advertisement

สอนสาวน้อยเลือกชุดชั้นใน...ให้มั่นใจแบบ'คูล คูล'

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 16 ต.ค. 2555 14:00

หากถามว่าวัยที่สดใสที่สุดในช่วงหนึ่งของชีวิตคือวัยใด หนึ่งในคำตอบเหล่านั้นคงจะเป็น “วัยทีน” อย่างแน่นอน เพราะวัยทีนเป็นวัยที่เปรียบเสมือนดอกไม้แรกแย้ม โลกทั้งใบแต่งแต้มไปด้วยสีพาสเทล เป็นวัยแห่งความอยากรู้อยากเห็น อยากทดลองทำสิ่งใหม่ๆ ด้วยตนเอง ในขณะเดียวกัน “วัยทีน” จะเริ่มพบกับความเปลี่ยนแปลงต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นทางด้านร่างกายและอารมณ์ คำถามหลายคำถามเริ่มผุดขึ้นมากมาย ทั้งความกังวลและความไม่มั่นใจ ชุดชั้นใน “ซาบีน่า” จึงได้รวบรวมคำแนะนำเกี่ยวกับวิธีการเตรียมความพร้อมทั้งด้านร่างกายและอารมณ์สำหรับสาวน้อยให้เติบโตเป็น “สาววัยทีน” ได้อย่างมั่นใจในแบบ “คูล คูล” มาฝากกัน

จากผลสำรวจของซาบีน่าพบว่า เด็กที่มีอายุระหว่าง 13-16 ปี เป็นช่วงเวลาที่มีความเปลี่ยนแปลงสูง ทั้งทางสรีระร่างกายและด้านสติ อารมณ์ โดยเฉพาะเด็กผู้หญิงที่เกิดความเปลี่ยนแปลงทางด้านร่างกายและก้าวเข้าสู่วัยรุ่นได้เร็วกว่าเด็กผู้ชายอย่างเห็นได้ชัด ทั้งน้ำหนัก ส่วนสูง หน้าอก สะโพกและการเริ่มมีประจำเดือน ซึ่งเด็กๆ ควรมีวิธีการเรียนรู้และปรับตัวให้เข้ากับความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ผู้ปกครองก็ควรให้ความใส่ใจดูแลเด็กตั้งแต่วัยนี้ด้วยเช่นกัน

ร่างกายและสรีระของสาววัยทีนยุคนี้มีการพัฒนาเร็วกว่ายุคก่อนมาก เนื่องจากปัจจัยหลายประการที่มีส่วนช่วยให้ร่างกายเจริญเติบโตเร็ว ทั้งด้านอาหารการกินที่อุดมสมบูรณ์ การเล่นกีฬาและการออกกำลังกายที่ถูกนำเข้าไปอยู่ในหลักสูตรการเรียนการสอนตั้งแต่วัยเด็ก โดยนอกจากสาวน้อยวัยทีนจะต้องเปลี่ยนแปลงเสื้อผ้าให้เหมาะสมกับร่างกายแล้ว การเลือกชุดชั้นในเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับสาววัยทีนก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน ฉะนั้นบราที่เหมาะสมจึงถูกออกแบบมาเพื่อสาววัยทีนโดยเฉพาะ โดยบราจะมีลักษณะเป็นบราโครงอ่อน (Soft Wire) คือ บราแบบมีโครงที่คัดเลือกชนิดของโครงเสื้อชั้นในแบบบางและอ่อนตัวที่สุด เพื่อให้เหมาะกับวัยเริ่มต้นใส่บราแบบมีโครง ทั้งยังผลิตจากเส้นใยธรรมชาติอย่างผ้าคอตตอน ผสมสเปนเด็กซ์ (Cotton Spandex) ที่ให้ความนุ่มสบายยืดหยุ่นสูง ระบายอากาศได้ดี ไม่ระคายเคืองผิว หรือกดเจ็บ เด็กในวัยนี้จะเลือกบรา เสื้อกล้าม กางเกงขาสั้น และกางเกงชั้นใน ที่เหมาะกับโอกาสและแอคทิวิตี้ในวันนั้นๆ ซึ่งจะช่วยให้สาววัยทีนมั่นใจได้ตลอดวัน

แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงทางด้านจิตใจและอารมณ์ของเด็กในช่วงเข้าสู่วัยสาวว่า “ปัจจัยที่มีผลกระทบต่ออารมณ์และจิตใจของเด็กวัยนี้ มีทั้งระดับฮอร์โมนเพศที่ชักนำให้อารมณ์แกว่งไกว บางเวลาไม่สามารถควบคุมอารมณ์ที่ขึ้นลงอย่างรวดเร็วได้ จึงเกิดความฉุนเฉียวได้ง่าย บางรายมีปัจจัยมาจากความกดดันและความผิดหวังจากการเรียน หรือความรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่รับไม่ได้จากครอบครัว พ่อแม่ผู้ปกครองจึงควรเตรียมพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงทางด้านจิตใจและอารมณ์ของเด็กช่วงวัยนี้ ด้วยการเรียนรู้และให้ความเข้าใจกับภาวะอารมณ์ของเด็กให้ได้มากที่สุด หรือที่เรียกว่า นิ่งสงบสยบความเคลื่อนไหว โดยธรรมชาติเด็กสาวส่วนใหญ่จะสามารถปรับตัวและค้นหาทางออกของตนเองได้อย่างมีสติ บางรายปล่อยให้ภาวะของอารมณ์ตนเองเป็นใหญ่ แต่เมื่อถึงวัยรุ่นตอนปลายก็สามารถตั้งหลักและดึงตนเองให้กลับมาได้ และมีบางส่วนที่มีภาวะทางอารมณ์แบบสุดโต่ง คือไม่สามารถดึงตนเองกลับมาได้เลย จนเป็นเหตุให้เกิดความพลาดพลั้งที่มีผลต่อชีวิต เช่น การติดยาเสพติด มีเพศสัมพันธ์ในวัยเรียน การลักขโมย ฯลฯ ภาวะทางอารมณ์เช่นนี้ ส่วนหนึ่งมาจากพื้นฐานครอบครัวที่แตกแยกหรือมีความผูกพันกันน้อย บวกกับภาวะอารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงง่ายของเด็ก จึงไม่สามารถยับยั้งชั่งใจได้

วิธีการที่สามารถสร้างแนวคิดที่ดีให้เด็กหรือช่วยบรรเทาให้เด็กแบบสุดโต่ง กลับมาใช้ชีวิตจนเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีได้ นอกจากจะต้องใช้ความเข้าใจแล้ว ผู้ปกครองต้องสรรหาวิธีสร้างคุณค่าหรือคำชมเชยเพื่อให้เกิดความภาคภูมิใจรวมทั้งสร้างกิจกรรมที่ส่งเสริมการ “คิดดี ทำดี” ให้เด็กมีส่วนร่วม ซึมซาบและคล้อยตามเรื่องราวดีๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม เช่น กิจกรรมสร้างสมาธิ รักษาศีล การทำความสะอาดบ้านเรือนของตนเอง โรงเรียน และสถานที่สำคัญ หรือกิจกรรมลดโลกร้อนและสร้างพื้นที่สีเขียว ฯลฯ ทุกกิจกรรมต่างมีส่วนสำคัญในการสร้างพฤติกรรมที่ดีของเด็กในช่วงวัยนี้ ได้ตระหนักถึงคุณความดี ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ และทำให้เด็กเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีได้ในอนาคต

 

โหวตข่าวนี้