วันพฤหัสบดีที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สานใจไทย สู่ใจใต้ เปิดโลกทัศน์ เยาวชนใต้เรียนรู้ชีวิตความผูกพันในกรุง

ดร.อาชว์ เตาลานนท์ (ซ้ายสุด) ผู้บริหารซีพี เยี่ยมเยาวชนที่ร่วมโครงการสานใจไทย สู่ใจใต้ รุ่นที่ 17.

โครงการสานใจไทยสู่ใจใต้ ซึ่งเกิดจากความร่วมแรงร่วมใจของหลายๆองค์กร ได้แก่ คณะกรรมการมูลนิธิรัฐบุรุษ, มูลนิธิรักเมืองไทย, กระทรวงศึกษาธิการ, หอการค้าไทย, สภาอุตสาหกรรม, สมาคมธนาคารไทย, เครือเจริญโภคภัณฑ์ และองค์กรรัฐและเอกชน ได้จัดกิจกรรมเปิดโลกทัศน์แก่เยาวชนในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้มาเรียนรู้ชีวิตร่วมกับครอบครัวอุปถัมภ์ในกรุงเทพฯ และจังหวัดใกล้เคียงอย่างต่อเนื่อง สำหรับปีนี้ได้จัดกิจกรรม “สานใจไทย สู่ใจใต้ รุ่นที่ 17” ขึ้น โดย ดร.อาชว์ เตาลานนท์ ผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ ได้เดินทางไปเยี่ยมครอบครัวอุปถัมภ์ที่รับเยาวชนจากภาคใต้เข้าร่วมโครงการ ที่เขตบางพลัดและเขตทุ่งครุ ใน กทม. กล่าวว่า โครงการนี้ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 2548 จนปัจจุบันมีเด็กทั้งชายและหญิงเข้าร่วมกิจกรรมถึง 17 รุ่น เป็นจำนวน 2,332 คนแล้ว

ดร.อาชว์ กล่าวอีกว่า การที่เยาวชนในโครงการนี้ได้มาอยู่ร่วมกับครอบครัวอุปถัมภ์ ทำให้เกิดการเรียนรู้ระหว่างกัน มีความเข้าอกเข้าใจซึ่งกันและกัน จนกลายเป็นความรัก ความผูกพัน และเกิดความเอื้ออาทรต่อกัน เยาวชนเกือบทุกรุ่นที่ผ่านมาจะมีการติดต่อไปมาหาสู่กันทั้งพ่อแม่อุปถัมภ์ และพ่อแม่จริงเสมือนเป็นครอบครัวเดียวกัน นอกจากนี้เยาวชนที่เข้าร่วมโครงการยังเกิดทัศนคติที่ดีขึ้น หลายคนกลับไปเป็นผู้นำชุมชนที่ดี

ด้านเยาวชนที่เข้าร่วมกิจกรรม อาทิ วิไลวรรณ ตุกเพชร จากจังหวัดสตูล กล่าวว่า ที่บ้านตนทำการเกษตรสวนยางและทำนา เป็นครั้งแรกที่มากรุงเทพฯ การได้มาอยู่กับครอบครัวอุปถัมภ์ทำให้เห็นการอยู่ร่วมกันในชุมชนของชาวไทยพุทธและชาวไทยมุสลิม รู้สึกอบอุ่น  ประสบการณ์ต่างๆที่ได้รับ  ทำให้ตัวเองมีการพัฒนาขึ้น  ส่วน  อดินันท์ อุสมัน จากสงขลา บอกว่า เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ต้องจากบ้านมาไกลถึงกรุงเทพฯ ยอมรับว่าการมาอยู่กับครอบครัวที่ไม่รู้จัก แรกๆรู้สึกอึดอัด แต่เมื่อคุ้นกันก็รู้สึกอบอุ่น  ดีใจที่ได้มาร่วมโครงการและได้มุมมองการใช้ชีวิตที่จะเป็นประโยชน์ต่อตนเองต่อไป ขณะที่ ฮาซีกิง เจะดะ จากยะลาเป็นเยาวชนที่ร่วมโครงการ รุ่นที่ 14 ได้เดินทางมาเยี่ยมครอบครัวอุปถัมภ์ที่กรุงเทพฯ ในเขตนี้พอดี  กล่าวว่า  การได้เข้าร่วมโครงการนี้ทำให้ตัวเองมีมุมมองใหม่ๆ ได้แง่คิดที่ดี จากคนที่มองและคิดเพียงแต่เรื่องของตัวเองอย่างเดียว ได้ปรับเปลี่ยนทัศนคติไปมาก คือจะทำสิ่งใด สิ่งสำคัญต้องมีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่กับทุกๆคน ไม่ว่าจะเชื้อชาติศาสนาใด.