advertisement

ก่อน-หลัง...'ตั้ม เซจุง' หล่อเกาหลี ลมหายใจนี้ เพื่อศัลยกรรม!

โดย ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ 15 พ.ค. 2555 08:00

หายใจเข้าก็ซิลิโคน หายใจออกก็ฟิลเลอร์ จนใบหน้าของหนุ่มคนนี้แทบไม่มีเค้าเดิมเหลืออยู่ ทั้งทำตาสองชั้น เสริมจมูก ฉีดคาง ร้อยไหม ทำลักยิ้ม กินยาผิวขาว สักขอบตา ฯลฯ ทั้งหมดที่เกี่ยวกับการทำศัลยกรรม หนุ่มคนนี้บอกว่า ทำมาหมดแล้ว มากถึง 50 ครั้ง !


อชาสรรค์ รัษฎามาศ หรือตั้ม เซจุง ที่ทุกคนรู้จักในโซเชียลเน็ตเวิร์ก จากเมื่อก่อนเขาเป็นผู้ชายหน้าตี๋ธรรมดาคนหนึ่ง แต่ในวันนี้เขากลายเป็นหนุ่มหล่อหน้าเกาหลีที่เริ่มเข้ามาคลุกคลีในวงการบันเทิง อีกทั้งยังโด่งดังในสังคมออนไลน์อย่างมาก


"ผมเริ่มทำศัลยกรรมครั้งแรกตอนอายุ 20 ครับ ตอนนั้นที่ตัดสินใจทำไม่ได้คิดว่าอยากจะเป็นดาราอะไรเลย แต่พอดีตอนเด็กๆ ผมโดนกระจกกระเด็นเข้าตา เลยทำให้ตาสองข้างไม่เท่ากัน พอเข้าเรียนมหาวิทยาลัยก็เลยขอเงินคุณแม่ไปทำตา จากนั้นก็รู้สึกว่าหน้าเรามันดูโอเคกว่าเดิม และเป็นคนไม่กลัวเข็มด้วย ก็เลยคิดว่าอยากทำอีก พอทำมากขึ้นเรื่อยๆ ก็เริ่มมีคนมาชวนไปถ่ายมิวสิกวิดีโอ มันก็เลยเป็นจุดเริ่มต้นที่ได้เข้ามาทำงานตรงนี้นิดๆ หน่อยๆ ซึ่งผมก็คิดว่าตอนแรกพี่ที่เขาชวนผม ก็คงไม่รู้ครับ ว่าหน้าผมผ่านการทำศัลยกรรมมา อีกอย่างตอนนี้ที่ทำก็เป็นทีมงานของรายการเปิดบ้านมดดำด้วยครับ ไปเป็นผู้ช่วยให้กับพี่มดดำ"



ความบ้าในตัว บวกกับรู้สึกว่าการทำศัลยกรรมไม่ใช่เรื่องที่น่ากลัวอะไร จากการทำตาสองชั้น 1 ครั้ง ตั้มก็เริ่มไปทำจมูก ตามมาด้วยปาก คาง ลักยิ้ม และผิว และแต่ละที่ก็มีการเสริม ฉีด และแก้ไขมานับไม่ถ้วน

"หลังจากทำตาเสร็จ ก็เริ่มทำจมูกครับ ตอนแรกไปฉีดฟิลเลอร์ก่อน ประมาณ 6-7 ครั้ง คือเติมให้ดูโด่งไปเรื่อยๆ จากนั้นถึงมาเสริมซิลิโคน ก็มีแก้ไขประมาณอีก 7 รอบ กว่าจะออกมาแบบนี้ เพราะมันมีปัญหาจากการที่เคยฉีดฟิลเลอร์ จากนั้นก็มีทำลักยิ้ม ฉีดฟิลเลอร์ที่คาง ฉีดดอลลี่อายให้ตาดูเป็นเกาหลี และก็มีกินยาให้ผิวขาว เพราะแต่ก่อนผิวผมคล้ำกว่านี้ ล่าสุดก็เพิ่งไปร้อยไหมมาครับ อยากลองทำดู แต่พอทำแล้วรู้สึกเฉยๆ นะ เพราะอายุอาจจะยังไม่เหมาะกับการไปทำด้วย"


เส้นทางการทำศัลยกรรมของตั้ม อาจเรียกได้ว่าผ่านมาเยอะ และเจ็บมาแยะ ซึ่งหลายคนที่ได้เห็นภาพ ต่างก็เกิดคำถามในใจ โดยเฉพาะคนที่อยากทำศัลยกรรมและออกมาสวย-หล่อแบบเขา ทุกวันนี้ตั้มเลยกลายเป็นกูรู คอยแนะนำ จนดังกระฉ่อนอยู่ในโซเชียลเน็ตเวิร์กอีกด้วย


"จริงๆ ผมไม่ได้เป็นกูรูขนาดนั้น คนที่เป็นกูรูจริงๆ คือคุณหมอครับ แต่ส่วนใหญ่ที่เขาชอบมาถามผม เพราะเห็นภาพก่อนและหลังทำว่ามันต่างกันมาก เหมือนเป็นคนละคน ซึ่งผมเองก็ให้คำแนะนำได้บ้าง แต่เรื่องที่ว่าหมอไหนทำแล้วออกมาดี ผมตอบไม่ได้ครับ มันขึ้นอยู่กับเค้าโครงเดิมของคนที่จะทำด้วย บางคนอายุแค่ 16 เอง มาถามผมเรื่องนี้ ผมก็ไม่สนับสนุนนะ อยากให้เขาลองปรึกษาครอบครัว และรอไปอีกหน่อย เพราะหน้าเรามันยังยืดหยุ่นได้อีก ซักอายุ 20 ถ้าอยากทำจริงๆ ก็ค่อยว่ากัน"


เห็นภาพของหนุ่มตั้มหลังทำศัลยกรรม จนออกมาหล่อใสได้ขนาดนี้ เขาบอกว่าภาพเก่าๆ สมัยยังไม่ได้ผ่านมีดหมอนั้นเขาก็ยังเก็บไว้ แถมยังนำออกมาลงในเฟซบุ๊กให้เห็นกันทั่ว ซึ่งเจ้าตัวบอกว่าไม่ได้รู้สึกอะไร และก็ยอมรับทุกคำวิจารณ์


"แต่ก่อนเพื่อนชอบล้อว่าเราหน้าซาลาเปา อาแป๊ะ แต่ผมเองก็ไม่ได้รู้สึกแย่กับหน้าเก่าขนาดนั้น พอตอนนี้หน้าเปลี่ยนไป ผมเลยไม่รู้สึกแอนตี้อะไร ก็อยากเอามาให้ดูว่าก่อนและหลังที่ทำศัลยกรรมหน้าผมเป็นยังไง ก็มีคนพูดทั้งดีและไม่ดีครับ แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร เพราะผมก็ทำศัลยกรรมมาจริงๆ อีกอย่างมันก็ไม่ใช่เรื่องที่ผิด ใครที่แอนตี้ก็อยากให้เขามองแง่ดีบ้าง เพราะคนที่ทำแล้วรุ่งก็มี อย่างผมเอง เมื่อก่อนผมรับครีมเพื่อนมาขายบอกตรงๆ ว่าขายไม่ดีเลยครับ งานก็ไม่เข้า ผิดกับตอนนี้เลย ผมว่าถ้าทำแล้วดี สามารถหาเงินช่วยครอบครัวได้ก็เป็นเรื่องที่ดีนะ แต่ถ้าเอาแต่อยากหล่อ-สวยอย่างเดียวก็ไม่ควรครับ"


อะไรก็ดูดีขึ้นไปหมดแบบนี้ ไม่เว้นแม้แต่เรื่องสาวๆ ซึ่งหนุ่มคนนี้เล่าว่า ตอนที่ยังหน้าเดิม ไม่กล้าแม้แต่จะไปจีบใคร แต่ทุกวันนี้มั่นใจมากขึ้น แถมยังเรทติ้งกระฉูด จนเลือกไม่ถูกกันเลย


"หลังทำศัลยกรรมเรทติ้งดีกว่าเยอะครับ ก่อนหน้านั้นผมไม่กล้าจีบใครเลยนะ ตอนนี้มั่นใจมากขึ้น แต่ก็ยังไม่มีแฟนนะครับ ดูๆ ไปก่อน ผมก็ไม่ได้เจ้าชู้นะครับ เป็นเหมือนผู้ชายปกติทั่วๆ ไป (ยิ้ม)"

แม้ว่าการทำศัลยกรรมจะทำให้หลายอย่างในชีวิตของเขาเปลี่ยนไป แต่ก็อาจใช้ไม่ได้กับทุกคน ตั้มบอกว่าการตัดสินใจในการทำแต่ละครั้งต้องศึกษาให้มากๆ


"ก่อนจะไปทำต้องปรึกษาหมอก่อน 3-4 ที่ ให้มั่นใจ จะได้รู้ว่าหมอไหนถูกใจเราที่สุด ไม่ใช่ไปถึงแล้วตัดสินใจทำเลย เห็นคนอื่นทำแล้วดี ก็ไปทำตาม สุดท้ายพอทำออกมาแล้วไม่ชอบก็เยอะนะครับ ส่วนเรื่องฉีดถ้าไม่จำเป็นอย่าทำครับ มันมีผลระยะยาว อย่างพังผืดมาเกาะ ถ้าเสริมซิลิโคนก็เสริมไปเลยครับ เพราะผมเองทั้งเสริม ทั้งฉีดและแก้ไขมาเยอะมาก หมดกับค่าศัลยกรรมไปห้าแสนกว่าบาทแล้ว  แต่ทุกวันนี้คิดว่าถ้าไปเอาพังผืดที่คางออกก็คงไม่เสริมอะไรแล้วครับ ยิ่งถ้าอายุเยอะขึ้นมากๆ ก็อาจจะไปเอาออกด้วยซ้ำ เพราะศัลยกรรมมันมีระยะเวลา ไม่ได้อยู่กับเราตลอดชีวิต เลยไม่ได้คาดหวังมาตั้งแต่แรกว่าทำให้หล่อเพื่ออยากเป็นดารา ตรงนี้มันเป็นแค่ผลพลอยได้ครับ จริงๆ แล้วสิ่งที่ผมคาดหวังที่สุดก็เป็นเรื่องธุรกิจมากกว่า อยากทำให้ประสบความสำเร็จ เรื่องงานในวงการบันเทิงไม่ค่อยรับแล้วครับ เพราะรู้สึกว่าทำธุรกิจแล้วมันได้เงินเร็วกว่าเยอะ"


*เก็บตก ตั้ม เซจุง*

1. ตั้ม เซจุง เป็นฉายาที่เขาตั้งขึ้นเอง เมื่อตอนที่เล่น hi5 ตั้งแต่นั้นเลยใช้ชื่อนี้มาโดยตลอด

2.เขายอมรับว่า เป็นคนชอบทำศัลยกรรมมาก เรียกว่าติดเป็นนิสัย จนมีสโลแกนประจำตัวว่า 'ทุกชีวิตมีค่า ทุกเวลาศัลยกรรม'

3.ตั้มเป็นหนุ่มที่หน้าเหมือนดาราหลายคนมาก หลังจากที่ทำศัลยกรรมมาแล้ว ทั้ง เอ็ม-อภินันท์, กอล์ฟ-พิชญะ, ฝันดี-ฝันเด่น

4.เขาตั้งใจไว้ว่าจะไม่ทำศัลยกรรมอะไรอีกแล้ว แต่ถ้าอายุมากขึ้นก็ขอฉีดโบท็อกซ์กระชับหน้าบ้าง

5.เวลาว่างจริงๆ ที่ไม่ได้ไปอัพหล่อ เขาชอบอัดเพลงใส่เสียงตัวเองเอาไว้ฟังเล่น

6.สเปกสาวของตั้ม จะศัลยกรรมหรือไม่ก็ได้ แต่ถ้าทำก็ขอให้ออกมาดูดี แต่คอนเซปต์หลักๆ ก็คือขาวหมวยเท่านั้น



Twitter : sriploi_social

 

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement