advertisement

เจาะดีเอ็นเอ vs ตรวจหมู่เลือด ไขรหัส 'ฟิล์ม-แอนนี่' 2 วิธี หาลูกใครหว่า…?

โดย ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ 16 ก.ค. 2555 05:30

เป็นเรื่องที่ถกเถียงกันตามหน้าสื่อต่างๆ กันไม่จบซะที กับ ฟิล์ม รัฐภูมิ โตคงทรัพย์” กับ “แอนนี่ บรู๊ค” กรณี “น้องฑีฆายุ” ลูกใครหว่า ฝ่ายชายก็ออกมาบอกว่าตรวจ “ดีเอ็นเอ” กับลูกแล้วพร้อมกับพูดทำนองว่ารู้แล้วว่า ฑีฆายุไม่ใช่ลูกตนเอง พร้อมกับขอให้ถอนชื่อว่าเป็นพ่อของเด็กออกจากใบแจ้งเกิด  ส่วนฝ่ายหญิงก็ออกมาบอกทำนองว่า ถ้ารู้ภายหลังว่าเป็นลูก วันข้างหน้าสำนึกได้อย่ามาขอเป็นพ่อของลูกแล้วกัน แม้ผู้เชี่ยวชาญจะออกมายืนยันว่า กรณีฟิล์มไม่ใช่การตรวจดีเอ็นเอ

 


คำถามที่น่าสนใจก็คือ ถ้าไม่ใช่การตรวจดีเอ็นเอจริง มีวิธีไหนพิสูจน์ความเชื่อมโยงให้คลายข้อกังขาว่าเป็นลูกใครหว่าหรือไม่...?

 

 


ไทยรัฐออนไลน์สอบถามไปยัง แพทย์หญิงคุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม ในกรณีดีเอ็นเอว่า โดยหลักว่ามนุษย์ทุกคนดีเอ็นเอจะมาจากพ่อครึ่งหนึ่ง แม่ครึ่งหนึ่ง ไม่ใช่ที่หลายคนเข้าใจว่าในตัวลูกนั้นจะมีดีเอ็นเอทั้งของพ่อและดีเอ็นเอแม่อยู่ ดังนั้นเวลาตรวจดีเอ็นเอว่าเด็กเป็นลูกใครจะต้องตรวจหาดีเอ็นเอทั้ง 3 คน  2 คนไม่ได้เด็ดขาด

 

 


“กรณีนี้ที่ฟิล์มออกมาพูดว่าเป็นการตรวจดีเอ็นเอหมอยืนยันว่าไม่ใช่แน่ น่าจะเป็นการตรวจหมู่เลือด ซึ่งวิธีการตรวจหมู่เลือดนี้จะสามารถแยกออกมาได้ว่า หมู่เลือดของพ่อแม่ลูกนั้นมีความเชื่อมโยงกันหรือไม่ เช่น ลูกมีเลือกกรุ๊ป O (ซึ่งเลือดกรุ๊ป O เป็นยีนด้อย แต่ถ้าหากคุณมีเลือดกรุ๊ป O จะไม่มีกรุ๊ปเลือดอื่นผสมอยู่เพราะเป็นยีนด้อยอยู่แล้ว) พ่อมีเลือดกรุ๊ป A แท้ๆ ซึ่งเลือดกรุ๊ป A ก็สามารถแบ่งได้ 2 ประเภท 1.A พันธุ์แท้ กับ 2.A พันธุ์ทาง A พันธุ์แท้แปลว่า โครโมโซมของเราเป็น AA ส่วน A พันธุ์ทาง หมายถึง เรามีเลือดกรุ๊ป AO ส่วนแม่มีเลือดกรุ๊ป B แท้ๆ เมื่อตรวจกรุ๊ปเลือดแล้วก็มีความเป็นไปว่าเขาเป็นลูกของทั้ง 2 คน ในกรณีเดียวกัน สมมติลูกเลือดกรุ๊ป O แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่แม่มีเลือดกรุ๊ป A แล้วพ่อมีเลือดกรุ๊ป BB ไม่ใช่เลือดเลือดกรุ๊ป BO เด็กคนนี้ไม่ใช่ลูกทันที ถ้าคุณพ่อมีเลือดกรุ๊ป BO ก็มีสิทธิ์เป็นลูกได้เช่นกัน”

 

 


หมอพรทิพย์ บอกว่า ส่วนการตรวจดีเอ็นเอพิสูจน์ความเชื่อมโยงในการเป็นพ่อ แม่ ลูกนั้นต้องใช้ทั้ง 3 คนยินยอมพร้อมใจกัน โดยหลักว่ามนุษย์ทุกคนจะมาจากพ่อครึ่งหนึ่งแม่ครึ่งหนึ่ง ไม่ใช่ในลูกจะมีดีเอ็นเอพ่อแม่อยู่ในนั้น ดังนั้นตรวจ 2 คนไม่ได้ ดีเอ็นเอของมนุษย์ทุกคนจะมีดีเอ็นเออยู่ในโครโมโซมทั้งหมด 2 ชุด ฉะนั้น พอตรวจออกมาจะต้องตอบได้ว่า ชุดไหนมาจากพ่อ ชุดไหนมาจากแม่ แล้วในชุดต่างๆ มันจะมีทั้งหมด 23 คู่ 46 เส้น ซึ่งครึ่งหนึ่งต้องมาจากพ่อ ครึ่งหนึ่งต้องมาจากแม่ต้องตรงเป๊ะๆ ถึงจะอธิบายได้

 

 


“ทั้งนี้แม้จะไม่ได้ตรวจครบทุก 23 เส้นเพราะเปลืองค่าน้ำยา นักวิจัยเขาสรุปมาว่าสามารถตรวจแค่เพียง 10 ตำแหน่ง หรือ 16 ตำแหน่งก็รู้ได้ชัดเจนอย่างกรณี มนต์สิทธิ์ คำสร้อย ถือว่าเป็นการตรวจดีเอ็นเอรุ่นแรกๆ ที่ใช้ 10 ตำแหน่ง ซึ่งตรงทั้งหมด 10 ตำแหน่งเป๊ะๆ หมายถึง เด็กคนนี้ครึ่งหนึ่งมีดีเอ็นเอเหมือนกับพ่อ อีกครึ่งก็เหมือนกับแม่ แต่รุ่นของ แด๊ก บิ๊กแอส ใช้การตรวจดีเอ็นเอ 16 ตำแหน่ง ซึ่งแด๊กนั้นไม่ตรงหลายตำแหน่ง กรณีนี้ก็พิสูจน์ว่าแด๊กไม่ใช่พ่อ”

 

สุดท้ายผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรมกล่าวย้ำว่า ยังไม่มีการประสานมาจริงๆ จังๆ มีแต่การพูดผ่านสื่อมาตั้งนานแล้ว ซึ่งตนก็ยินดีตรวจให้ แต่ว่ากันจริงๆ มันมีเบื้องหลังไม่เปิดเผย เพราะว่ามันคงมีความจริงกระจ่างแล้วไม่งั้นผู้ชายไม่ออกมาพูดแบบนี้ แต่ไม่ใช่การตรวจดีเอ็นเอแน่นอน

“หมอจึงอยากจะย้ำว่าถึงวินาทีนี้แล้ว การตรวจดีเอ็นเอมันเป็นแค่ความอยากรู้ของสังคม แต่ถ้าว่าเห็นด้วยไหม จุดนี้แล้วก็ไม่เห็นด้วย เพราะเด็กเขาโตแล้ว และที่สำคัญแม่เป็นคนรู้ดีที่สุด เพราะมันจะหยุดข้อกังขาไม่อย่างนั้นมันจะซ้ำเติมตัวเองและลูกในที่สุด”

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement