advertisement

เปลี่ยน ถูกเปลี่ยน อยากเปลี่ยน

โดย ธนา เธียรอัจฉริยะ 10 ก.ค. 2555 05:30

ผมเคยผ่านการเปลี่ยนแปลงตัวเอง แต่ก็เพราะถูกบังคับให้เปลี่ยน ผมถึงชื่นชมคนที่เปลี่ยนตัวเองได้โดยที่ไม่ได้ถูกบังคับ อยากรู้ว่าอยู่ดีๆ คนที่ลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงตัวเองแบบหน้ามือเป็นหลังมือ มีวิธีคิดอย่างไรถึงเปลี่ยนตัวเองได้โดยไม่ต้องถูกบังคับ...

ผมเคยผ่านการเปลี่ยนแปลงตัวเองเช่นการลดน้ำหนัก หรือหันมาออกกำลังกายเพื่อให้สุขภาพแข็งแรงขึ้น  แต่ก็เพราะผมถูกบังคับให้เปลี่ยนจากการป่วยและก็กลัวตาย ทำให้ผมต้องลุกขึ้นมาเปลี่ยนตัวเองขนานใหญ่ ถ้าผมไม่ได้เข้าโรงพยาบาลแล้ว ถูกบังคับให้เปลี่ยน ผมก็คงจะเปลี่ยนตัวเองได้ยาก

ผมถึงชื่นชมกับเรื่องราวของคนที่เปลี่ยนตัวเองได้โดยที่ไม่ได้ถูกบังคับให้เปลี่ยนเพราะผมรู้ว่าเป็นเรื่องที่ยากมาก ผมชอบถามคนที่อยู่ดีๆ ลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงตัวเองแบบหน้ามือเป็นหลังมือว่ามีวิธีคิดอย่างไร ทำไมถึงทำได้  เรื่องราวที่ผมถามบ่อยๆ ก็จะเป็นเรื่องที่คนคนนึงอยู่ดีๆ หันมาดูแลสุขภาพ ออกกำลังกายจนแข็งแรงมากๆ  กับเรื่องราวของคนที่สูบบุหรี่จัดๆ แล้วอยู่ดีๆ เลิกได้ ถ้าเจอคนที่ทำได้ ผมก็จะถามเขาว่าทำไม  อยากรู้ว่าเขาคิดอะไรเขาถึงเปลี่ยนตัวเองได้โดยไม่ต้องถูกบังคับ

ผมได้เคยเล่นกอล์ฟกับคุณไตรภพ ลิมปพัทธ์ พิธีกรชื่อดังอยู่ครั้งหนึ่ง แล้วประทับใจในความแข็งแรงของคุณไตรภพมาก  คุณไตรภพเล่นกอล์ฟเก่ง ไดร์ฟไกล ยิ่งตอนอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก็เห็นคุณไตรภพรูปร่างแข็งแรงมาก เหมือนหนุ่มๆ และยิ่งรู้ว่าคุณไตรภพอายุเกือบหกสิบแล้ว ก็ยิ่งทำให้ผมอยากรู้ว่าทำไมคุณไตรภพถึงดูแลตัวเองได้ดีขนาดนี้  ซึ่งผมจำได้ว่าไม่นานมานี้ ผมยังได้ยินเรื่องราวคุณไตรภพว่าดูเหมือนไม่ได้แข็งแรง ดูป่วยๆ ด้วยซ้ำ

ระหว่างทานข้าว ผมก็เลยแอบถามคุณไตรภพ คุณไตรภพเล่าว่าแต่ก่อนก็ไม่เคยออกกำลังอะไร ร่างกายก็ทรุดโทรม  แต่คุณไตรภพเป็นคนที่ชอบทำอะไรเอง ไม่ชอบพึ่งคนอื่นให้ทำให้  ชอบยกกระเป๋า ชงกาแฟเอง  ก็เลยคิดว่าถ้าแก่ตัวไปแล้ว เคลื่อนไหวไม่ได้ ไม่แข็งแรง ต้องมีคนทำอะไรให้  ตัวเองคงอึดอัดและอยู่ลำบาก 

คุณไตรภพเป็นคนที่มุ่งมั่น  จะทำอะไรต้องทำให้ได้ คุณไตรภพก็เลยเริ่มออกกำลังหลังจากที่ไม่เคยออกเลย  วันแรกๆ วิ่งๆ เดินๆ ได้แค่ห้านาทีก็หอบแทบเป็นลม  แต่ก็ไม่ยอมแพ้  แล้วค่อยๆ เพิ่มขึ้น จนตอนหลังสามารถออกกำลังกายได้วันละหลายชั่วโมง ร่างกายก็แข็งแรงขึ้นมาก  ถึงกับคุณหมอบอกว่ามีร่างกายเหมือนคนหนุ่มๆ คุณไตรภพบอกว่า ไม่มีเคล็ดลับอะไรนอกจากลุกขึ้นมาทำเอง  ทำด้วยตัวเอง  ทำซ้ำไปเรื่อยอย่างอดทนและมีวินัย  ด้วยความที่ไม่อยากต้องพึ่งใคร  ไม่อยากเป็นภาระกับใครเป็นตัวตั้ง

ผมถามด้วยความสงสัยด้วยหน้าตาที่ดูหนุ่มมากว่า  ตอนนี้คุณไตรภพอายุเท่าไหร่  คุณไตรภพบอกว่าห้าสิบแปดปี ผมถามต่อว่า แล้วตอนที่ตัดสินใจที่จะลุกขึ้นมาออกกำลังแล้วทำได้จนน่าทึ่งนั้น คุณไตรภพอายุเท่าไหร่  
คุณไตรภพบอกว่า  ห้าสิบปี……..

………………

ตอนที่ผมทำงานที่ดีแทค  ผมมีความสนิทสนมกับดีลเลอร์ภาคเหนือรายหนึ่ง และสังเกตเห็นเขาสูบบุหรี่จัดมาก  ตลอดที่รู้จักกันหลายปี ก็เห็นแต่เขาสูบบุหรี่มาตลอด  จนวันที่ผมจะออกจากดีแทค  มีงานเลี้ยงดีลเลอร์ใหญ่  ผมยืนคุยกับดีลเลอร์คนนี้  เขาบอกผมว่าเขาเลิกสูบบุหรี่ได้เด็ดขาดแล้วนะ

ผมเลยถามเขาว่าเลิกได้ยังไง เพราะเท่าที่รู้จักมา เขาไม่น่าจะเลิกได้เลย  ผมแหย่เขาว่าสาบานอะไรเหรอ  ถ้าสูบอีกขอให้ฟ้าผ่าเหรอ  เขาหัวเราะ  แล้วบอกว่าแค่นั้นเอาไม่อยู่หรอก  ถ้าสาบานแค่นั้นเขาก็คงสูบอยู่ดี  เขาบอกว่าเขาสาบานอะไรบางอย่างที่แรงจนเขาไม่กล้าสูบอีก  ที่เขาอยากเลิกก็เพราะลูก  เขาอยากแข็งแรงเพื่อดูแลลูก  แต่พยายามหลายครั้งก็ไม่สำเร็จ จนต้องสาบาน

เขาบอกว่าเขาสาบานต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ว่า ถ้าเขาสูบอีก ขอให้ลูกมีอันเป็นไป!

ผมอื้งและงงไปพักใหญ่ ก่อนที่เขาจะอธิบายว่า เพราะเขารักลูกมาก  รักกว่าตัวเองเยอะ  ยอมตายแทนลูกยังได้  เขาก็เลยใช้ไม้ตายวิธีนี้ เพราะรักลูก การสาบานแบบนี้ทำให้เขาไม่กล้าที่จะสูบอีก เพราะกลัวลูกเป็นอะไรไป  เป็นวิธีที่แปลกที่สุดวิธีหนึ่งที่ผมเคยถามมา  ในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงตัวเอง

………

ผมเป็นคนที่ติดน้ำอัดลมมาก  ตอนหลังกลัวอ้วนก็เปลี่ยนมาเป็นแนวเป๊ปซี่แมกซ์  โค้กซีโร่  ต้องดื่มวันละกระป๋องสองกระป๋อง  ก็รู้ว่าดื่มมากๆ มันไม่ค่อยดี อยากจะลด จะเลิก พยายามแล้วแต่ก็ทำไม่ได้  โดยเฉพาะเวลาคอแห้ง หิวกระหาย จะต้องซักกระป๋อง เหมือนเป็นนิสัยที่ไม่น่าจะลดจะเลิกได้เลย

จนมาเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว โมเน ลูกสาวอายุแปดขวบของผม มายืนจดๆ จ้องๆ หน้าตากังวล ตอนที่ผมกำลังดื่มน้ำอัดลม  เขาบอกว่าคุณครูเพิ่งสอนที่โรงเรียนว่าถ้าเอาฟันไปแช่ในน้ำอัดลมแล้วฟันยังละลายเลย น้ำอัดลมไม่ดีต่อร่างกายมากๆ  หน้าตาเป็นห่วงพ่อมาก    

เขามาจ้องและบ่นอย่างนี้อีกสองสามครั้ง  ผมเลยรู้ว่าเขาเป็นห่วงจริงๆ  ก็เลยพูดเล่นๆ กับเขาว่า พ่อหยุดซักสามวันก็ได้  ถ้าโมเนอยากให้พ่อหยุด  หน้าตาเขาดีใจมาก

ผมก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร แต่ก็ไม่ได้ดื่มวันถัดมา  ภรรยาผมแอบมาเล่าว่าโมเนภูมิใจมาก ไปเล่าให้ใครต่อใครฟังว่าเตือนพ่อแล้วพ่อเชื่อโมเนด้วย ผมฟังแล้วก็รู้สึกสะกิดใจ และเกรงใจลูกมาก  อีกหลายวันต่อมาผมเห็นน้ำอัดลมอยู่ตรงหน้าก็ไม่กล้าดื่ม ไม่กล้าสั่ง ลองโทรไปถามลูก โมเนก็ห้ามเด็ดขาด  บอกว่าให้ครบเจ็ดวันจะให้ดื่มได้หนึ่งกระป๋อง

ผมไปงานเลี้ยงมาสองงาน เดินไปไหนก็เห็นแต่น้ำอัดลมด้วยความอยาก แต่เพราะลูกสาว  ทำให้ผมหยุดยั้ง ห้ามใจได้  วันนี้ครบวันที่เจ็ด  ผมได้รับอนุญาตจากลูกสาวให้ดื่มได้แก้วนึง  ตอนนี้เขาตั้งกฎเพิ่มว่าสองอาทิตย์จะให้ได้หนึ่งครั้ง หน้าตาเขามีความสุขมากพอรู้ว่าพ่อทำตาม

ผมก็เชื่อว่าผมคงอดทนอีกสิบสี่วันได้  

เพื่อหน้าตาที่มีความสุขของโมเน…

ธนา เธียรอัจฉริยะ

 

โหวตข่าวนี้
advertisement

Thairath TV

คิดต่าง อย่างเข้าใจ
advertisement