advertisement

กินอยู่สวยๆแบบนางงามจักรวาล กินอยู่แบบ 'อาภัสรา หงสกุล'

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 14 ส.ค. 2555 08:00

ชื่อของ 'อาภัสรา หงสกุล' ยังคงก้องอยู่ในความทรงจำของผู้คนไม่ว่ายุคสมัยใด ว่าเป็นสาวสวยคนแรกของไทยที่ครองตำแหน่งผู้หญิงที่สวยที่สุดบนโลก “Miss Universe” คนแรกของประวัติศาสตร์ไทย แม้เวลาจะผ่านมานับหลายสิบปี แต่สาวงามผู้นี้ยังคงความสวยอยู่ไม่สร่าง ซึ่งเคล็ดลับความงามจะเป็นอะไรนั้น คำตอบอยู่ที่นี่แล้ว...

A Life as  Miss Universe

1965 คือปีที่ประวัติศาสตร์จารึกความเป็น “ครั้งแรก” ในหลายด้าน ด้านหนึ่งนั้นนักบินอวกาศชาวอเมริกันได้ย่ำอวกาศเป็นครั้งแรก ด้านต่อมาถือเป็นปีทำเงินของภาพยนตร์ดังจากฮอลลีวูด My Fair Lady ที่โด่งดังเป็นตำนาน ส่วนอีกด้านที่คนไทยภูมิใจคือ เรามี “นางงามจักรวาล” เป็นคนแรก

ก่อนจะเป็นผู้หญิงที่สวยที่สุดในจักรวาล

จากสาวน้อยวัยใส นักเรียนไทยในปีนัง นางสาวอาภัสรา หงสกุล บุตรสาวของครอบครัวนายทหารอากาศ วัยเพียง 17-18 ปี ถูกเรียกตัวกลับบ้านเกิดเพื่อเข้าร่วมประกวดนางสาวไทยเวทีประกวดนางงามระดับประเทศที่จัดขึ้นอีกครั้งหลังหยุดไปนานนับ 10 ปี คว้าชัยชนะได้ครอบครองมงกุฎนางสาวไทยคนที่ 14 เป็นใบเบิกทางสู่การชิงชัยต่อในฐานะตัวแทนประเทศไทยกับการพิชิตมงกุฎบนเวทีประกวดที่สาวสวยทั่วโลกต่างใฝ่ฝันในตำแหน่ง “นางงามจักรวาล” หรือ “Miss Universe”

วันที่ 24 กรกฎาคม 2508 ชาวไทยในยุคนั้นต่างได้เฮ เมื่อนางสาวไทยคนนี้กลายเป็นผู้ชนะบนเวทีประกวดความงามที่ใหญ่ที่สุดในโลก และได้สวมมงกุฎอันทรงเกียรติ เป็น “นางงามจักรวาลคนแรกของไทย” (นางงามจักรวาลคนที่ 14 และเป็นนางงามจักรวาลคนที่ 2 จากเอเชีย) สร้างความปลาบปลื้มแก่ชาวไทยถ้วนหน้า นับแต่นั้นมา ชื่อของ “อาภัสรา หงสกุล” ก็ไม่เคยห่างหายไปจากหน้าตำนานความงามของเมืองไทย

ไม่ว่าจะผ่านไปนานเท่าไหร่


นางงามปุ๊กโปรยยิ้มหวาน ก่อนเล่าถึงบรรยากาศบนเวทีการประกวด Miss Universe ให้ฟังว่า “ตอนนั้นยังเด็กมากเลยนะคะ ไม่เคยไปต่างประเทศไกลๆเลย นอกจากไปเรียนที่ปีนัง สมัยประกวดนางสาวไทยยังแอบลุ้นตัวเองว่าน่าจะมีสิทธิ์ชนะ แต่พอไปมิสยูนิเวิร์สนี่ไม่หวังเลยค่ะ เกิดมาไม่เคยเห็นผู้หญิงสวยละลานตามารวมตัวกันมากมายขนาดนี้มาก่อน อีกอย่างคือไปประกวดแบบไม่ได้เตรียมตัวอะไรเป็นพิเศษ ได้พี่ๆห้องเสื้อชื่อดังในสมัยนั้นช่วยดูแลเสื้อผ้าระหว่างเก็บตัว ครั้งนั้นประกวดกันที่ Miami Beach Auditorium ติดหาดไมอามีในรัฐฟลอริดาค่ะ เก็บตัวนานหนึ่งเดือนเต็ม ระหว่างประกวดจะมีกิจกรรมให้เข้าร่วมคล้ายๆ กับการประกวดสมัยนี้ และทุกกิจกรรมจะมีกรรมการคอยสอดส่องให้คะแนน โดยที่เหล่าสาวงามจะไม่ทราบล่วงหน้า"

“พอใกล้วันประกวดจริงก็ได้ยินคนซุบซิบว่าเราเป็นตัวเก็งตีคู่มากับมิสฟินแลนด์ แต่ยังไม่เชื่อนะคะ เพราะในรอบซ้อมไม่เคยถูกประกาศเรียกเลย จนหลังจากพบกรรมการและทำกิจกรรมรอบต่างๆ เสร็จแล้ว จึงแอบคิดในใจว่าเราน่าจะเข้ารอบกับเขาได้บ้าง ที่สุดแล้วก็มีรายชื่อเข้ารอบทุกรอบค่ะ กระนั้นยังไม่คิดว่าจะได้ตำแหน่งสูงสุดอยู่ดี คิดเองว่าขอแค่รองอันดับ 2 หรือ 3 ก็พอแล้ว (หัวเราะ)"

“เมื่อตอบคำถามรอบสุดท้ายเสร็จระหว่างรอผลตัดสิน ตอนนั้นเริ่มงง ทำอะไรไม่ถูกแล้วค่ะเพราะสมัยประกวดนางสาวไทย ชื่อที่ถูกประกาศก่อนหมายถึงผู้ชนะ แต่บนเวทีนี้กลับตรงกันข้าม เพราะตำแหน่งรองๆ จะถูกประกาศชื่อก่อน กระทั่งเหลือแค่ดิฉันกับมิสฟินแลนด์เพียงสองคนบนเวที จากนั้นก็จำอะไรไม่ได้เลย เพราะทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก รู้ตัวอีกทีก็มีคนมาสวมมงกุฎ สวมเสื้อคลุมขนมิ้งให้พร้อมคาดสายสะพาย และมอบช่อดอกไม้ให้ถือเสร็จสรรพเรียบร้อย (ยิ้ม)"

ชีวิตหลังครองมงกุฎ


ใครที่บอกว่าได้ตำแหน่งแล้วถือว่าเสร็จภารกิจ แต่แท้จริงแล้วมันคือการเริ่มต้นภาระอันยิ่งใหญ่ “หลังประกวดเสร็จคืนนั้นนอนหลับยาวเลยค่ะ เพราะเหนื่อยกับกิจกรรมมาก ตื่นขึ้นมาก็มีทีมงานถามว่า ‘ยูจำได้หรือยังว่าตัวเองคือมิสยูนิเวิร์ส’ ดิฉันก็อ้อเหรอ ยังงงๆ อยู่ค่ะ จากนั้นจะมีการถ่ายรูปที่เรียกว่า ‘Breakfast in Bed’ คือรูปอิริยาบถแรกหลังจากคืนรับตำแหน่ง เป็นรูปขณะใส่ชุดนอนนั่งอยู่บนเตียงแต่สวมมงกุฎ มีสายสะพายวางข้างๆ มือถือคฑาด้วย ชุดนั้นเป็นชุดที่ใส่นอนจริงๆ นะคะ ส่วนข้างหน้าเป็นถาดอาหารเช้าแบบอเมริกัน ในถาดจะมีครัวซอง ไข่ดาว นม และน้ำส้ม และที่ปลายเตียงคือกองทัพนักข่าวมากมายที่มาเก็บภาพ ระหว่างนั้นดิฉันตระหนักได้ว่าชีวิตเปลี่ยนไปแล้ว และมันยังไม่จบ แต่กำลังจะเริ่มต้นต่างหาก"

“ตามกฎแล้วนางงามจักรวาลทุกคนมีภารกิจที่ต้องทำร่วมกับองค์กรเป็นเวลา 1 ปีค่ะ จะได้เดินทางไปสถานที่ต่างๆ ทั่วโลก มีบ้านประจำตำแหน่งอยู่ที่สหรัฐอเมริกา สมัยนั้นจะอยู่ที่โรงแรม The Shelbourne Hotel  ทางตอนใต้ของหาดไมอามี ที่หน้าโรงแรมจะมีป้ายติดว่า ‘Home of Miss Universe’ แต่ตอนนี้โรงแรมคงถูกรื้อแล้วมั้งคะ ส่วนนางงามจักรวาลสมัยใหม่ยุคหลังๆ จะมีอพาร์ตเมนต์ประจำตำแหน่งกันอยู่ที่ทรัมป์ทาวเวอร์ในนิวยอร์กค่ะ”

นั่นคือเรื่องราวสมัยครองตำแหน่งผู้หญิงที่สวยที่สุดในจักรวาล ซึ่งผ่านมาแล้วกว่าครึ่งศตวรรษ หากแต่ในปัจจุบัน 'ปุ๊ก-อาภัสรา' ยังสวยสง่ากว่าวัยอยู่มากโข เธอมีเคล็ดลับการกินอยู่หรือดูแลตัวเองอย่างไร

กินให้สวย อยู่ให้งามอย่างนางงามจักรวาล

“ดิฉันเป็นคนชอบรับประทานค่ะ รับประทานเก่งทีเดียวล่ะ ไม่ค่อยเลือกมากเพราะเราต้องออกงานบ่อย มีคนเชิญไปงานโน้นงานนี้ตลอดไงคะ ถ้าเลือกรับประทานนักก็จะไม่ดี เกรงใจเจ้าภาพ แต่โดยทั่วไปแล้ว ถ้าให้เลือกเองจะเน้นของที่อร่อย สด ผ่านการปรุงแต่งน้อย คือขออร่อยตามแบบธรรมชาติดีกว่าแต่งสีแต่งกลิ่นด้วยสารเคมี ข้อดีก็คือ นอกจากได้รสชาติถูกใจแล้วยังมีประโยชน์ต่อร่างกายด้วย"

“ชอบรับประทานอาหารไทยมากที่สุด ไม่เฉพาะไทยภาคกลางแต่ชอบทุกภาคเลยตั้งแต่เด็กๆ คุณแม่เป็นคนทำอาหารให้ทุกคนในบ้าน เมนูส่วนใหญ่เป็นแกงส้ม แกงเลียง ห่อหมก สลัดและยำต่างๆ ส่วนอาหารฝรั่งก็มีบ้าง ที่ชอบที่สุดจนถึงทุกวันนี้ คือ สเต๊ก เพราะเลิกกินเนื้อวัวแล้วจึงต้องเปลี่ยนมาเป็นสเต๊กเนื้อแกะแทน"

แม่ครัวในบางเวลา

พอนางงามปุ๊กเจอคำถามเรื่องการทำครัว ก็ถึงกับหัวเราะพร้อมออกตัวทันทีว่า “ดิฉันทำอาหารเป็น นอกจากแอบดูคุณแม่ทำบ้าง หัดทำเองบ้างแล้ว ยังมีโอกาสได้เรียนกับท่านหญิงแห่งร้านกัลปพฤกษ์ด้วยนะคะ สมัยลูกๆ ยังเล็ก ดิฉันก็เข้าครัวทำอาหารให้พวกเขาเสมอ เมนูประจำตัวที่ทำบ่อยมากก็คือ ‘ก๋วยเตี๋ยวปลาแซลมอน’ และ ‘ฟองดูต์กุ้งหรือปลา’ รวมทั้ง ‘สเต๊ก’ จานโปรดด้วย"

“ทราบไหมคะว่าอาหารจานแรกที่ดิฉันทำเป็นคืออะไร ให้ทายคงทายไม่ถูกแน่ๆ เพราะอาหารนั้นก็คือ ‘ส้มตำไทย’ ไงค่ะ หนึ่งในอาหารจานโปรดของดิฉันเลย ได้รับประทานคู่กับไก่ย่างนะคะอร่อยสุดๆ ไม่ว่าใครก็ต้องน้ำลายสอกันทั้งนั้น”

เมนูง่ายๆ ของนางงามจักรวาล

จากเมนูที่ยกตัวอย่างมาข้างต้น คงไม่เชื่อว่าอีกหนึ่งอาหารโปรดที่ปุ๊กปลื้ม รับประทานได้ไม่เบื่อจะเป็น ปลาทู ถึงขนาดลากเสียงยาวว่าชอบมากกก เมนูอะไรก็ได้ขอมีปลาทูมาแจม สามารถรับประทานได้หมดถ้วย นอกจากนี้ที่ขาดไม่ได้เลยคือ ผักและผลไม้ ช่วยให้ผิวพรรณดี เพราะมีสารต้านอนุมูลอิสระเยอะ

เคล็ดลับความงามสองพันปี

“ดิฉันรับประทานอาหารวันละ2-3มื้อตามปกติค่ะแล้วแต่ว่ามื้อค่ำของวันที่ผ่านมาจบลงดึกแค่ไหนถ้าเมื่อคืนรับประทานดึกตื่นมาวันนี้อาจจะเหลือแค่ 2 มื้อ ก็แล้วแต่ความเหมาะสม โดยมากแล้วจะพยายามตื่นเช้าให้ได้เป็นประจำประมาณเจ็ดแปดโมง ล้างหน้า ล้างตาเสร็จแล้วจะเข้าห้องสวดมนต์ ไหว้พระกรวดน้ำ จากนั้นถ้าวันไหนหิวจะรับประทานข้าวต้ม แต่ถ้าไม่หิวก็ขอชาหรือโอวัลตินสักแก้วก็พอ ต่อไปก็ถึงเวลาออกกำลังกายที่ดิฉันทำทุกวันมาเป็นสิบๆปีแล้ว ก็คือการวิ่งบนลู่ (Treadmill) ให้ได้วันละประมาณ 45 นาที ช่วยเผาผลาญพลังงานและทำให้กระชุ่มกระชวยได้ดี นานๆทีจึงจะว่ายน้ำค่ะส่วนมื้ออาหารหลักจะเริ่มราวเที่ยงเป็นอาหารง่ายๆ ธรรมดา อย่างพวกก๋วยเตี๋ยว บางทีอาจมีอาหารฝรั่งบ้าง ส่วนมื้อต่อไปก็รอถึงเย็นเลย ส่วนมากมีงานเลี้ยงก็จะรับประทานนอกบ้านเป็นส่วนใหญ่”

ใส่ใจผิวพรรณอยู่เสมอ

“ดิฉันเป็นคนติดนวดค่ะเป็นมาตั้งแต่เด็กๆแล้ว ตอนนี้เวลาไปทำงานที่สปา(Apasra’s Beauty  Slimming Spaที่ซอยรัชดาฯ32 และเซ็นทรัลเวิลด์ชั้น3) ก็จะจองคิวนวดตลอด บางทีต้องรอเป็นสัปดาห์นะคะเพราะคิวลูกค้าจองเต็ม ชอบนวดลดเซลลูไลต์และนวดไทยเป็นพิเศษ ทำแล้วสบายตัว ผ่อนคลายไปหมด เลือดลมได้หมุนเวียน ผิวก็ได้หายใจ ทำแล้วรู้สึกดีค่ะ น้องๆที่สปาจะทราบดีว่าดิฉันชอบนวดแบบใด อย่างเวลามีทรีตเมนต์ใหม่ๆมา ดิฉันก็ต้องลองทำด้วย ให้รู้ว่าดีจึงจะนำมาให้บริการลูกค้าได้"


การจะเป็นนางงามจักรวาลนั้นว่ายากแต่การเป็นนางงามจักรวาลที่คนรักนั้นยากกว่า แต่สาวงามผู้นี้ก็ทำสำเร็จตลอดมา เพราะเพียงพูดชื่อ 'อาภัสรา หงสกุล' มีใครคนไทยคนไหนบ้างที่ไม่รู้จัก

 

 

ภาพ/ข้อมูล : health & cuisine

โหวตข่าวนี้