advertisement

ฉีดยาระงับอาการ "ปวดหลัง"

โดย โรงพยาบาลเวชธานี 12 ต.ค. 2555 15:30

“ปวดหลัง” เป็นอาการที่เกิดขึ้นแล้วไม่ยอมหายขาดสักที หากมีอาการแล้วมักจะเป็นเรื้อรัง บางคนเมื่อมีอาการปวดก็หาทางออกด้วยการนวด ดัด ประคบ หรือแม้แต่ฝังเข็ม ซึ่งก็ช่วยบรรเทาอาการไปได้บ้าง แต่สุดท้ายก็กลับมาเป็นอีก สาเหตุมีทั้ง อายุ พฤติกรรมการใช้หลังแบบผิดๆ ระดับและลักษณะอาการเจ็บปวดมากน้อยแตกต่างกันแล้วแต่ความรุนแรงของโรค

นายแพทย์สรยุทธ ชำนาญเวช ศัลยแพทย์สมองและระบบประสาท โรงพยาบาลเวชธานี ระบุว่า กลุ่มอาการปวดหลังสามารถแบ่งออกได้เป็น 4 กลุ่มตามสาเหตุของอาการปวด ได้แก่

ปวดหลังร่วมกับอาการปวดขา ส่วนใหญ่พบในผู้สูงอายุ สาเหตุมาจากช่องไขสันหลังแคบ การรักษาโดยผ่าตัดโดยการเข้าไปขยายช่องที่แคบจะได้ผลดี

ปวดหลังอย่างเดียว ไม่มีอาการปวดร้าวลงขา สาเหตุส่วนใหญ่มักมาจากกล้ามเนื้ออักเสบ

ปวดขาอย่างเดียว ไม่มีอาการปวดหลัง สาเหตุมาจากเส้นประสาทอักเสบ การรักษาด้วยยาและกายภาพบำบัดจะได้ผลดี

ปวดหลังแต่ไม่เกี่ยวกับระบบประสาท เช่น ไส้ติ่งอักเสบ

ผู้ป่วยที่มีอาการปวดหลังควรมาพบแพทย์เพื่อทำการรักษาและหาสาเหตุ โดยผู้ป่วยกลุ่มที่ 1-3 การรักษาเบื้องต้นที่ได้ผลดีคือ การใช้ยาและการทำกายภาพบำบัด ยกเว้นผู้ป่วยที่ตรวจไม่พบอาการอ่อนแรงและระบบประสาทผิดปกติ ควรทำการถ่ายภาพรังสี (MRI, CT scan) เพื่อหาสาเหตุของอาการปวด

ในกลุ่มผู้ป่วยที่มีอาการจาก Office syndrome ซึ่งมีสาเหตุมาจากการนั่งผิดท่า นั่งท่าเดียวเป็นเวลานานๆ หรือการใช้แรงงานเป็นเวลานาน จะทำให้ข้อต่อของกระดูกสันหลังและกล้ามเนื้อรับน้ำหนักผิดปกติ ผู้ป่วยควรได้รับการซักประวัติและตรวจร่างกายเพื่อบอกตำแหน่งที่มีอาการและทำการรักษาที่สาเหตุ

ผู้ป่วย 1 ใน 3 ราย อาการปวดหลังมีสาเหตุมาจากการกดทับ ผู้ป่วยจะมีอาการชาและอ่อนแรงร่วมด้วย รักษาโดยการผ่าตัดจะให้ผลดีที่สุด ส่วน 2 ใน 3 ราย เป็นกลุ่มผู้ป่วยที่มีสาเหตุมาจากการอักเสบ สามารถรักษาโดยการฉีดยาเข้าเยื่อหุ้มของไขสันหลัง

*การรักษา

การรักษาเบื้องต้น ผู้ป่วยจะได้รับยาแก้ปวด ร่วมกับการออกกำลังกายและการทำกายภาพบำบัด หากมีอาการปวดไม่ดีขึ้น และมีอาการอ่อนแรงยาวนาน 2 สัปดาห์ถึง 1 เดือน ควรทำ MRI และ CT scan เพื่อหาสาเหตุของอาการดังกล่าว

การรักษาโดยฉีดยาเข้าเยื่อหุ้มของไขสันหลัง มีข้อบ่งชี้ คือ

การตรวจร่างกายและภาพถ่ายรังสีไม่สอดคล้องกัน เช่น ผู้ป่วยมีอาการปวดหลังและมีอาการร้าวลงขา ซึ่งเกิดจากความผิดปกติของเส้นประสาทที่เอว ระดับ 4 แต่ผลตรวจ MRI ไม่สามารถเห็นได้ชัดเจน และผู้ป่วยได้รับประทานยาร่วมกับทำกายภาพบำบัดแล้วอาการไม่ดีขึ้น

ผู้ป่วยเคยได้รับการผ่าตัดและใส่โลหะดาม แต่อาการปวดยังไม่หาย

กลุ่มผู้ป่วยสูงอายุและมีโรคประจำตัวเป็นโรคหัวใจ ความดันโลหิต ซึ่งการผ่าตัดหลังจะใช้เวลานาน 4-6 ชั่วโมง อาจมีผลกระทบกับผู้ป่วยได้

การฉีดยาเพื่อบรรเทาอาการปวดจะอยู่ได้ 3 เดือนถึง 1 ปีขึ้นอยู่กับอาการของผู้ป่วยแต่ละคน การรักษาด้วยการฉีดยาเหมาะสำหรับผู้ป่วยที่มีข้อจำกัดไม่สามารถผ่าตัดได้ โดยบริเวณที่สามารถฉีดยาเข้าไปได้คือ กระดูกสันหลังและเส้นประสาทระดับเอวที่ 1-5 เนื่องจากไขสันหลังที่ควบคุมการสั่งงานจากสมองจะสิ้นสุดที่กระดูกสันหลังระดับเอวที่ 1 เพราะฉะนั้นการฉีดยาที่กระดูกสันหลังระดับล่างถือว่าปลอดภัย การฉีดยาครั้งเดียวสามารถบรรเทาและรักษาอาการปวดได้หลายๆ ตำแหน่ง ซึ่งเทคนิคดังกล่าวเป็นที่นิยมมากในแถบยุโรป

ขั้นตอนการฉีดยา แพทย์จะจัดท่าให้ผู้ป่วยนอนคว่ำ หลังจากนั้นทำการหาตำแหน่งของเส้นประสาทที่ผิดปกติ แล้วสอดเข็มเข้าไปในตำแหน่งดังกล่าว  แล้วทำการฉีดสี  X-Ray และฉีดยาที่มีส่วนผสมของสเตียรอยด์ และยาชา

การฉีดยาด้วยวิธีนี้แตกต่างจากการฉีดยาทั่วไป โดยศัลยแพทย์จะใช้อุปกรณ์ในการฉีดยา ซึ่งคิดค้นโดยศัลยแพทย์ระบบประสาทและผลิตที่ประเทศเกาหลี อุปกรณ์ดังกล่าวจะมีสายสวนสามารถสอดเข็มผ่านได้ ข้างในท่อมีโลหะและสปริงเคลือบอยู่  สามารถเห็นได้จากการ X-Ray ยาจะถูกฉีดผ่านท่อเพื่อไปเคลือบอยู่บริเวณเหนือเยื่อหุ้มของไขสันหลัง ข้อดีคือ สามารถควบคุมให้ปลายท่อขยับได้เพื่อหาตำแหน่งเส้นประสาทที่ต้องการจะฉีดยา หลังจากฉีดยาแล้วผู้ป่วยสามารถกลับมาทำงานและใช้ชีวิตได้ตามปกติ จากผลการศึกษาและวิจัย สามารถฉีดได้เดือนละครั้ง ควรระวังในผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวเป็นเบาหวานและมีประวัติแพ้ยาสเตียรอยด์และยาชา.

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement