advertisement

นกแกนเน็ต นักดำน้ำติดปีก!

โดย ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ 23 ส.ค. 2555 10:00

สารคดีสัปดาห์นี้ มาพบกับ เหล่านกแกนเน็ต หรือสำหรับช่างภาพพวกมันคือนกนางนวลผสมกับนกอัลบาทรอสไปชมความมหัศจรรย์ของมัน...

สิบห้าเมตรเหนือน่านน้ำทะเลเหนือที่พายุพัดกระหน่ำ “พายุ” ฝูงนกกำลังตั้งเค้า พวกมันทิ้งตัวลงมาราวกับห่าฝน ดูประหนึ่งสามง่ามสีขาวที่พุ่งลงสู่เกลียวคลื่นพร้อมเสียงดังสนั่นและน้ำแตกกระเซ็น ครู่ต่อมา พวกมันก็โผล่ขึ้นสู่ผิวน้ำพร้อมปลาในคอหอย สะบัดหัวไปมา ก่อนสยายปีกกว้างสองเมตรทะยานขึ้นจากน้ำ และโผบินกลับสู่รังบนหน้าผาด้วย ลีลาสง่างามดั่งหงส์

นกเหล่านี้คือนกแกนเน็ตถิ่นเหนือ (northern gannet) ซึ่งมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Morus bassanus นกชนิดนี้เป็นญาติกับนกบูบี แต่ในสายตาของคนทั่วไป พวกมันช่างเหมือนกับนกนางนวลผสมกับนกอัลบาทรอส

ย้อนหลังไปเมื่อปี 1913 หลังเผชิญภัยคุกคามจากการล่าตลอดระยะเวลาหลายร้อยปี ประชากรนกแกนเน็ตถิ่นเหนือที่เคยมีอยู่มากมายลดลงเหลือเพียง 100,000 ตัว ส่วนจำนวนคอโลนีก็ลดลงเหลือไม่ถึง 20 คอโลนี ในช่วงร้อยปีต่อมาของความพยายามในการอนุรักษ์ พวกมันกลายเป็นตัวอย่างหนึ่งของความสำเร็จอันยิ่งใหญ่


ปัจจุบัน คอโลนีราว 40 คอโลนีในมหาสมุทรแอตแลนติกตอนเหนือโอบอุ้มนกแกนเน็ตที่กำลังสร้างรังร่วม 400,000 คู่ รวมทั้งนกวัยเยาว์และนกที่ไม่อยู่ในช่วงจับคู่ผสมพันธุ์อีกหลายหมื่นตัวคอโลนีขนาดใหญ่คอโลนีหนึ่งอยู่ที่เฮอร์มาเนสซึ่งเป็นเขตสงวนทางธรรมชาติทางเหนือสุดของกลุ่มเกาะเชตแลนด์ในสกอตแลนด์ ที่แห่งนี้คือจุดเหนือสุดของเกาะอังกฤษ ด้วยหน้าผาหินไนส์สูง 150 เมตร ที่ทิ้งตัวลงสู่กระทะ  แห่งเกลียวคลื่นที่เต็มไปด้วยเกาะโขดหินแหว่งเว้ามากมาย เมื่อมาถึงที่นี่ ทุ่งมัวร์อันชุ่มฉ่ำยาวหลายกิโลเมตรก็พลันหลีกทางให้กับความเวิ้งว้างที่ขีดคั่นระหว่างฟากฟ้ากับท้องทะเล

นกแกนเน็ตเริ่มทำรังที่นี่เมื่อปี 1917 และในช่วงหลายเดือนของฤดูร้อน ขนที่พวกมันสลัดทิ้งจะล่องลอยอยู่ในอากาศราวกับบรรยากาศชวนฝันในเทพนิยาย ส่วนคอโลนีนั้นเล่าก็สับสนวุ่นวายและอื้ออึงไปด้วยเสียงร้อง การกระพือปีก และการจิกตี แหล่งทำรังยอดนิยมคือบริเวณใจกลางของคอโลนีซึ่งทั้งหายากและเป็นทำเลทอง เพราะได้รับการปกป้องจากสภาพอากาศอันเลวร้าย ครั้นจับจองพื้นที่ได้แล้ว พวกมันต้องคอยปกป้องอาณาเขตไว้ด้วยชีวิตและจะงอยปากที่คมเหมือนฟันเลื่อย ส่วนนกที่ไร้คู่จะเร้นกายอยู่ตามชายขอบเพื่อหาคู่และสร้างรังของตัวเอง

 

เพื่อให้ได้ทำเลทอง นกเพศผู้สองตัวจะเปิดศึกห้ำหั่นกัน โดยใช้จะงอยปากงับและจิกหน้ากันอยู่นานร่วมชั่วโมง เมื่อการต่อสู้สิ้นสุดลง นกแกนเน็ตตัวหนึ่งจะเป็นฝ่ายจากไป ส่วนอีกตัวก็ได้บ้านเป็นของตัวเอง
นกแกนเน็ตจะออกไข่สีขาวเรียบๆ คล้ายกับไข่ห่านเพียงฤดูกาลละหนึ่งฟอง ทั้งพ่อและแม่จะผลัดกันมากกไข่  และหลังจากผ่านไปหกสัปดาห์ก็ถึงเวลาฟูมฟักสิ่งมีชีวิตสีน้ำตาลเข้ม ไร้ขน และเนื้อตัวเหี่ยวย่น พอสามเดือนผ่านไป ลูกนกขนขาวปุกปุยจะกลายเป็นนกวัยเยาว์ที่มีเรือนขนแข็งแรง การกินอาหารวันละสองมื้อทำให้พวกมันเติบโตอย่างรวดเร็ว การออกกำลังด้วยการกระพือปีกช่วยสร้างความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อซึ่งเป็นสิ่งจำเป็น เมื่อลูกนกพร้อมที่จะจากรัง มันจะพุ่งลงไปในทะเล

“ตอนแรกมันจะผลุบๆ โผล่ๆ ไปกับระลอกคลื่นอย่างมะงุมมะงาหรา แต่ความหิวจะผลักดันให้พวกมัน ว่ายและดำน้ำ จากนั้น พวกมันจะเรียนรู้ว่าต้องทำอะไรบ้างโดยดูนกแกนเน็ตตัวอื่นๆ เป็นแบบอย่าง” สจวร์ต เมอร์เรย์ ชายชาวสก๊อตที่เคยสำรวจนกทะเลในเกาะอังกฤษมานาน 40 ปี เล่าให้เราฟัง การเติบใหญ่เป็นเรื่องยากและเต็มไปด้วยภยันตราย มีลูกนกแกนเน็ตไม่ถึงครึ่งที่อยู่รอดจนอายุสามปี

ถ้านกแกนเน็ตจะมีคุณลักษณะโดดเด่นสักอย่าง เห็นทีจะไม่พ้นพฤติกรรมในการหาอาหารอันน่าตื่นตาตื่นใจ ซึ่งเรียกว่าการพุ่งหรือดิ่งลงดำน้ำ การได้ดูนกเหล่านี้ดิ่งลงน้ำด้วยความเร็วสูงเพื่อฉวยเหยื่อขึ้นมาจากมหาสมุทรอันเย็นเยียบและลึกล้ำ ทำให้เราเข้าใจได้ว่าเพราะเหตุใดชาวประมงจึงพึ่งพาพวกมันมายาวนานในการชี้เป้าแหล่งที่มีปลาชุกชุม

ปัจจุบัน ด้วยศัตรูตามธรรมชาติที่มีอยู่น้อยนิดและแหล่งอาหารอุดมสมบูรณ์ ประชากรนกแกนเน็ตถิ่นเหนือจึงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน กระนั้น ชีวิตประจำวันของพวกมันก็ต้องประลองกำลังกับผืนน้ำและสภาพอากาศ แม้ว่าทุกวันนี้พวกมันจะได้รับการปกป้องและมีอาหารกินอย่างเหลือเฟือ กระนั้น เมอร์เรย์ยังออกปากว่า “เกิดเป็นนกแกนเน็ตแท้จริงแสนลำบากครับ”


เรื่อง เจเรมี เบอร์ลิน ภาพถ่าย แอนดรูว์ พาร์กินสัน ข้อมูลจากนิตยสาร เนชั่นแนลจีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย http://www.ngthai.com/ngm/1208/default.asp

โหวตข่าวนี้