ชมได้รับความบันเทิงไปแบบเต็มๆ แล้ว ก็ยังเป็นช่องทางให้กับคนที่รักการร้องเพลง จะเก่าหรือใหม่ จะเคยออกอัลบั้มหรือไม่ และจะหน้าตาเป็นอย่างไรก็ไม่สำคัญ บางคนที่มาประกวดในรายการนี้จึงเหมือนได้กลับมาแจ้งเกิดอีกครั้ง ซึ่ง 1 ในนั้นก็คือหนุ่มวัย 23 ปีที่ชื่อ เก่ง-ธชย ประทุมวรรณ เพราะหลังจากที่ได้ร้องเพลงประกวดในรายการนี้ไปไม่กี่นาที เขาก็ถูกจับตามองซะแล้ว

*The Voice Thailand กับเก่งมาเจอกันได้ยังไง ?

" จริงๆ การมาประกวดรายการนี้เป็นเพราะได้ดูของเมืองนอกมาก่อน และตัวเองก็ชอบประกวดร้องเพลงอยู่แล้ว ก็เลยลองดูครับ ตอนขึ้นไปร้องเพลงก็ไม่คิดว่ากรรมการจะหันมากันหมด เพราะตื่นเต้นมาก เวทีมันเหมือนมีมนต์ขลัง เลยคิดว่าขอให้ผ่านไปด้วยดีก็พอแล้ว ตอนร้องไม่คิดแล้วครับว่าพี่เขาจะกดหรือไม่กด  ส่วนกระแสก็พอรู้ครับ  เพราะก่อนหน้านี้ที่ผมประกวดอีกเวทีมันไม่แรงขนาดนี้  คงเป็นเพราะรายการเขาดังด้วย  ผมเลยเข้าไปอ่านความคิดเห็นอยู่บ่อยๆ ในยูทูบที่เขาดูการแสดงของผม ส่วนตัวก็รู้สึกดีใจมากที่ทุกคนชอบเพลงที่ผมร้อง เพราะตอนแรกกลัวไม่มีใครเข้าใจเราแล้ว คงเห็นว่าแปลกดีมั้งครับ (ยิ้ม)"


*ทำไมถึงเลือกโจอี้ บอยเป็นโค้ช

"พอขึ้นไปอยู่บนเวทีตอนนั้น พอร้องจบปุ๊ปมันเป็นใครไปไม่ได้แล้ว อีกอย่างผมว่าพี่เขาแปลกและเป็นคนครีเอท ถ้าเราไปอยู่กับคนอื่นอาจไม่ค่อยเข้ากันเท่าไหร่ แต่จริงๆ ตอนแรกผมคิดว่าจะเลือกพี่แสตมป์เหมือนกันนะครับ แต่พี่เขาดูเงียบๆ นิ่งๆ  และจุดนั้นมันมีเวลาตัดสินใจไม่มาก เลยเลือกพี่โจอี้ เพราะรู้สึกว่าน่าจะจูนกันติดมากกว่า"


*What's my name เพลงแจ้งเกิด

"ผมอยากจะเลือกเพลงที่อยากจะร้อง ให้เป็นเหมือนของเรา และผมฟังเพลงทุกแนวตั้งแต่ร็อกถึงลูกทุ่ง และผมอยากขายความแปลกใหม่  เลยเริ่มร้องเพลงกลางคืน ตามงานของคณะ พอฝึกมากขึ้น ก็ร้องเป็นตัวเองมากขึ้น และเพลงนี้เมโลดี้มันน่าสนใจ คนอาจจะมองว่าเป็นเพลงแนว R&B หรือแดนซ์ แต่ผมนึกถึงแนวแอฟริกา คนดำทาหน้า เวลาผมเลือกเพลงจะเลือกจากเมโลดี้มากกว่า ว่าเราเอาวัตถุดิบตรงนี้มาทำอะไรได้บ้าง เลยออกมาเป็นแบบนี้ ดนตรีก็ทำใหม่ มีเพื่อนช่วยทำให้ ใส่เทคนิคที่ผมคิดว่า ลองดูไม่น่าจะเสียหาย ผมว่ามันน่าจะใส่ไป แต่ก็คิดเหมือนกันว่าจะรับกันได้ไหม เอามัน เอาสนุกดีกว่า ถ้าซีเรียสว่าได้ไม่ได้จะกดดันเราเอง ผมก็ทำเต็มที่ แต่พอมีฟีตแบ็กแบบนี้มาก็เริ่มกดดันนิดหน่อยครับ  ก็เป็นตัวเองให้มากที่สุด อย่างน้อยถ้าไม่มีชื่อเสียง ยังไงก็เป็นเรา หรือถ้ามีชื่อเสียง ก็เป็นเราอยู่ดี  ไม่ต้องเป็นคนอื่นแค่นั้นก็พอแล้วครับ"


ผมอยากให้รายการนี้เป็นตามคอนเซปต์คือเรื่องเสียง ผมไม่อยากให้ใครมาคลั่งไคล้ขนาดนั้น  ชีวิตคนเรามันสั้นมากครับ  แต่ละวันเราควรทำชีวิตให้มันคุ้มค่า คนที่เราควรรักคือ พ่อแม่ ไม่ใช่ใครก็ไม่รู้ เวลามีแฟนคลับคุยกับผมในแชต ผมจะกดไลค์ตลอดถึงไม่ตอบ เวลาเขาบอกว่าเขาชอบผมมาก ผมก็จะบอกเขาว่าถ้าชอบผม รักผม ให้หันกลับไปรักตัวเองให้มากขึ้นอีกเท่าตัว  ไม่ต้องมารักผมมากขนาดนั้น
หรอก

*ทรงผม เสื้อผ้า คาแรกเตอร์สุดกวน

"ก็มีเพื่อนถามเหมือนกันว่าแต่งตัวอะไรเนี่ย ไหวไหม แต่จริงๆ  ผมเป็นคนชอบแต่งตัวด้วย เพราะที่บ้านขายเสื้อผ้า เวลาจะแต่งคนรอบข้างก็อาจมีมองบ้าง เพื่อนไม่กล้าเดินด้วยบ้าง แต่รอบนี้ผมอยากลองแต่งตัวดูเลยไม่สนใจว่าใครจะยังไง ส่วนเรื่องทรงผม มันคือทรงที่ผมมองว่าเป็นเหมือนแผงกำบังของราชสีห์ครับ มันเด่นดี เพราะหน้าผมไม่ได้เกาหลี คงสู้คนอื่นไม่ได้อยู่แล้ว อย่างน้อยเลยเอาทรงผมนี่แหละให้คนเห็นแล้วเด่นหน่อย  แต่เมื่อก่อนดีไซน์ให้ข้างหน้ามันแหลมกว่านี้ครับ เพิ่งมาเปลี่ยน ส่วนเวลาออกจากบ้านจริงๆ ก็มีซอฟต์กว่านี้นิดนึง แต่ก็ประมาณนี้ครับ  แต่งแบบอื่นก็รู้สึกแปลกๆ"

*คุณครูเก่ง สอนดนตรีเด็กอนุบาล

"ก่อนหน้านี้ผมคิดมาตลอดว่าจะเป็นอะไรก็ได้ที่ไม่ใช่ครู เพราะตัวเราเองใจร้อนด้วย แต่ตอนนี้งงตัวเองเหมือนกันว่ามาสอนเด็กอนุบาลได้ยังไง ก็ยากเหมือนกันนะครับกับการรับมือกับพวกเขา  แต่ก็โชคดีที่เด็กอนุบาลสอนง่าย  เพราะผมจะมีวิธีหลอกล่อ เช่น ให้เขาทำงานจนเสร็จ ก็จะมีของที่เขาอยากได้มาแลกเปลี่ยน เดี๋ยวนี้เลยเริ่มชอบอาชีพนี้ นึกถึงครูที่เคยสอนผม  เพราะแต่ก่อนเราเองก็ลูกผีลูกคนไม่ได้เอาดีกับการซ้อมดนตรีเลย ต้องให้อาจารย์คอยดุตลอด"

ได้รู้เรื่องราวของหนุ่มคนนี้ไปพอสมควรแล้ว ก่อนไปเลยให้เก่งทิ้งท้ายทักทายกับชาวไทยรัฐออนไลน์ผ่านทางคลิปวิดีโอ ด้วยเพลงที่เจ้าตัวภูมิใจนำเสนออย่างเพลงที่ใช้ในการเล่นโขน  ซึ่งเป็นอีกแนวที่เขาถนัด เพราะเรียนจบด้านดนตรีไทย และดนตรีตะวันออกมาจากคณะดุริยางค์ มหาวิทยาลัยมหิดล มาโดยตรง

"ผมเล่นดนตรีไทยเป็นทุกชนิด ยกเว้นระนาดเอกไม่ค่อยถนัด เพราะพ่อแม่สนับสนุนด้วย  ตอนเด็กๆ ผมอาจไม่ค่อยสนใจด้านดนตรี มาสนใจเอาจริงๆ ตอนเข้ามัธยม เพราะมีวิชาเลือก ก็เรียนทั้งดนตรีไทย และดนตรีสากลควบคู่มาตลอด  และส่วนตัวผมชอบเรียนวิชาภาษาไทย  พวกกลอน  เพราะเราถนัดดนตรีไทยด้วย มันเลยลิงก์กันหมด และเราก็เรียนวรรณคดีอยู่แล้วเลยรู้ว่าจังหวะและการร้องต้องยังไง ผมว่าถ้าทุกคนหันมาเล่นดนตรีไทยกันเยอะๆ ก็ดีนะครับ เป็นสักชิ้นหนึ่งก็โอเคแล้ว แต่ก็เข้าใจว่าการสนับสนุนและการปลูกฝังมันน้อย พอเปิดทีวีก็เห็นแต่ดนตรีสากลเต็มไปหมด ไม่เห็นมีช่องทางให้ดนตรีไทยนำเสนอเลย  ทุกวันนี้ถึงมีแต่คนนิยมเล่นดนตรีสากลมากกว่า แต่ก็ไม่ผิดหรอกครับ เล่นดนตรี ฟังดนตรี มันดีทั้งนั้นแหละ"


Twitter : sriploi_social

 

โหวตข่าวนี้